เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 970 นี่คือหมาที่ฆ่าไม่ตาย

ตอนที่ 970 นี่คือหมาที่ฆ่าไม่ตาย

ตอนที่ 970 นี่คือหมาที่ฆ่าไม่ตาย


“ข้าเห็นว่าเจ้ามีข้อบกพร่องในทักษะเวลาของเจ้าจึงไม่อาจเคลื่อนไหวได้” เย่ว์หยางให้คำตอบจริง

“เจ้าจะทำยังไงถึงจะทำลายทักษะนั้นได้?”  จ้าวสุริยาถามอีกครั้ง

“ไม่” เย่ว์หยางตอบตามตรง

ทั้งสองคนสนทนากันราวกับเป็นสหายสนิท แต่หมิงลี่ฮ่าวและจักรพรรดิฟู่โฉวที่อยู่ใกล้พวกเขาพาสะท้านใจ นี่คือการต่อสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายที่แท้จริงไม่ว่าสมรภูมิจะเปลี่ยนไปเช่นไรก็ตาม ทั้งคู่จ้องมองกันและกันต่างมองหาจุดอ่อนของฝ่ายตรงข้ามตลอดเวลาและหาโอกาสโจมตีพิชิตศัตรูอย่างเด็ดขาด ถึงไม่ได้ลงมือปะทะโดยตรงก็ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองไม่ได้ต่อสู้ ตรงกันข้ามนี่คือการต่อสู้ทางภูมิปัญญาที่น่ากลัวที่สุด เมื่อฝ่ายใดแพ้ก็จะสูญเสียชีวิต!

เย่ว์หยางจ้องมองจ้าวสุริยา

ทันใดนั้นเขาโบกมือให้หมิงลี่ฮ่าวและจักรพรรดิฟู่โฉวที่ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน  “พวกท่านไปได้แล้ว  การต่อสู้ที่นี่ไม่มีอะไรเกี่ยวกับท่าน วันนี้โลกศิลาจะมีผู้มีชีวิตรอดออกไปได้เพียงคนเดียว  อาจเป็นข้าหรือเป็นจ้าวสุริยาก็ได้”

หมิงลี่ฮ่าวมองเย่ว์หยางและมองจ้าวสุริยาที่สีหน้าของเขาไร้ความรู้สึก

สำรวจทางออกไปจากโลกศิลา

จ้าวสุริยาเพียงแต่จ้องมองเย่ว์หยางโดยไม่สนใจการแยกจากไปของหมิงลี่ฮ่าว

หมิงลี่ฮ่าวนักสู้ปราณราชันย์ระดับแปดเป็นเหมือนปลาเล็กปลาน้อยสำหรับในใจของจ้าวสุริยาปลาใหญ่ที่แท้จริงนั้นคือเย่ว์หยางที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ขณะที่นักสู้ปราณฟ้าอื่นเป็นแค่กุ้งหอยปูปลาน้อย เขาไม่สนใจ  ตราบใดที่เขาสามารถฆ่าเย่ว์หยางได้  จ้าวสุริยาไม่สนใจแม้ต้องปล่อยคนอย่างหมิงลี่ฮ่าวหรือจักรพรรดิฟู่โฉวสักร้อยคนก็ตาม ....เพราะคนเหล่านี้ไม่ใช่ตัวคุกคามที่ร้ายแรง เขาสามารถฆ่าหมิงลี่ฮ่าวหรือจักรพรรดิฟู่โฉวได้ทุกเมื่อตราบเท่าที่ทางตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ต้องการ

เมื่อเขาพบว่าเย่ว์หยางมีดวงตาวิเศษคู่หนึ่งสามารถมองเห็นได้ทุกอย่างก็แสดงว่าสามารถเติบโตในการสู้รบได้ไม่มีที่สิ้นสุด

จ้าวสุริยาตัดสินใจฆ่าเย่ว์หยางเด็กหนุ่มผู้น่ากลัวนี้

โดยไม่ลังเลกับการทุ่มเทพลังความสามารถทั้งหมด!

