เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 897 เราเป็นกลาง

ตอนที่ 897 เราเป็นกลาง

ตอนที่ 897 เราเป็นกลาง


หุบเขาเพลิงดำ

เมื่อนานมานี้เย่ว์หยางเคยตรวจสอบแหล่งแร่หยดเพลิงอย่างระมัดระวัง

ตามข่าวที่ได้มาที่นั่นเป็นหุบเขาลึกมีเพลิงลุกไหม้ชั่วนาตาปีและเปลวไฟที่นั่นมีความรุนแรงกว่าที่อื่น เมื่อมองจากระยะไกลจะมีสีดำนั่นเป็นที่มาของชื่อหุบเขาเพลิงดำ

มีทหารรับจ้างสองสามคนที่ไม่กลัวตายเข้าออกหุบเขาเพลิงดำเป็นครั้งคราว

ถ้าไม่โชคร้ายตายเสียก่อน  อย่างนั้นพวกเขามักจะขุดพบอะดาแมนเทียมที่คุณภาพไม่แย่นักปกติจะหาพบได้ยากในที่อื่นเว้นที่ปากปล่องภูเขาไฟ ที่มีไฟพ่นตลอดเวลา

แน่นอนว่าทหารรับจ้างบ้างคนสามารถขุดแร่หยดเพลิงในหุบเขาเพลิงดำได้

แร่หยดเพลิงหลังจากหลอมแล้วจะกลายเป็นโลหะเหลว

ด้านหลังเป็นโลหะเหลวมีอุณหภูมิสูง

สามารถใช้ร่วมกับแร่ธาตุบางชนิดที่มีชื่อต่างๆในแดนสวรรค์ นับว่าเป็นแร่ที่มีค่ามาก

โลหะเหลวจากแร่หยดเพลิงมีคุณภาพสูงเยี่ยม เมื่อผ่านการกลั่นหลายครั้งซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะกลายเป็นผลึกทองหยดเพลิงซึ่งมีอุณหภูมิปกติเหมือนกับผลึกคุณสมบัติโลหะซึ่งแข็งจนไฟแทบจะกัดกร่อนไม่ได้  ถ้าผลึกทองหยดเพลิงนี้ถูกนำเข้าโรงประมูล  แค่ขนาดหนึ่งนิ้วก็มีมูลค่าสูงเกินหมื่นล้านนั่นคือหนึ่งในสินค้าที่แดนสวรรค์บนต้องการซื้อจากแดนสวรรค์ล่างตลอดไป

ปัง ปัง ปัง!

ในขณะที่เย่ว์หยางพาจุ้ยมาวอี้บินเข้าไปในหุบเขาเพลิงดำห้าสิบกิโลเมตร  เขาได้ยินเสียงต่อสู้ที่ดุเดือดอย่างชัดเจน

มีบางคนกำลังต่อสู้อยู่นอกหุบเขาเพลิงดำหรือ?

พวกเขามาเพื่อแร่หยดเพลิงหรือเปล่า?

ถ้าเป็นอย่างนี้อย่างนั้นเย่ว์หยางคงไม่ประหลาดใจแม้แต่น้อย

“มีคนต่อสู้กันข้างหน้าหรือ?  ดูเหมือนว่าจะใกล้เข้ามา!”  จุ้ยมาวอี้เพิ่งตื่นจากฝันร้ายนางเลื่อนลงจากหลังเย่ว์หยางทันทีนางกำหมัดเกร็งกำลังเตรียมพร้อมเผื่อพบเจอศัตรูกะทันหัน

“กลั้นหายใจไว้และรอดูเหตุเปลี่ยนแปลงเงียบๆ” เย่ว์หยางโบกมือบอกนางไม่ให้กังวล

“อืม..” จุ้ยมาวอี้มองดูเย่ว์หยางและค่อยๆ ผ่อนคลาย ยังมีเขาอยู่นั่น นางเชื่อฟังเขาต่อให้มีเหตุเปลี่ยนแปลงเขาก็จัดการทุกอย่างได้

บึ้ม บึ้ม บึ้ม.... ไม่ทราบว่าท้องฟ้าฉายประกายสีแดงตั้งแต่เมื่อใด

อุกกาบาตเพลิงนับไม่ถ้วนตกลงมาใส่พื้นในรัศมีสามสิบกิโลเมตร  แม้ว่าจะมีระยะโจมตีนั้น แต่ระยะห่างของเย่ว์หยางกับจุ้ยมาวอี้ห่างกันเล็กน้อย  แต่แรงระเบิดจากการโจมตีนี้ยังคงทำให้ทั้งสองคนปลิวได้ แม้ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมองเห็น แต่เย่ว์หยางคาดว่าคนผู้โจมตีนี้จะต้องมีพลังอย่างน้อย ปราณฟ้าระดับสี่

ถ้าเป็นแค่พลังปราณฟ้าระดับสี่นั่นก็แค่นั้น

ที่นี่อยู่ใกล้หุบเขาเพลิงดำมากเกินไป  ธาตุไฟที่นี่ดูผิวเผินจะเงียบสงบ  แต่ความจริงมันมีพลังระเบิดที่น่ากลัว

อุกกาบาตสวรรค์เหล่านั้นร่วงลงกระแทกพื้นมีพลังระเบิดไม่ด้อยไปกว่านักสู้ปราณฟ้าระดับห้า

คลื่นความร้อนพุ่งสูง

ในเขตชายขอบของหุบเขาพลังคลื่นความร้อนยังรุนแรงมากขนาดนี้ถ้าเข้าไปภายในหุบเขาเพลิงดำ ยังจะมีอะไรเพิ่มขึ้นอีก?

ด้านนอกหุบเขาเพลิงดำบางทียังเทียบกับโลกอัคคีของจ้าวอัคคีปีศาจไม่ได้  แต่ถ้าเข้าไปในหุบเขาเพลิงดำจริงเกรงว่าพลังความร้อนคงจะมากยิ่งกว่าเป็นแน่ ทะเลเพลิงสามารถใช้พลังน้ำจากโลกนาฬิกาทรายมาสร้างสมดุลได้แต่เขาจะไปหาน้ำมากมายจากที่ไหนมาตัดไฟออกไปเล่า? ถ้าเขามาคนเดียวไม่ได้พาจุ้ยมาวอี้มาด้วย ก็คงดี  แต่ตอนนี้ศัตรูยังไม่ชัดเจน ต้องรอคอยดูกันต่อ

“ชู่วว!” เย่ว์หยางส่งสัญญาณให้หมอบซุ่ม

เข้าใจแล้ว ....จุ้ยมาวอี้เห็นเย่ว์หยางเปลี่ยนไปจากปกตินางเชื่อฟังคำแนะนำของเย่ว์หยาง กลั้นหายใจและซุ่มอยู่ใกล้ๆ เย่ว์หยางอย่างสงบ

หลังจากเห็นพลังโจมตีของอุกกาบาตไฟข้างหน้ามีเงาร่างหลายร่างหลบหนีออกมาจากเปลวเพลิง

สองคนในนั้นเย่ว์หยางรู้จักดี

คนหนึ่งมนุษย์กระดูกราเชลหัวหน้าก๊กโจรในแดนสวรรค์ใต้

อีกคนหนึ่งเป็นคนที่เคยทะเลาะกับทอเรนลิมาที่เมืองไถ่ถอนและถูกลิมาขู่ขวัญจนหนีไป เย่ว์หยางไม่รู้จักชื่อของเจ้านักสู้ที่คล้ายผีดูดเลือดนี้  แต่เขามีพลังปราณฟ้าระดับสาม แค่เพียงอ่อนแอกว่ามนุษย์กระดูกราเชลเพียงเล็กน้อย  อย่างไรก็ตามทั้งราเชลกับเจ้าผีดูดเลือดต่างอับอายขายหน้ากันมาก

ราเชลและมนุษย์แวมไพร์แต่ละคนมีพลังระดับปราณฟ้าถึงกับเผ่นหนีอย่างทุลักทุเลนับเป็นเรื่องน่าขายหน้า

เย่ว์หยางเห็นว่าถ้าทั้งสองไม่ป้องกันตัวเองอย่างแน่นหนาแล้วอุกกาบาตฟ้าก็เพียงพอจะฆ่าทั้งมนุษย์กระดูกและมนุษย์แวมไพร์ได้ทั้งคู่ทั้งสองคนเป็นนักสู้ปราณฟ้าที่มีความหยิ่งผยองทั้งคู่แต่ก็ต้องปกป้องชีวิตตนเองและบริวารอีกสี่คนที่เป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับหนึ่งให้พ้นไปจากฝนอุกกาบาตเพลิง

ศัตรูเรียกฝนอุกกาบาตเพลิงใส่แต่พวกเขาไม่ได้ไล่ตาม

เขากลับจะยอมหยุดไว้เท่านั้น

และกลับเข้าไปในหุบเขาเพลิงดำ

มองจากระยะไกลแม้เย่ว์หยางจะใช้ตาทิพย์มองก็มองไม่เห็นว่าเจ้าผู้นี้เป็นตัวอะไร  เขาเห็นว่ามันมาแล้วก็ไปและมีความสูงถึงร้อยเมตร

มันเป็นหัวหน้าปีศาจอสูรที่เฝ้าคุ้มครองหุบเขาเพลิงดำหรือเปล่า?  อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยได้ยินว่ามีปีศาจอสูรอยู่ในหุบเขาเพลิงดำมาก่อน ทหารรับจ้างส่วนใหญ่ที่ตายไปเนื่องมาจากพลังระเบิดจากภายในหุบเขาเพลิงดำเป็นหลักเปลวไฟพุ่งออกมาเหมือนกับน้ำพุอย่างไม่แน่นอนอยู่บ่อยครั้ง  ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ์หรืออสูรธาตุไฟก็ตามเมื่อถูกเปลวไฟนี้ปะทุใส่จะจะเหลืออยู่แต่ควันทันที นี่เป็นเหตุผลหลักให้หุบเขาเพลิงดำกลายเป็นสถานที่แม้แต่ทหารรับจ้างแดนสวรรค์ก็ไม่กล้าเข้ามาได้ง่ายๆ  ขณะที่อสูรปีศาจเขาไม่เคยได้ยินใครพูดถึงมันมาก่อน

“บัดซบ! เซี่ยหยา เป็นเพราะเจ้าได้ข้อมูลมาผิดเพี้ยนก๊กโจรกระโหลกดำที่ข้าเพียรสร้างขึ้นมาหลายปีถึงได้ล่มสลาย  จบสิ้นกัน!” มนุษย์กระดูกราเชลไม่เห็นเย่ว์หยางอยู่ก่อน เขากับสบถด่าสหายของเขา

“ข้ายอมรับว่าข้าเองก็เข้าใจผิดกับข้อมูลเช่นกัน แต่เจ้าก็ควรรู้ว่าข้าเองก็ไม่ต้องการให้เป็นแบบนี้  กลุ่มโจรกะโหลกดำของเจ้าล่มสลายและกลุ่มโจรค้างคาวของข้าก็ไม่มีใครเหลือเช่นกันถ้าไม่ใช่เพราะข้าใช้สมบัติวิเศษคุ้มกัน คนของเจ้าสองคนยังจะเหลือรอดได้ยังไง? ราเชล ข้าได้ข้อมูลมาผิดแต่ไม่ได้หมายความว่าข้าแต่งเรื่องขึ้นมาเองเจ้าก็เห็นว่าข้าใช้โล่แสงป้องกันที่ล้ำค่าออกไปเจ้ารู้ไหมว่าข้าต้องทุ่มเทคุณค่าไปมากเท่าไหร่กับการร่วมมือครั้งนี้!”  แวมไพร์เซี่ยหยาพูดถึงการต่อสู้เขาขมวดคิ้วทันทีเห็นได้ชัดว่าเขาเจ็บปวดใจมากกับการใช้โล่แสงคุ้มกันออกไป

“หัวหน้า! ตอนนี้เราควรจะทำอย่างไรดี?” บริวารคนหนึ่งของราเชลเห็นว่าหัวหน้าทั้งสองเอาแต่เถียงกันหน้าดำหน้าแดงต่อหน้าพวกเขาเขาจึงถามขึ้น

“แล้วจะทำอะไรได้เล่าไม่มีอะไรที่พวกเจ้าจะทำได้! ด้วยพลังอย่างพวกเจ้าจะทำอะไรกับหุบเขาเพลิงดำได้เล่า  จะกลับเข้าไปในนั้นอีกก็เป็นไปไม่ได้ดังนั้นเราได้แต่นิ่ง ลองค้นหาวิธีก่อน พวกเจ้าทั้งสี่กลับไปยังเมืองใบไม้เงินรอพวกเรากลับไปแล้วค่อยคุยกัน  ระวังด้วย,อย่าก่อเรื่องให้กับข้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าไม่ต้องการตอแยเจ้าแคว้นคนใหม่,นักสู้มังกรทะยาน,พวกมารฟ้าและสำนักทงเทียนและพวกนักสู้ที่มาจากแดนสวรรค์ตะวันตก  แม้แต่ราชาใจสิงห์ก็ยังเข้าพวกเป็นพันธมิตรกับพวกเขา”

“ข้าน้อย เข้าใจแล้ว”

แม้ว่าจะไม่มีคำสั่งกำชับจากราเชลแต่ทั้งสี่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับกองกำลังแคว้นมรกตอยู่ดี

พึงทราบว่าไม่มีใครที่จะมีกำลังพอก่อสงครามข้ามดินแดนและแน่นอนว่านักสู้จากมังกรทะยานพาสำนักแดนสวรรค์ตะวันตกเอาชนะอิทธิพลมืดกลายเป็นกองกำลังสนับสนุนแคว้นมรกตต่อไป

รอจนสมาชิกเดนตายทั้งสี่คนจากไปราเชลโมโหใช้ดาบฟันพื้นเป็นรอยทางยาวถึงร้อยเมตร “บัดซบ, เจ้ามารเพลิงดำ เจ้าลูกสุนัขนี่ดีแต่ซ่อนตัวอยู่ใต้ดินเหมือนหนูหลายพันปีที่ผ่านมามันเอาแต่สงบเงียบแต่สะสมความแข็งแกร่งเอาไว้อย่างคาดไม่ถึง  ถ้าไม่ใช่เพราะเราร่วมมือกันสำรวจและยังคงปล่อยให้หุบเขาเพลิงดำเงียบสงบต่อไป กลับกลายเป็นว่าเขามาซ่อนตัวอยู่ที่หุบเขาเพลิงดำแอบดูดซับพลังไฟที่นี่  โชคดีที่เราพบมันได้เร็ว  มิฉะนั้นเมื่อมันออกมากลุ่มที่เคยเป็นศัตรูก่อนหน้านั้นคงตายโดยไร้ที่กลบฝัง

มนุษย์แวมไพร์โบกมือบอกให้ราเชลคลายความโกรธ  “ราเชล, ตอนนี้ยังทันเวลา  เราได้พบร่องรอยของมารเพลิงดำแล้ว ถ้ายังปล่อยให้เขาดูดซับพลังหินหยดเพลิงต่อไปนั่นจะเป็นเรื่องยากลำบากจริงๆ”

ราเชลโจรสลัดกะโหลกดำกล่าว  “เซี่ยหยา! ปัญหาอยู่ตรงนั้นแหละเราทั้งสองรู้ว่ามารเพลิงดำยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเลื่อนระดับเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับหก  แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเขาไว้ได้  ไม่มีใครช่วยเราตอนนี้เราไม่สามารถเอาชนะศัตรูได้เราได้แต่มองมารเพลิงดำดูเจ้านั่นดูดซับเพลังเพลิงเลื่อนระดับ นี่เป็นเรื่องจนใจจริงๆ”

“ไม่ว่ายังไงก็ตามเจ้าจะปล่อยให้เขาเลื่อนระดับง่ายๆไม่ได้” มนุษย์แวมไพร์เซี่ยหยาสวมกรงเล็บเงินจากนั้นโบกมือ  “ไม่มีใครช่วยเราก็ต้องก่อกวนมารเพลิงดำให้ถึงที่สุด ถึงมีแนวโน้มว่าเราจะถูกฆ่า แต่เพื่อความสงบสุข เราหลีกเลี่ยงไม่ได้”

“ถ้าเสี่ยวโฉ่วอยู่ด้วยก็คงจะดี”  ราเชลถอนหายใจ

“เฮอะ ถ้าเขาอยู่ที่นี่ด้วยข้ายังกังวลใจมากกว่า เพราะยากจะป้องกันไม่ให้เสี่ยวโฉ่วใช้เราเป็นกองหน้ากล้าตายและเขากลายเป็นชาวประมงผู้ได้ประโยชน์..”มนุษย์แวมไพร์หัวเราะเสียงแห้ง

“แม้ว่าจะอันตรายขนาดนั้น แต่ที่สำคัญเขามีความคิดที่ดีกว่าเขาคงจะหาหนทางง่ายๆ และฉวยโอกาสประสบความสำเร็จอย่างสูง  แค่มีเราสองคน ข้าไม่มีความมั่นใจเลยจริงๆ!”  มนุษย์กระดูกราเชลถอนหายใจ

“.....” จุ้ยมาวอี้ได้ยินเช่นนี้นางเอื้อมมือสะกิดเย่ว์หยาง ดูเหมือนจะถามว่าทำไมเขาไม่ออกไปร่วมมือกับฝ่ายตรงข้าม

เย่ว์หยางส่ายศีรษะ

รอยยิ้มลึกลับปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา

ตอนนี้ถ้าออกไปช่วย แม้ว่าจะได้ชัยชนะแต่สมบัติจะต้องแบ่งให้ราเชลและเซี่ยหยา

เขามีความแข็งแกร่งเพียงพอและซ่อนตัวรออยู่ในที่มืดคอยโอกาสโจมตีแล้วจะต้องร่วมมือกับมนุษย์กระดูกราเชลและเซี่ยหยาทำไม?  นอกจากนี้ทั้งสองก็ไม่ใช่ตัวดีการร่วมมือกับพวกเขายากจะป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล

ถ้ามารเพลิงดำเป็นสุดยอดนักสู้ไร้เทียมทานเมื่อได้ฟังราเชลกับเซี่ยหยาพูดคุยกันแล้วกลับกลายเป็นว่ามารผู้นี้ซ่อนตัวดูดซับพลังงานเพลิง  ไม่ว่าจะถึงพลังปราณฟ้าระดับห้าหรือแม้แต่ระดับหก เย่ว์หยางก็ไม่เห็นอยู่ในสายตา จ้าวอัคคีปีศาจยังทรงพลังมากกว่าก็ยังถูกฆ่าได้ และนี่มีแค่มารเพลิงดำผู้เดียวเท่านั้นถือเป็นสินค้าชั้นดีเป็นตัวการร้ายกาจระดับหัวหน้า

มีสิ่งเดียวที่เย่ว์หยางต้องระมัดระวังก็คือภูมิประเทศอันตรายของหุบเขาเพลิงดำ

เมื่อได้เวลาที่เหมาะเจาะภูมิประเทศที่เลวร้ายจะน่ากลัวสำหรับศัตรู เพราะนี่เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ความจริงที่ซ่อนอยู่

“เราทำอย่างนี้เรื่อยๆ...”  เย่ว์หยางส่งสัญญาณให้จุ้ยมาวอี้ทราบว่าพวกเขาจะเล่นบทอยู่ฝ่ายกลางแผนการน่าละอายนี้จุ้ยมาวอี้มักจะดูถูกเสมอ แต่ตอนนี้ความรู้สึกยุติธรรมของนางไม่ครอบคลุมมาถึงแดนสวรรค์ใต้ในใจนางแม้ว่าจะไม่มองอีกฝ่ายเป็นคู่ต่อสู้เหมือนเย่ว์หยาง  แต่นางยังรู้สึกว่าทุกอย่างที่นี่เป็นศัตรู  ไม่มีอะไรที่นางจะทำได้!

จบบทที่ ตอนที่ 897 เราเป็นกลาง

คัดลอกลิงก์แล้ว