- หน้าแรก
- หลังหย่า ฉันจะกลายเป็นเศรษฐี
- บทที่ 6 ดาวมหาลัย
บทที่ 6 ดาวมหาลัย
บทที่ 6 ดาวมหาลัย
บทที่ 6
ร้านทำผม “เทียนเทียนบาร์เบอร์” อยู่ที่ชั้นล่างของอาคารเก่าในชุมชน เหลียงซ่านเหวินจอด เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้า
ไว้ตรงที่จอดรถของชุมชน จากตรงนี้เดินเข้าร้านทำผมได้เหมือนกัน แต่ฝั่งนี้เป็นทางเข้าบ้าน ถ้าจะเข้าร้านจริง ๆ ต้องเข้าทางด้านหน้าติดถนน
เขาวางเหยียนเหยียนลงบนเตียง เด็กน้อยถึงจะหลับยังคงกำชุดเอลซ่าไว้แน่น เหลียงซ่านเหวินผสมนม แล้วยื่นใส่ปากให้ เธอคลายมือในที่สุด
อายุเพียงสามขวบ ตอนนี้ยังดื่มนมอยู่
เหลียงซ่านเหวินต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ เขาตักน้ำใส่กะละมัง อาบน้ำให้ลูกสาว ตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว เขาถึงได้อาบน้ำของตัวเองเสร็จ
แล้วกลับมานอนบนเตียงคู่ กลิ่นของหลีซิงหร่านที่หลงเหลือบนหมอนโชยมา เขาคว้าหมอนใบที่มีกลิ่นนั้นโยนลงถังขยะทันที
“โธ่เว้ย ปวดหัวจริงว่ะ นอนดีกว่า!”
เช้าวันรุ่งขึ้น นกกระจอกบนเสาไฟฟ้าข้างหน้าต่างเริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว
เหลียงซ่านเหวินลืมตาตื่น เห็นลูกสาวนั่งอยู่บนเตียงเล็กฝั่งตรงข้าม กำลังปั้นดินน้ำมันเล่นอย่างตั้งใจ
“เหยียนเหยียน ทั้งสองตัวนี้เป็นใครเหรอ?” เหลียงซ่านเหวินยืดเส้นยืดสายแล้วถาม
“คนใส่กระโปรงสีขาวนี่คือแม่ ส่วนคนใส่กระโปรงเต้นรำคือน้า พ่อ ช่วยส่งให้น้าหน่อยได้ไหมล่ะ? หนูสัญญาไว้ว่าจะทำให้น้า”
“ได้สิ แต่หนูต้องสัญญากับพ่อเหมือนกันนะ วันนี้ไปเรียน ห้ามฉี่ราด ถ้าปวดให้บอกครูอวี่หมั่น เข้าใจไหม?”
