เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 976 ข้าอยากแสดงฝีมือบ้าง!

ตอนที่ 976 ข้าอยากแสดงฝีมือบ้าง!

ตอนที่ 976 ข้าอยากแสดงฝีมือบ้าง!


เมื่อเย่ว์หยางพลิกฝ่ามืออีกครั้ง  ก็กลายเป็นพื้นที่หักพังทลาย

บนพื้นเต็มไปด้วยก้อนหินมากมายไปทุกแห่งไม่มีน้ำสักหยดเดียว อย่าว่าแต่ผิวทะเลสาบ

มองออกไปในระยะไกลเป็นหุบเขาพังทลายอยู่ทั่วทุกแห่ง

ราชาเฉินม่อพบว่าตำแหน่งที่เย่ว์หยางอยู่นั้นเป็นแท่นบูชายัญ มีรูปสลักเทพธิดาไร้ศีรษะที่มีพลังซ่อนเร้นไม่มีขีดจำกัด  ถ้าทุกอย่างที่เขาเห็นก่อนนั้นเป็นภาพหลอนอย่างนั้นถ้าเขาดูรูปสลักหินเทพธิดานี้ ราชาเฉินม่อรู้สึกว่าทุกคนรวมทั้งตัวเขาเองได้ออกจากทะเลคลั่งมาถึงบันไดสวรรค์ชั้นห้าตามที่เย่ว์ไตตันกล่าว

เย่ว์หยางเย่ว์ไตตันทำสำเร็จได้อย่างไร ราชาเฉินม่อไม่อาจเข้าใจได้

อย่างไรก็ตามเขาไม่มีข้อสงสัย

เพราะเป็นเรื่องที่ตัดสินได้ง่ายมาก เย่ว์ไตตันผู้นี้ไม่มีทางสร้างรูปสลักเทพธิดาที่ทรงพลังขนาดนี้!  พลังแบบนั้นแม้ว่าจะไม่กร้าวแกร่งรุนแรงแต่ก็น่ากลัวจริงๆ  ต่อให้เป็นจ้าวสุริยาเจ้าตำหนักใหญ่ตงฟางและแม้แต่เจ้าตำหนักสูงสุดก็ต้องก้มหัวให้กับพลังของรูปสลักเทพธิดานี้

นี่คือรูปสลักเทพเจ้าดึกดำบรรพ์อย่างแน่นอนแม้ว่าเขาไม่เข้าใจว่ารูปสลักนี้ซ่อนพลังไว้ขนาดไหนแต่พลังนั่นเป็นของจริงแท้แน่นอน

คนอื่นก่อนหน้านี้ไม่เคยมีพลังถึงระดับนั้นมาก่อน

ไม่มีใครสร้างภาพลวงตาแบบนี้ได้

“สถานที่นี้ ข้าได้กลิ่นอายที่น่ากลัว!” โนมหนึ่งในแปดขุนพลบริวารร้องขึ้นทันที

“นั่นคือกลิ่นอายความตาย ขอโทษด้วย  จักรพรรดินีฟ้าตายที่นี่บางทีพลังงานของคนตายแล้วยังไม่ทันสลายไป!” เย่ว์หยางอธิบายเนิบนาบราวกับว่าผู้ที่ตายไปไม่ใช่จักรพรรดินีฟ้าแห่งเผ่าเก้าแสง  แต่เป็นแค่แม่ไก่ตัวหนึ่ง  พระยาราชสีห์และราชาจินกวนพอได้ยินพวกเขาใจตกวูบ  จ้าวสุริยาไม่อยู่ที่นี่มีแค่ราชาเฉินม่อคนเดียว จะสามารถต้านทานเย่ว์หยาง หรือเย่ว์ไตตันผู้นี้ได้หรือ?

“.....” ราชาเฉินม่อขมวดคิ้ว ทันใดนั้นเขาตระหนักได้ว่าทำไมเย่ว์หยางถึงหนีพ้นมือจ้าวสุริยาโดยไม่ได้ต่อสู้และกลับมาเผชิญหน้ากับเขาแทนหรือ? เหตุผลก็คือเขาต้องการลากตัวเขามาที่หอทงเทียนและหยุดไม่ให้เขากลับไปยังตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์เพื่อรายงานเรื่องความลับของตัวเขา

เจ้าคิดว่าข้าไม่สามารถกลับไปรายงานที่ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ได้หรือ

อสูรของข้าถูกปล่อยไปเรียบร้อยแล้ว

ราชาเฉินม่อไม่พูดออกมาแต่เขารู้สึกสงสัย เขาติดตามจ้าวสุริยามาหลายปี และรู้เรื่องราวมากมาย

แม้ว่าเขาจะไม่ได้กลับมาด้วยตนเองแต่เมื่อรายงานข่าวกรองดังกล่าวไปยังตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์แล้วเขาจะไม่เชื่อได้ยังไง?

ตอนนี้อสูรสุนัขนำทางกลับไปส่งข่าวมันได้เวลากลับไปยังที่นั้นแม้ว่าในเรื่องพลังของอสูรสุนัขนำทางจะไม่ค่อยแข็งแกร่ง   แต่ความเร็วของมันราวกับสายฟ้าและไม่มีกำลังกดดันจากภายนอกเพื่อฆ่ามัน มันมีสติปัญญาระดับหนึ่ง ไม่เพียงแต่ใช้เป็นอสูรสะกดรอยศัตรูชั้นหนึ่งแล้วมันยังเป็นอสูรส่งข่าวสารรายงานชั้นดี  มันมีสถานะเป็นตัวแทนของหน่วยข่าวกรองเพราะต้องเป็นระดับเจ้าตำหนักขึ้นไปเท่านั้นถึงจะมีอสูรอย่างนี้ได้

ในตำหนักเทพสุริยะแม้แต่พระยาราชสีห์และราชาจินกวนก็ไม่มีอสูรสุนัขนำทาง

มีแต่จ้าวสุริยาและเขาเท่านั้นที่มี

ในสถานที่นั้นเมื่อเขาเห็นอสูรสุนัขนำทางปรากฏตัว  เขาจะพามันไปยังตำหนักลับทันที  ราชาเฉินม่อลอบแค่นเสียงในใจ  แต่โดยผิวเผินเขาไม่พูดอะไร  ‘ถ้าเจ้าคิดว่าจะขัดขวางข้าแล้วจะขัดขวางข่าวสารที่ข้าส่งไปแล้ว เจ้าก็คิดผิด!’

ตุ้บ

เสี่ยวเหวินหลีที่ยืนอยู่ด้านหลังเย่ว์หยางออกมาข้างหน้าและโยนของบางอย่างออกมาทันที

เงาร่างสีดำล้มกระแทกกองหินอย่างหนักหน่วงมันร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “เอ๋ง!”

จากนั้นมันกระโดดเข้าหาราชาเฉินม่อราวกับสายฟ้าเหมือนสุนัขบ้านหลงทางและเจอเจ้าของของมัน

ราชาเฉินม่อพอเห็นเงาร่างที่ปรากฏชัดเขารู้สึกเหมือนถูกต่อยที่หัวใจ ไม่มีคำใดจะกล่าวลมหายใจแทบขาดห้วงเย่ว์หยางร่าเริงแจ่มใสตัวเบา เขากล่าวอย่างอารมณ์ดี  “ราชาเฉินม่อ!,หมาตัวนี้ไม่เลวเลย มันวิ่งได้ไวมาก ข้าต้องส่งสุนัขของข้าออกไปไล่ล่าข้าไม่รู้ว่าเจ้านั่นประเมินต่ำเกินไป มันเริ่มต้นติดตามช้าเกินไปในขณะที่ข้าไม่สามารถออกติดตามมันได้ ยังคงเป็นลูกสาวตัวน้อยของข้าต้องเทเลพอร์ตถึงร้อยครั้งถึงไล่ตามหมาเฝ้าบ้านของเจ้าได้”

ยิ่งเย่ว์หยางยิ้มมากขึ้นเท่าใด ราชาเฉินม่อยิ่งรู้สึกขมขื่นในใจมากขึ้นเท่านั้น

เขาต้องการฆ่าอสูรสุนัขนำทางของเขาจริงๆ

อย่างไรก็ตามเขาสงบจิตใจได้ เขารู้ว่าไม่ใช่อสูรสุนัขนำทางของเขาที่ผิดพลาด แต่เป็นปีศาจอสรพิษน้อยผู้สงบเสงี่ยมของฝ่ายตรงข้ามนั้นทรงพลังมากเกินไป ตอนแรกเขาคิดว่าเจ้าหมาป่าสกปรกที่เป็นอสูรเทพจะแข็งแกร่งที่สุด ใครจะรู้กันว่าปีศาจอสรพิษน้อยจะแข็งแกร่งยิ่งกว่านั้น!