“จะให้ข้าไปจริงๆ หรือ?”  หมิงลี่ฮ่าวตะโกนมาทางเย่ว์หยางก่อนจากไป

“ฝ่าบาท” ราชาสองหน้าและแปดขุนพลบริวารมองดูจ้าวสุริยาอย่างกระวนกระวายพวกเขาควรจะไปหรือควรจะอยู่ต่อ?

“ปล่อยพวกเขาไป พวกเจ้าออกไปรอข้านอกพายุทะเลคลั่ง” ในสายตาของจ้าวสุริยา เย่ว์หยางคนเดียวเท่านั้นที่เป็นศัตรูตราบเท่าที่เขาไม่จากไปหมิงลี่ฮ่าวหนีไปก็ไม่เป็นไร  นอกจากนี้แม้ว่าจะมีอุปสรรคขัดขวาง  เด็กหนุ่มคนนี้สามารถมองเห็นความสามารถของเขาจะต้องมีวิธีส่งหมิงหลีฮ่าวออกไปจากโลกศิลา

“ขอรับ”

ราชาสองหน้าคำนับด้วยความเคารพและพาแปดขุนพลบริวารออกไปเป็นกลุ่มแรก

ปกติเขาจะไม่ยอมให้หมิงลี่ฮ่าวและนักสู้อื่นออกไปจากโลกศิลา  จ้าวสุริยาไม่มีเวลาจะทำเช่นนั้น พวกเขาพากันออกไปทั้งหมด

ในทะเลคลั่งยังมีพระยาราชสีห์และราชาจินกวนอยู่  แม้ว่าพวกเขาต้องการล้อมสังหารหมิงลี่ฮ่าวและจักรพรรดิฟู่โฉวและนักสู้ปราณฟ้าอื่นก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ หมิงลี่ฮ่าวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจักรพรรดิฟู่โฉวได้รับบาดเจ็บต่อเนื่องโดยเฉพาะการโดนพลังทำร้ายครั้งล่าสุด  เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและเหลือพลังไม่มาก  จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วสู้กับพระยาราชสีห์  แต่จักรพรรดิเสิ่นกวงบางทีอาจต้องทรยศ  ต่อให้ไม่ทำเขาก็ยังไม่กล้าเป็นศัตรูต่อตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์  สำหรับคนที่เหลือ เช่นเทวีเสรีภาพไม่มีพลังต่อสู้  คุณชายฉางฟงกำลังบาดเจ็บสาหัสและไม่มีพลังต่อสู้ ราชาชิงหลางและนักสู้ปราณฟ้าอื่นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแปดขุนพล

แม้ว่าภายนอกยกเว้นแต่จักรพรรดิเสินกวงแล้ว

มีเพียงคนเดียวที่อาจหลบหนีได้ก็คือหมิงลี่ฮ่าว...ราชาสองหน้าตัดสินใจรอคอยอยู่ข้างนอกและจากนั้นค่อยกางตาข่ายฟ้าเพื่อกำจัดเป้าหมายที่ยังเหลืออยู่ในรวดเดียว

เมื่อเห็นว่าเย่ว์หยางยังคงต้านทานได้และเห็นจ้าวสุริยาไม่ได้ห้าม หัวใจของนักสู้ปราณฟ้าพองโต ถึงแม้จะรู้ดีว่าต้องมีการต่อสู้ดุเดือดภายนอกแต่ยังดีกว่ามาเผชิญกับจ้าวสุริยา เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวสุริยาแม้แต่จักรพรรดิฟู่โฉวก็ยังไม่สามารถต้านทานพลังโจมตีของเขาได้

สู้กับจ้าวสุริยาต่อให้มีสิบชีวิตก็ไม่พอ

ตายสถานเดียว!

สถานการณ์การต่อสู้ที่ทะเลคลั่งข้างนอกอาจจะรุนแรงมาก  แต่อาจมีการถูกรบกวนได้และอาจมีคนบางส่วนที่หลบหนีได้

ทุกคนมีโอกาสจะโชคดี  และด้วยแนวคิดนี้ทุกคนแห่กันไปที่ทางเข้าออกโลกศิลา ส่วนบุรุษผมงูผู้บาดเจ็บสาหัสมีหัวหน้าจินฟันทองคอยประคองออกไป  ขณะที่พ่อบ้านเย่พยายามชักชวนเทวีเสรีภาพนางโบกมือปฏิเสธบอกว่านางต้องการอยู่ จงกวนและคนอื่นคืนสภาพปกติ พวกเขาคำนับเย่ว์หยางก่อนวิ่งนำหน้าศัตรูออกไป

แม้แต่คนที่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มใหม่อย่างฟงจีและจินหวินทำตาแดงกล่าว“คุณชาย, เราจะรอท่านข้างนอก เราต้องไปแล้ว!”

หมิงลี่ฮ่าวตบหน้าแต่ละคนทันที“เจ้าพวกโง่! แทนที่จะห่วงเจ้าเด็กนี่ ห่วงกระดูกบางๆ ของพวกเจ้าจะดีกว่า... ไปแยกย้ายเอาตัวรอดได้แล้ว!”

เย่ว์หยางไม่พูดอะไร

เขาเพียงแต่โบกมือ

เขาเพียงแต่ปล่อยให้จ้าวสุริยาจ้องมองเขาโดยไม่กระพริบตา

ถ้าเขาหละหลวมแม้แต่เล็กน้อย เย่ว์หยางรู้สึกว่าจ้าวสุริยาจะสบโอกาสฆ่าเขาทันที

หลังจากนั้นหมิงลี่ฮ่าวเดินนำหน้ากลุ่มตามด้วยจักรพรรดิฟู่โฉวกลุ่มคนทั้งหมดออกจากโลกศิลาเดินผ่านไปตามทางเดินมิติที่พังเสียหายไปแทบทุกแห่ง ก่อนจะเข้าไปในทะเลคลั่งหมิงลี่ฮ่าวชะงักเท้ากะทันหันเงยหน้ามองนักสู้ปราณฟ้าทีละคน  “พวกเจ้าไปกันต่อเถอะ!  ข้าล่าฮ่าวเป็นพี่ประสาอะไรกัน?  ในฐานะพี่เจ้าก็ต้องทำตัวเหมือนพี่ด้วยจริงไหม?”

จักรพรรดิฟู่โฉวลังเลเล็กน้อยและพูดโน้มน้าว  “ท่านก็รู้ ต่อให้ท่านอยู่ก็ช่วยเขาไม่ได้”

หมิงลี่ฮ่าวหัวเราะ  “ถูกแล้ว, ข้าไม่สามารถช่วยเขาได้  แต่ข้าไม่ได้บอกว่าจะช่วยเขาข้าคิดว่าเขาน่าสงสารมาก ข้าอยู่เป็นเพื่อนเขาไม่ได้หรือไง?  ถ้าข้าไม่อยู่ เจ้าเด็กนั่นตายแน่  ถ้าข้าอยู่บางทีอาจมีโอกาสสักหนึ่งในพัน...”

จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วที่เลือดเต็มตัวต่อว่าเขา  “หลังจากผ่านมานานหลายพันปี  นิสัยเจ้าไม่เปลี่ยนเลย  ยังดูน่ารำคาญอยู่เสมอ!”

หมิงลี่ฮ่าวกลับหลังหันและเดินไปที่โลกศิลา  “ข้าไม่ต้องการเปลี่ยน  ข้าไม่ชอบ!”

