เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 942 เจ้าจะผิดปกติไปถึงไหนกัน?

ตอนที่ 942 เจ้าจะผิดปกติไปถึงไหนกัน?

ตอนที่ 942 เจ้าจะผิดปกติไปถึงไหนกัน?


เลื่อนระดับให้อสูรแล้วเย่ว์หยางหันกลับมาที่การฝึกฝนของตนเอง

ตามข้อมูลของหมิงลี่ฮ่าวสงครามของภูมิภาคสวนสวรรค์ ถูกชักใยโดยบางคนในตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ ในบรรดาผู้ควบคุมหลังฉากมีฝ่ายตรงข้ามที่ทรงพลังระดับเดียวกับจีอู๋ลี่ผู้เข้าใกล้ระดับเทพซึ่งกำลังจับตามองคัมภีร์เทพที่ซ่อนอยู่ในภูมิภาคสวนสวรรค์ มีคู่ต่อสู้แบบนั้นเย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาต้องแข็งแกร่งมากขึ้น  มิฉะนั้นถ้าเจ้าตำหนักผู้นั้นได้คัมภีร์เทพไปนั่นเป็นผลยากเก็บเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นหอทงเทียนหรือแดนสวรรค์มักจะมีคำพูดที่เหมือนกัน ให้ความสำคัญของพลังเป็นอันดับแรก

ไม่มีพลัง ก็ไม่มีอะไรจะทำได้

ทุกอย่างสร้างขึ้นจากพลังความแข็งแกร่งและจากนั้นจึงค่อยขยายออกไป

“นอกจากพลังเทพสำหรับรักษาเยียวยาแล้ว  ข้าพบความลับจากสองพี่น้องกระทิงเถื่อน  อาจจะใช้ไม่ได้ผลดีกับเรา  แต่สำหรับนักรบอื่น นับว่าเป็นประโยชน์ที่ไม่เลว”  เย่ว์หยางอธิบายสถานการณ์ให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนฟังก่อนเข้าฝึกฝน

“ความลับ? เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบไหน?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถาม

“นั่นคือวิธีบรรลุพลังระดับใหม่โดยใช้วิธีฝังเข็มที่จุดเส้นของร่างกายมนุษย์คาดว่าสองพี่น้องกระทิงเถื่อนไม่รู้ว่านั่นมีผลอย่างอื่นต่อพวกเขา  วิธีการฝังเข็มทะลวงจุดนี้จะคล้ายกับวิธีของหอทงเทียนก่อนนั้นที่ยังไม่สมบูรณ์แต่มีความแตกต่างกันอยู่เช่นกัน ทั้งยังต่างจากการฝึกฝนพลังคู่รักของเราด้วยเช่นกัน  แต่แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าแต่ยังไม่ดีเท่ากับการชักนำพลังไปตามเส้นชีพจรในการฝึกพลังคู่รัก แต่สำหรับนักรบบางคนที่ไม่สามารถก้าวหน้าเมื่อเผชิญกับภาวะคอขวดของการฝึกฝนหรือสำหรับนักรบที่ไม่เคยฝึกฝนในวิธีการที่เกี่ยวข้องกันนั่นเป็นวิธีบรรลุพลังระดับใหม่ที่ไม่เลวและไม่ธรรมดา”   เย่ว์หยางอธิบายถึงหลักการของจุดฝังเข็มโดยระบุพลังพิเศษที่จุดฝังเข็มด้วยวิธีการที่พิเศษ

ตัวเช่นจุดไป๋ฮุ่ยตำแหน่งที่สูงสุดของร่างกายมนุษย์เป็นจุดบรรจบของร่างกายทั้งหมด

หากไม่เชื่อมโยงถึงกันอย่างนั้นการฝึกฝนจะหยุดนิ่งและล่าช้า

อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือจุดหย่งเฉวียนซึ่งอยู่ใต้ฝ่าเท้าของมนุษย์หากเชื่อมโยงกันได้แล้วจะสามารถดูดซับพลังงานระหว่างฟ้าและดินได้และฟื้นฟูพลังได้ด้วยตนเอง  นอกจากนี้ยังสามารถทำให้ร่างกายมีสมดุลแขนขาแข็งแรง  อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือจุดเหลากงในฝ่ามือถ้าพลังงานเชื่อมโยงถึงกันจะสัมผัสได้ผ่านทางใจ

ปกติความลึกลับของจุดฝังเข็มไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่นี้เท่านั้นแต่ยังมีความลึกซึ้ง ยิ่งศึกษาค้นคว้ามากก็จะพบความลี้ลับ

ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเย่ว์หยางในช่วงเริ่มต้นฝึกก็อยู่ในลักษณะนี้เช่นกัน

อย่างไรก็ตามหลังจากเข้าถึงพลังระดับสูงพลังในร่างโคจรได้เต็มร้อยไม่ติดขัด

แม้ว่าด้วยการฝึกพลังคู่รักองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเองก็โคจรพลังได้ตลอดทั้งร่างเต็มร้อยมิฉะนั้นนางจะก้าวหน้าได้รวดเร็วได้ยังไง นักสู้ทั่วไปถ้าไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเย่ว์หยาง อาศัยแต่พลังของตนเองมักจะเผชิญอุปสรรคทางจิตใจหรือทางกายกลายเป็นสภาวะคอขวดที่มิอาจทะลวงผ่านตลอดชีวิตดังนั้นวิธีการฝึกฝนอย่างเดียวก็ยังเป็นเรื่องที่ยากมาก  แม้ว่าเย่ว์หยางเด็กหนุ่มจากโลกอื่นถ้าไม่ได้รับปราณกระบี่ไร้ลักษณ์บรรลุพลังปราณก่อกำเนิดจากเทพธิดากระบี่ฟ้าตั้งแต่แรกเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีความสำเร็จอย่างทุกวันนี้

“เจ้าหมายความว่าจะช่วยให้เย่คง เจ้าอ้วนไห่และสหายอื่นฝึกฝนในลักษณะเดียวกับสองพี่น้องกระทิงเถื่อนอย่างนั้นหรือ?”จุ้ยมาวอี้ยังไม่เข้าใจ

“ไม่ใช่วิธีแข็งทื่ออย่างนั้น”  เย่ว์หยางส่ายศีรษะ

“เจ้าหมายความว่ายังไง?”  เย่ว์หวี่ก็สงสัยเช่นกัน

“ข้ากำลังคิดว่าข้าจะใช้วิธีการนี้ผสานกับแนวคิดของรุ่นบรรพบุรุษสร้างวิธีการให้ฝึกฝนอย่างมีประสิทธิภาพแนวใหม่!”  ขณะเย่ว์หยางพูดเช่นนั้นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกำลังดื่มชาถึงกับพ่นน้ำชาพรวดเย่ว์หวี่กับจุ้ยมาวอี้สำลักน้ำชา  ช่างกล้าพูดได้ไม่อายปาก ใช้วิธีการฝึกแบบใหม่เอี่ยมนี่เขากล้าพูดแบบนั้นได้ยังไง?

เมื่อเห็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำสายตาสงสัยเย่ว์หยางหัวเสีย “นี่เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?”

บัญญัติวิธีการฝึกฝนใหม่ที่เย่ว์หยางเองไม่เคยลองมาก่อน

การฝึกฝนของเย่ว์ปิงก็เป็นพี่ชายนางจัดการและเป็นวิธีการที่สมบูรณ์จนกล่าวได้ว่าไม่เคยเกิดมีขึ้นมาก่อน ยังมีอี้หนานโล่วฮัวและแม้แต่นางเซียนหงส์ฟ้าพวกนางก็ยังฟังคำแนะนำของเย่ว์หยางแม้แค่เป็นการเปลี่ยนองศาทิศทาง  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน เย่ว์หวี่และจุ้ยมาวอี้ก็มั่นใจ  พวกนางรู้ว่าถ้าไม่ใช่เย่ว์หยางพวกนางจะบรรลุปราณก่อกำเนิด ทั้งยังประสบความสำเร็จฆ่านักรบปราณฟ้าได้อย่างไรกัน?

เย่ว์หยางได้สร้างวิธีการฝึกฝนมากมายที่มีประสิทธิภาพมากเช่นกัน

สร้างวิทยายุทธเพิ่มมากขึ้น

มีหลากหลาย

เย่คง เจ้าอ้วนไห่ และพี่น้องตระกูลหลี่และเสวี่ยทันหลางองค์ชายเทียนหลัว ฯลฯ ใครเล่าไม่ได้รับการแนะนำจากเขา

แม้แต่พวกบ้าวิทยายุทธในวังมารก็ยังมาขอคำแนะนำเย่ว์หยางบ่อยๆรวมทั้งพี่ใหญ่มารสัมฤทธิ์ฟ้า จะหาข้ออ้างเล็กๆ น้อยๆ แอบขโมยเรียนแบบครูพักลักจำมาปรับปรุงเป็นรูปแบบของตนเอง

แต่อย่างไรก็ตามเป็นเรื่องยากมากกับการสร้างวิธีฝึกที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพ

ต้องบอกว่าเย่ว์หยางก่อนนั้นรู้สึกปวดหัวกับการฝึกให้เย่ว์ปิงน้องสาวของเขาการฝึกนั้นไม่ง่ายเหมือนกินถั่ว ที่ยิ่งกว่านั้นยิ่งเย่ว์หยางใช้เวลากับสองพี่น้องกระทิงเถื่อนเพียงวันเดียวต่อให้ได้ความลับมาจากทั้งสองนี้ แต่ก็คงไม่สามารถสร้างหลักสูตรฝึกฝนลับได้แน่

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเห็นว่าเย่ว์หยางชักหงุดหงิดนางรู้สึกว่าไม่ควรไล่ต้อนเขา แต่นางกล่าว “เราสนับสนุนอยู่แล้วแต่เจ้าจะให้เราช่วยยังไง?”

เย่ว์หยางเปลี่ยนจากอารมณ์หงุดหงิดเป็นดีใจแทน

นี่เกือบจะเหมือนกันอยู่แล้ว!

เขาหยิบกระดาษเปล่าขนาดพอๆกับแผนที่ออกมาและบอกให้สามสาวล้อมเข้ามาใกล้ๆจากนั้นเขารีบเขียนแนวคิดผ่านปลายปากกาของเขาอย่างรวดเร็ว และอธิบายทีละนิดเช่นจุดที่แขนเพื่อใช้เปิดประตูเส้นปราณ วิธีการและการใช้พลัง จุดที่ฝ่าเท้าข้อเท้า เข่า ท้องน้อย อก ไหล่ คอและศีรษะทั้งหมดเป็นภาพและตัวหนังสือปรากฏอยู่ในใจของเขา

วิธีทั้งหมดนี้ทำให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเย่ว์หวี่และจุ้ยมาวอี้มองเห็นและตัดสินใจได้ว่าเป็นไปได้หรือไม่ หรือต้องปรับปรุง

ตอนแรกเย่ว์หยางไม่รู้ว่ามีเรื่องที่เขาพูดออกไปหลายเรื่อง

ด้วยปลายปากกา

เขาพบว่าคำอธิบายในกระดาษของเขาเริ่มพอกพูนมากขึ้น

และความรู้ที่ผุดขึ้นมาในใจของเขายังมีมากไม่รู้จักหมดสิ้น

กระดาษขาวแผ่นเดียวไม่พอวาดก็ต้องใช้แผ่นที่สอง สาม สี่จนกระทั่งเขาใช้กระดาษแผนที่เขียนวาดไปทั้งหมดเก้าแผ่นนั่นคือผลของความรู้ที่ผุดขึ้นมาในใจของเย่ว์หยางอย่างต่อเนื่อง

อาจมีวิธีการบางอย่างจำเป็นต้องปรับปรุงหาความจริงเพื่อตัดสินใจ  อย่างเช่นบนศีรษะมนุษย์  เพราะเชื่อมโยงโดยตรงกับสมองจุดฝังเข็มหลายจุดมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเสี่ยงอันตรายไม่ใช่ว่าจะปักเข็มได้ตามชอบใจอย่างไรก็ตามนอกเหนือจากส่วนที่สำคัญที่สุดแล้ว มีอยู่เพียงไม่กี่จุดเย่ว์หยางเขียนจุดฝังเข็มทั้งหมดทั้งวางแนวคิดและแรงบันดาลใจของเขาทั้งหมด

รอจนกระทั่งเย่ว์หยางวาดเขียนเสร็จเวลาผ่านไปถึงสองชั่วโมง

“ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนนอกจากยอมรับแล้วนางยังมีสัญชาตญาณคาดเดาได้ว่าจะทำได้สำเร็จ

“ปัญหาก็คือจะใช้งานได้อย่างไร?  เส้นชีพจรทั้งหมดเชื่อมโยงถึงกัน และวิธีการฝึกปรือนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่  เราจะมองหาคนนอกมาทดลองหรือไม่?”  จุ้ยมาวอี้สงสัย

“ให้ข้าลองเอง”เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาทำเป็นดีที่สุด อย่างน้อยข้อมูลแรกจะใช้นำร่องได้

“ถ้าเรื่องนี้อันตรายเกินไปยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างสมบูรณ์ ข้า ข้าต้องขอค้าน”  เย่ว์หวี่กังวลว่าร่างกายน้องชายจะได้รับความเสียหาย

“หรือว่าจะทดลองกับร่างข้าน้อยก็ได้ถ้าเกิดความเสียหาย แพนดอราจะช่วยฟื้นฟูร่างกายให้ข้าน้อยได้” สาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์เดินเข้ามาวางจานผลไม้และอาสาเป็นหนูทดลองคนแรก  นางพูดความจริง  แต่เย่ว์หยางจะยอมเปลี่ยนสาวใช้ของเขาเป็นเครื่องมือทดลองได้ยังไง?เขาอดปฏิเสธไม่ได้

“ควรจะเริ่มจากง่ายไปยากดีกว่า ถ้ามีอันตรายเราจะหยุดไม่ทำต่อไป” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเสนออย่างประนีประนอมการทดลองจะให้เย่ว์หยางทดลองกับตัวเอง ที่สำคัญคือเขาสามารถควบคุมให้มีอันตรายน้อยที่สุดได้

“ข้าจะช่วยเอง” จุ้ยมาวอี้มองเย่ว์หวี่ด้วยความตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องช่วยให้ได้  ดังนั้นเย่ว์หวี่จึงถอยก้าวหนึ่ง

“....” เย่ว์หวี่เองก็รู้ว่าถ้าต้องทำการทดลองจริงๆ เขาคงต้องใช้พลังคู่รักช่วยน้องชายนางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนฝึกพลังคู่รักได้ เพราะมีสายโยงพลังวิญญาณเชื่อมถึงกันนางจะรู้สึกอึดอัดใจ ไม่ใช่ว่านางไม่ต้องการช่วย ตรงกันข้ามนางยินดีจะช่วยเขาให้ประสบความสำเร็จ และนางรู้สึกว่าการช่วยเหลือประเภทนี้คือคุณค่าที่คู่ควรแก่ชีวิตการฝึกพลังคู่รักนั้นเป็นเรื่องดีในกรณีที่เป็นน้องชายนางกับพี่เย่ที่เป็นคู่สามีภรรยาน่าจะสร้างความมั่นใจได้มากกว่า  แต่ก็ยังกลัวความไม่แน่นอนอยู่บ้าง

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่ได้มองดูเย่ว์หวี่

นางรู้ว่ายิ่งนางมองเย่ว์หวี่มากเท่าใดนางยิ่งรู้สึกอายมากเท่านั้น

แม่เสือสาวมีความเข้าใจดีนางจับมือของเย่ว์หยางดึงขึ้นและนางทดสอบขั้นแรกก่อน... นางรู้ว่าเย่ว์หวี่จะต้องมาร่วมด้วยแน่

ราตรีผ่านไปอย่างเชื่องช้า

วิธีการฝึกลับแบบใหม่ที่สร้างขึ้นนี้ได้รับการยืนยันพิสูจน์อย่างต่อเนื่องทีละขั้นตอนทีละนิดมีการพัฒนาการทดลองที่ล้มเหลวอย่างไม่หยุดยั้งจนกลายเป็นส่วนที่ถูกต้อง  ในที่สุดจึงสร้างเป็นวิธีฝึกที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง

ตอนแรกเป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนคอยช่วย  เมื่อแม่เสือสาวเหนื่อยเหมียวเหมียวก็เข้าแทนที่

ส่วนที่ยากที่สุดก็คือเย่ว์หวี่ร่วมมือกับเย่ว์หยางค้นหาวิธีที่ดีที่สุดในท่ามกลางความล้มเหลว  วิธีการฝึกฝนทั่วไปถูกจัดเป็นชุดหลักสูตรฝึกฝนที่สมบูรณ์แบบ  ทั้งสามสาวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจูบพ่อตัวร้ายของนางผู้สร้างเรื่องมหัศจรรย์ได้ครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงจบ นางไม่เคยสงสัยเขา แต่นางคาดไม่ถึงว่าภายในคืนเดียวจะสามารถทำได้สำเร็จ

สาวขี้เมาตื่นเต้นดีใจแต่นางทุ่มเทเรี่ยวแรงจนแทบไม่เหลือ ได้แต่ขยับตัวอยู่ในอ้อมแขนของเขานางกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนจูบเขาด้วยความยินดี

เย่ว์หวี่ตอนแรกก็กอดเขาทันทีนางลืมไปว่าเพราะการฝึกฝนทดสอบทำให้ชุดเสื้อผ้าของทั้งสี่คนสลายเป็นผุยผง

เมื่อผิวเสียดสีกัน จึงทำให้นางตื่นตัว

นอกจากนี้ยังมีการจูบจากองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและจุ้ยมาวอี้ทำให้นางที่ไวต่อสัมผัสอ่อนระทวยไปทั้งตัวสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกอายที่สุดก็คือน้องชายนางยังยื่นมือออกมาโอบพี่เย่กับร่างองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนนางกลัวมือที่ซุกซนของน้องชายจนรีบถอยและวิ่งออกนอกประตู

ขณะนั้นนางกุมหัวใจและรู้สึกว่าหน้านางแดง

เจ้าผู้นี้ จริงๆเลย....อย่างไรก็ตามนางรู้ว่าน้องชายนางเป็นใคร และนี่ไม่ใช่ความเจ้าชู้ของเขาแต่เป็นนิสัยและบุคลิกของเขา ถ้าน้องชายนางไม่ชอบเด็กผู้หญิง ก็จะไม่มีปฏิกิริยาเช่นนั้นดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจ

หลังจากเย่ว์หวี่เปลี่ยนชุดแล้วนางพบว่าสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์กำลังร้องเพลงอย่างไพเราะขณะทำครัว

เห็นสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์มีความสุขเย่ว์หวี่อดคิดไม่ได้

ใช่แล้ว ถ้าทุกคนเป็นเหมือนนางแล้วไม่มีความทุกข์เสียใจในโลกก็คงจะดี บางครั้งก็น่าอิจฉานางจริงๆ!

เย่ว์หยางใช้เวลาพักเพียงครึ่งชั่วโมงก็รีบลุกขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะกลับมาตบก้นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเบาๆ นางสะดุ้งและหันมาดุเขา “อย่ากวนใจนะตัวร้าย ไม่งั้นข้าจะกัดเจ้า” นางบ่นเสียงงัวเงียและหลับตากลับไปฝันหวานต่อ เย่ว์หยางแต่งตัวโดยมีสาวน้อยลูกครึ่งเอลฟ์คอยช่วยปรนนิบัติ จากนั้นเขาจูบสายน้อยลูกครึ่งเอลฟ์เบาๆ

จากนั้นใช้เวลาตอนกลางคืนทำการค้นคว้าผลของวิชาลับใหม่‘ทะลวงจุดชีพจร’

ในสวนหลังโรงแรมฮุยไท่หลางกำลังแทะกินขาไก่อย่างเกียจคร้าน

อสูรดาบเทาเถี้ยที่เพิ่งยกระดับใหม่ยังคงดำเนินการต่อสู้ซ้อมมือกับจักรพรรดิมังกรในสนามพลังของหมิงลี่ฮ่าวขณะที่มารสัมฤทธิ์ฟ้าและจักรพรรดิใต้พิภพและคนอื่นๆคอยควบคุมพลังงานไม่ให้รั่วออกมาสร้างความเสียหายโดยรอบขณะที่ลอบดูความเปลี่ยนแปลงใหม่ของอสูรดาบเทาเถี้ย

มันไวกว่าแมงป่องดาวฟ้า  ฮุยไท่หลางเห็นเย่ว์หยางยังไม่ทันถ่มไก่ทิ้งก็วิ่งไปรับหน้าเจ้านายก่อนมันไม่ลืมประจบเจ้านาย เหมือนจะทักทายว่าวันนี้เจ้านายดูดี! แมงป่องดาวฟ้าก็ต้องการเข้ามาใกล้ๆ แต่ฮุยไท่หลางตบมันกระเด็นเสียก่อนเหมือนจะบอกว่าข้าพี่ใหญ่ยังไม่พึงพอใจ เจ้ากล้าเสนอหน้าได้ยังไง?  ต่อให้เทาเถี้ยแข็งแกร่งกว่าเล็กน้อยแต่ข้าก็ยังเป็นพี่ใหญ่!

แมงป่องดาวฟ้าก็ยังดึงดันเดินเข้ามา  พี่ใหญ่ เจ้าทำได้ทำไปแต่การดิ้นรนให้เป็นคนโปรดต้องมีการสู้ต่อกันบ้าง เจ้าไม่มีทางได้ทำแต่ผู้เดียว

ฟงจีและจินหวินลอบหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

สัตว์เลี้ยงพวกนี้ฉลาดเกินไปหรือเปล่า?

“หือ? นั่นอะไร?” หมิงลี่ฮ่าวพบว่าเย่ว์หยางถือหนังสือเล่มเล็กไว้

“เราคุณชายใช้เวลาทั้งคืนค้นคว้าศึกษาว่าสามารถช่วยให้นักรบที่มีพลังต่ำกว่าปราณฟ้าระดับสามสามารถบรรลุพลังฝึกฝนได้อย่างรวดเร็ว”  เย่ว์หยางปลาบปลื้มภูมิใจกับตัวเองหมิงลี่ฮ่าวอดตกใจกลัวไม่ได้ ไม่ เพียงคืนเดียวก็ค้นคว้าวิธีลับได้หรือ?ช่างทำให้ผู้อื่นอยู่ยากไปหรือเปล่า?

“โอว, แย่แล้ว” เนื่องจากใจของเขาหวั่นไหวทำให้ควบคุมสนามพลังไม่อยู่พลังงานของจักรพรรดิมังกรกับอสูรดาบเทาเถี้ยเริ่มรั่วไหล

ถ้าปล่อยให้พลังรั่วไหลออกมาได้อย่าว่าแต่โรงแรมหรูแห่งนี้เลย เมืองลู่หลิวจะต้องพลังพินาศไปถึงหนึ่งในสาม

เย่ว์หยางโยนหนังสือเล่มเล็กให้มารสัมฤทธิ์ฟ้า

และใช้มือข้างหนึ่งกดลง

สนามพลังสร้างโลกดึงดูดพลังงานทั้งหมดเข้ามารวมกันทันทีและถูกควบแน่นอยู่ในฝ่ามือจนเกิดเป็นหลุมดำ

หมิงลี่ฮ่าวมองดูชราและตกตะลึงหลั่งเหงื่อเยียบเย็น การควบคุมของเจ้าเด็กนี่ดีกว่าของตัวเขาเอง มิน่าเล่ามารสัมฤทธิ์ฟ้าถึงบอกว่าหอทงเทียนมีอัจฉริยะที่ผิดกว่ามนุษย์ธรรมดา! อย่างไรก็ตามเขามองดูสนามพลังเย่ว์หยางใกล้ๆ อย่างระมัดระวังจากนั้นรีบวิ่งไปดูหนังสือที่มารสัมฤทธิ์ฟ้าถือ วิชาลับที่ทำให้บรรลุพลังปราณฟ้าระดับสามอย่างรวดเร็ว  โชคไม่ดี ดูเหมือนเขาตะโกนออกมาทันที “นี่คืองานค้นคว้าเพียงคืนเดียวหรือ?น้องข้าบอกว่าเจ้าไม่ธรรมดา นี่ไม่ได้โกหกข้าเล่าฮ่าวใช่ไหม?”

“น้องสาวเจ้า!”  เย่ว์หยางโมโห “ข้าเคยบอกแล้วว่าเราคุณชายเป็นอัจฉริยะขนาดไหน? ต้องรีบมาขอโทษเร็วๆ  มิฉะนั้นน้องสาวท่านต้องชดใช้!”

“อย่างนั้นข้าไม่ขอโทษดีกว่า  ดูท่าทางเจ้าแล้วข้าไม่ไว้ใจ”  หมิงลี่ฮ่าวรู้สึกว่าถ้าน้องสาวของเขาขอโทษอีกนางคงเสียเปรียบ

“น้องสาวของเจ้าปล่อยให้พี่ชายคิดแทนได้ยังไง?” เย่ว์หยางพูดไม่ออก

เขาตัดสินใจรอให้หมิงลี่ฮ่าวไปบ่นกับสาวน้อยนั้น

ไว้รอให้หมิงเยี่ยกวงขยี้เท้าด้วยความโกรธแล้วตัดพี่น้องกับหมิงลี่ฮ่าวก่อนก็ได้ ดูเหมือนว่าตาลุงนี่จะกลัวน้องสาวตนเอง

เย่ว์หยางแค่นเสียงเย็นชาน่ากลัวนั่นทำให้ทุกคนรู้สึกตัวเย็นเฉียบ ฟงจีกับจินหวินผู้ร่วมงานใหม่สะดุ้งกอดกันแน่นเพราะความกลัว

มารสัมฤทธิ์ฟ้าถามทันที  “สิ่งนี้ไม่เลวสำหรับคนอื่น  แต่มันช่วยอะไรเจ้าได้?”

เย่ว์หยางเชิดหน้ามองท้องฟ้า 45 องศาเขาตอบด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งภาคภูมิใจเหมือนนักศึกษากำลังอภิปรายรายงานวิทยานิพนธ์ของตนเอง  “นอกจากอัจฉริยะที่ไม่มีใครเหมือนอย่างข้าแล้ว  ใครจะเปลี่ยนกฎสวรรค์ลับบนร่างเงาได้และบรรลุอักขระรูนทำลายล้างได้เล่า?  ข้าจะประกาศการค้นพบวิธีลับที่ยิ่งใหญ่ของโลก ยังจะต้องทำเจียมเนื้อเจียมตัวด้วยหรือ!”

พวกสมาชิกวังมารนึกได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น   “เฮ้,ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าว่าอสูรพิทักษ์อันดับหนึ่งของเจ้าเด็กนี่ก็คือเงาปีศาจ!”

ถ้าเงาปีศาจสามารถใช้วิธีการลับนี้ได้  อย่างนั้นวิธีการลับนี้ก็ใช้ได้จริง...หมิงลี่ฮ่าวตะโกนลั่น  “น่าโมโหนัก, เด็กน้อย นี่เจ้าจะผิดปกติธรรมดาไปอีกถึงไหนกัน?”

จบบทที่ ตอนที่ 942 เจ้าจะผิดปกติไปถึงไหนกัน?

คัดลอกลิงก์แล้ว