นางพญาผู้พิชิตในร่างเด็ก?

เมื่อเห็นเสี่ยวเหวินหลีจับอสูรสุนัขนำทางได้พระยาราชสีห์และราชาจินกวนกับคนอื่นสีหน้าเปลี่ยนไป

“แล้วยังไงเล่า?”  พระยาราชสีห์อยากสู้อีกครั้ง  เรื่องที่เจ้าเด็กนั่นพูดโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่มีประโยชน์  นั่นเป็นเรื่องเท็จ

“.....” ราชาเฉินม่อให้สัญญาณมือ

ภาษามือนี้กำหนดขึ้นโดยจ้าวสุริยาก่อนออกเดินทาง

นี่คือภาษามือพิเศษที่สร้างขึ้นโดยตำหนักเทพสุริยะ  เป็นการออกคำสั่งแทนวาจาใช้ส่งสัญญาณลับให้ทุกคนทำงานนี่คือภาษาที่ใช้ต่อหน้าศัตรูได้โดยไม่ต้องกลัวความลับรั่วไหล ราชาเฉินม่อพระยาราชสีห์และคนอื่นเข้าใจได้ทันทีที่สำคัญนี่เป็นท่าทางสุดท้ายที่จ้าวสุริยาจัดทำไว้  อาจกล่าวได้ว่านี่เป็นภาษามือที่สำคัญและจำเป็นที่สุด

หมายความว่าสถานการณ์วิกฤติขั้นรุนแรงแต่ละคนต้องยกเลิกภารกิจเดิม และหาทางเอาชีวิตรอดก่อน ต่างคนต่างหนีเอาตัวรอดให้ได้

ราชาเฉินม่อส่งสัญญาณอีกครั้ง

หมายความว่าเขาจะรั้งอยู่เพื่อขัดขวางเย่ว์หยาง

พระยาราชสีห์และราชาจินกวนต้องช่วยเหลือตัวเองและจากไปได้เมื่อขุนพลบริวารทั้งแปดหนีไป

เพราะก่อนนั้นแปดขุนพลบริวารรู้จักเข้าใจหอทงเทียนผ่านข้อมูลที่ส่งมาโดยเสี่ยวโฉ่วและรู้ว่าบันไดสวรรค์เป็นทางตันอยู่ในจุดอับ ไม่มีทางออกมาได้  พวกเขาต้องหนีออกมาและไปยังหอทงเทียนชั้นบนที่สุดหารอยแยกของกาลและมิติกลับแดนสวรรค์ แน่นอนว่าถ้าใช้งานไม่ได้ พวกเขาอาจจะต้องรอให้ประตูสวรรค์เปิดในรอบร้อยปีนั่นเป็นทางที่ไม่ต่างอะไรกับทางตัน ถ้าไม่มีพลังระดับเทียมเทพไม่มีใครกล้าบอกได้ว่าสามารถเดินทางผ่านช่องมิติพังผ่านกลับไปยังประตูสวรรค์ได้ เว้นแต่นายทวารบาลผู้ทำหน้าที่คุ้มกันประตูสวรรค์จะรู้ล่วงหน้าว่าสหายของเขาจำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือจึงจะมีการตอบสนองจากระยะไกลได้

ราชาเฉินม่อเห็นแปดขุนพลบริวารแล้วมองดูตนเองอดโมโหไม่ได้

เขากวาดมือเพียงครั้งเดียวพวกซือเหรินกระเด็นห่างออกไปหมื่นเมตร

ตามข้อมูลข่าวกรองของเสี่ยวโฉ่วหอทงเทียนยังมีจื้อจุน จักรพรรดินีราตรีที่แข็งแกร่งกว่าเย่ว์หยางเย่ว์ไตตันเล็กน้อย นอกนั้นไม่มีใครเลย หอทงเทียนเพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาได้ไม่นาน อย่าว่าแต่นักรบปราณฟ้าเลย นักรบปราณดินระดับสุดยอดยังมีน้อยคน  ด้วยความแข็งแกร่งของแปดขุนพลบริวาร เป็นไปได้ว่าทุกคนสามารถกวาดล้างหอทงเทียนและกลับไปยังแดนสวรรค์ได้อย่างสบาย

ต่อให้จื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีขัดขวาง  เขาเชื่อว่าจะมีบางคนบ้างที่หลบหนีกลับไปได้

ขอเพียงหลบหนีไปได้สักคนข่าวของเย่ว์หยางจะถูกรายงานกลับไปที่ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ ทางตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จะทุ่มเทสรรพกำลังมายังหอทงเทียนแน่นอน....“หนีเถอะ, เราอยู่ก็ช่วยอะไรไม่ได้” ซือเหรินผู้สงบใจเย็นที่สุด แม้ว่าจะถูกเย่ว์หยางนำตัวมาถึงบันไดสวรรค์แต่เขาก็ยังมีเหตุผลรักษาความเยือกเย็นไว้ได้และรีบพาพวกพ้องหนีออกไป  หลังจากเริ่มต้นหนีไปได้ไม่นานเขากังวลว่าเย่ว์หยางจะปล่อยราชาเฉินม่อไว้เบื้องหลังและหลังจากคุยปรึกษากับผู้เฒ่าเครายาวผู้มีอาวุโสสูงสุดและคนเกียจคร้านผู้มีพลังมากที่สุด พวกเขาตัดสินใจจากไป

“ข้าจะคุ้มกันหลังเอง” คนเกียจคร้านไม่กล้าขี้เกียจและตัดสินใจรั้งท้าย

“ไปหอทงเทียนชั้นสิบ ลาก่อน!” ชายชราเครายาวเห็นด้วยกับการแบ่งแยกกำลัง เขาเดินทางไปกับคนอ้วนและโนม ส่วนซือเหรินเดินทางพร้อมกับคนเถื่อน จอมโฉด และจอมหักหลัง

แบ่งกำลังเป็นสามทางต่อให้เย่ว์หยางไล่ตาม ก็ต้องมีสองกลุ่มที่หนีรอด

ยิ่งกว่านั้นยังมีราชาเฉินม่อพระยาราชสีห์และราชาจินกวน

กล่าวกันว่าในหอทงเทียนยกเว้นเย่ว์หยาง จื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีแล้ว ไม่มีนักรบปราณฟ้าอยู่เลย แค่นักรบระดับราชาจากแดนสวรรค์ก็สามารถเที่ยวอาละวาดได้แล้ว นอกจากนี้ตำหนักเทพสุริยะสามารถเอาชนะเจ็ดราชาแดนสวรรค์ได้  ที่นี่ยังจะต้องกังวลอะไรอีก? นอกจากเย่ว์ไตตันจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ที่มีความแข็งแกร่งเพียงพอแล้ว หอทงเทียนที่ตกต่ำมานานไม่ใช่ภัยคุกคาม!

ก่อนที่ซือเหรินจะแยกทางกับพวกพ้องเขาพูดปลอบใจสหายสองสามคำ

จากนั้นทุกคนรีบออกเดินทาง

ถึงแม้ว่าจะไม่มีผู้แข็งแกร่งในหอทงเทียนแต่ที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่น่ากลัวอยู่ดีใครจะรู้ว่าจะมีเหตุเปลี่ยนแปลงหรือไม่? ที่นี่ไม่ใช่แดนสวรรค์ ไม่ใช่เขตอิทธิพลของพวกเขา ให้หนีอย่างเดียวอย่าทำย่ามใจ ถ้าพวกเขาไปตอแยจนตกเป็นเป้าหมายตามล่าจนถูกไล่ทันอย่างนั้นนั่นจะเป็นเรื่องแย่

ครั้งนี้ซือเหรินและนักสู้อื่นไม่สนใจเรื่องภาพพจน์การวางตัว  รีบแยกย้ายกันหนี ต่างคนต่างมองหาวงเวทเทเลพอร์ต

ถ้าที่นี่เป็นหอทงเทียนก็คงจะดีกว่าเพราะเสี่ยวโฉ่วให้ข้อมูลวงเวทเทเลพอร์ตในแต่ละชั้นหอทงเทียนไว้ด้วย

แต่ที่นี่คือบันไดสวรรค์

มีแต่ซากปรักหักพังที่ไม่เคยมีใครย่างเท้าเข้ามา และไม่เคยมีใครใส่ใจถึงข้อมูลที่นี่มาก่อน

ซือเหรินพอคนเถื่อนและจอมโฉดและจอมหักหลังเดินทางไปตามหุบเขาโดยไม่บินเป็นระยะทาง100 กิโลเมตร เบื้องหลังของพวกเขามีการต่อสู้สะท้านฟ้าสะเทือนดินกันแล้วโลกสั่นสะเทือน ศิลากระทบกระแทก ศิลาและทรายฟุ้งขึ้นจนปกคลุมท้องฟ้า