“ค่า~”
เหลียงซ่านเหวินหัวเราะเบา ๆ ชงนมให้ลูกดื่ม
ทุกเช้าและเย็นเหยียนเหยียนต้องดื่มนมเสมอ แต่ก่อนนี่ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย เพราะยิ่งโต ยิ่งกินเยอะขึ้นจนน่าตกใจ
หลังจากนั้นเขาจัดผมถักเปียให้ลูกสาว อาชีพเขาคือช่างทำผม ทรงผมลูกสาวจึงไม่เคยซ้ำกันสักวัน
กินข้าวเช้าเสร็จ เขาก็พาเธอไปส่งที่โรงเรียนอนุบาล
โรงเรียนอนุบาลอยู่บนถนนเส้นเดียวกัน เดินไม่กี่นาทีก็ถึง เหลียงซ่านเหวินถือว่าเป็นการออกกำลังกายของตัวเองทุกวัน
“จำไว้นะ~ ต้องส่งให้น้าด้วยนะ~”
“จ้า ๆ ๆ พ่อจำได้แล้ว”
“บายบาย~”
เหยียนเหยียนสะพายกระเป๋าวิ่งเข้าประตูโรงเรียน เมื่อตรวจมือและปากเรียบร้อยก็เข้าเรียนได้
เหลียงซ่านเหวินกลับร้านทำผม ตั้งใจว่าวันนี้จะไม่เปิดร้าน เขาหยิบตุ๊กตาดินน้ำมันในกล่องของขวัญ
และถุงที่ใส่ชุดกี่เพ้าของเย่ฝานจือ เพื่อนำไปส่งร้านซักแห้ง จากนั้นขับ เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้า ออกจากหมู่บ้าน
เมื่อคืนมืดจนดูรถไม่ชัด พอได้มองตอนนี้ถึงรู้ว่าเบาะภายในเป็นสีไวน์แดง ตัวถังสีฟ้าอัญมณีสวยสะดุดตา ขับบนถนนก็ดึงสายตาคนไม่หยุด
สถาบันสอนเต้นเมืองโมตู
เป็นสถาบันของหลีเวินหนิง
เหลียงซ่านเหวินไม่เคยมา เพราะก่อนหน้านี้หลีซิงหร่านจะเป็นคนมาหาน้องสาวเอง หรือไม่ก็น้องสาวแวะมาร้านทำผมเยี่ยมหลาน
ที่หลีเวินหนิงเลือกเรียนที่สถาบันสอนเต้นเมืองโมตู ก็เพราะพี่สาวและพี่เขยอยู่ในเมืองโมตู
เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้าขับผ่านถนนใหญ่ แล้วเลี้ยวเข้าสถาบันสอนเต้น กดการ์ดผ่านประตู
ขับเข้ามาในบริเวณโรงเรียน เหล่านักศึกษาที่เดินผ่านต่างหันมามองและเริ่มซุบซิบกัน
“โห เบนท์ลีย์ เบนเทย์ก้า แถมยังคันใหม่ ราคากี่ล้านวะ?”
“เบนท์ลีย์นะ อย่างน้อยหลายล้านแน่นอน”
“อยากรู้นัก ใครเป็นคุณชายบ้านรวยมารับสาวในสถาบันเราอีกแล้ว?”
รถจอด เหลียงซ่านเหวินลงจากรถ โทรหาหลีเวินหนิงสองสายก็ไม่รับ คิดว่าเวลานี้เธอน่าจะอยู่หอพัก
“น้องครับ ขอถามหน่อย หอพักผู้หญิงไปทางไหน?”
“ทางนั้นครับ”
“ขอบใจนะ”
เขาปิดประตูรถ เดินถือกล่องของขวัญตรงไปยังหอพักหญิง
เหล่านักศึกษาที่เห็นหลังของเจ้าของเบนท์ลีย์ต่างกระซิบกันเบา ๆ
“อีกรายแล้วเหรอ จะมารับใครอีก?”
“ก่อนหน้านี้มีเจ้าของปอร์เช่มาพยายามสารภาพรักอยู่สามวันก็คว้ารุ่นพี่ปีสามไปได้ รายนี้จะใช้กี่วัน?”
“ไม่ถึงวันหรอก เดี๋ยวก็ควงกันออกไปแล้ว”
“ไม่ถึงวัน? จะเร็วไปไหม อย่างน้อยต้องเล่นตัวสักวันสองวันปะ”
“เล่นตัวบ้าอะไร มองรถเขาสิ เบนท์ลีย์นะ หลายล้านเลยนะเว้ย
เหลียงซ่านเหวินเดินถามทางไปจนถึงหน้าหอพักหญิง
แม่บ้านดูแลหอพักกำลังดูละครเรื่อง “เธอคือดอกไม้แห่งโลกของฉัน” อยู่ พอเห็นผู้ชายรูปร่างดีคนหนึ่งถือกล่องของขวัญทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ มองเข้าไปด้านใน
“เฮ้ ทำอะไรอยู่ตรงนี้?” แม่บ้านเดินออกมาถาม
“ผมมาหาหลีเวินหนิง ปีสี่ครับ” เหลียงซ่านเหวินรู้แค่ว่าน้องเมียเรียนปีสี่ ส่วนภาควิชาอะไรไม่รู้เลย
“ฮะ คนที่มาหาหลีเวินหนิงอีกคน”
“อีก…? มีคนมาหาเธอเยอะเหรอครับ?”
“สัปดาห์นี้ คุณเป็นคนที่ห้าแล้ว กลับไปเถอะ อย่ามากวนเด็กเขาเรียนเลย”
แม่บ้านพูดเหมือนมองทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง
“อะ…???”
“ฮะฮะฮะ~”
ขณะนั้นเอง มีนักศึกษาหญิงคนหนึ่งลงมาทิ้งขยะพอดี เธอหัวเราะแล้วพูดว่า
“พี่สุดหล่อคะ ฉันรู้ว่าหลีเวินหนิงอยู่ไหนค่ะ อยู่ตึกเรียนรวม ชั้นสาม ฉันเพิ่งลงมานี่เอง เห็นเธออยู่ในห้องสิบสาม”
“โอเคครับ ขอบคุณ… เอ่อ… ขอถามหน่อย ทำไมพอผมบอกว่าจะหาหลีเวินหนิง แม่บ้านถึงทำท่าจะกินหัวผมขนาดนั้น?”
“คุณไม่รู้เหรอว่าหลีเวินหนิงเป็นดาวมหาลัยน่ะ?”
น้องสะไภ้ผมเป็นดาวมหาลัยเหรอ???
ก่อนหน้านี้ผมเอาแต่ทำงานหาเงิน ไม่สนใจเรื่องนอกหน้าต่างเลยสักนิด จะไปรู้ได้ยังไงว่าดาวมหาลัยอยู่ในบ้านเดียวกับผม?
แต่พูดตามตรงนะ พี่น้องตระกูลหลีทั้งสองคนสวยมากจริง ๆ
ไม่งั้นหลีซิงหร่านคงไม่มีโอกาสไปเป็นมือที่สามของพวกคนมีเงินหรอก ใช่ไหมล่ะ?
คนเรามักมองคนรักว่าสวยที่สุด เหลียงซ่านเหวินเมื่อก่อนเอาแต่จดจ่อกับพี่สาว เลยไม่ค่อยสนใจน้องสาวเท่าไหร่
ผิดที่ “พี่เขย” จริง ๆ แหละ
“พี่สุดหล่อคะ หลีเวินหนิงเป็นคนนิ่งมากค่ะ หลายคนมาจีบ แต่เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเลย ขอให้โชคดีนะคะ”
“…..”
ตึกเรียนรวม ชั้นสาม
“หนึ่งตึ้กตั้ก สองตึ้กตั้ก…”
“นั่งลงอีกนิด… อ๊า! เจ็บ!”
จากสองฝั่งของทางเดิน ห้องเต้นต่าง ๆ มีเสียงนักเรียนเต้นร้องด้วยความเจ็บปวดดังลอดออกมา
ห้องสิบสามอยู่สุดทางเดิน
นักเรียนสาวใส่ชุดเต้นรัดรูปสีดำกำลังฝึกอยู่หน้ากระจก เคลื่อนไหวทีละท่าอย่างตั้งใจ ท่วงท่าที่อ่อนช้อยถูกแสงแดดส่องกระทบ ทำให้รูปร่างของเธอยิ่งงดงาม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู หลีเวินหนิงที่ม้วนมวยผมหันกลับมา สีหน้าเย็นเฉียบเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มดีใจทันที
“พี่เขย!”
เธอร้องออกมา ก่อนจะวิ่งมาหาเขา แต่รีบชะลอฝีเท้า พยายามทำตัวให้เรียบร้อย เดินมาหยุดตรงหน้าเขาอย่างเขิน ๆ
ก้มหน้าแล้วเงยขึ้นอีกครั้ง เหงื่อที่หน้าผากเต็มไปหมดเพราะกำลังซ้อม เธอปัดผมข้างหูแล้วพูดอย่างนุ่มนวลว่า
“พี่เขยมาหาหนูเหรอคะ~”
เหลียงซ่านเหวินส่งกล่องของขวัญให้เธอ
“เหยียนเหยียนปั้นตุ๊กตาดินน้ำมันให้เธอ บอกให้ฉันต้องเอามาให้วันนี้”
หลีเวินหนิงเปิดดูแล้วยิ้ม
“ฮะฮะฮะ~ น่ารักจัง เหยียนเหยียนเก่งมาก หนูชอบมากเลยค่ะ”
เหลียงซ่านเหวินหัวเราะเล็กน้อย
“พี่เขย หัวเราะอะไรคะ?”
“ก็เพิ่งรู้ตอนมาโรงเรียนว่าหนูฮ็อตมาก ไม่คิดเลยว่ายัยเด็กแสบจะกลายเป็นดาวมหาลัยได้”
สำหรับเขา ภาพจำของเธอยังเป็นเด็กหญิงวัยสิบห้าสิบหกตอนพี่สาวแต่งงาน แต่ตอนนี้กลายเป็นสาวสวยเต็มตัวแล้ว
โตหมดแล้วจริง ๆ
“หนูไม่ใช่เด็กแล้วนะพี่เขย หนูโตแล้วต่างหาก” หลีเวินหนิงเชิดอกขึ้น
“จ้า ๆ โตแล้ว โตมากด้วย”
เธอบ่นเสียงออดอ้อน
“เพราะพี่เขยไม่เคยมาหาหนูเลย เอาแต่สนใจพี่สาว ดูแลแต่พี่สาว ไม่สนใจหนูเลย”
“ฮ็อตขนาดนี้ มีแฟนยัง?”
“ไม่มีค่ะ ไม่มีจริง ๆ พี่เขย หนูไม่มีแฟน หนูโสด หนูโสดมาตลอดเลย!”
“ชอบผู้ชายแบบไหน เดี๋ยวพี่เขยหาให้”
“ไม่บอก!”
“อุ๊ย ปิดความลับด้วย แสดงว่ามีคนที่ชอบแล้วแน่ ๆ เลยสิ?”
“โอ๊ย พี่เขยอย่าพูดสิคะ หนูอายนะ เอาเป็นว่าบอกพี่สาวด้วยนะว่าหลังเลิกเรียนหนูจะไปหาเหยียนเหยียน”
“ฉันกับพี่สาวเธอหย่ากันแล้ว”
“ล้อเล่นใช่ไหม พวกพี่จะหย่าได้ไง หนูไม่เชื่อ!”
“เรื่องแบบนี้ฉันไม่เอามาล้อเล่นหรอก”
“ทำไมต้องหย่า?”
“พี่สาวเธอมีคนอื่น แล้วฉันจะอยู่ให้เขานอกใจซ้ำอีกทำไม?”
“พี่สาวหนูแย่เกินไปแล้ว!”
“เลิกก็เลิก ไม่สนใจแล้ว เธออยากมาเจอเหยียนเหยียนตอนไหนก็มาได้ แต่จากนี้ฉันไม่ใช่พี่เขยเธอแล้ว เรียกชื่อฉันก็พอ ฉันไปล่ะ ตั้งใจเรียนด้วย”
พูดจบ เหลียงซ่านเหวินก็หมุนตัวจะเดินออกไป
หลีเวินหนิงทรุดตัวลงนั่ง ย่อเข่าก้มหัวร้องไห้โฮทันที
มีนักศึกษาผ่านมาเห็นเข้าพอดี เขาตกใจแล้วพูดว่า
“อ้าวนี่ นายไม่ใช่มาจีบหลีเวินหนิงเหรอ ทำไมทำเขาร้องไห้หนักกว่าอกหักอีกละ?”
เหลียงซ่านเหวิน: “…???”