- หน้าแรก
- หลังหย่า ฉันจะกลายเป็นเศรษฐี
- บทที่ 14 ยิ่งกว่าสงครามโลก
บทที่ 14 ยิ่งกว่าสงครามโลก
บทที่ 14 ยิ่งกว่าสงครามโลก
บทที่ 14
ผู้ดูแลด้านภาพลักษณ์รีบยกมือไหว้ขอโทษ
“ขอโทษจริง ๆ ครับ คือสองคนหน้าตาเหมือนสามีภรรยามาก ผมเลยเข้าใจผิด ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณผู้หญิง คุณผู้ชาย”
เย่ฝานจือหัวเราะยิ้ม ๆ
“หน้าเหมือนผัวเมียเหรอคะ? ฮะฮะฮะ~ คุณเข้าใจผิดค่ะ เราไม่ใช่ผัวเมียกัน เขาเป็น…เพื่อนชายสนิทของฉันต่างหากค่ะ”
คำว่า เพื่อนชายสนิท นี่มัน…
คนทั้งร้านหันมามองเหลียงซ่านเหวินแทบจะพร้อมกัน
ในความหมายของโลกใบนี้
เพื่อนชายสนิท =
เวลาทะเลาะกับผัว หนีไปค้างบ้านเพื่อนชายสนิท
ทิ้งผัวไว้บ้าน ไปเที่ยวกับเพื่อนชายสนิทเป็นอาทิตย์
กลับมาบ้านยังด่าผัวอีกว่า “แกจะหึงทำไม เขาเป็นแค่เพื่อนชายสนิทของฉัน!”
นี่แหละ… เพื่อนชายสนิท
ช่างทั้งร้านมองเหลียงซ่านเหวินด้วยสายตาปนความสงสาร
โอ้โห ถ้าเป็นผัวของคุณผู้หญิงคนนี้ ต้องเขียวทั้งตัวแน่…
เหลียงซ่านเหวินหัวเราะหึ
“เพื่อนสนิทเนี่ย ไม่ค่อยใช่คนดีเท่าไหร่หรอกนะครับ”
เย่ฝานจือแกล้งทำเสียงยั่ว
“อ๋อ~ แค่คำว่าเพื่อนสนิท ทำให้คุณนึกถึงอดีตล่ะสิ? อ๊ะ เดี๋ยว”
ยังไม่ทันพูดจบ
เพี๊ยะ!
เหลียงซ่านเหวินฟาดมือไปที่ก้นนุ่ม ๆ ของเธอหนึ่งที
เสียงดังจนร้านเงียบ
เย่ฝานจือร้อง “อ๊ะ!” หน้าขาวระเรื่อขึ้นทันที
“เหลียงซ่านเหวิน! คุณตีฉันท่ามกลางคนตั้งเยอะแบบนี้ ไม่อายหรือไง!”
“นี่แค่ลงโทษเบา ๆ ถ้าคุณยังตั้งใจยั่วผมอีก เดี๋ยวผมจะพาคุณไปหน้าหลุมศพผัวคุณ แล้ว ‘เพี๊ยะ ๆ ๆ’ ให้เขาดูเลยว่าผู้หญิงของเขาโดนตีจนก้นแดง”
เย่ฝานจือกลับยิ้ม
“ดีค่ะ~ ให้เขาเห็นเลยก็ได้ว่าฉันถูกคนอื่นตี”
ทั้งร้าน : “…?”
นี่มันรสนิยมแบบไหนกันเนี่ย…
เหลียงซ่านเหวินหัวเราะลั่น
เขาเริ่มคุ้นกับความ “ไม่ปกติ” ของผู้หญิงคนนี้แล้ว
สงสัยในกลุ่มเพื่อนเธอจะยิ่งกว่านี้อีก
เขาคิดในใจ
หรือว่าเธอ…กำลังเล็งฉันอยู่?
“คุณอย่าพูดเล่นลามกน่า รอแป๊บ ผมไปจ่ายเงินก่อน”
เขาเดินไปเคาน์เตอร์เพื่อจ่ายเงิน
ทั้งร้านมองตามแล้วพึมพำว่า
“อืม…ใช่ เพื่อนชายสนิทจริง ๆ ไม่งั้นไม่กล้าตีแบบนี้”
เหลียงซ่านเหวินจ่ายเงินผ่านมือถือ
【ติ๊ง! ค่าลงทุนด้านภาพลักษณ์ + สองพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า
สะสมครบแล้วลุ้นรางวัลพิเศษแบบคูณหลายเท่า】
ระบบช่วยเหลือผู้ชายอธิบายสั้น ๆ
ระบบไม่บังคับให้เขาต้องทำอย่างไร
ถ้าเขาขี้เกียจและใช้เงินซื้อแต่ของแพง ๆ เพื่อเอาโบนัส ระบบก็ยังให้เงิน
แต่ผลลัพธ์คือเขาจะไม่เปลี่ยนแปลงตัวเองเลย
แต่เหลียงซ่านเหวินเลือกอีกทาง
เขาเลือก “ยกระดับตัวเอง” จากภายนอกและภายใน
อยากเป็นผู้ชายที่ทั้งหล่อ มีเงิน และมีคุณภาพในตัว
ลุย! ลงทุนกับตัวเองต่อไป! รางวัลยิ่งใหญ่กำลังรออยู่!
ออกจากร้านทำผม ทั้งคู่ขึ้นรถเบนท์ลีย์
เย่ฝานจือมองกระจกแต่งหน้า
“ไปร้านไหว้ต้า ฉันเลี้ยงข้าวเอง”
เหลียงซ่านเหวินส่ายหน้า
“ผมเลี้ยงดีกว่า ผมไม่ชอบใช้เงินผู้หญิง”
เย่ฝานจือหัวเราะหึ
“อ๋อ…ไม่ชอบใช้เงินผู้หญิง แต่ชอบให้ผู้หญิงใช้เงินคุณสินะ? เหมือนเมียเก่าคุณไง เอาเงินที่คุณหามาด้วยเลือดกับเหงื่อไปให้ผัวใหม่เธอใช้สบาย ๆ”
เหลียงซ่านเหวินชี้หน้าทันที
“คุณนี่มัน…พูดแทงใจผมทั้งวันเลยใช่ไหม!”
เย่ฝานจือยักไหล่
“งั้นทำตามที่ฉันบอกสิ ฉันจะใช้เงิน ‘ผัวที่ตายแล้ว’ ของฉันเลี้ยงคุณ
พาไปเที่ยว พาไปกินข้าว ซื้อเสื้อผ้าชุดชั้นในให้คุณ”
เหลียงซ่านเหวินหัวเราะแทบสำลัก
“คุณจะซื้อพวกนั้นให้ผม เพื่อให้ผมใส่ไปให้คุณดูสินะ?”
เย่ฝานจือปิดปากหัวเราะ
“ก็ไม่แย่นะคะ ฮะฮะ~”
“นี่คุณกลับมาลามกอีกแล้วนะ”
“เลิกพูดมากสิ เร็ว ๆ ฉันหิวจนจะตายอยู่แล้ว แต่ทรงผมใหม่นี่…ฉันเลือกเก่งไหมล่ะ?”
เหลียงซ่านเหวินแกล้งถาม
“หล่อสู้ผัวที่ตายแล้วของคุณได้ไหม?”
เย่ฝานจือหน้าบึ้งทันที
“อย่าพูดถึงคนสารเลวตกส้วมคนนั้นนะ ฉันจะอ้วก”
“โอเค ๆ ผมไม่พูดแล้ว”
“แบบนี้สิถึงเรียกว่าเป็นคนดี”
เธอฮัมเพลงเบา ๆ นั่งไขว่ห้าง
ขาขาวเนียนวับขยับไปมาพร้อมรองเท้าส้นสูงที่แกว่งปลายเท้า
“เอ่อ…ผัวที่ตายแล้วของคุณ ชื่ออะไรนะ?”
เย่ฝานจือตอบทันที
“เหลียงซ่านเหวิน!”
เหลียงซ่านเหวินเกือบสำลัก
“เดี๋ยวสิ! ผมถามชื่อผัวที่ตายแล้วของคุณ ทำไมคุณเรียกชื่อผม?”
เย่ฝานจือเชิดหน้า
“อย่าพูดถึงคนๆนั้นได้ไหม โอเคไหมคะ? ไม่งั้นฉันจะเขียนโพสต์ลงโซเชียลว่า ‘พ่อหนุ่มขับเบนท์ลีย์ลวนลามฉัน’ เอาไหมล่ะ?”
“โว้ย…คุณนี่มันตัวแม่สายหวานเลยใช่ไหม?”
เย่ฝานจือหัวเราะเบา ๆ
“ถ้าคุณยังถามเรื่องผัวที่ตายแล้วของฉันอีก ฉันจะกลายเป็นสายหวานตัวจริง เชื่อไหม?”
“เชื่อครับเชื่อ ยอมแล้วก็ได้”
เหลียงซ่านเหวินเป็นหนึ่งในเหยื่อที่เคยโดน “สายหวาน” โจมตีจนเจ็บแสบ
เขากลัวที่สุดก็คือผู้หญิงสายนี้แหละ
เย่ฝานจือเห็นจุดอ่อนของเขาแล้ว
ใช่…เขากลัวสายหวานจริง ๆ
“ตรงนี้หาที่จอดรถยาก เดี๋ยวผมเอารถไปจอดก่อน แล้วตามคุณเข้าไปนะ”
“ร้านโน้นค่ะ ตรงข้ามถนน ฉันเข้าไปก่อน”
เย่ฝานจือก้าวลงจากรถ เดินข้ามถนนไปยังร้านอาหารหรู พอเดินเข้าไปถึงทางเดินหน้าห้องน้ำ เธอก็ชะงักทันที
เธอเห็น “คนที่รู้จักดีมาก” คนหนึ่งเดินออกจากห้องน้ำแล้วเดินตรงไปยังห้องอาหารส่วนตัว
หวังเฉิง
ถ้าเขาอยู่ที่นี่…
แปลว่า “หลีซิงหร่าน” ก็ต้องอยู่ด้วย
เย่ฝานจือยกยิ้ม
วันนี้น่าสนุกละสิ
เธอจงใจยกเสียงเรียกดังขึ้น
“ผัวขา~!”
เสียงรองเท้าส้นสูงของเธอกระทบพื้นดัง “ตึก ตึก ตึก” ตามมา
หวังเฉิงถึงกับชะงัก
เสียงในหัวดัง บึ้ม!
ทั้งตัวแข็งเป็นหินอยู่หน้าประตูห้องอาหารส่วนตัว
ประตูเปิดแง้มออกมาครึ่งบาน
ข้างใน…คือ หลีซิงหร่าน นั่งอยู่
หลีซิงหร่านได้ยินเสียงเย่ฝานจือเช่นกัน แต่ใบหน้าของเธอไม่แสดงความตื่นตระหนกแม้แต่นิดเดียว
จิตใจนิ่งมาก
ตอนนี้พวกชู้หน้าด้านทั้งหลายใจกล้าขึ้นเยอะแล้วจริง ๆ
เธออย่าร้างไปแล้ว
เธอจะกลัวอะไรอีก?
เย่ฝานจืออยู่นอกห้อง?
ดีเลย…ให้มันชัด ๆ กันไปเลยก็ได้
“อย่า…อย่าเพิ่งออกมา!”
หวังเฉิงทำสัญญาณมือให้หลีซิงหร่านหยุด
อย่าพึ่งโผล่หน้าออกมา! ใจเย็นก่อน! ใจเย็นนนนน!
เขารีบปิดประตูช้า ๆ
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
นี่เป็นเหตุการณ์ที่เขาไม่เคยคิดว่าจะเจอในชีวิตจริง
ซวยแล้ว…ซวยแล้ว ซวยแน่ ๆ!
เขาพยายามดึงสติกลับมา
สูดหายใจ ฝืนยิ้มแบบ “ผัวแสนดีประจำบ้าน” แล้วหันไปหาเย่ฝานจือ
“ที่รัก...ทำไมหน้าผากคุณมีเหงื่อออกเยอะจังคะ?”
เย่ฝานจือค่อย ๆ เดินเข้ามาหยิบทิชชู่ขึ้นเหมือนจะช่วยเช็ดเหงื่อให้
หวังเฉิงรีบโบกมือ
“ไม่ต้อง ๆ ผมพึ่งไปตีกอล์ฟกับลูกค้ามาครับ ซึ่งร้อนมากเลย ห้องนี้ก็เปิดแอร์เบาก็เลยยังร้อนอยู่…แล้วคุณล่ะ
ไม่ใช่บอกจะไม่ออกจากบ้านเหรอ ทำไมมาร้านนี้ได้?”
เย่ฝานจือยิ้มบาง ๆ
“ฉันนัดเพื่อนมากินข้าวค่ะ เพื่อนไปหาที่จอดรถอยู่ เดี๋ยวก็มา”
เธอเริ่มยิ้มอย่างคนที่รู้เรื่องทุกอย่าง
และรอ “ความชิพหาย” ของใครบางคน
หลีซิงหร่าน…
ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่มีหุ่นระดับ 36D
แต่ยังใจแข็งมาก หน้าตาไม่สะทกสะท้านสักนิดตั้งแต่เมื่อกี้จนตอนนี้
ตรงกันข้ามกับหวังเฉิง
ที่กำลังกลัวจนแทบจะเป็นลม
เขากลัวหลีซิงหร่านจะพังประตูออกมาด่ากลางร้าน
กลัวเมียตัวเองกับชู้จะตีกันต่อหน้าแขกเต็มร้าน
เพราะเย่ฝานจือยังไม่รู้ว่าเขามีผู้หญิงอีกคน
เย่ฝานจือยิ้มถามเสียงหวาน
“ผัวขา~ ลูกค้าคนสำคัญของบริษัทอยู่ข้างในใช่ไหมคะ? ไม่พาฉันเข้าไปแนะนำให้รู้จักบ้างเหรอ?”
หวังเฉิงหน้าเริ่มซีดลงไปอีก
เย่ฝานจือตั้งใจจงใจเธออยากเห็นเขาพัง
ความคิดหวังเฉิงวิ่งชนกันอุตลุด
หาเหตุผลมาหยุดไม่ให้เมียตัวเองเข้าไปในห้องนั้น
เขากลัวหลีซิงหร่านจะเดินออกมา
แล้วทุกอย่างจะจบสิ้นทันที