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคดีหรืออะไรซือเหรินไม่สามารถหาวงเวทเทเลพอร์ตระยะไกลได้เขาพบว่ามีคนที่อ้วนมากกับหนุ่มสาวหลายคนวิ่งอยู่ข้างหน้าไกลออกไป  นี่ไม่ใช่ตัวประกันที่เพิ่งมาถึงที่นี่ใช่ไหม?ก็แค่จับมนุษย์ที่ดูแข็งแกร่งข้างหน้านี้และบังคับให้พวกเขานำทางก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ?

ไม่รอให้ซือเหรินออกคำสั่งคนเถื่อนจอมโฉด และจอมหักหลังเร่งความเร็วออกไปแล้ว

“ซวยแล้ว!”  คนอ้วนเริ่มก่อน เมื่อเขาเห็นคนเถื่อนจอมโฉด จอมหักหลังศัตรูที่นี่แข็งแกร่งนัก เขาหวาดกลัวหน้าซีดเผือด ร้องลั่นเหมือนหมู“แย่แล้ว,  แย่แน่ๆ มีศัตรูอยู่ที่นี่...แข็งแกร่งมาก สองคนนี้พลังปราณฟ้าระดับหกเป็นอย่างน้อย พวกเจ้าช่วยข้าด้วย!”

“เจ้าจะโวยไปถึงไหน?” นักรบผอมสูงที่วิ่งอยู่ข้างหน้าเตะเจ้าอ้วนด้วยความรำคาญ

“ข้าน่ะหรือน่าเบื่อ?  ข้าจะตายอยู่แล้ว!”  เจ้าอ้วนรู้ตัวดี

“มากกว่าปราณฟ้าระดับหก!”  ในกลุ่มคนหนุ่มสาวมีบุรุษหนุ่มสง่างามคนหนึ่งปรากฏตัว ซือเหรินพบว่าเด็กหนุ่มคนนี้คล้ายกับมารสัมฤทธิ์ฟ้าอยู่บ้างเขาโดดเด่นเป็นพิเศษต่างจากคนอื่นในกลุ่มเพียงแต่พลังยังอ่อนแอกว่ามารสัมฤทธิ์ฟ้าอยู่มาก ยังเป็นแค่เด็กหนุ่มวัยรุ่น

“แน่นอนว่า แม้เราจะไม่เข้าใจถึงสำนึกเทพได้หมดแต่เราก็ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าพวกปราณฟ้าระดับหกซึ่งเริ่มมีสำนึกเทพตามปกติ  ต้องเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับเจ็ดจึงจะมีสำนึกเทพสมบูรณ์ สำนึกเทพของเราเทียบเท่าระดับเจ็ดแล้ว เฮ้,  ข้าคือนักรบจากตำหนักเทพสุริยะแห่งตำหนักกลางแดนสวรรค์ พวกเจ้าเรียกข้าว่าซือเหรินได้!”ซือเหรินตรวจสอบคนกลุ่มนี้อย่างระมัดระวังและพบว่าไม่มีใครที่มีพลังระดับปราณฟ้าเลยทำให้เขารู้สึกสบายใจอย่าว่าแต่ทั้งสามคนเป็นนักรบปราณฟ้าทั้งนั้นสามารถกวาดล้างพวกนี้ได้ มิน่าเล่าถึงได้มีคำกล่าวกันว่าหอทงเทียนที่ไม่มีใครมาเยือน  ที่นี่มีแต่คนรุ่นหลังที่อ่อนแอมากจริงๆ

“สำนึกเทพที่เขาบอกเทียบเท่าได้กับปณิธานปราณราชันย์หรือเปล่า?” มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มถามสหาย

“ก็อาจเป็นได้ระดับปราณฟ้ามีชื่อแตกต่างจากนักสู้ของเรา” บุรุษผอมสูงอธิบายเบาๆ  ซือเหรินแค่เหลือบมองก็รู้ได้ว่าสาวน้อยผู้นี้มีศักดิ์ฐานะสูงสุดในคนกลุ่มนี้ น่าจะมาจากราชตระกูลอาจเป็นเจ้าหญิงชาวมนุษย์ก็ได้

“ข้าได้รู้แจ้งปณิธานปราณราชันย์จากประตูเป็นตายแล้วแต่น่าเสียดายที่ความแข็งแกร่งยังไม่เพียงพอยังไม่สามารถบรรลุพลังระดับปราณราชันย์ได้ บางทีอาจจะเป็นระดับที่พวกเขาเรียกว่าสำนึกเทพก็ได้!”  ซือเหรินเห็นว่าจู่ๆสาวน้อยกำหมัดและท้าทายต่อสู้  นางออกมาท้าทายด้วยตนเอง  “ขุนพลจากแดนสวรรค์ ข้าจะสู้กับเจ้า ดูซิว่าสำนึกเทพของเจ้าหรือปณิธานปราณราชันย์ของข้าใครจะแข็งแกร่งกว่ากัน!”

“ปิงเอ๋อ!  เราไม่จำเป็นต้องแยกกันสู้  เรามีคนมากเพียงพอจะเอาชนะพวกเขา”เจ้าอ้วนและคนอื่นรีบช่วยกันแนะนำสาวน้อยให้เปลี่ยนใจ

“แค่เจ้าเองหรือ?”  จอมหักหลังแค่นเสียงเย้ยหยัน

“นางมีสถานะสำคัญที่สุดแต่สำคัญตนเองว่าเก่งเลิศเลอ”  ซือเหรินยังคงรู้สึกว่าเด็กสาวผู้นี้ไม่เคยเห็นโลกภายนอกมาก่อนตั้งแต่นางเป็นเด็ก คงจะถูกผู้ใหญ่ตามใจจนเสียคนแน่  นางไม่รู้ว่าอะไรคือการต่อสู้ที่แท้จริง นางคิดว่าแค่เป็นการแสดงโอ้อวดเครื่องแต่งกายผ้าไหม กินอาหารดีๆแล้วออกมาต่อสู้ การต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่แท้จริงที่นางเคยมีส่วนร่วมล้วนเป็นเรื่องไร้สาระทั้งนั้น

ร่างของจอมหักหลังเปลี่ยนสภาพดูแปลกประหลาด  เขาลงมืออย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า

ในพริบตาปลายนิ้วของเขาอยู่ที่ด้านหลังเด็กสาวนิ้วยาวเหมือนกรงเล็บกำลังจะคว้าคอเด็กสาว

เมื่อเขาจับตัวเด็กสาวได้เขาเตรียมพร้อมที่ฆ่านางได้ในทันที ถ้าสหายของเด็กสาวเข้ามาช่วยเหลืออย่างนั้นเขาจะใช้พลังปราณระเบิดเป็นวงออกไปทันทีเป็นการขู่ขวัญพวกเขา  ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการจับเป็น จอมหักหลังคิดเขามีวิธีฆ่าฝ่ายตรงข้ามเป็นร้อยวิธีในวินาทีเดียว

ติ๋ง!

ทันใดนั้น จอมหักหลังรู้สึกหน้ามืดวิงเวียนศีรษะ

ตัวของเขาปลิวออกไปกระแทกกับพื้นผนังหุบเขาฝังจมเข้าไปในนั้น  เขาตะลึงและหันกลับมาแต่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

หรือว่าเย่ว์หยางเจ้าคนที่น่ากลัวตามมาทันแล้ว?  เป็นไปไม่ได้ เขายังสู้อยู่กับพระยาราชสีห์ ราชาจินกวนและราชาเฉินม่อ!

“ฮ่าาาา...”  คนเถื่อน และจอมโฉดตกตะลึงเมื่อพบว่าจอมหักหลังถูกหมัดเด็กสาวต่อยกระเด็นราวกับหุ่นกระบอกในท่ามกลางหมัดนับไม่ถ้วน  ขณะที่พวกเขาเตรียมจะต่อยสาวน้อยด้วยหมัดระเบิดแต่เด็กสาวไม่ประหลาดใจตกใจกับพลังแกร่งกร้าวข้างหน้าไม่ทราบว่านางหลอกล่อเข้ามาประทับฝ่ามือที่อกและท้องของพวกเขาตั้งแต่เมื่อใด

ปัง!

ร่างขนาดใหญ่ของคนเถื่อนจอมโฉดไถลถอยหลังกระแทกผนังศิลายุบลึกเข้าไป  เขาพยายามรักษาสมดุลของร่างกายไว้แต่ร่างมหึมาสั่นสะท้านตลอดทางที่ไถลถอยหลังจมลึกไปถึง 100 เมตรเขาจึงตั้งหลักได้

ร่างของคนเถื่อนจอมโฉดใหญ่มหึมาเหมือนกับมังกร

เขาถ่มเลือดสีเขียวออกมา

ซือเหรินเห็นภาพที่เหลือเชื่อ  ตาของเขาแทบถลนจากเบ้า เป็นไปไม่ได้  นี่เป็นไปไม่ได้!

“พี่สามพูดถูกด้วยพลังโจมตีจากปณิธานปราณราชันย์โจมตีจิตวิญญาณโดยตรงพลังภายนอกไม่สามารถป้องกันต้านทานได้” เด็กสาวนามปิงเอ๋อสามารถรับมือขุนพลได้ถึงสองคนแม้ว่าจะเป็นการได้เปรียบเพียงเล็กน้อยก็ตาม แต่นางกลับโลดเต้นดีใจ  นางยังคงมองดูมือตัวเองด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ  “เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งเล่นงานศัตรูของพี่สามได้!”

“อย่าประมาทศัตรู  พลังของศัตรูยังเหนือกว่าเรา  การโจมตีเมื่อครู่นี้ แทบไม่ได้ทำร้ายพวกเขาบาดเจ็บเลย” ซือเหรินเห็นสตรีสูงศักดิ์ใส่ชุดไหมเฉิดฉายกำลังลูบศีรษะเด็กสาวดูเหมือนว่าจะเป็นผู้อาวุโสกว่านาง ที่อยู่ด้านหลังหญิงสาวมีสตรีหน้าตาผ่องใสสวมหน้ากากเงินนั่งอยู่บนกระจกวิญญาณนางยิ้มอย่างมีความสุขพูดคุยกับเด็กสาว “ปิงเอ๋อ! ถ้าเจ้าใช้คู่กับพลังอักขระรูนโบราณอีกครั้งผลที่ออกมาจะต้องดีกว่าแน่ แต่ตอนนี้เจ้าสู้กับขุนพลจากตำหนักเทพสุริยะได้  ข้าไม่อยากเชื่อเลย!”

“ได้เลย ข้าจะพยายามให้หนักขึ้น!” เด็กสาวกำหมัดสีหน้ามุ่งมั่น ไม่ว่าซือเหรินจะมองอย่างไร เขาไม่สามารถเห็นการโจมตีทั้งสองครั้งของนางได้เลย  มนุษย์อ่อนแออย่างนั้นสู้ตอบโต้คนเถื่อนจอมโฉดได้อย่างไร?

“มีเพียงสามคน ดูเหมือนจำนวนไม่ถูกต้อง  คนเจ้าเล่ห์เหล่านี้แบ่งกำลังกันครึ่งหนึ่งยังมีอีกส่วนหนึ่งที่เราขัดขวางไม่อยู่

“ไม่เป็นไรยังมีพวกจากวังมารและแดนนรกเป็นคู่ต่อสู้ของพวกเขา!”

“กำลังอ่อนไปอย่างนั้น พวกเขาคงรับมือไม่พอแน่!”

“พี่มารกฎฟ้ากับพี่มารเคราะห์ฟ้า กำลังตามไปสมทบไม่มีอะไรแน่...”

“อย่างนั้นเราจะรออะไรกัน?รีบเข้าไปสู้กันเลย มิฉะนั้นคงจะถูกปล้นอีกแน่, เจ้าเมืองโล่วฮัว ท่านรับมือซือเหริน อี้หนานกับน้องปิงเอ๋อกับเจ้าตาขาวนั่น ส่วนเราคนโง่ๆ จะสู้กับเจ้าจอมโฉดหน้าโง่!”  บุรุษอ้วนวางท่าหยิ่งผยองซือเหรินเห็นแล้วรู้สึกแปลกๆ ทำไมคนเหล่านี้ถึงกล้าท้าทายพวกเขา ขุนพลนักรบชั้นสูงแห่งตำหนักเทพสุริยะเคยถูกนักสู้ปราณดินรังแกตั้งแต่เมื่อใดกัน?

“ตาย!” จอมหักหลังพุ่งออกมาจากผนังศิลาและเข้าโจมตีสาวน้อยที่ชื่อปิงเอ๋อผู้ลงมือโจมตีเขาก่อนด้วยความเร็วสูงสุด

“ป่าแห่งชีวิต” ซือเหรินเห็นว่าเด็กสาวเรียกคัมภีร์อัญเชิญออกมาโดยไม่ลังเลและนั้นเป็นคัมภีร์แพลตตินัมชั้นสูงที่แม้แต่ผู้อาวุโส เจ้าเมืองรองเจ้าตำหนักหลายคนยังไม่มี

ทันทีที่คัมภีร์อัญเชิญถูกเรียกออกมาโล่พลังกางออกต่อหน้าทันที

เดิมทีจอมหักหลังตั้งใจจะทะลวงโล่พลังและเข้าไปฆ่าเด็กสาวในทันทีแต่ก็พบว่าตนเองถูกมัดไว้

เถาวัลย์แปลกประหลาดและต้นไม้ขนาดยักษ์สร้างจากอักขระรูนรายล้อมร่างเด็กสาวสร้างเป็นป่าดึกดำบรรพ์ไร้ที่สุดและสร้างเป็นสนามพลังพงไพรที่พลังมนุษย์มิอาจต้านทานได้... สนามพลังพงไพรนี้เชื่อมโยงกับโลกถ้าคิดจากเขย่าหรือทำให้มันสั่นสะเทือนก็เท่ากับว่าทำให้โลกสั่นสะเทือนไปด้วย

เด็กสาวตวาดเบาๆและระเบิดปล่อยพลังงานในร่างนาง

พลังปณิธานหลากท่วมท้นอยู่ในใจนางผสานกับร่างน้อยๆของนางเกิดเป็นพลังงานที่คาดไม่ถึงครอบงำจอมหักหลัง

นักรบมนุษย์พฤกษาสองตนที่ซือเหรินไม่เคยเห็นมาก่อนกระโดดออกมาย่ำร่างจอมหักหลัง เท่านั้นยังไม่พอยังมีอสูรพิทักษ์อื่นบินออกมาสมทบอีก ภายใต้คำสั่งของนาสนามพลังพงไพรเพิ่มมวลพลังงานทันทีและพลังปณิธานของเด็กสาวเพิ่มขึ้นจนเต็มพิกัด ซือเหรินที่อยู่นอกสนามพลังถอยออกมาอย่างช่วยไม่ได้

“อะไรกัน?” พลังที่ซ่อนเร้นนี้น่ากลัวมากขนาดไหนกัน?“ ซือเหรินอดร้องออกมามิได้และตอนนี้เขาเข้าใจทันทีว่าทำไมเด็กสาวถึงกล้าท้าทายด้วยตนเอง  เพราะนางมีพลังมากถึงปราณฟ้าระดับหก แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดไม่ใช่พลังระดับปราณฟ้าของนาง  เห็นได้ชัดเจนว่านางเป็นนักสู้ปราณดิน  เมื่อพลังลับถูกปลดปล่อยพลังของนางเพิ่มไปเทียบเท่าถึงพลังปราณฟ้าระดับหกได้อย่างไร?สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือเด็กสาวนี้รู้จากพลังสำนึกเทพ  ดูเหมือนพลังสำนึกเทพของนางเทียบเท่ากับเขา...ซือเหรินนึกขึ้นได้ เขาตะโกนลั่น ”เข้าใจแล้ว เจ้าคือน้องสาวของเย่ว์ไตตัน!”

นอกจากอัจฉริยะที่ผิดธรรมดาของเย่ว์ไตตันแล้ว ซือเหรินไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะมีอัจฉริยะคนที่สอง

แค่เพียงน้องสาวของเขาก็ทรงพลังมากมายขนาดนั้น

หลังจากได้ยินซือเหรินตะโกน  เจ้าอ้วนผู้หน้าหนาถามพร้อมกับยิ้ม  “เจ้าคาดถูก แต่เจ้าเดาออกไหมว่าข้าเป็นใคร? ยืนให้ดีๆ อย่าเป็นลมต่อหน้าข้า  สุดหล่อที่ยืนอยู่ต่อหน้าเจ้ามีนามว่าไห่ต้าฟู่  เจ้าเอ่ยชื่อเย่ว์ไตตัน  ความจริงเขาคือศิษย์รุ่นน้องของข้าในฐานะลูกพี่ของเขา ข้าอาจทำให้เจ้าตกใจกลัวอยู่บ้าง  ซึ่งนั่นไม่ใช่กงการอะไรของข้า!”

ซือเหรินพอได้ยินเท่านั้นเขาทำอะไรไม่ถูกยืนปากอ้าตาค้าง “.....”

จบบทที่ ตอนที่ 976 ข้าอยากแสดงฝีมือบ้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว