เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 965 ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

ตอนที่ 965 ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

ตอนที่ 965 ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน


หน้าของเย่ว์หยางปรากฏรอยยิ้มที่ผิดไปจากธรรมดา

เขาไม่เพียงแต่ยิ้มเท่านั้นแต่ยังปรบมืออีกด้วย

เขาปรบมือถอนหายใจ  “เป็นครั้งแรกเชียวนะที่ข้าพบว่ามีคนใส่ใจถึงข้า  เข้าใจข้าเพียงนี้แต่น่าเสียดายจริงถ้าเจ้าเป็นสุดยอดหญิงงาม นั่นจะเป็นเรื่องยอดเยี่ยมเพียงไหน!” หมิงลี่ฮ่าวแทบจะทรุดลงกับพื้น นี่เขายังพูดถึงเรื่องพรรค์นั้นอยู่อีกหรือ?  ลูกพี่! ศัตรูมาเคาะประตูถึงหน้าบ้านแล้วนี่เขายังคิดถึงเรื่องผู้หญิงงาม เรื่องปล้ำผู้หญิงอีกหรือ?  สมองของเขามีแต่เรื่องนี้หรือยังไง?

นอกจากหมิงลี่ฮ่าวเตรียมตัวตายแล้วคนอื่นๆ อย่างเช่นจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและจักรพรรดิเสิ่นกวงตกใจกับสถานะของเย่ว์หยาง

คิดไม่ถึงเลยว่าจ้าวสุริยาไม่ยอมแม้แต่จะมองดูหมิงลี่ฮ่าว  แต่เขากลับให้ความสนใจคุณชายไตตันผู้ไร้ชื่อเสียง!

เด็กคนนี้คือจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่แห่งหอทงเทียนหรือ? เขาเอาชนะซิวคงและจิ่วเซียวในสามจอมภพแดนสวรรค์ได้หรือ?  เขาได้รับตกทอดของวิเศษจากจักรพรรดิอวี้หรือ?  ทั้งยังเป็นศิษย์ของนางพญาผู้พิชิตจริงหรือ?

ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะจ้าวสุริยานั่นนับเป็นเรื่องคาดไม่ถึงจริงๆ!

เด็กคนนี้เก็บซ่อนสถานตัวตนไว้อย่างมิดชิดมากพอ!

จงกวนและผู้คุ้มกันคนอื่นรู้สถานะของเย่ว์หยางแต่ก็ยังรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่สำคัญพวกเขาไม่รู้ว่าเย่ว์หยางเป็นศิษย์ของนางพญาผู้พิชิตและไม่ค่อยเห็นเย่ว์หยางใช้ของวิเศษสามอย่างที่ได้รับตกทอดจากจักรพรรดิอวี้  จะมีก็เคยเห็นแต่ดาบเทพจักรพรรดิอวี้ในมือขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน สำหรับผู้ที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานอย่างฟงจีและจินหวินถึงกับตะลึงทำอะไรไม่ถูก  คุณชายไตตันผู้นี้แข็งแกร่งผิดธรรมดาจริงๆจ้าวสุริยาแห่งตำหนักสุริยเทพถึงกับต้องมาด้วยตนเองอย่างคาดไม่ถึง  ทั้งไม่กล้าลงมือในทันที  ข่าวบ้าๆ เช่นนี้นับว่าพิเศษสุดจริงๆ?

จักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่แห่งหอทงเทียนอย่างนั้นหรือ?สมองของหัวหน้าจินฟันทองและหัวหน้าพ่อบ้านเย่ไม่สามารถรับแรงกระทบกระเทือนจากความจริงสะท้านโลกนี้ได้  พวกเขานัยน์ตาเหลือกขาวหมดสติล้มลงทันที

ราชาชิงหลางและคนอื่นๆ ขยี้เท้าขัดใจพวกเขาอยากจะรวมอยู่ในกลุ่มของเด็กหนุ่มผู้ไม่ธรรมดานี้

ช่างโง่เหลือเกินที่พวกเขาไม่รู้อะไร

ความจริงแม้แต่จอมหักหลังผู้เฒ่าเครายาว บัณฑิตซือเหรินและคนอื่นที่เข้าร่วมในแผนการก็ดูสับสนเล็กน้อยเช่นกัน  พวกเขารู้จักจักรพรรดิแดนดินทั้งสาม แต่ไม่คิดเลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของจ้าวสุริยาต้องการตกปลาใหญ่อย่างเย่ว์หยาง...อะไรนะ... จักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่ ศิษย์ของนางพญาผู้พิชิต ที่เคยบุกมาแดนสวรรค์น่ะหรือ? นอกจากนี้ยังมีหมิงลี่ฮ่าวผู้แข็งแกร่งอยู่ข้างตัวเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะมีจ้าวสุริยามานั่งสั่งการด้วยตนเอง   ต่อให้มีราชาเฉินม่อ พระยาราชสีห์ ราชาจินกวน และราชาสองหน้าพลังของสี่ราชาอาจไม่พอสู้ได้เช่นกัน

โชคดีที่มีจ้าวสุริยาที่ฉลาดและแข็งแกร่งมากกว่ามาด้วยตนเอง

บัณฑิตซือเหรินและแปดขุนพลบริวารก็รู้สึกเช่นนั้นพวกเขาอดร้องหวาดเสียวในใจไม่ได้

“ตราบเท่าที่คุณชายไตตันยินดีไปเป็นอาคันตุกะของตำหนักเทพสุริยะของข้าข้าเชื่อว่าแม้แต่ตงฟางแห่งตำหนักใหญ่ก็คงยินดีต้อนรับ”  จ้าวสุริยาเปิดโอกาสเล็กน้อย

“ในทางกลับกันถ้าจ้าวสุริยายินดีไปเป็นอาคันตุกะของหอทงเทียนเรานางพญาเฟ่ยเหวินหลีจะปฏิบัติต่ออีกฝ่ายเหมือนอย่างอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติเช่นกัน”  เย่ว์หยางหัวเราะลั่นพลางกล่าว“ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ ข้าอยากไปมานานแล้ว แต่ข้ายังไม่ได้เตรียมของขวัญไว้ให้พร้อม จักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่แห่งหอทงเทียนไม่อาจมีมือเปล่าไปแสดงความจริงใจได้! จะเป็นยังไงถ้าพวกเจ้าชาวดินแดนชั้นบนหัวเราะเยาะเราชาวบ้านนอกว่าไม่รู้มารยาทธรรมเนียม?  ต้องทราบไว้นะว่าแม้ว่าชาวชนบทอย่างเราจะยากจนแต่ก็มิกล้าอาจเอื้อมขึ้นไปดื่มกินให้รกนัยน์ตาของพวกเจ้าเสียเปล่าๆ  นอกจากนี้สภาพแวดล้อมดั้งเดิมกำลังเป็นที่นิยมในขณะนี้ ทำไมเจ้าถึงไม่ละทิ้งความหน้าซื่อใจคดและความยุติธรรมจอมปลอมน่าเบื่อหน่ายของพวกเจ้าไปเที่ยวดินแดนของเราเล่า เราเปลี่ยนแปลงปฏิรูปและเปิดประเทศมาหลายปีแล้ว ตอนนี้ชนบทประเทศข้างเคียงเกิดขึ้นใหม่มีการเปลี่ยนแปลงมากมาย  และที่สำคัญก็คือ คุกจองจำของเรามีการพัฒนาก้าวหน้าเจ้าลองไปใช้ชีวิตสักครั้งรับรองจะติดใจจนลืมหน้าที่การงานบ้านเก่า จนไม่อยากจะกลับบ้านอีกต่อไป!”

“ไม่เลว ไม่เลว ข้าจะหาเวลาไปเยี่ยมชมในภายหลัง”จ้าวสุริยาไม่โกรธราวกับว่าไม่ได้ยินคำถากถางของเย่ว์หยาง

“ที่แท้เจ้ามาจากหอทงเทียนนี่เอง แค่ก แค่ก...” จู่ๆคุณชายฉางฟงที่ใกล้จะตายเอ่ยปากขึ้น

“แล้วเจ้าเล่า?” เย่ว์หยางขมวดคิ้วทำเป็นพยายามนึกถึงสถานะของอีกฝ่าย

“เขาคือคุณชายฉางฟงที่เจ้าอ้างว่าเป็นสหายกับเขาไงเล่า” หมิงลี่ฮ่าวไม่สามารถทนดูการอวดดีสุดโต่งของเจ้าสวะนี่มิได้  เขาอธิบายให้กับเย่ว์หยางในลักษณะคนที่ร่วมมือกัน  แต่เพราะเป็นบทใจร้ายเกินไปเขาจึงรู้สึกหดหู่และเจ็บปวด

“อ๊า...” เย่ว์หยางนึกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นเขาพยักหน้าจากนั้นส่ายศีรษะ และพูดอย่างมั่นใจ “เป็นไปไม่ได้  ข้ารู้จักแต่ชายหล่อหญิงงามเท่านั้น!”

“พูดอย่างนี้ค่อยเหมือนคนขึ้นมาบ้าง” หมิงลี่ฮ่าวเห็นด้วยกับคำพูดเย่ว์หยางเป็นครั้งแรก

จงกวนที่หวาดกลัวจนหัวหด ค่อยกล้ายืดอก

ทุกคนแม้จะไม่หวีสาง

พอส่องมองดูในกระจก

ทุกคนส่องดูหน้าตัวเองก็เข้าตัวเองว่าเช้านี้หล่อมากสวยมาก

ตรงกันข้ามบุรุษผมงูตู๋กูฉางฟงที่อยู่ในเงื้อมมือของจ้าวสุริยาพยายามกล้ำกลืนเขาไอเล็กน้อยก่อนจะสบถด่า “ข้าไม่ใช่สวะริมทาง คุณชายอย่างข้ามองดูเหมือนคนรูปงามไหมเล่า? ไปตายเสียให้หมดอย่านึกว่าเจ้าพูดเรื่องไร้สาระจะขจัดความสัมพันธ์ของเราได้  จ้าวสุริยาเป็นใคร?  เจ้าโง่ ไม่ว่าเจ้าจะพูดยังไงก็ตามคุณชายอย่างข้าจะต้องตายวันนี้แน่นอน มีแต่เจ้าที่ยังโง่อยู่!”

คำพูดประโยคสุดท้ายของบุรุษผมงูมีเสียงไอปะปนเล็กน้อย

เขาไม่คิดว่าในเวลานี้เย่ว์หยางต้องการใช้วิธีผูกมัดแย่ๆเพื่อช่วยเขาเอง...เขารู้ว่านี่เป็นไปไม่ได้ จ้าวสุริยาไม่ใช่คนที่เปลี่ยนใจได้ง่าย ไม่สำคัญว่าจะมีความสัมพันธ์เช่นไร  เมื่อปรากฏตัวที่นี่ก็ต้องตายทั้งหมด

อย่างไรก็ตามการที่เย่ว์หยางเคลื่อนไหวเช่นนั้นแม้ว่าจะเป็นกลยุทธอุบายที่ไม่เข้าท่า แต่ก็ทำให้เขาซาบซึ้งใจเล็กน้อย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขามีคุณสมบัติใดที่จะเป็นสหายกับเด็กน้อยนี่ก่อนตาย?

จ้าวสุริยาได้ยินคำพูดของตู๋กูฉางฟงแล้ว

สีหน้าของเขายังคงสงบ

ไม่โกรธแม้แต่น้อย

เขาพยักหน้าพร้อมกับยิ้ม  “เมื่อข้ามองหาสิ่งหนึ่งอยู่ การเปลี่ยนใจไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนตอนที่ข้าสงสัยคุณชายไตตันข้าต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนลงแรงมหาศาล  และเนื่องจากความเพียรและอดทนที่เพียงพอจนกระทั่งได้เวลาเก็บเกี่ยวดอกผลครั้งสุดท้าย”

“ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจนักใช่ไหม?” เย่ว์หยางวกกลับเข้าประเด็นหลักข้อสนทนาและถามอย่างลี้ลับ  “เมื่อเจ้ามั่นใจนัก จะยืนเฉยอยู่ทำไม?”

“จะจัดการกับคู่ต่อสู้ที่ยากลำบากอย่างเจ้า  ผู้ที่แพ้เจ้าเกือบทั้งหมดมีโอกาสชนะเจ้าและมีกำลังมากกว่า  เป็นเพราะความประมาทมองข้ามรายละเอียดบางอย่างและข้อบกพร่องถูกเปิดเผย ความพยายามทั้งหมดจึงสูญเปล่า  ข้าเห็นเรื่องเช่นนี้มาหลายครั้ง  พลาดท่าเพียงครั้งเดียวอาจต้องเสียใจอย่างยาวนานไม่อาจกอบกู้ได้อีก สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งเดียวไม่อาจย้อนกลับไปทำได้อีก  ดังนั้นไม่ว่าข้าจะมั่นใจแค่ไหนข้าจะต้องระมัดระวังพยายามอย่างเต็มที่ตรวจสอบอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าชัยชนะสุดท้ายจะไม่พลาดล้มเหลว  นอกจากนี้ตามข้อมูลข่าวกรองของข้าคุณชายไตตันเจ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลัง, ความคิด หรือโชค เจ้าคือผู้เชี่ยวชาญศัตรูที่ทรงพลังหลายคนต้องตายไปภายใต้พลังของเจ้าหรือไม่ก็ล้มเหลวจากการคำนวณของเจ้าแม้ว่าเจ้าจะมีคู่ต่อสู้ที่คำนวณคาดการณ์ได้ยากขนาดไหนอย่างเช่นจักรพรรดินีฟ้าแห่งเผ่าเก้าแสง เจ้าก็ยังมีโชคดีพอส่งนางลงสู่ก้นบึ้งแห่งความล้มเหลวได้”

“ดังนั้นข้าจะประมาทคู่ต่อสู้อย่างเจ้าได้อย่างไร!”

คำพูดของจ้าวสุริยาพูดออกมาจากใจจริง

อาจกล่าวได้ว่าเปิดใจพูด

อย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตามหมิงลี่ฮ่าวได้ยินแล้วกลับหลั่งเหงื่อเต็มหน้าผาก  ตัวต่อตัว... บัดซบ...โลกมียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเกินไปอย่างจ้าวสุริยาได้ยังไง?  ทั้งพลังทั้งความคิดคู่ต่อสู้ของเขายังจะมีชีวิตรอดอยู่ได้อย่างไร?

บุรุษผมงูยิ้มมุมปากอย่างขมขื่น  เมื่อเทียบกับจ้าวสุริยาแล้วเขาซึ่งเป็นลูกหลานจากแดนสวรรค์บนกลายเป็นเด็กไปทันที

ไม่มีทางจะเอาชนะได้!

จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและจักรพรรดิเสิ่นกวงยืนอยู่ใกล้จ้าวสุริยา ยังคงมีความรู้สึกในใจเล็กน้อย

เย่ว์หยางยังคงยิ้มเหมือนเดิม เพียงแต่รอยยิ้มของเขาฝืดเล็กน้อย

เขาพยายามผ่อนคลายมืออย่างดีที่สุด

ไม่กล้าแม้แต่จะกำหมัด

เพราะเขากลัวว่าถ้าเขากำหมัด คงจะอดสั่นไม่ได้

ถ้านางพญาเฟ่ยเหวินหลีหรือจื้อจุนอยู่ที่นี่เย่ว์หยางคงจะร้องโวยวายออกมาแน่นอน เทพเจ้าตนใดหนอกออกแบบเกมแบบไหนมาให้เขาเล่นโดยไม่เหลือความสนุกให้เขาบ้างเลย เราคุณชายอุตส่าห์ยกระดับเป็นผู้เล่นระดับสูงภายในไม่กี่วันแต่ก็ยังห่างไกลจากพลังเต็มพิกัด ถ้าต้องตายแล้วยังจะมีนักบวชหลายร้อยคนมาช่วยให้คืนชีพหรือไม่? เฮ้อ...นี่มันเรื่องคอขาดบาดตาย..แต่นางพญาเฟ่ยเหวินหลียังออกมาจากผนึกหลุมดำไม่ได้  จื้อจุนก็ไม่อยู่ที่นั่น  แค่มีสักคนก็ไม่ตายแล้วและเย่ว์หยางก็เข้าใจขึ้นมาบ้าง จักรพรรดิอวี้เศร้าใจแค่ไหนเมื่อต้องตายตามลำพัง!

ถ้ามีความสามารถแบกรับภาระได้เขาจะไม่ทำเช่นนั้น

เย่ว์หยางควรจะออกไปทันทีแต่ทำไม่ได้ ตอนนี้สถานการณ์ไม่อนุญาตให้เย่ว์หยางจากไปได้  เขาไม่มีทางรอดพ้นจากการโจมตีของจ้าวสุริยาได้  เพราะคนผู้นี้จับตามองเขามาตลอดในช่วงไม่กี่ปีนี้แค่ลับมีดรอคอย คิดจะหนีไปไม่ใช่เรื่องง่าย

“ไป หนีไปซะ” จู่ๆหมิงลี่ฮ่าวยิ้มและตบไหล่เย่ว์หยาง พลังของเขาแทบทำให้เย่ว์หยางทรุด “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้นหนีไปทันที ไปหาที่ซ่อนตัว รอจนแข็งแกร่งเพียงพอค่อยกลับมาแก้แค้นให้เราสุดท้าย..ถ้าเจ้ากล้ารังแกน้องสาวข้า ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

“หนีไปคุณชาย! เราเป็นแค่มดแมลง!” จงกวนและผู้คุ้มกันชั้นล่างๆ รวมทั้งฟงจีและจินหวินที่เพิ่งเข้ามาร่วมงานพวกเขาไม่ลังเลเช่นกัน

“เราตายที่นี่ ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เราได้เห็นร่างเทพสมใจแล้ว”ฮัวปันและเฟยหวงพูดเสริม

“จำเอาไว้ ขอให้คงประเพณี (รับน้อง) ดีๆ เอาไว้แม้ว่าเราจะเสียเปรียบ แต่นั่นเป็นประเพณีที่ดีจริงๆ”  ไป๋หม่า เฮยถูยังติดใจชื่นชมประเพณีรับน้องใหม่

“หุบปาก พวกเจ้าช่างน่ารำคาญขัดหูขัดตาข้ายิ่งนัก ข้ายังไม่ทันพูดอะไรเลย พวกเจ้าก็เอาแต่ผายลมให้ข้าฟัง” เย่ว์หยางล้วงเข็มทิศสามพิภพออกมาวางข้างหน้าหมิงลี่ฮ่าว “อย่ามอง! ฝ่ายตรงข้ามคำนวณจุดนี้ไว้แล้ว ตอนนี้มีพลังกฎสวรรค์ป้องกันการเทเลพอร์ตไว้  เจ้าหนีไปได้ไหม? ถ้าเจ้าหนีไปได้ข้าจะไม่พูดเรื่องไร้สาระอะไรของเจ้าอีกเลย!”

“ข้ามักจะรู้สึกว่าคุณชายไตตันจะมีอุบายความคิดที่น่ากลัวที่ยังไม่ได้ใช้ออกมาไม่อย่างนั้นคงสงบใจไม่ได้แน่นอน”  จ้าวสุริยายิ้มทันที “ข้าเดาไม่ออกความมั่นใจสุดท้ายของคุณชายไตตันคืออะไรแต่นั่นไม่ใช่ของหลอกลวงแน่นอน นั่นคือเหตุผลที่ข้าต้องระมัดระวัง!”

“ถ้าเจ้าปล่อยให้เราคุณชายจับได้ข้าจะเฉือนเนื้อเจ้าทีละชิ้นๆ” เย่ว์หยางไม่เคยโกรธจัดมาก่อนในชีวิต

“ข้าก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน....”  จ้าวสุริยายืนยัน และเสริมต่อ  “ข้าก็ต้องการทำอย่างนี้กับเจ้าเหมือนกันนับตั้งแต่ได้รู้จักเจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 965 ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว