เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 - ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!

บทที่ 200 - ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!

บทที่ 200 - ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!


บทที่ 200 - ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

หมู่บ้านสกุลเฉียว

"ท่านพี่ ท่านจะไปทำอะไร?!"

พี่สะใภ้เฉียวกับแม่หนูเฉียวช่วยกันดึงแขนเฉียวต้าไว้คนละข้าง

"พวกเจ้ากับคนในหมู่บ้านรีบหนีไปซ่อนก่อน ข้าจะไปดูที่ท่าเรือหน่อย"

พี่สะใภ้เฉียวร้องไห้โฮ "ท่านจะไปทำตัวเป็นฮีโร่อะไรตอนนี้? ถึงขั้นนี้แล้ว ท่านไปจะมีประโยชน์อะไร?"

"ขนาดคุณชายเซี่ยยังรู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง หนีไปก่อนแล้ว ทำไมท่านถึงได้โง่แบบนี้?"

เซี่ยหลิงซินจากไปโดยไม่บอกกล่าว พวกนางได้ยินข่าวทหารเสินเช่อฆ่าคน ก็เข้าใจว่าเขาหนีเอาตัวรอดไปแล้ว

แม่หนูเฉียวอ้าปากค้าง อยากจะเถียงว่าพี่เซี่ยไม่ใช่คนแบบนั้น

ก่อนหน้านี้ตอนทหารเรือมาปล้นฆ่า นางรอดมาได้แบบงงๆ

นางไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่หลังจากนั้นพี่สาวซู่เจินก็โผล่มาปลอบนาง ดูแลนาง

นางรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่า เรื่องนี้น่าจะเกี่ยวกับพี่เซี่ย

แต่ก็ไม่มีหลักฐานอะไร

เฉียวต้าสะบัดมือภรรยาออก "ผู้หญิงอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร!"

"ที่ท่าเรือมีแต่พี่น้องข้าทั้งนั้น ข้าจะทนดูพวกเขาตายแล้วหนีเอาตัวรอดคนเดียวได้ยังไง?"

"อย่าพูดมาก รีบไปซ่อนพร้อมชาวบ้าน ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับ!"

พูดจบ ไม่สนใจเสียงร้องไห้ของเมีย คว้าฉมวกแทงปลาได้ก็วิ่งแน่บไปเลย

เฉียวต้าพูดเหมือนง่าย แต่เขารู้ดีว่าไปคราวนี้ โอกาสรอดยาก

ความโหดเหี้ยมของกองทัพเสินเช่อ เขาหากินบนแม่น้ำมาหลายปี เคยเห็นมานักต่อนัก

ระหว่างทางไปท่าเรือเมิ่งจิน เขาเจอทหารม้าเสินเช่อดักอยู่ตามทางแยก

เจอคนก็ฆ่า ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

ใครที่โชคร้ายไปเจอพวกมัน ไม่มีใครรอดสักราย

เฉียวต้าอาศัยความชำนาญพื้นที่ หลบเลี่ยงสายตาทหารเสินเช่อ ลัดเลาะไปจนถึงริมแม่น้ำได้โดยไม่ถูกจับได้

เขากระโดดลงน้ำทันที

ด้วยทักษะทางน้ำของเขา สามารถดำน้ำได้นานเกือบหนึ่งก้านธูป

เรือที่กองทัพเสินเช่อขวางแม่น้ำไว้ รวมถึงกำลังคนที่วางไว้ กันเขาไม่ได้หรอก เขาว่ายน้ำมุดไปจนถึงท่าเรือเมิ่งจินได้สำเร็จ

พอโผล่หัวพ้นน้ำ เห็นสภาพเลือดนองพื้น ศพเกลื่อนท่าเรือเมิ่งจิน ดวงตาเขาก็แดงก่ำด้วยความโกรธแค้น

ในกองศพนั้น มีพี่น้องที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมากี่คน?

ตอนนี้คงหาศพครบส่วนยังยาก!

"โฮก!"

เสือยักษ์ตัวหนึ่งกระโจนไปมาท่ามกลางวงล้อมของทหารเสินเช่อ

ไม่มีใครต้านทานเสือยักษ์ตัวนี้ได้ โดนทีเดียวปลิว

แต่ทหารเสินเช่อพวกนี้กลับใจสู้ไม่ถอย ไม่กลัวตาย

ดาหน้ากันเข้ามาไม่หยุดหย่อน

เสือยักษ์แม้ดุร้าย แต่ช่วงเวลาสั้นๆ ก็สลัดหลุดจากการพัวพันไม่ได้

เซี่ยหลิงซินยืนอยู่ท่ามกลางกองศพ จางจื้อหงคอยคุ้มกันซ้ายขวา แม้อยากจะออกไปฆ่าศัตรู แต่ก็ไม่กล้าห่างกาย กลัวคุณชายน้อยโดนลูกหลง

ในสนามรบแห่งนี้ อบอวลไปด้วยกลิ่นอายเหล็กและเลือด

ทหารเสินเช่อพวกนี้ล้วนฝึกฝนวรยุทธ์มาอย่างดี พลังเลือดลมหยางรวมตัวกันเหมือนเตาหลอมขนาดยักษ์ ร้อนแรงแผดเผา

มันคือดาวข่มของวิชาสายเทพหยินชัดๆ!

เซี่ยหลิงซินไม่กล้าปล่อยเทพหยินออกมาเลย

นาทีนี้ เขาพึ่งพาได้แค่วั่งไฉ

"ปล่อยข้าเข้าไป!"

"บังอาจ! ข้าคือนายอำเภอเมิ่งจิน! ให้ข้าเข้าไป!"

ตอนนั้นเอง

ที่ทางเข้ามีเสียงเอะอะโวยวาย

นายพลไร้หนวดหรี่ตามองเสือยักษ์ที่กำลังฟัดกับลูกน้อง หันกลับไปมองแวบหนึ่ง แล้วโบกมือ

ทหารม้าแหวกทางให้

ชายสวมชุดขุนนางคนหนึ่งหอบชายเสื้อวิ่งกระเซอะกระเซิงเข้ามา พอเห็นสภาพนรกตรงหน้า ตัวก็สั่นเทิ้ม

ชี้หน้าด่านายพลไร้หนวด "ซูจั้วหมิง! เจ้าบ้าไปแล้วเหรอ!"

"สังหารหมู่ชาวบ้าน ใครให้ความกล้าเจ้า!"

ซูจั้วหมิงแค่นยิ้ม "ใต้เท้าชุย เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับท่าน ข้าขอเตือนว่าอย่าแส่หาเรื่องดีกว่า"

ชายคนนั้นด่ากราด "ข... ข้า... ข้าจะถวายฎีกาฟ้องเจ้า! ฆ่าชาวบ้านตาดำๆ เจ้ามีกี่หัวให้ตัด!"

ซูจั้วหมิงทำท่าไม่ยี่หระ "ชุยเฉิงหลิน ถ้าเจ้าไม่กลัวตระกูลชุยเดือดร้อนไปด้วย ก็เชิญไปฟ้องได้เลย"

"จ... เจ้า..."

จังหวะนั้นเอง เฉียวต้าที่ซุ่มอยู่ในน้ำได้จังหวะ พุ่งตัวขึ้นมา แทงฉมวกใส่หน้าอกทหารเสินเช่อคนที่โดนวั่งไฉตบกระเด็นมาพอดิบพอดี

"ฉึก!"

เลือดสาดเต็มหน้า ทหารคนนั้นกระตุกเฮือกแล้วแน่นิ่งไป

"ย้าก! ตายซะ!"

เฉียวต้าตะโกนก้อง ออกแรงแขน ยกศพนั้นขึ้นชูด้วยฉมวก

ตะโกนลั่น "พี่น้องทั้งหลาย ไอ้พวกขุนนางชั่วมันไม่ให้เรามีทางรอด แล้วจะไปกลัวห่าอะไร?! ลุยมันเลย! ตายก็ขอลาไปสักศพสองศพวะ!"

เขาเป็นขาใหญ่ประจำท่าเรือ หลายคนรู้จักเขาดี

พอเขาตะโกนปลุกใจ บวกกับหน้าตาเปื้อนเลือด และศพที่ชูหราอยู่บนฉมวก

บรรดาลูกหาบ คนงาน ที่ตอนแรกกลัวจนไม่กล้าหนี เริ่มหันมองหน้ากัน

"ใช่! ยังไงก็ไม่รอดอยู่แล้ว ทำไมไม่สู้กับไอ้พวกเดรัจฉานนี่สักตั้ง?"

เริ่มมีคนส่งเสียง

เสียงตอบรับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

"ใช่! สู้ตาย!"

"ฆ่าไอ้พวกเวรนี่!"

"ฆ่าหนึ่งกำไร ฆ่าสองกำไรเกินคุ้ม!"

"พี่น้อง ลุยมัน!"

มนุษย์มักทำตามกระแส

เมื่อถูกกดดันจนสิ้นหวังถึงขีดสุด ความกลัวก็มลายหายไป

หยิบฉวยอะไรได้ใกล้มือ คานหาบ ฉมวก ไม้พาย มีดพร้า เชือก เอามาเป็นอาวุธหมด

คนงานที่ท่าเรือนี้มีเป็นหมื่น พอฮึกเหิมขึ้นมา พลังกดดันที่ก่อตัวขึ้น ก็ทำให้ซูจั้วหมิงต้องหรี่ตามอง

แต่แล้วก็แค่นยิ้มเหยียดหยาม

น่าขำสิ้นดี มดปลวกชั้นต่ำ ริจะต่อต้าน?

โบกมือวูบ ทหารม้าหลายร้อยนายด้านหลังก็พุ่งทะยานออกไป

เสียงกีบม้ารัวเหมือนกลองศึก แสงดาบสะท้อนวาววับเหมือนหิมะ

ชั่วพริบตา เลือดสาดกระเซ็น หัวคนหลุดกระเด็น แขนขาขาดปลิวว่อน

"หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้! หยุดสิโว้ย!"

ชุยเฉิงหลินมองภาพสยดสยอง ศพคนล้มตายทีละคน เจ็บปวดเหมือนโดนมีดกรีดหัวใจ น้ำตาไหลพราก

ได้แต่กระทืบเท้าเร่าๆ วิ่งเข้าไปที่หน้าม้าของซูจั้วหมิง ทั้งด่าทั้งขอร้อง

แต่ซูจั้วหมิงยังคงนิ่งเฉย

"ไอ้สารเลว!"

จางจื้อหงทนไม่ไหวอีกต่อไป พุ่งตัวออกไป เตะดาบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาถือ ดาบวาดเป็นสายฟ้าฟาด ฟันทหารเสินเช่อร่วงไปหลายคนในชั่วอึดใจ

เซี่ยหลิงซินมองดูโศกนาฏกรรมตรงหน้า หัวใจกระตุกวูบ

ไม่สนแล้วว่าจะเป็นเตาหลอมเลือดลม หรือดาวข่มเทพหยิน

"อั๊ง——!"

เสียงคำรามกังวานสูงเสียดฟ้า สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทุ่ง

เงาสีขาวพุ่งทะลุออกจากกระหม่อม

มังกรขาวขนาดยักษ์ยาวกว่าสิบวา (30 เมตร) บินวนเวียน ส่ายหัวสะบัดหาง

บินโฉบผ่านฝูงชน

ชั่วพริบตา คนนับสิบก็ถูกดูดกลืนจิตวิญญาณ ล้มลงทันที

"มังกร?!"

"นั่นมังกรนี่!"

โอรสสวรรค์มังกรแท้ สัญลักษณ์แห่งจักรพรรดิ

ในยุคสมัยนี้ มังกรคือสิ่งที่น่าเกรงขามที่สุด

ไม่ใช่แค่ลูกหาบคนงาน แม้แต่ทหารเสินเช่อผู้เกรียงไกรยังต้องชะงักด้วยความหวาดหวั่น

"หือ? เทพหยิน?"

ซูจั้วหมิงแววตาเป็นประกายเย็นชา ตวาดลั่น "นักพรตมารจากไหน? กล้าใช้วิชามารทำร้ายทหารข้า!"

ต้าโจวไม่เหมือนสหพันธรัฐ ระบบการฝึกตนไม่ได้แพร่หลาย

พวกเขาไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการฝึกจิต คนที่ถอดเทพหยินได้ มีแต่ยอดคนในสายพุทธหรือเต๋า

ฮ่องเต้เลื่อมใสพุทธศาสนา เขาไม่กล้าโยนความผิดให้พุทธ

แต่จะปล่อยให้ความหวาดกลัวลุกลามไปไม่ได้

เลยต้อง "ชี้โพรง" ว่านี่คือวิชามาร

"เช้ง!"

ซูจั้วหมิงชักดาบยาวที่เอว เลือดลมทั่วร่างเดือดพล่าน

เสาเลือดสีแดงฉานพุ่งขึ้นฟ้าแทบจะจับต้องได้

ทะลวงด่านเร้นลับ พลังพุ่งเสียดฟ้า!

กายเนื้อด่าน 5!

รูม่านตาของเซี่ยหลิงซินหดเกร็ง

อีกนิดเดียวก็จะถึงขั้น "เบญจธาตุรวมศูนย์" กายเนื้อเตาหลอมสมบูรณ์แบบในตำนาน

เขาในตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้

ยิ่งอีกฝ่ายมีกองทัพหนุนหลัง โอกาสชนะยิ่งริบหรี่

จิตเคลื่อนไหว มังกรขาวบินกลับมา พันรอบตัวเขา

หัวมังกรยื่นลงมา ลอยอยู่เหนือหัวเขาไม่กี่วา ดวงตามังกรดุจสายฟ้า แผ่บารมีศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขาม

เซี่ยหลิงซินตะโกนก้อง "ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!"

ซูจั้วหมิงสะดุ้งเฮือก เบิกตากว้าง "อ๋องจิ่ง?!"

ชุยเฉิงหลินที่กำลังร้องไห้โวยวายอยู่หน้าม้าก็ตะลึงงัน เซถลาหันกลับมามองเซี่ยหลิงซินที่มีมังกรขาวพันรอบกาย

พึมพำอย่างเหม่อลอย "อ๋องจิ่ง..."

เขาคืออ๋องจิ่งหลี่รุ่ย?

ไม่ใช่ว่าโดนไล่ออกจากนครเสินตูไปแล้วเหรอ?

ข่าวลือบอกว่าอ๋องจิ่งหลี่รุ่ย บุ๋นไม่เอาถ่าน บู๊ไม่เป็นสับปะรด แม้แต่ขันทีรับใช้ยังกล้ารังแกข่มเหง ไม่กล้าหือ

แต่สภาพตอนนี้มันไม่ใช่เลยนะ

ไม่ข่าวลือมั่วซั่ว ก็...

ท่านอ๋องจิ่งผู้นี้ "คมในฝัก" ลึกสุดหยั่ง...

ถ้าเป็นอย่างหลัง เกรงว่าท่านอ๋องผู้นี้คงมีแผนการใหญ่...

จางจื้อหงที่กำลังฆ่าฟันอย่างบ้าเลือด ฟันทหารเสินเช่อล้มไปคนหนึ่ง ได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น

อ๋องจิ่ง?!

เขาเดาไม่ผิด คุณชายน้อยผู้นี้มีฐานะสูงส่งจริงๆ!

สำหรับอ๋องจิ่งผู้นี้ เขาเคยได้ยินชื่อมาบ้าง ว่าไม่เป็นที่โปรดปรานในราชสำนัก

แต่ในสายตาเขา ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นถึงอ๋อง ฐานะค้ำคออยู่

มีท่านอ๋องอยู่ พวกขันทีคงไม่กล้าฆ่าแกงมั่วซั่วอีกกระมัง?

เฉียวต้าที่สู้ตายอยู่กับพวกคนงาน ตอนนี้รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์

ปาดเลือดบนหน้า มองเงาร่างใต้เงาสีขาวของมังกรอย่างเหม่อลอย

คุณชายเซี่ย? เขาคือท่านอ๋องจิ่ง?

ซูจั้วหมิงยกมือขึ้น ทหารเสินเช่อหยุดมือทันที

วั่งไฉเห็นดังนั้น ก็กระโดดกลับมาหมอบลงข้างกายเซี่ยหลิงซิน แยกเขี้ยวขาววับ จ้องมองไปรอบทิศ

มังกรพันพยัคฆ์หมอบ ยิ่งเสริมให้ดูมีอำนาจลึกลับ สูงส่ง น่าเกรงขาม

ซูจั้วหมิงควบม้าเดินหน้าออกมาอย่างช้าๆ

"อ๋องจิ่ง? ตอนนี้ยังมีอ๋องจิ่งที่ไหนอีก?"

เขาแสยะยิ้มเย็น "เจ้าสมคบคิดกับซ่งเซินซีวางแผนกบฏ ถูกถอดอิสริยยศ ลดขั้นเป็นเคานต์ ไล่ออกจากเมืองหลวงไปนานแล้ว"

"ตอนนี้ยังกล้ามาแอบอ้างเป็นอ๋องอีกเหรอ? เจ้าต่างหากคือนักโทษ!"

เซี่ยหลิงซินยิ้มเย็นตอบกลับ "ตำแหน่งอ๋องของข้า องค์เหนือหัวเป็นผู้แต่งตั้ง! ขันทีสวะมีสิทธิ์อะไรมาถอดถอน?"

"ทำไม? ตอนนี้หวังโส่วเฉิงตัดสินใจแทนองค์เหนือหัวได้แล้วเหรอ?"

"เจ้า..."

ซูจั้วหมิงพูดไม่ออก ต่อให้เขาจะกร่างแค่ไหน ก็ไม่กล้ารับคำพูดนี้

วาจาเชือดเฉือนนัก!

ชุยเฉิงหลินแอบชมในใจ

แค่ประโยคเดียว ก็แทงใจดำ ทำให้เรื่องที่ถูกถอดถอนตำแหน่งกลายเป็นเรื่องไร้สาระไปเลย

ต่อให้หวังโส่วเฉิงมายืนอยู่ตรงนี้ ก็ไม่กล้าปฏิเสธคำพูดนี้เด็ดขาด

นั่นปะไร ท่านอ๋องจิ่งผู้นี้ ที่ผ่านมาแกล้งโง่มาตลอดจริงๆ ด้วย!

"ใต้เท้าชุยท่านนี้ ได้ยินว่าท่านมาจากตระกูลชุยแห่งโป๋หลิง ตระกูลผู้ดีอันดับหนึ่ง!"

ตอนนั้นเอง เขาพบว่าท่านอ๋องผู้ซ่อนคมผู้นี้ หันมามองเขา

"ไหนท่านลองบอกไอ้สัตว์นรกตัวนี้ซิ ว่าตำแหน่งอ๋องของข้า ยังนับได้อยู่ไหม?"

"......"

ชุยเฉิงหลินหนังหัวชาหนึบ

เข้าใจทันทีว่าท่านอ๋องคิดจะทำอะไร

ท่านอ๋องกำลังจะลากเขาลงน้ำไปด้วย!

ท่านอ๋องผู้นี้แม้เลือดขัตติยะสูงส่ง หาใครเปรียบไม่ได้

แต่ความเป็นจริงคือ ไร้ที่พึ่งพิง ไร้อำนาจ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตกต่ำขนาดนี้

ถ้าตอนนี้เขาเลือกข้าง ข่าวแพร่ออกไป คนทั้งใต้หล้าจะคิดยังไง?

ตระกูลชุยแห่งโป๋หลิง เลือกข้างท่านอ๋องจิ่งแล้ว!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 200 - ข้าคืออ๋องจิ่ง ใครกล้ากำเริบ!

คัดลอกลิงก์แล้ว