- หน้าแรก
- อัจฉริยะยุคไซไฟ เกิดใหม่ไฉไลกว่าเดิม
- บทที่ 30 - ถอดรหัสคัมภีร์โบราณ!
บทที่ 30 - ถอดรหัสคัมภีร์โบราณ!
บทที่ 30 - ถอดรหัสคัมภีร์โบราณ!
บทที่ 30 - ถอดรหัสคัมภีร์โบราณ!
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
"หือ?"
เฉินจิ่นซินมองดูตลอด รู้สึกคุ้นตาอยู่แล้ว
พอเซี่ยหลิงซินวาดเสร็จ เธอก็หยิบไปดูใกล้ๆ แล้วก็มั่นใจ
เธอร้อง "หือ" เบาๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ลุกเดินไปที่ชั้นหนังสือด้านหลัง ค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็เดินกลับมาพร้อมหนังสือเล่มหนึ่ง
"ลองดูนี่สิคะ ใช่แบบที่ตามหาหรือเปล่า?"
เธอเปิดหน้าที่ต้องการแล้วยื่นให้ดู
สิ่งที่เซี่ยหลิงซินวาด คือภาพคนถือโคมไฟเดินในยามค่ำคืน และเงาเมืองในหุบเขาที่เขาเห็น
พอเห็นหน้าที่เฉินจิ่นซินเปิดให้ดู เขาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
ในหน้านั้นบันทึกภาพเครื่องแต่งกายของราชวงศ์หนึ่งในยุคดาวบรรพกาล
แต่มีแค่นั้น ไม่ได้ระบุว่าเป็นราชวงศ์ไหน
เฉินจิ่นซินอธิบาย "จนถึงตอนนี้ พันธรัฐสันนิษฐานว่ายุคดาวบรรพกาลกินเวลาเพียงไม่กี่พันปี แต่กลับแบ่งช่วงเวลาออกได้เป็นสิบๆ ยุค"
"คนโบราณเรียกว่า 'ราชวงศ์' สิ่งที่บันทึกในหน้านี้ เป็นราชวงศ์ที่ยังอยู่ในขั้นสมมติฐาน"
"เพราะยังไม่มีใครค้นพบแดนตำนานของยุคนี้จริงๆ นักวิชาการของพันธรัฐเพียงแค่ได้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์บางส่วนมาจากแดนตำนานระดับสูงแห่งหนึ่ง แล้วนำมาอนุมานต่อ"
"ตอนฉันอยู่ที่ดาวกลางเคยเห็นงานวิจัยเรื่องนี้พอดี นักวิชาการสันนิษฐานว่าราชวงศ์นี้น่าจะชื่อว่า 'จิ้น' แต่ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด เลยไม่ได้เปิดเผยสู่สาธารณะ"
อย่างนี้นี่เอง!
เซี่ยหลิงซินลิงโลดในใจ
เดิมทีเขาก็พอจะเดาๆ ยุคสมัยจากเครื่องแต่งกายได้คร่าวๆ อยู่แล้ว
คำพูดของเฉินจิ่นซินช่วยยืนยันความคิดของเขา
นี่คือเครื่องแต่งกายยุคเว่ยจิ้น!
ซ่ง, ท่องราตรี, หว่าน, พันห้า...
ความหมายคือ คนยุคเว่ยจิ้นคนหนึ่ง ถือโคมไฟเดินฝ่าความมืด ไปยังเมืองที่ชื่อ "หว่าน"
พันห้า... ก็ต้องหมายถึงพวงเงินอีแปะนั่น หนึ่งพันห้าร้อยอีแปะ
เซี่ยหลิงซินรู้สึกขนลุกซู่ เหมือนความทรงจำบางอย่างกำลังจะผุดขึ้นมา
เขารู้ว่าตัวเองเข้าใกล้ความจริงแล้ว
เศษคำพวกนี้ ต้องมาจากบทความที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีแน่ๆ
ไม่ได้การ ต้องรีบกลับ!
"ขอบคุณมากครับ!"
เซี่ยหลิงซินลืมตัว คว้าไหล่เด็กสาวเขย่าอย่างแรงด้วยความดีใจ แล้ววิ่งปรู๊ดออกไปทันที
"ดะ... เดี๋ยว! คุณ..."
เฉินจิ่นซินจะเรียกไว้ แต่เขาหายลับไปแล้ว
"...คุณชื่ออะไรคะ?"
คำถามนี้หลุดออกมาตอนตลาดวายไปแล้ว
เฉินจิ่นซินเบะปากเล็กน้อย งอนนิดๆ ที่โดนทิ้งหลังจากหมดประโยชน์
จากนั้นเธอก็ตกอยู่ในภวังค์ความทรงจำ
พี่หลิงคะ ใช่พี่หรือเปล่า...?
ถึงเฉินหลิงกวนจะหน้าตาเหมือนพี่หลิงในความทรงจำของเธอเปี๊ยบ แต่เธอกลับรู้สึกว่าไม่ใช่
เธอเคยสงสัย แต่ตอนนั้นยังเด็กเกินไป ไม่กล้ายืนยันความรู้สึกตัวเอง
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้หญิงคนนั้นที่เป็นแม่แท้ๆ ของเขายืนยันหนักแน่นว่าเป็นเขา คนเป็นแม่จะจำลูกผิดได้ยังไง?
แต่วันนี้ พอได้เจอคนคนนี้ ความสงสัยที่เกือบจางหายไปแล้วก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
"เฮ้อ..."
เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
ยังดี ดูเหมือนเขาจะเป็นนักศึกษาคณะคัมภีร์โบราณ อยู่โรงเรียนเดียวกัน เดี๋ยวคงได้เจอกันอีก...
......
เซี่ยหลิงซินออกจากวิทยาลัยเจ็ดดารา ก็ตรงดิ่งกลับสำนักงานสิ่งแวดล้อมทันที
ถึงจะเป็นเวลานอกราชการ แต่ที่นี่มีเวรยามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง
เขาพุ่งตัวเข้าแผนกคัมภีร์โบราณ หยิบเศษคัมภีร์หมายเลข 19 ออกมา
เริ่มคัดลอกตัวอักษรหกตัวนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดูภาพนิมิตนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ยิ่งดูก็ยิ่งคุ้น
ไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน ดูไปกี่รอบ จู่ๆ แสงสว่างวาบก็เกิดขึ้นในสมอง
"ใช่แล้ว!"
เซี่ยหลิงซินตบโต๊ะผาง ลุกพรวดขึ้น พึมพำกับตัวเอง ประโยคหนึ่งหลุดออกมาจากปากราวกับสัญชาตญาณที่ฝังลึกในกระดูก
"เรื่องนี้นี่เอง!"
เซี่ยหลิงซินคว้ากระดาษปากกา ตวัดปลายปากกาอย่างรวดเร็ว
【ซ่งติ้งป๋อชาวหนานหยาง สมัยเป็นหนุ่ม เดินทางยามวิกาลพบผี...】
【ถามว่า: "ใคร?" ผีตอบ: "ผีเอง"】
【ผีถามกลับ: "แล้วเจ้าเป็นใคร?" ติ้งป๋อโกหกไปว่า: "ข้าก็ผีเหมือนกัน" ผีถาม: "จะไปที่ใด?" ตอบว่า: "จะไปเมืองหว่าน" ...】
【...ถึงในเมืองหว่าน วาง (ผี) ลงพื้น กลายเป็นแพะ จึงขายเสีย กลัวมันจะกลายร่างกลับ จึงถ่มน้ำลายใส่ ได้เงินมาหนึ่งพันห้าร้อย แล้วจึงจากไป】
《ซ่งติ้งป๋อจับผี》!
เรื่องนี้แหละ!
เมื่อเขียนบทความจากความทรงจำจบ รอยยิ้มก็ผลิบานบนใบหน้าของเซี่ยหลิงซิน
ขอบคุณประเทศชาติ
ขอบคุณการศึกษาภาคบังคับ
ขอบคุณที่ชาติที่แล้วตั้งใจเรียน
และต้องขอบคุณคำใบ้ของเฉินจิ่นซินด้วย
โชคดีที่เขาสร้างเทพวิญญาณได้แล้ว ความทรงจำเก่าๆ เลยแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น
หลังความตื่นเต้นดีใจผ่านไป ความรู้สึกโชคดีก็เข้ามาแทนที่
บทความทั้งเรื่อง เหลือรอดมาแค่หกตัวอักษร
ถ้าเขาไม่มีปัจจัยเอื้อหนุนพวกนี้ การจะถอดรหัสเศษคัมภีร์นี้ด้วยวิธีปกติ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่า ปรมาจารย์คัมภีร์ในโลกนี้ทำเรื่องแบบนี้ได้ยังไง?
มิน่าล่ะ จินซู่กับเจียงต้าฉิวถึงได้ย้ำนักย้ำหนาว่าการเป็นปรมาจารย์คัมภีร์มันยากขนาดไหน
"อ้าว? วันนี้มาเช้าจังนะ"
เสียงเจียงต้าฉิวลอยมา
เซี่ยหลิงซินชะงัก ทันใดนั้นความอ่อนเพลียก็ถาโถมเข้ามา จนหน้ามืดตาลาย
"เป็นอะไรไป?"
เจียงต้าฉิวเห็นเขาหน้าซีดเผือด ก็รีบเข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง
"ไม่เป็นไรครับ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับ"
เซี่ยหลิงซินกุมหัวที่ปวดตุบๆ พบว่าข้างนอกฟ้าสว่างโร่แล้ว
ผ่านไปคืนนึงแล้วเหรอเนี่ย?
เขาใช้พลังจิตไปกับการคัดลอกและดูภาพนิมิตซ้ำๆ ตลอดทั้งคืน มิน่าถึงได้เพลียขนาดนี้
"ลุงเจียง ผมหิว ขอตัวไปกินข้าวเช้าก่อนนะ"
พูดจบก็ยัดกระดาษแผ่นนั้นใส่อกเสื้อแล้วเดินออกไป
"เฮ้ย เดี๋ยว~"
เจียงต้าฉิวเห็นเขาวิ่งหายวับไป ก็ได้แต่ส่ายหน้า พอหันมาเห็นเศษคัมภีร์บนโต๊ะ ก็ถอนหายใจ "ไอ้เด็กนี่ ยังไม่ถอดใจอีก?"
โรงอาหาร
เซี่ยหลิงซินกอดชามข้าวโซ้ยแหลก ข้าวสวยสองกิโลลงท้องไป ช่วยให้เรี่ยวแรงฟื้นคืนมาได้บ้าง
เขาเก็บจาน เดินออกจากโรงอาหาร
ลูบกระดาษที่อกเสื้อ คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์โทรหาจินซู่
เสียงรอสายดังอยู่นานกว่าจินซู่จะรับสาย เสียงเย็นชาแต่ไพเราะดังขึ้น "มีอะไร?"
เซี่ยหลิงซินยิ้มกว้าง พูดเหมือนเด็กขอรางวัล "พี่ครับ ผมทำสำเร็จแล้วนะ!"
"หือ?"
จินซู่ดูจะงงไปแวบหนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ "หมายเลข 19?"
เซี่ยหลิงซินพยักหน้าหงึกหงักไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเห็นหรือไม่ "ครับ!"
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะถามว่า "อยู่ที่สำนักงานหรือเปล่า?"
"อยู่ครับ"
"รอฉัน"
แล้วก็วางสายไป
เขาเกาหัว เดินกลับแผนกคัมภีร์โบราณ
ความจริงเขาเคยคิดนะ ว่าจะแอบไปหาพิกัดแดนตำนานเองเงียบๆ
แต่การถอดรหัสคัมภีร์เป็นแค่ก้าวแรก การหาพิกัดก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ถึงในหนังสือจะมีวิธีหาพิกัดบอกไว้ แต่ต้องส่งเทพวิญญาณเข้าสู่โลกทางจิตวิญญาณ
ขั้นตอนนี้อันตรายมาก
ต่อให้หาพิกัดเจอ เข้าไปในแดนตำนานได้
ข้างในนั้นก็เต็มไปด้วยอันตรายอยู่ดี
ยิ่งจินซู่เคยบอกว่านี่อาจเป็นแดนตำนานระดับสิบทิศ
เซี่ยหลิงซินรักตัวกลัวตาย
ในเมื่อมีสำนักงานสิ่งแวดล้อมเป็นแบ็คใหญ่ ทำไมต้องไปเสี่ยงคนเดียวด้วย?
เดี๋ยวตายฟรีไม่รู้ตัวจะขำไม่ออก
ในเมื่อเขาถอดรหัสคัมภีร์ได้ แถมมีพี่สาวคนสวยหนุนหลัง เขาไม่เชื่อหรอกว่าสำนักงานจะกล้าโกงเขา
ถึงตอนนั้นจะขอโควตาเข้าไปในแดนตำนานด้วยสักที่ คงไม่ใช่เรื่องยากมั้ง?
ถอยออกมาหมื่นก้าว ต่อให้สำนักงานหักหลัง อย่างน้อยเขาก็ได้เห็นธาตุแท้คน ก็ถือว่าคุ้ม
เพราะงั้น เซี่ยหลิงซินเลยไม่กังวลอะไรเลย
จินซู่กลับมาถึงอย่างรวดเร็ว ดูท่าเรื่องนี้จะสำคัญมากจริงๆ ถึงขนาดทำให้เธอทิ้งงานในมือมาได้
เธอเรียกเซี่ยหลิงซินเข้าไปในห้องทำงาน แล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง "นายถอดรหัสได้แล้วจริงๆ เหรอ?"
[จบแล้ว]