ราชาจื่อฟงที่อยู่บนหลังของพ่อบ้านเย่อยู่สภาพบาดเจ็บเจียนตายขณะที่หญิงงามจูกวงดูเหมือนมองดูหมิงลี่ฮ่าว เขามองสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัวหลังจากฟื้นขึ้นมา

เมื่อหมิงลี่ฮ่าวหันกลับไปร่างราวกับภูเขาของเขาหายวับไปไม่เหลือร่องรอย

จักรพรรดิเสิ่นกวงกลายร่างเป็นสีทองและหายเข้าไปในทางผ่านมิติเข้าสู่ทะเลคลั่ง

เมื่อเห็นคนผู้นี้เร่งรีบออกไป  จักรพรรดิฟู่โฉวสีหน้าเปลี่ยน “ไม่ดีแน่,เจ้าผู้นี้ต้องการไปเข้ากับฝ่ายศัตรู... ช่างเถอะ,เขาเป็นคนแบบนั้นรอให้ข้ารับมือพระยาราชสีห์ที่แข็งแกร่งที่สุดและราชาจินกวน  พวกเจ้าหนีไปให้ไกลเท่าที่เป็นไปได้! ถ้าอสูรเทพและอาวุธเทพร่างอสูรของเย่ว์ไตตันยังคงต่อสู้อยู่  พวกเจ้ายังมีโอกาส  ถ้าการต่อสู้จบแล้วให้พยายามหาเส้นทางที่เป็นไปได้ที่ดีที่สุดสำหรับพวกเจ้า!”

“ฟู่โฉว!  เจ้าหนีไปคนเดียวเถอะ ยังมีโอกาสแก้แค้น  ตอนนี้เหลือแต่เพียงเจ้าเท่านั้น”  บุรุษผมงูฝืนยิ้ม  “เรามีแต่คนบาดเจ็บและฝีมืออ่อนด้อยกว่า  เราจะหนีไปไหนได้?”

“ฉางฟง!  ทั้งหมดเป็นเพราะข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้าทั้งเจ้าและเย่ว์ไตตันก็คงไม่มายังภูมิภาคสวนสวรรค์เป็นแน่” จักรพรรดิฟู่โฉวประคองไหล่บุรุษผมงูและกล่าวขออภัย

“ความจริงข้ามาที่นี่เพราะอยากรู้อยากเห็นเรื่องร่างเทพ  ไม่ใช่เพราะเจ้า!  นี่เป็นชะตากรรม!  ฟู่โฉว! เจ้าหนีไปเถอะ ข้ามีทักษะพิเศษถ่วงเวลาราชาสองหน้าได้สักหนึ่งนาที พระยาราชสีห์และราชาจินกวงยังคงสู้กับฮุยไท่หลางอยู่  หนีไปเดี๋ยวนี้เจ้ายังมีโอกาสล้างแค้นให้เราอีก..”

บุรุษผมงูไม่นับจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วเข้าเป็นกำลังรบหลัก

เขารู้

จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วจะต้องจากไปก่อนแน่นอน

จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วแค่นเสียงไม่มีความหมายและสาวเท้ายาวออกจากทางออกมิติ

จักรพรรดิฟู่โฉวยังคงไปร่วมกับกลุ่มคนและจะต้องลุยผ่านไปให้ได้ในขณะที่เขายังมีพละกำลังมากที่สุด  มิฉะนั้นจะไม่มีใครรอด

เมื่อกลับมายังทะเลคลั่ง

ภาพผิวทะเลปรากฏต่อสายตาพวกเขาแม้แต่จักรพรรดิฟู่โฉวก็ยังสะท้านใจ

เพราะราชาเฉินม่อยังไม่จากไปทันทีเขาจับจักรพรรดิเสิ่นกวงไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง ที่ข้างราชาเฉินม่อมีราชาสองหน้า พระยาราชสีห์ราชาจินกวนและแปดขุนพลบริวาร... และความหวังของมารสัมฤทธิ์ฟ้า จักรพรรดิมังกรจักรพรรดิใต้พิภพและฮุยไท่หลางพังทลาย ทั้งร่างคนทั้งร่างอสูรเต็มด้วยเลือดทะเลคลั่งย้อมไปด้วยเลือดแดงฉาน

“เย่ว์หยางเล่า?”  มารสัมฤทธิ์พยายามดิ้นรน ร่างของเขาเปื้อนเลือดและมีบางส่วนแห้งกรัง

“....ไม่ห่างจากความตายนักหรอก”  ราชาสองหน้าหัวเราะเยือกเย็น

“ไป, เข้าไปข้างในกัน!” มารสัมฤทธิ์ฟ้าคำรามพยายามดิ้นรนฉุดดึงจักรพรรดิมังกรซึ่งมีบาดแผลถูกทำร้ายขึ้นจากผิวทะเลตามด้วยจักรพรรดิใต้พิภพที่น่าทึ่ง พวกเขาตรงไปยังทางเข้ามิติ ในสายตาทุกคนมารสัมฤทธิ์ฟ้าที่ใกล้จะตายนี้ต้องการเข้าไปช่วยความหวังของตน  ราชาสองหน้าไม่จำเป็นต้องใช้เคียวปีศาจแค่ใช้เพียงนิ้วเดียวยิงพลังดรรชนีทะลุผ่านจักรพรรดิใต้พิภพตรงไปที่มารสัมฤทธิ์ฟ้า

ร่างของมารสัมฤทธิ์ฟ้าสั่นสะท้าน

ไม่สามารถประคองตัวได้อีกต่อไป

เขาค่อยๆ ล้มลง

จักรพรรดิมังกรกู่ร้องโหยหวนทั้งน้ำตาแขนของเขาเปิดจนเห็นกระดูก ฝ่ามือเต็มไปด้วยเลือดเขาประคองร่างมารสัมฤทธิ์ฟ้าที่ใกล้จะหมดสติ “เราคือนักรบหอทงเทียน เจ้าฆ่าเราได้ แต่อย่าหวังว่าเราจะยอมแพ้ ถ้าเราไม่ตาย เจ้าไม่มีทางหยุดไม่ให้เราก้าวไปข้างหน้าแน่นอน  ความมุ่งมั่นใจการต่อสู้จะอยู่กับเราตลอดไป!”

ราชาเฉินม่อยังคงเยือกเย็นนักรบที่อ่อนแออย่างนั้นก็มีปณิธานราชันย์ด้วยหรือ?  หอทงเทียนถ้าไม่ถูกทำลาย นับว่าเป็นภัยคุกคามจริงๆ

แสงสองสายยิงออกไปแล้ว

และแสงสายที่สามกำลังพุ่งตรงมาหา

จักรพรรดิมังกรกัดฟันรับน้ำหนักของทุกคนไว้

ทั้งสามหลั่งโลหิตเหมือนน้ำตกไหลหยดลงไปในทะเลคลั่ง

เนื่องจากจักรพรรดิมังกรและมารสัมฤทธิ์ฟ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กพื้นผิวทะเลคลั่งรอบตัวพวกเขาจึงสงบไม่ปั่นป่วน จักรพรรดิมังกรช่วยประคองมารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิใต้พิภพพวกเขากัดฟันแน่นพยายามประคองตัวด้วยพละกำลังตนเอง

เลือดไหลไปตลอดทาง

ทั้งสามคนเดินอยู่บนเกลียวคลื่นเลือดของพวกเขาย้อมทะเลตลอดทางเดินผ่าน

“ดื้อรั้นน่าเบื่อหน่าย!” ราชาสองหน้าควงเคียวปีศาจครอบคลุมจักรพรรดิมังกรและมารสัมฤทธิ์ฟ้าและฟันลงทันที

“โฮ่ง!” เสียงหมาป่าเห่า

บนพื้นผิวทะเลสาบปรากฏร่างหมาป่าตัวมหึมา  มันอ้าปากกว้างใหญ่ที่สามารถกลืนคนได้เป็นล้านๆคน

พื้นผิวหนังไม่อาจกลบปิดกระดูกที่โผล่ออกมาจากตัวขณะมันพุ่งออกมาจากทะเลคลั่ง  เจ้าสุนัขสกปรกนี้เหมือนสามารถตายได้ทุกเมื่อมันโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำมันสะบัดศีรษะและรับจักรพรรดิมังกรและมารสัมฤทธิ์ฟ้าที่กำลังจะหมดสติ ที่หางของมันลากดาบอสูรเทาเถี้ยตามออกมาจากทะเลด้วยเช่นกัน

ราชาสองหน้าตะลึง  “พวกมันยังไม่ตายอีกหรือ?”

พระยาราชสีห์เหลือบมองราชาจินกวนและส่ายศีรษะถอนหายใจเบาๆ  “เจ้าหมาตัวนั้นข้าไม่รู้จะโจมตีฆ่ามันได้อย่างไร!”

พวกเขาไม่รู้ว่าใช้ความพยายามไปมากมายเพียงไหนพวกเขาพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อฆ่าอสูรเทพที่ยังไม่หยุดการพัฒนาเติบโต  อย่างไรก็ตามทุกอย่างที่ทำไปล้มเหลว!

มารสัมฤทธิ์ฟ้าถ่มเลือดและส่งจักรพรรดิใต้พิภพขึ้นหลังจักรพรรดิมังกร  เขายืดเอวเชิดหน้าใช้พลังไฟฟ้าทุบที่หน้าอกตนเองเพื่อกระตุ้นหัวใจให้เต้นแรงขึ้น  และหัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง

หัวใจของเขากลับมาเต้นตามปกติต่อ

ในดวงตาของมารสัมฤทธิ์ฟ้ามีประกายความปรารถนาจะต่อสู้อีกสายฟ้ามาปรากฏรอบตัวเขาอีกครั้ง

แม้ว่าตลอดทั้งร่างจะได้รับบาดเจ็บแต่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนคนเขากลัวว่าเมื่อเขาล้มอีกครั้งเขาจะตายหรือหมดความรู้สึกได้

เขากำหมัดแน่นไม่สนใจผู้ชมไม่สนใจศัตรู แค่เดินนำเข้าประตูทางผ่านมิติ ที่สำคัญคือพวกเขาสาบานว่าจะช่วยสนับสนุนเย่ว์หยางที่ต่อสู้อยู่ตามลำพัง เมื่อเขาและจักรพรรดิมังกรผู้แบกจักรพรรดิใต้พิภพเดินผ่านจักรพรรดิฟู่โฉว จักรพรรดิฟู่โฉวและบุรุษผมงูรู้สึกหัวใจสั่นไหว  ว่ากันในเรื่องของพลัง มารสัมฤทธิ์ฟ้าและสหายของเขาไม่ได้แข็งแกร่งที่สุดแน่ แต่จิตวิญญาณนักสู้ของพวกเขาดีที่สุดในกลุ่มผู้ชมดู ไม่มีใครเทียบได้

นักรบจากหอทงเทียนน่ากลัวเสมอ

ทำไมพวกเขาถึงได้แข็งแกร่งนัก?

เท่าที่ดูจากมารสัมฤทธิ์ฟ้าผู้นี้พอจะบอกได้ว่านักรบเหล่านี้ไม่สามารถจะเอาชนะได้

ต่อให้ฆ่าเขาก็ตาม  เขาจะไม่ยอมทิ้งปณิธาน  เขาอาจตายได้ แต่เขาจะไม่มีทางแพ้ นี่คือนักรบหอทงเทียน ไม่..เฉพาะมารสัมฤทธิ์ฟ้า แต่แม้แต่สหายของเขา และเจ้าสุนัขสกปรกที่ดูเหมือนจะเป็นอสูรเทพที่ซ่อนความสามารถไว้ลึกสุด แม้แต่จ้าวสุริยาก็ยังต้องทุ่มสุดกำลังเพื่อฆ่าเย่ว์ไตตันให้ได้...

จบบทที่ ตอนที่ 970 นี่คือหมาที่ฆ่าไม่ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว