เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 962 ถ่วงเวลาไว้ จ้าวสุริยาจะมาในอีกไม่ช้า?

ตอนที่ 962 ถ่วงเวลาไว้ จ้าวสุริยาจะมาในอีกไม่ช้า?

ตอนที่ 962 ถ่วงเวลาไว้ จ้าวสุริยาจะมาในอีกไม่ช้า?


ขณะที่ทุกคนตะลึงสงสัยว่าเย่ว์หยางทำได้อย่างไรเย่ว์หยางก็ออกมาอีกครั้ง

และบอกกับทุกคนตามตรง“เป็นร่างเทพแน่นอน ดูเหมือนจะเป็นร่างเทพธิดา แต่ข้าไม่เห็นมีอะไรเลย”  หลังจากหยุดเล็กน้อยเขาพูดต่อ  “นึกไม่ถึงเลยว่ากระโปรงยาวที่ยาวถึงเข่ายังมีกางเกงชั้นในยาวเท่ากันอีกผู้นี้เตรียมตัวป้องกันไว้เป็นอย่างดี!

ทุกคนที่อยู่ในที่นั้นพากันเงียบกริบทันที

พวกเขาไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี

หลังจากราชาชิงหลางสับสนอยู่ครู่หนึ่งเขาค่อยนึกได้ว่า คุณชายไตตันมีความสามารถนี้อยู่จริงๆ

ก่อนหน้านี้มีเหตุลอบโจมตีที่บึงหยุดลมเขาใช้ทักษะแฝงเร้นเงาเสมือนเพื่อหลอกทุกคน ตอนนี้มิใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้เงาปีศาจเข้าไปในพื้นที่มิติแดนดาวเพียงแต่สิ่งที่ราชาชิงหลางและคนอื่นสงสัยก็คือทำไมคุณชายไตตันเข้าไปแล้วจึงออกมาอีก?

เห็นได้ชัดว่าเขาสามารถเข้าไปข้างในคนเดียวได้

ตอนนี้เขาออกมาอีกครั้ง

นอกจากเปิดกระโปรงร่างเทพธิดาแล้วเขาไม่ได้ทำอะไรอื่น

คุณชายไตตันผู้นี้ฉลาดเกินไป...เท่าที่มองเห็นเขาผิดธรรมดาเกินไป ไม่เพียงแต่ราชาชิงหลางเท่านั้นที่รู้สึก แม้แต่ศัตรูอย่างจอมหักหลังและบัณฑิตซือเหรินกับพวกเค้นสมองคิดให้ตายก็ไม่สามารถเข้าใจได้

จอมโฉดต้องการจะลงไปจับเย่ว์หยางแต่บัณฑิตซือเหรินที่ปลอมตัวเป็นจักรพรรดิฟู่โฉวก่อนนั้นรีบห้ามทันที

สามารถออกมาได้  ก็กลับเข้าไปได้อีกครั้ง

ถ้าจะเริ่มทำอะไรกับคุณชายไตตันก็เท่ากับผลักดันเขาเข้าไปในพื้นที่แดนดาวได้?

ดีที่สุดก็คือแกล้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่ว่าเขาจะทำอะไรที่ต้องการก็ปล่อยให้ทำไป  ถ้าเขาชอบเข้าไปเขาสามารถอยู่กับทุกคนข้างนอกได้ ไม่ควรทำให้คุณชายผู้นี้ขุ่นเคือง ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์สามารถกวาดแดนสวรรค์ล่างได้ทั้งหมด  แต่แดนสวรรค์บนเขาไม่กล้าพูดเช่นนี้  มีบางอย่างที่เขาทำไม่ได้และไม่กล้าลงมือทำอะไรเกินเลย!

“เจ้ามานี่ก่อน”  เทวีเสรีภาพหงุดหงิดเล็กน้อยกับการกระทำของเย่ว์หยางสำหรับนางแล้ว เย่ว์หยางเป็นเด็กดี เขาทำแบบนี้ได้ยังไง?

นางตัดสินใจอบรมสั่งสอนเย่ว์หยาง

แน่นอนว่ามีแต่เย่ว์หยางที่นางคู่ควรให้นางอบรมสั่งสอน

ถ้าเป็นคนอย่างราชาชิงหลางหรือจอมหักหลังทำแม้ว่านางจะโกรธ แต่นางจะไม่พูดอะไรสักคำแน่นอน

เหตุผลง่ายๆ

ในใจของเทวีเสรีภาพเย่ว์หยางสมควรได้รับการแก้ไข ขณะที่คนอื่นที่อยู่ในนี้จิตใจเสียหายไปแล้วเกินครึ่ง เป็นสภาพจิตใจที่มิอาจเยียวยารักษาได้

เย่ว์หยางเดินเข้าไปหานางอย่างอารมณ์ดี แต่ในที่สุดเขาก้มหน้ายอมรับคำแนะนำสั่งสอนจากนาง

ดูจากท่าทางเขาก่อนนี้แนวคิดคุณธรรมยังไม่ได้อบรมมาอย่างดี

ผ่านไปแล้วก็ต้องเรียนบทใหม่

ขณะที่เย่ว์หยางถูกอบรมสั่งสอนในโลกศิลามีคนเพิ่มเข้ามาอีกสองคน

ทั้งสองคนนี้ให้ความรู้สึกถึงพลังของพวกเขาเองได้โดยไม่ต้องมอง ราชาชิงหลางและนักสู้ปราณฟ้าคนอื่นไม่สามารถมองเห็นภาพเลือนลางของพวกเขาได้ด้วยตาตนเอง  นอกจากนี้นี่ยังตัดสินได้ถึงพลังของอีกฝ่ายหนึ่งว่ามีมากมายเหลือเฟือการปรากฏร่างของทั้งสองนั้นคล้ายกัน แต่รัศมีที่เปล่งออกมาจากร่างกายนั้นต่างกันร่างหนึ่งเป็นสีทองดูศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่อีกร่างหนึ่งเป็นสีแดงฉานกราดเกรี้ยว บุรุษผู้มีรัศมีประกายศักดิ์สิทธิ์ถืออาวุธยาวไว้ในมือแต่มองไม่ออกว่าเป็นพลองหรือหอก ดูมีแสงสว่างเจิดจ้า

ส่วนบุรุษที่มีรัศมีแดงกราดเกรี้ยวห้อยกระบี่เล่มหนึ่งที่เอว

ปลายกระบี่เหมือนจะมีเลือดหยาดหยด

นอกจากนี้ขณะที่คนผู้นี้ก้าวย่างแต่ละก้าว ทุกๆ ย่างก้าวดูเหมือนจะมีรอยเท้าสีเลือด

แม้ว่าคนทั้งสองจะเข้ามาในเวลาเดียวกันแต่พวกเขาก็เดินแยกกันคนละด้าน  ในทุกๆฝีก้าวดูเหมือนว่าพร้อมจะโจมตีคู่ต่อสู้ได้ทุกเวลา  ความโกรธเกลียดและจิตสังหารแบบนั้นแม้แต่งูที่จำศีลอยู่ในฤดูหนาวก็ยังสะดุ้งตื่นขึ้นและเผ่นหนีทันที

ความเกลียดชัง

ความโกรธเกลียดชังเข้ากระดูกดำ

จุดจบชีวิตของคนทั้งสองแน่นอนว่าจะมีตายเพียงหนึ่งรอดเพียงหนึ่ง

“เจ้ายังไม่พบสะเก็ดศิลาดวงดาวหรือ?  ช่างเถอะ, ข้ารอไม่ไหวแล้ว มันไม่สำคัญข้ามีเลือดของนักสู้ปราณฟ้าระดับเจ้าเมืองในเขตแดนของจักรพรรดิแดนดินมากถึงร้อยแปดคน  ดูเหมือนว่าน่าจะพอ”  บุรุษคนซ้ายมือที่มีแสงศักดิ์สิทธิ์กล่าว

“บังเอิญข้าก็รวบรวมเลือดของนักสู้ปราณฟ้าระดับเจ้าเมืองไว้มากกว่าสองร้อยคนอยู่ในมือเช่นกัน”  บุรุษผู้เหมือนมีอารมณ์โกรธอยู่ตลอดเวลาตวาด

“.....” ราชาชิงหลางและคนอื่นๆ กลัวจนขนลุก

พวกเขาจำได้ว่าสองคนนี้เป็นใคร

คนหนึ่งคือจักรพรรดิเสิ่นกวง(แสงเทพ)เจ้านายใหญ่สุดของพวกเขา  และอีกคนหนึ่งคือศัตรูที่แท้จริงของพวกจักรพรรดิเฟิ่นนิ่ว (พิโรธ)จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วเป็นที่เกลียดชังยิ่งกว่าจักรพรรดิฟู่โฉว (แค้น)จักรพรรดิฟู่โฉวถ้าไม่พบพวกเขาอาจไม่หาโอกาสฆ่า แต่ถ้าเป็นจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วนั้นแตกต่างกัน เขาเกิดมาเพื่อฆ่าจักรพรรดิเสิ่นกวงและทำร้ายจักรพรรดิเสิ่นกวง เว้นแต่จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วตายเขาจะไม่มีวันปล่อยจักรพรรดิเสิ่นกวงและเจ้าตำหนักน้ำรุ่นใหม่ไปขณะที่จักรพรรดิฟู่โฉวก็จะไม่ปล่อยเขาไว้เช่นกัน

บัณฑิตซือเหรินและคนเครายาวตัวแทนกองกำลังของฝ่ายตนเองคำนับจักรพรรดิแดนดินทั้งสอง

พิธีกรรมเป็นการกระทำที่ทำเหมือนกันทุกคนด้วยทัศนคติแสดงความเคารพอย่างเดียวกัน ไม่มีใครสามารถจับผิดกันได้

แต่จักรพรรดิแดนดินทั้งสองยังคงอยู่ในอารมณ์ที่โกรธ

จักรพรรดิเสิ่นกวงแค่นเสียงเล็กน้อยพยายามระงับความโกรธในใจ

แต่จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วระงับความโกรธไม่ได้เขาตบบัณฑิตซือเหรินกระเด็น “ไสหัวไปให้พ้น, พวกเจ้าไม่ได้มีความเคารพที่แท้จริงแม้แต่น้อย ถ้าไม่ใช่เพราะราชาสองหน้าเชิญมาและสัญญาว่าจะให้ร่างเทพที่เหลือและเลือดเทพหลายหยดกับข้าข้าจะไม่มีทางร่วมมือกับพวกเจ้า”

จักรพรรดิเสิ่นกวงหัวเราะลั่น“ไม่จำเป็นต้องร่วมมือกับสุนัขบ้าก็ได้ตราบเท่าที่พวกเจ้ามอบร่างเทพให้กับข้าผู้เป็นจักรพรรดิข้าจะช่วยพวกเจ้ากำจัดสุนัขบ้า นอกจากนี้ข้ายังจะสละไม่เข้าร่วมทำสัญญากับคัมภีร์เทพได้อย่างไม่เห็นแก่ตัว ข้าผู้เป็นจักรพรรดินี้รู้ว่าจ้าวสุริยาราชาผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเจ้าต้องการคัมภีร์เทพ  ไม่เป็นไรคัมภีร์เทพยกให้เขาไป แต่ต้องสัญญากับข้าว่าจะต้องฆ่าเจ้าสุนัขบ้านี้ในโลกศิลาแห่งนี้! ภูมิภาคสวนสวรรค์มีจักรพรรดิแดนดินได้เพียงคนเดียว และที่สำคัญก็คือข้ามีคุณสมบัติ มีความแข็งแกร่งและเป็นไปตามกฎก็คือ เป็นบุตรชายของจักรพรรดิเสิ่นกวงคนเก่าจะต้องได้รับตกทอดดินแดนของเขา”

ชายชราเครายาวพยักหน้าแสดงว่าเขาเห็นด้วยกับเงื่อนไขของจักรพรรดิเสิ่นกวง

ตรงกันข้ามกับบัณฑิตซือเหริน  ความเคลื่อนไหวของเขากลับตรงกันข้าม

แม้ว่าใบหน้าของเขาจะบวมแต่เขาก็ยังถามจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วอย่างสุภาพ “ท่านจะสละประตูทางเข้าแดนศิลาดวงดาวหรือไม่?”

“ข้ากำลังสู้กับคนป่าเถื่อนและข้าจะสู้อยู่ที่นี่ ถ้าเจ้าเปิดประตูแดนดาวได้ ก็จงเข้าไปข้างในและมองหาร่องรอยของคัมภีร์เทพ  ถ้าไม่อย่างนั้นก็จงไสหัวไปซะราชาสองหน้าพาจ้าวสุริยามาแล้ว ร่างเทพจะเป็นของข้า  ถ้าพวกเจ้ากล้ามีความคิดแบ่งและเล็ม  พวกเจ้าจะต้องตายโดยไร้ที่กลบฝัง”  จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วโบกมืออย่างเย็นชา

ทันใดนั้นดาบของเขาโจมตีใส่จักรพรรดิเสิ่นกวงด้วยความหนักหน่วงและรุนแรง

ประกายดาบเหมือนกับทะเลโลหิต

ราชาชิงหลางและคนอื่นแทบจะอาเจียนเมื่อเห็นทีแรก

พวกเขาเคยฆ่าคนเหมือนผักปลาแต่ไม่รู้สึกรังเกียจ แต่ตอนนี้เมื่อพวกเขามองเห็นแสงทะเลโลหิตพวกเขาอดรู้สึกกลัวไม่ได้

จักรพรรดิเสิ่นกวงเห็นว่าหลายคนที่อยู่ในที่นั้นเป็นบริวารของตนเองในมือของเขามีสมบัติวิเศษชนิดหนึ่ง เขากลายเป็นกลุ่มแสงสีทองวิ่งเข้าปะทะแสงสีแดงและถูกกระแทกกระเด็นชนเข้าไปในโลกศิลายุบเข้าไปเป็นโพรงราวกะอุกกาบาตพุ่งชน

ไม่ทราบว่าบัณฑิตซือเหรินและคนเครายาวเอาเลือดนักสู้ปราณฟ้าสองถังออกมาตั้งแต่เมื่อใด

ผลึกปีศาจระดับปราณฟ้านับไม่ถ้วนและเลือดนักสู้ปราณฟ้าถูกอัดและฉีดเข้าไปในช่องสำหรับวางสะเก็ดศิลาดวงดาว

แต่อีกสามคนจอมหักหลัก, คนเผ่าโนมน้อยและเจ้าอ้วนใส่สะเก็ดศิลาดวงดาวอีกสามชิ้นในเบ้าที่ยังว่างอยู่

แสงสว่างเจิดจ้าฉายต่อเนื่องราวกับน้ำตก

โลกศิลาถูกแสงท่วมทับจมหายไปในพริบตา

นอกจากเสียงคำรามของจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วและจักรพรรดิเสิ่นกวงที่เล็ดลอดออกมาเล็กน้อยแล้วทั่วทั้งโลกศิลากลายเป็นทะเลแสงสว่าง และเย่ว์หยางพบว่ายากจะมองเห็นได้ แสงสว่างเจิดจ้าไม่มีที่สิ้นสุดและมีความรู้สึกแปลกประหลาดในท่ามกลางแสงนั้นเสี่ยวเหวินหลียืนอยู่ข้างเขาอย่างเงียบงันทำให้ศัตรูที่คิดจะเข้ามาใกล้เขาต้องล้มเลิกความคิด...แสงสว่างเจิดจ้าไม่ส่งผลต่อพลังต่อสู้ของเธอ แม้ว่าเธอจะมีทักษะแฝงเร้นพันธนาการ แต่เธอก็ถนัดในด้านการควบคุมกลั่นพลังบริสุทธิ์ ผนึก  ถ้าเธอต้องการแม้แต่แสงก็ไม่สามารถเล็ดลอดออกไปจากผนึกได้ของเธอได้

นอกจากเย่ว์หยางแล้วพื้นที่โดยรอบยังมีอีกกลุ่มหนึ่ง

ทุกคนสามารถรู้สึกได้

ประตูเข้าพื้นที่แดนดาวถูกเปิดเรียบร้อยแล้ว

ร่างเทพอยู่ข้างหน้าห่างออกไปร้อยเมตร  ตราบเท่าที่เข้าไปถึง ก็สามารถสัมผัสได้ใครเล่าจะไม่ตื่นเต้น

เมื่อบัณฑิตซือเหริน,ผู้เฒ่าเครายาว คนเถื่อน คนอ้วน โนมและคนอื่นๆ เริ่มการเข่นฆ่าสังหารราชาชิงหลางหลบท่าสังหารได้และวิ่งเข้าไปที่ร่างเทพอย่างไม่คิดชีวิต   คัมภีร์เทพ จ้าวสุริยา จักรพรรดิเสิ่นกวงจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วอะไรนั่น เขาไม่คิดถึงทั้งนั้น เขามีความคิดอยู่อย่างเดียวก็คือ คว้าร่างเทพให้ได้และจากนั้นเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในโลกคัมภีร์

เขาจะซ่อนตัวอยู่ด้วยความกลัวร้อยปีหรือพันปีโดยไม่ออกมา

มันคุ้มค่า

ราชาโหลวลั่วก็มีความคิดแบบเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตามราชาชิงหลางมีความเร็วมากที่สุด

ขณะที่ราชาชิงหลางเอื้อมมือเตรียมคว้าเอาร่างเทพ ราชาสองหน้าไม่ทราบว่ามายืนอยู่ต่อหน้าร่างเทพเมื่อใดเขาตัดมือข้างขวาของราชาชิงหลางและฟันซ้ำตามอีกหนึ่งเคียว  ขณะที่ราชาชิงหลางพยายามหลบอย่างสุดความสามารถเคียวได้ตัดขาข้างหนึ่งของราชาโหลวลั่ว เคียวดำปีศาจฟันออกครั้งที่สามตัดศีรษะนักสู้ปราณฟ้าที่ไล่ตามมาสองสามคน  “ไม่ต้องห่วงถ้าทุกคนฉลาดก็จงอย่าแตะต้องร่างเทพ เพราะในร่างของนางเป็นทางเข้าสู่โลกคัมภีร์เทพ  หลังจากตรวจสอบแล้ว ในฐานะตุลาการ ข้าไม่ให้พวกเจ้ารุมแย่งสมบัตินี้”

ที่ด้านนอกกำแพงแดนดาวจักรพรรดิเสิ่นกวงและจักรพรรดิเฟิ่นนิ่วหยุดสู้กันกะทันหัน

ต่างคนต่างยืนคุมเชิงซ้ายขวา

แต่ขณะเดียวกันพวกเขาจงใจถามพร้อมกัน  “ราชาสองหน้า,ภายใต้ร่างเทพธิดาเป็นทางเข้าโลกคัมภีร์เทพในตำนานจริงหรือ?”

“เป็นความจริงในตำนานข้าเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้ เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่ตั้งเป้าหมายให้อนุชนรุ่นหลังได้เข้าสู่โลกคัมภีร์เทพทำสัญญาได้สำเร็จ  นางได้ใช้ชีวิตและพลังเทพเปิดทางผ่านเอาไว้แม้ว่าจะต้องเสียสละตนเอง แต่ก็เพื่ออนุชนรุ่นหลัง  วันนี้ในที่สุดก็รวบรวมสะเก็ดศิลาดวงดาวได้หลังจากบูชายัญด้วยเลือด โลกแดนดาวจึงถูกเปิดออก  เห็นได้ว่าเทพธิดานี้ควรแก่การเคารพจริงๆ สำหรับทางเข้าก็ย่อมมีแน่นอนแม้จะไม่แน่ใจว่าเป็นทางเข้าที่เก็บคัมภีร์เทพหรือไม่จักรพรรดิเสิ่นกวงและจักรพรรดิเฟิ่นนิ่ว ข้าเสียใจจริงๆ นี่คือผลแห่งความพยายามของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ของเขาหลังจากจ้าวสุริยานายของเราได้คัมภีร์เทพแล้วร่างเทพนี้จะมอบให้กับท่านอย่างไม่เห็นแก่ตัว เนื่องจากท่านยอมสละสะเก็ดศิลาดวงดาวให้สี่ชิ้นจึงถือได้ว่าท่านมีส่วนร่วม มีความดีความชอบด้วย ร่างเทพนี้จะมอบให้แก่ท่านท่านจะแบ่งกันเอง หรือให้มีคนอื่นร่วมด้วย นั่นไม่เกี่ยวกับเรา  ตอนนี้เชิญออกไปก่อนทั้งคู่จ้าวสุริยานายของเราจะให้ความเป็นธรรมแก่ท่านแน่นอน ราชาสองหน้าเชิญทั้งสองออกไปจริงๆเป็นเรื่องที่ทุกคนคาดไม่ถึง

“แน่นอนว่าพอเจ้าเห็นร่างเทพแล้ว เจ้าถึงได้แสดงธาตุแท้ออกมา”  จักรพรรดิเสิ่นกวงไม่โกรธ แต่ยิ้มแทน

“ถ้าเจ้าคิดว่ามีบริวารสวะอยู่สองสามคนและต้องการจะล้มข้าผู้เป็นจักรพรรดิขอบอกว่านั่นเป็นเรื่องน่าขัน!”  จักรพรรดิเฟิ่นนิ่วโกรธจัด ร่างของเขาเป็นสีแดงอีกครั้ง

“แน่นอนว่าเราคงไม่โง่พอ...จ้าวสุริยาบอกว่าภูมิภาคสวนสวรรค์ฟอนเฟะมาอย่างยาวนาน ถ้าจะขจัดความยุ่งเหยิงไม่มีอะไรจะทำได้ ดังนั้นข้าจึงต้องลงมืออีกครั้ง พวกเจ้าทุกคนจะต้องถูกกำจัด  ไม่เพียงเจ้าเท่านั้น  แต่จักรพรรดิฟู่โฉวที่อยู่ข้างนอกด้วย”ราชาสองหน้าหัวเราะ

“พระยาราชสีห์, ราชาจินกวน (มงกุฎทอง) ในสังกัดของจ้าวสุริยาจะมาพบท่านจักรพรรดิทั้งสองที่นี่”

“ข้าไม่ต้องการยกเว้นอยู่เรื่อย นอกจากจักรพรรดิแดนดินทั้งสองแล้วที่มีโอกาสเลือกจะออกไปได้แล้วคนอื่นๆข้าเสียใจที่จะต้องบอกว่าจะต้องอยู่เป็นเครื่องบูชายัญก่อนที่จ้าวสุริยาจะได้รับคัมภีร์เทพ  แน่นอนว่าจักรพรรดิทั้งสองคงจะไม่ยอมจากไปแน่ ข้าคิดจะตัดศีรษะของพวกเจ้ามานานแล้วนี่เป็นเกียรติยศที่ข้าหลงใหลมานาน  ภูมิภาคสวนสวรรค์ บึงหยุดลม จะกลายเป็นสุสานฝังสามจักรพรรดิแดนดินผู้ยิ่งใหญ่นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีจริงๆ!”

ในที่ข้างนอกห่างออกไปมีเสียงคนสองคนที่แทบจะไม่มีความสำคัญดังเล็ดลอดเข้ามา

หมิงลี่ฮ่าวได้ยินแล้วเขาลอบเข้าไปถึงตัวเย่ว์หยาง

เขาพยายามจะบอกว่าจ้าวสุริยาเป็นสุดยอดนักสู้ผู้แข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาเขาเตรียมจะลงมือแล้ว เย่ว์หยางจะต้องระวังอย่าเปิดโอกาสให้จ้าวสุริยาแม้แต่เล็กน้อย!

เมื่อเห็นหมิงลี่ฮ่าวที่มีพลังถึงขั้นปราณราชันย์ระดับแปดทำตัวเหมือนเต่าหดหัวในเวลานี้ เย่ว์หยางอดหรี่ตามองไม่ได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจ้าวสุริยา เขาไม่กลัว ถ้าเจ้าผู้นี้ระดับเดียวกับจีอู๋ลี่จริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น?

จบบทที่ ตอนที่ 962 ถ่วงเวลาไว้ จ้าวสุริยาจะมาในอีกไม่ช้า?

คัดลอกลิงก์แล้ว