เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 923 ศัตรู? กลิ่นอายเกินเข้าใจ

ตอนที่ 923 ศัตรู? กลิ่นอายเกินเข้าใจ

ตอนที่ 923 ศัตรู? กลิ่นอายเกินเข้าใจ


กิ้งก่าขายาวเร่งความเร็วสูงไต่ไปตามสันเขาหน้าผาสูงราวกับวิ่งอยู่บนพื้นที่ราบ

หากเขาสามารถเพิกเฉยต่ออาการกลัวความสูง ฟงจีนับเป็นพวกสอดแนมที่ไม่เลว เขามีสายตาที่ไม่ธรรมดาสามารถมองเห็นนกหรืออสูรที่ห่างออกไปมากกว่าสิบกิโลเมตรสามารถมองเห็นแมลงวันกระพือปีก ที่สำคัญที่สุดก็คือสัญชาตญาณระวังอันตรายที่กล้าแข็ง เมื่อเขาพบว่าผิดปกติเขาจะรีบอ้อมเปลี่ยนเส้นทางล่วงหน้าทันที

นอกจากเขามีทักษะธรรมชาติลาดตระเวนสอดแนมที่ไม่ธรรมดาแล้วเขายังมีทักษะพรางตัว

พาหนะของเขาเจ้ากิ้งก่าขายาวมีความสามารถพิเศษในการเปลี่ยนสีให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมได้ทันที

“เจ้าผู้นี้ยังไม่เก่งเทียบเท่าเหยียนเจ้า  เขาคุ้นกับการสำรวจเส้นทางนับว่าไม่เลว  แต่ดันกลัวความสูง น่าระอาจริงๆ  ทั้งที่เขาเป็นถึงนักสู้เตรียมปราณฟ้า!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอดบ่นเรื่องของฟงจีไม่ได้

นางจับมือเย่ว์หยางบินไปในท้องฟ้าโดยไม่มีปัญหาอะไรและติดตามในระยะห่างมากกว่าพันเมตร

บางครั้งนางพอใจ นางจะฉุดเขาให้นั่งลงบนภูเขาหิน

ชมดูท้องฟ้าและเมฆหมอกมองผืนแผ่นดินลาดเอียดเพลิดเพลินกับชีวิตคู่รักแบบชาวโลก

ถ้านางเบื่อ

นางจะแกล้งทำเป็นเสียหลัก

จากนั้นจะรั้งอยู่หลังเย่ว์หยางและให้เขาเทเลพอร์ตช่วยให้รู้สึกสะดวกสบายชั่วขณะ

“เป็นไปได้ว่าเพราะเงาความกลัวฝังจิตใจตั้งแต่สมัยเด็ก...” เย่ว์หยางแสดงความเห็นทางจิตวิทยาทำนองว่าอย่ารังแกกันเกินไป

“แล้วเจ้าล่ะคิดว่าตัวเองเป็นยังไงบ้าง?  เพราะเงาความกลัวฝังจิตใจสมัยเด็ก จะทำตัวให้ดีขึ้นได้ไหม?”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถามทันที

“อ่า..ข้าเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดแล้ว!” เย่ว์หยางรู้สึกว่ากำลังหลั่งเหงื่อเยียบเย็น

“เป็นพวกตัณหาจัดตั้งแต่เกิดเลยหรือเปล่า?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่คิดว่าเจ้าเด็กนี่จะยอมรับโดยตรง

“นี่มันเป็นธรรมชาติตั้งแต่เกิด  อย่างน้อยก็ดีกว่าเป็นขันทีก็แล้วกัน”  เขาเหลือบดูว่ามีสาวงามมานั่งใกล้หรือไม่  “แต่ขันทีไม่สามารถหวนกลับได้  เมื่อเข้าวังก็เหมือนกับถลำลึกลงทะเลขันทีไม่มีทางทรงอำนาจได้ตลอดไป เป็นได้แค่ขันที”  เย่ว์หยางพูดด้วยเหตุผล

“ข้าคิดว่าการสนทนากับเจ้าเป็นเรื่องผิดพลาด”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทำท่ารังเกียจเขาและสะบัดไม่ให้เขาจับมือ  นางต้องการตีมือเย่ว์หยาง อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางเคยอ่านประสบการณ์ของคนเกี้ยวสตรีทางออนไลน์มาก่อนหนึ่งในนั้นก็คือเมื่อจับมือสาวได้แล้ว อย่าปล่อยมือออก พึงทราบว่าสตรีคือสิ่งมีชีวิตที่ปากพูดอย่างแต่ใจคิดอีกอย่าง  ถ้าปล่อยให้สาวเจ้าดึงมือออกนั่นแสดงว่าไม่ใช่บุรุษของนาง ถ้าไม่ใส่ใจรายละเอียดเล็กน้อยใครจะยินดีหลงรักและติดตามไปตลอดชีวิต?

“อย่างนั้นเราไม่คุยกันเรื่องนี้ มาคุยกันเรื่องอื่นอย่างเช่นเมื่อคืนที่แล้วแม่เสือสาวบอกว่าจะอาบน้ำกับข้า  ใครจะรู้พอข้าตัวเปียกเท่านั้นเจ้าก็เผ่นขึ้นบ้านหนีหายไป ตอนนี้ข้าจะอธิบายให้แม่สาวที่อ้างนักหนาว่าเป็นคนรักษาคำพูดฟัง”  เย่ว์หยางถามอย่างอารมณ์ดีไม่มีทีท่าว่าโกรธ

“เจ้าต้องการฟังเรื่องจริงหรือโกหก?”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนถามเย่ว์หยางให้เลือกคำตอบ

“โกหก”เย่ว์หยางมักจะเลือกหัวข้อที่คนธรรมดาไม่เลือก บางครั้งเขาไม่ทำตามหลักเกณฑ์ปกติ แต่กลับได้ผลดี

“ใครในโลกที่ชอบฟังคำโกหกของเด็กน้อยเจ้ากันเล่า?  เจ้าจงใจยั่วโมโหข้าใช่ไหม?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอดทุบเขาไม่ได้ แต่พอคิดว่านอนหลับอยู่บนหลังของเขาเป็นเรื่องสบายมากถ้าหากหลับไม่พอนอนไม่เต็มอิ่ม ก็ปล่อยให้เขานอนอยู่ที่ห้องทดลองก็ได้  ช่างเถอะ ไม่ต้องถือสาเรื่องเล็กน้อย  หัวข้อสนทนานี้ นางเป็นคนหยิบยกขึ้นมาเอง

“เรื่องมันไม่สำคัญเลยที่สำคัญคือคืนนี้จะมีการชดเชยให้หรือไม่?” เย่ว์หยางพูดเหมือนกับว่าผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มักจะคิดถึงเรื่องอนาคตเสมอ

“ถ้าเหมียวเหมียวไม่ได้นั่งอยู่บนตักเจ้าคืนนี้ข้าค่อยรับไว้พิจารณา” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนตะคอกเบาๆ

“ความจริงนั่นเป็นอุบัติเหตุ  เพราะนางเหนื่อยล้าจากการฝึกและอยากไปอาบน้ำร้อนเพื่อคลายความเหนื่อยล้า  ข้าไม่รู้ว่ามีองค์หญิงผู้ใจร้ายไม่เคยไปตามนัดกลับมาอาบน้ำรอข้าก่อน”เย่ว์หยางยิ้ม เวลาองค์หญิงหึงแล้วดูน่ารัก

“ไม่ว่ายังไงนางก็ยังนั่งอยู่บนตักเจ้า”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้สึกว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไรก็ตาม  แต่ผลก็เป็นอย่างที่นางเห็น

“สาวใช้ลูกครึ่งเอลฟ์ไม่เห็นเจ้าถือสาแต่กับเหมียวเหมียวเจ้าหึงได้ยังไง?  เจ้าเรียกนางว่าพี่ไม่ใช่หรือ?นอกจากนี้เมื่อวานนี้เจ้าไม่เห็นหรือ นางเหนื่อยมาก ข้าแค่ช่วยนวดไหล่นวดแขนนางไม่ได้ทำอะไรอื่น”  เย่ว์หยางแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะกินตับจุ้ยมาวอี้ องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมักกระตือรือร้นช่วยเสมอทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำไมเดี๋ยวนี้นางไม่สบายใจได้อย่างไร?

“ไม่ว่าเจ้าตั้งใจจะนวดไหล่ยังไงก็แล้วแต่ไม่ว่าเจ้าจะทำอะไรก็ตาม เมื่อคืนนี้เจ้ากระซิบกระซาบวางท่าอะไรกับเจ้าหญิงผู้น่าสงสารนั่นมากเกินไปหรือเปล่า?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนมองเย่ว์หยางเหมือนผู้พิพากษาจ้องมองขโมย

“ไม่มีแผนอะไรทั้งนั้น”เย่ว์หยางขึ้นเสียง

“ข้าได้ยินกับหูตัวเองแต่เจ้าไม่กล้ายอมรับอีกหรือ?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแสดงหลักฐานหนักแน่นคาดคั้นให้ผู้ต้องหารับผิด

“ว้า..เจ้าไปได้ยินอะไรมา?”  เย่ว์หยางรู้สึกร้อนตัวเล็กน้อย  ลืมไปว่าแม่เสือสาวนี้มีทักษะหกรับรู้  และนางกลับได้ยินเรื่องที่ไม่ควรได้ยิน

“ยกตัวอย่างในบางช่วงเวลาเจ้านึกว่าข้าไม่รู้อะไรโดยตรง...” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนค้อนเย่ว์หยาง“ข้าไม่รู้ว่าเจ้าใช้กลอุบายอะไรทำให้คนอื่นสับสนว้าวุ่นใจได้แต่เดิมในกลุ่มพวกเราพี่เย่เป็นคนขี้อายมาก ต้องตำหนิเจ้าทำให้พี่เย่ที่แสนดีเดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปแล้ว!”

“ฮ่าฮ่า, เปลี่ยนแปลงเหมียวเหมียวได้สำเร็จนั่นถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตข้า  แม่เสือสาว! นางไม่ได้มีเจตนาร้าย มีแต่ปรารถนาดีต้องการจะแบ่งปันสิ่งดีๆ กับเจ้า” เย่ว์หยางยิ้มกว้าง

“ปล่อยให้เจ้าภูมิใจไปคนเดียวเถอะ  อย่าย่ามใจไปเลย!”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอดใจทุบเจ้าเด็กนี่ไม่ไหว

ของถูกยังกล้าเอามาขายอีกหรือ

เจ้าเด็กบ้านี่!

ฟงจีวิ่งเบิกทางอยู่สามวันเริ่มมีความเชื่อมั่นในตัวเย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเจ้านายทั้งสองของเขามากขึ้น  ไม่ว่าเขาจะขับขี่กิ้งก่าขายาวไวแค่ไหนไม่ว่าจะไกลเพียงไหน บางครั้งทั้งสองตามหลังเป็นสิบกิโลเมตร แต่พริบตาเดียวพวกเขาก็ตามทัน

กิ้งก่าขายาวยังไม่ฟื้นฟูเรี่ยวแรงเต็มที่ แต่ด้วยอาหารที่เพียงพอในช่วงหลายวันนี้ทำให้ความเร็วของมันกลับคืนมาถึง90%

แทบจะพอๆ กับเหินบิน

อย่างไรก็ตามถ้าเจ้านายทั้งสองจับมือพากันบินสบายๆ ในท้องฟ้า ไม่รีบร้อน ไม่ชักช้าพลังขนาดนั้นสามารถสังหารนักสู้ปราณฟ้าได้สบาย ที่น่าหวาดหวั่นที่สุดก็คือบางครั้งท่านไตตันและท่านหญิงเกิดสนใจทิวทัศน์หรือหยุดกินอาหารจนล้าหลังหลายร้อยกิโลเมตรพวกเขาก็ยังเทเลพอร์ตตามมาได้ทัน

มีพลังแข็งแกร่งเรียนรู้การเทเลพอร์ตได้นับว่าไม่ธรรมดา

ปัญหาก็คือในภูมิภาคสวนสวรรค์นี้เต็มไปด้วยพลังงานที่ไม่ธรรมดาและมีกฎสวรรค์แปลกประหลาดในหลายพื้นที่ไม่ต้องพูดถึงเรื่องเทเลพอร์ต แค่บินเฉยๆ ก็ยังไม่ราบรื่น

นอกจากนี้ ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรการหาคนๆเดียวพบได้อย่างแม่นยำโดยไม่คำนึงถึงอิทธิพล ข้อจำกัดของพลังผันผวนของพื้นที่และสามารถเทเลพอร์ตได้ในทันที

นี่เป็นพลังควบคุมแบบไหนกัน?

อย่าว่าแต่นักสู้ระดับเจ้าเมือง, เจ้าแคว้นเลยแม้แต่ระดับราชาฟงจีคาดว่ายังไม่มีใครทำได้อย่างนี้

เป็นไปได้ว่านายใหญ่ไตตันเป็นนักสู้ที่เหนือกว่าระดับราชาอีกหรือ?  ถ้าเป็นเช่นนั้นนักสู้อย่างเขาเข้ามาในดินแดนโกลาหลอย่างสวนสรรค์ทำไม นายใหญ่ไตตันใช่เป็นคนที่สามจักรพรรดิแดนดินเชิญให้มาช่วยหรือเปล่า?

ฟงจีคาดเดาถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด  ความสงสัยใคร่รู้ฆ่าแมวได้  แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ

กี๊ซ!

กิ้งก่าขายาวเชิดหัวร้องทันที

มีศัตรูหรือ?  ฟงจีเข้าใจถึงการสนองตอบที่ผิดปกติของพาหนะของเขา  มันคงได้กลิ่นของศัตรูที่อยู่ข้างหน้าจากสายลมทำให้มันไม่สบายใจ!

ในบริเวณใกล้เคียงนี้ไม่ควรมีอสูรปีศาจที่คุกคามชีวิตหรือว่าจะไม่ใช่อสูร แต่เป็นนักรบ?

มีนักรบที่แข็งแกร่งปรากฏตัวที่นี่ได้อย่างไร?

พูดตามตรง ที่นี่ยังคงเป็นเขตเมืองจินหยางที่นี่คือเมืองจินหยางและเมืองหยางถีและเป็นที่ทับซ้อนของสามเมือง สถานที่กันดารอย่างนี้แม้แต่นกยังรังเกียจจะบินผ่านทหารรับจ้างที่ไม่มีภารกิจจะไม่มาอย่างแน่นอน และเป็นไปไม่ได้ที่จะมีขโมยหรือโจรมาปล้นสถานที่แห่งนี้เพราะพวกเขามีแต่จะอดตายอยู่ในสถานที่ผีสางแห่งนี้เมื่อไม่ใช่ทหารรับจ้างไม่ใช่โจร หรือว่าจะเป็นกองทัพ?

ปัญหาก็คือที่นี่คือพื้นที่แนวหลังไม่ใช่บริเวณวุ่นวาย เว้นผู้บัญชาการไร้สมองเป็นไปไม่ได้ที่จะไล่ตามพวกทหารเข้ามาในที่อย่างนี้

ฟงจีรีบหยุดกิ้งก่าขายาวไว้และรอเย่ว์หยางกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน

เขาไม่ใช่เจ้าเมืองอีกต่อไปแล้ว  เขาเป็นหน่วยคุ้มกัน

ไม่จำเป็นต้องให้เขาตัดสินใจ

เรื่องปวดหัวเช่นนี้ก็แค่รายงานขึ้นไปให้เบื้องบนรับรู้

“เจ้าหยุดเพราะเจอปัญหาอะไร?” เย่ว์หยางกำลังคุยกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและพบว่าฟงจีหยุด  เขาเข้าไปถาม

“ดูเหมือนจะมีศัตรูข้างหน้า  มันมีกลิ่นอายของการคุกคามคาดว่าศัตรูระดับปราณฟ้าจะปรากฏ” ฟงจีไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีศัตรูที่มีพลังระดับปราณฟ้าปรากฏตัว

“เมื่อเจ้าพูดอย่างนี้ข้ารู้สึกได้ถึงบางอย่างแปลกๆ  มีคนราวๆพันคนกำลังมาทางเรา แหล่งที่มาของรังสีอำมหิตมาจากทางนั้น เป็นพลังประสงค์ร้ายของนักสู้ปราณฟ้าหรือ?  ดูเหมือนมีเพียงคนหรือสองคนยังไม่พอจะขู่ให้กลัวได้!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนใช้ทักษะหกรับรู้สัมผัส สีหน้านางตอนแรก นางย่นจมูกและในที่สุดนางส่ายศีรษะระบุว่ายังไม่ชัดเจน

“องค์หญิง!  ท่านเห็นศัตรูด้วยหรือ?” ฟงจีตกใจกลัวและตาแมวของเขาไม่สามารถมองเห็นศัตรูได้  แต่องค์หญิงสามารถมองเห็นได้

“ไม่ได้ใช้ตามองแค่ใช้ความรู้สึกสัมผัส  แล้วไปเถอะ ข้าไม่ต้องการอธิบาย”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโบกมือ

ความจริงในใจนางรู้สึกเสียใจเล็กน้อยแม้ว่าทักษะหกรับรู้ของนางจะทรงพลังมากก็ตาม

แต่ยังห่างไกลกับสนามพลังสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเสวี่ยอู๋เสียที่ฝึกมาได้จากประตูเป็นตาย  ถ้าเสวี่ยอู๋เสียถือคัมภีร์แห่งสัจจะ  และปรากฏว่ามีศัตรู ไม่ว่าจะมีเท่าใดแข็งแกร่งเพียงไหนก็ยังดูออก นั่นดีกว่าทักษะหกรับรู้ของนางเองเพราะความห่างชั้นนี้ นางจึงไม่สามารถให้ข้อมูลที่แม่นยำแก่เย่ว์หยางได้

ดูเหมือนว่าถ้านางต้องการเหนือกว่าเสวี่ยอู๋เสียและกลายเป็นผู้ช่วยเหลือที่สำคัญที่สุดของเขานางต้องพยายามฝึกฝนให้หนัก!

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนคร่ำครวญในใจว่าความสามารถนางไม่เพียงพอการแสดงออกของนางทำให้ฟงจีตกใจกลัวจนแทบคุกเข่ากับพื้น

เป็นเวลานานมาแล้วสิ่งที่ทำให้ฟงจีภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือตาแมวที่ไม่ธรรมดาของเขาตาคู่นี้เหนือกว่าใครอื่นในเรื่องความแม่นยำ! มีความสามารถที่ไม่ด้อยไปกว่าตาของเผ่ามนุษย์อินทรี  คาดไม่ถึงเลยว่านายหญิงของเขาผู้มีตามนุษย์ยังกล้าแข็งมากกว่าตาของเขาเป็นร้อยเท่าสามารถระบุจำนวนได้ก่อนที่ตัวของเขาจะทันเห็นเงาศัตรูเสียอีก นางสามารถระบุได้ว่าศัตรูมีนักสู้ระดับปราณฟ้าสองคน  นี่มันคือตาอะไรกัน?

เขาต้องการถามจริงๆ ว่านางมาจากเผ่าพันธุ์ใดหรือว่าท่านหญิงนี้จะมาจากตระกูลที่มีตาทิพย์เทียบเท่ากับพระเจ้า

นั่นไม่ถูกต้อง!

องค์หญิงไม่มีตาที่สาม ต่างจากตระกูลที่มีตาทิพย์

“มีลมหายใจอ่อนแอมากผสมผสานกับลมหายใจหนักหน่วง ทำให้ผู้คนสับสนยิ่งนัก อืม.. คาดไม่ออก ดูก่อน!”  เย่ว์หยางสามารถรู้สึกได้บางส่วน  แต่ก่อนอื่นเขาซ่อนพลังปราณราชันย์ไว้ก่อนจะขยายความคิดเต็มที่จักษุทิพย์ของเขามองเห็นไม่ชัดเหมือนกับทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนนอกจากนี้ระยะยังห่างไกลไปบ้าง และเขาก็คร้านจะดู

“ดูเหมือนมีเสียงร้องไห้เสียงของสตรีและเด็ก!” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนกับเย่ว์หยางมองหน้ากันเองขณะที่เร่งความเร็วขึ้นไปข้างหน้า

“...ข้าไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย! พวกท่านได้ยินเสียงสตรีและเด็กร้องห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตรนี่นะ?  นี่.. เขาฟังออกได้ยังไง?”  ฟงจีตอนนี้มั่นใจเต็มที่ดูเหมือนว่าเมื่อเทียบกับนายใหญ่ไตตันและองค์หญิงแล้ว  เขาก็แค่สวะดีๆ นี่เอง มิน่าเล่าเจ้ากบอ้วนถึงกล้าบอกว่าเขาไม่มีคุณสมบัติสอดแนมนำทาง!-!

จบบทที่ ตอนที่ 923 ศัตรู? กลิ่นอายเกินเข้าใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว