เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 891 ข้ามีลางสังหรณ์

ตอนที่ 891 ข้ามีลางสังหรณ์

ตอนที่ 891 ข้ามีลางสังหรณ์


วันต่อมา

เนื่องจากศีรษะของจ้าวอัคคีปีศาจถูกผ่าเปิดออกผลึกปีศาจของจ้าวอัคคีปีศาจถูกดึงออกมาผลึกปีศาจนั้นไม่มีสำนึกควบคุมเมื่อตกลงยังผิวทะเลสาบถูกแช่อยู่นานถึงหนึ่งวันจึงค่อยๆแข็งตัวกลายเป็นหิน

เย่ว์หยางไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในศึกสุดท้ายเพื่อขับไล่พวกอสูรต่างๆเพราะเขาจำเป็นต้องสร้างสนามพลัง กำไลแปลงพลังงานและพลังกระบี่ซวงหัวช่วยแปลงพลังเพลิงของผลึกปีศาจจ้าวอัคคีปีศาจถ้าไม่ใช่เพราะจ้าวอัคคีปีศาจอยู่ในภูมิประเทศที่ด้อยกว่าและประเมินพลังโจมตีของเย่ว์หยางต่ำเกินไป  จ้าวอัคคีปีศาจคงไม่ตายง่ายๆ อย่างนั้น  ที่สำคัญที่สุดจ้าวอัคคีปีศาจมีพลัง  แต่ไม่มีร่างมนุษย์การประสานพลังเข้ากับปณิธานปราณราชันย์จึงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงสำนึกที่แท้จริง...หรือถ้าจ้าวอัคคีปีศาจสู้อยู่ในทะเลเพลิงที่เขาได้เปรียบเขาคงยันตนเองให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่พ่ายแพ้ได้

ภายใต้พลังกฎสวรรค์น้อยของเย่ว์หยางรวมกับพลังกดดันของกฎสวรรค์ที่มากเป็นสองเท่า จ้าวอัคคีปีศาจจึงได้พ่ายแพ้

ไม่เหมือนกับเป็นนักสู้คนหนึ่ง

แน่นอนว่าใครก็ตามที่เพิกเฉยหรือดูถูกพลังโจมตีของเพลิงอมฤตพลังของวงจักรนิรันดร และวงจักรล้างโลก จะต้องถูกลงโทษ

เช่นเดียวกับเพลิงอมฤตและวงจักรล้างโลก ด้วยพลังของเย่ว์หยางยิ่งเขามีความก้าวหน้าพัฒนาพลังมากขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง  ก็ยิ่งใกล้จะแสดงผลได้เต็มร้อย

ด้วยพลังของเย่ว์หยางในปัจจุบันนี้  แม้ว่าพลังทั้งสามจะไม่ได้ใช้ออก แต่เขาก็แทบอยู่ในระดับเทพที่ไม่มีผู้ใดต่อต้านได้แล้ว

วู้วววว....

วิญญาณที่ทรงพลังถูกขับไล่ออกจากแก่นผลึกปีศาจและมันไม่เต็มใจและต่อต้านอย่างเต็มที่

แม้ด้วยพลังของเย่ว์หยางก็ไม่สามารถกำจัดได้

และด้วยกฎสวรรค์ประจำโลกนาฬิกาทรายก็ไม่ยอมให้จ้าวอัคคีปีศาจและภูตไหมฟ้าหนีไปได้ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม

อย่างน้อยก่อนที่ปณิธานของเย่ว์หยางจะแข็งแกร่งมากกว่าปณิธานของเทพโบราณ  เป็นไปไม่ได้ที่จะขับไล่จ้าวอัคคีปีศาจออกไป ก็เหมือนกับที่เย่ว์หยางแม้จะทำทุกอย่างที่เป็นไปได้เพื่อนำนางพญาเฟ่ยเหวินหลีอออกมาจากผนึกมิติหลุมดำ  แน่นอนผนึกมิติหลุมดำยากยิ่งกว่าทั้งยังหาทางไม่ได้ เพราะไม่มีช่องโหว่ให้ทำอย่างนั้น

เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจ้าวอัคคีปีศาจจะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกต่อไป เย่ว์หยางกักวิญญาณจ้าวอัคคีปีศาจไว้ในท้องของอสูรหุ่นจากนั้นทิ้งอสูรหุ่นไว้ในทะเลสาบลึกผนึกไว้ในน้ำแข็งหมื่นปี แม้ว่าในอนาคตจะมีพลังใดก็ตามที่สามารถทำลายน้ำแข็งและปลดปล่อยจ้าวอัคคีปีศาจซึ่งถูกกักไว้ในร่างอสูรหุ่น  ในฐานะผู้สร้างและผู้ผนึกเย่ว์หยางย่อมสามารถรู้ได้เป็นคนแรก บางทีต่อไปในอนาคตเมื่อเย่ว์หยางเป็นนักสู้ระดับเทพ อาจไม่จำเป็นต้องใช้ผนึกนี้อีกต่อไปก็ได้ แต่ตอนนี้นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเย่ว์หยาง

ร่างยักษ์ของจ้าวอัคคีปีศาจสร้างขึ้นจากแม็กมาภูเขาไฟได้เย็นลงกลายเป็นหินและนอนอย่างสงบอยู่ก้นทะเลสาบลึกลงไปหมื่นเมตร

ในใจกลางทะเลสาบเย่ว์หยางเขียนวงเวทอักษรรูนยักษ์ซึ่งคล้ายกับอักษรรูนเพลิงแต่ทำให้ใช้พลังงานน้ำแทนที่จะใช้พลังไฟ

“งานเสร็จแล้วหรือ?” เมื่อเย่ว์หยางผนึกจ้าวอัคคีปีศาจและกลับมายังผิวน้ำ  แม่เสือสาวดูเหมือนทำได้ไม่เลวและนางส่งผ้าเช็ดตัวให้เย่ว์หยางเช็ดตัวที่เปียกโชก  หลังจากมองเห็นท่าทีงุ่มง่ามของเย่ว์หยางเวลาจับผ้าเช็ดตัว  นางทำตัวเหมือนกับภรรยาผู้ขยันขันแข็งนางยิ้มให้เขา “ไม่มีพี่หวี่อยู่ด้วย ก็ไม่มีใครดูแลเจ้า  แม้จะกล่าวว่าเป็นยอดอัจฉริยะอันดับหนึ่งของหอทงเทียน  แต่ก็ยังเป็นตัวโง่งม...”

“ข้าให้โอกาสเจ้าฝึกฝนปรนนิบัติหรอกน่า”  เย่ว์หยางหัวเราะ

“ใครจะสนเล่า!”  แม่เสือสาวมองเขาอย่างเจ้าเล่ห์แต่ยังไม่หยุดมือ

“ผลเป็นยังไงบ้าง?”  เย่ว์หยางยินดีที่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเหมือนกับกำลังบริการเจ้านายใหญ่  นางขยับเก้าอี้ให้เขาเอนตัวลง

“ข้าได้แค่ฆ่าค้างคาวไฟปีศาจ  ส่วนเหยี่ยวเพลิงบินเร็วเกินไปพอจ้าวอัคคีปีศาจพลาดท่ามันทรยศและหนีไปทันที ข้าไม่สามารถไล่ตามได้ทัน ฮุยไท่หลางยังยุ่งอยู่กับการกลืนเลเวียธานเสี่ยวเหวินหลีไล่ตามไปด้วยตนเอง” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนช่วยเช็ดผมให้เย่ว์หยาง ถอดชุดและจัดชุดใหม่ให้เขาปกติเมื่อมีคนอื่นอยู่ใกล้ๆ นางจะไม่ใส่ใจเย่ว์หยาง เมื่ออยู่กันสองต่อสองตอนนี้ทั้งสองกลายเป็นคู่รักกัน อย่างน้อยนางไม่แสดงความดุร้ายแต่ทำตัวเป็นภรรยาที่นุ่มนวลเอาใจ

“แล้วปลาไหลมังกรไฟเล่า?” เย่ว์หยางกังวลถึงอสูรสองตัวหนึ่งเป็นเหยี่ยวเพลิงศักดิ์สิทธิ์มีปัญญาฉลาดและมีศักยภาพที่ไม่เลว  ถ้าเย่ว์หยางไม่ต้องการปล่อยมันไปเขาคงฆ่ามันไปตั้งแต่แรกแล้ว

ยังมีปลาไหลมังกรไฟพลังของปลาไหลมังกรไฟนี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าเหยี่ยวเพลิง

ปลาไหลมังกรไฟเป็นอสูรธาตุไฟบริสุทธิ์ที่มีขนาดมหึมา  มันไม่สามารถลงไปในน้ำได้และมันไม่สามารถลอยตัวอยู่ในนานนัก การใช้งานมันจริงๆ จะมีข้อจำกัดมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของภูมิประเทศ  แตกต่างจากเหยี่ยวเพลิง ยกเว้นลงไปในน้ำไม่มีที่ใดที่มันสู้ไม่ได้ในแง่ของคุณค่าการฝึกฝนอสูรขนาดใหญ่เกินไปยังด้อยกว่าอสูรตัวเล็กกว่าเพราะว่ามันสามารถแปลงเป็นเซียนได้ในเวลาภายภาคหน้า

“ร่วงไปแล้ว เมื่อขุนพลเทพธิดาวายุจับหางของมันได้มันก็ร่ว่งทันที” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนก้มตัวลงช่วยเช็ดตัวให้เย่ว์หยางต่อ

“ความภักดีของมันไม่มากนัก เมื่ออสูรอื่นโจมตีเรามีแต่มันเท่านั้นที่รั้งอยู่หลังเพื่อนคาดว่ามันไม่ใช่อสูรของจ้าวอัคคีปีศาจ แต่ถูกผนึกไว้ด้วยกันกับจ้าวอัคคีปีศาจในทะเลเพลิงจึงต้องจำใจทำ

เย่ว์หยางมีความสุขมากที่เหยี่ยวเพลิงไม่ได้ถูกล่าสังหารมันเป็นอสูรที่ไม่เลว อย่างน้อยก็นับว่าไม่สูญเปล่า  นอกจากร่มชี่หลัวสมบัติวิเศษแล้วได้ปลาไหลมังกรไฟซึ่งนับว่าเป็นอสูรที่นับว่าไม่เลว

เมื่อองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนช่วยเปลี่ยนกางเกงให้เย่ว์หยางนางพบว่าบางส่วนของร่างกายเขาตั้งตรงราวกับหอกพร้อมทำการรบได้ทุกเมื่อ

นางอดหน้าแดงมิได้

นางหน้าแดงจนกลายเป็นแง่งอนขุ่นเคือง “เจ้าต้องการอะไร?ในหัวของเจ้าคิดแต่เรื่องอะไรอยู่ทั้งวัน?”

นางยื่นมือออกมาตีเบาๆแต่พอสัมผัสเหมือนกับว่าเจ้าสิ่งนั้นจะร้อนและหดตัวลงอย่างรวดเร็ว  เย่ว์หยางหัวเราะ“นี่เป็นปฏิกิริยาธรรมชาติ  ถ้ามีหญิงงามช่วยบริการเอาใจไม่มีทางที่จะไม่ลุกขึ้นสู้ เพราะว่าชีวิตนี้มีความหวัง!”

เขาคว้ามือนางอย่างอุกอาจ และปล่อยให้นางสัมผัส

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนดิ้นรนขัดขืนเล็กน้อยในตอนแรกและนางพบว่าสัมผัสสิ่งนั้นของเขาอย่างรวดเร็ว และรีบหดมือกลับราวกับว่ากลัวถูกงูกัดหน้าของนางแดงจนถึงต้นคอ นางหันหน้าไปทางอื่นและพบว่าเสวี่ยอู๋เสียยังไม่กลับมานางรีบหันกลับมาและบอกกับเขา “ไม่มีใครอยู่ ไม่มีใครเห็นแล้ว มา..มาจูบกัน!”

นางตั้งใจจะไม่ให้ความลับแตก

เย่ว์หยางตะลึง

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้ว่าตัวนางเองพลั้งปากพูดก็อายจึงรีบกระตุ้นอย่างแง่งอน“นั่นเป็นการพนันกับแม่สาวหิมะ นางบอกว่าข้าไม่กล้าจูบ ข้าไม่ยอมแพ้อยู่แล้ว”

“ข้าไม่รู้ตัวได้ยังไงกันนี่?” เย่ว์หยางเสียใจที่เขาพลาดช่วงเวลาพิเศษไปได้อย่างไร

“เจ้ายังไม่รู้ตัวในเวลานั้น...”องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้ว่าเขาเสียดายนางอดมีความรักที่อ่อนโยนมิได้นางกอดเขาและจูบปากเขาอย่างนุ่มนวล  “ความจริงข้าก็รู้สึกผิดที่หาเรื่องทะเลาะเจ้าอยู่เสมอแต่ใครให้เจ้ายั่วโมโหเล่า! หลังจากจูบกับเจ้าครั้งนี้แล้วข้าจะไม่โกรธเจ้าแล้วและเจ้าต้องไม่ยั่วโมโหข้าด้วย!”

“งั้นจูบอีกครั้ง”  เย่ว์หยางไม่มีทางพอใจแค่สถานะปัจจุบัน

“ไม่ได้, สาวหิมะกำลังกลับมา”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนปฏิเสธและมองดูรอบๆอย่างกังวลนางรีบจัดเสื้อผ้าให้เย่ว์หยางเพราะกลัวเสวี่ยอู๋เสียจะเห็นนางรับใช้เย่ว์หยาง

“นางยังไม่กลับมาในเวลาเร็วๆ...นี้ข้ามีความรู้สึกว่านางยังต่อสู้ในที่ห่างไกลออกไป!  เอ๋, นางกำลังไล่จับวาฬภูเขาไฟหรือนี่?”เย่ว์หยางรีบกอดตัวนุ่มนิ่มของแม่เสือสาวและจูบปากนางอย่างดูดดื่มมือที่ซุกซนของเขาสอดเข้าไปในชุดของนาง ถึงตอนนั้นแม่เสือสาวจับมือของเขาหอบหายใจ “ไม่, นางจะกลับมาในอีกไม่ช้า ถ้าข้าปล่อยมือเจ้าเจ้าอย่ามาถอดชุดของข้า... ตัวร้าย.. ข้ายอมให้เจ้ากอดนอนตอนกลางคืนได้  แต่กลางวันในที่อย่างนี้ ถ้าสาวหิมะเห็นเข้าข้าจะไม่มีหน้ามองผู้คนอีก นุ่งผ้าเร็วเข้า นางจะกลับมาแล้ว โอวพระเจ้า นางกลับมาเร็วยิ่งนัก....

ในท้องฟ้าไกล มีประกายดวงดาวดวงหนึ่ง

ในชั่วกระพริบตา

ดาวดวงนั้นพุ่งลงข้างหน้าเย่ว์หยางและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเป็นเสวี่ยอู๋เสียกำลังยืนถือคัมภีร์แห่งสัจจะ

นางยิ้มขณะมองดูเย่ว์หยางกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน  คำว่าหน้าหนาไม่ต้องเอามาใช้กับเย่ว์หยางเพราะเขาไม่มีความรู้สึกผิดเสียใจอะไร แต่ยังคงเป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนที่หน้าแดงและรู้สึกเขินอายนางพูดด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อย “กลับมาแล้วหรือ, พ่อหนุ่มนี่เหมือนกับไก่แจ้ ทำเอาข้าแทบรอไม่ไหว  สาวหิมะ!  เจ้ามาก็ดีแล้ว!”

เสวี่ยอู๋เสียเดินเข้ามาหา จู่ๆนางก็ดึงมือขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและสูดดมกลิ่น

นางไม่พูด แค่ยิ้มให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน

แต่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนหน้าแดง

นางพูดอย่างถือดี “ก็เขามาเองนี่.....”

เย่ว์หยางยกมือทันที “ใช่แล้ว, ข้าลงมือเอง, เดี๋ยวข้าพิสูจน์ให้ดูก็ได้!”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอายจนกลายเป็นโทสะนางย่ำเท้าของเย่ว์หยางและจับมือเขาส่งให้เสวี่ยอู๋เสีย “ข้าไม่ชอบให้ทำอย่างนี้สักหน่อยเอ้า..เจ้าไปแต๊ะอั๋งสาวหิมะเองก็แล้วกัน!”

นางนึกว่าเสวี่ยอู๋เสียจะกลัวแล้วร้องกรี๊ดวิ่งหนีไป  ใครจะคิดกันเล่าว่าเสวี่ยอู๋เสียไม่มีสีหน้าที่ตื่นเต้นแต่อย่างใดนางกลับยิ้มมากขึ้นและดึงมือเย่ว์หยางมาวางไว้ที่เนินอกของนาง และกดลงเบาๆ  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเมื่อเห็นเช่นนั้นนางตกตะลึง นางไม่คิดว่าสาวหิมะจะกล้าขนาดนั้น

เย่ว์หยางมีความสุข แต่เขาไม่กล้าแสดงความสุขมากเกินไป

เขาก็แทบจะไม่เชื่อว่านี่เป็นความจริง

“ความจริง สองคนจะแอบทำอะไรกันข้าไม่เห็นว่าต้องเป็นความลับอะไร ข้าไม่อิจฉาอยู่แล้ว” เสวี่ยอู๋เสียหยอกองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเสร็จ นางถอนหายใจทันที  “ข้าไม่เคยคิดมาก่อน  อย่างไรก็ตามหลังจากเผชิญหน้ากับจ้าวอัคคีปีศาจข้ารู้สึกว่าขามีพลังระดับปราณราชันย์แล้ว เป็นพลังปราณราชันย์แท้จริง มิน่าเล่าทั้งอสูรศักดิ์สิทธิ์และอสูรเทพต่างเปลี่ยนร่างไปเป็นมนุษย์ได้ในที่สุดกลับกลายเป็นว่าร่างมนุษย์เป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งนัก”

“ความจริงร่างกายมนุษย์ดูเหมือนจะอ่อนแอที่สุด ไม่มีเขาไม่มีเขี้ยว ไม่มีกรงเล็บ ไม่มีเกล็ดไม่มีขนนก มีแต่แค่ปัญญา  อย่างไรก็ตามเพราะปัญญานี้ทำให้สิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอที่สุดในแรกเริ่มเติบโตก้าวหน้าจนได้รับพลังที่แข็งแกร่งที่แท้จริงในที่สุด  การสูญเสียร่างมนุษย์แต่ให้ท่านมีสุดยอดพลังที่แข็งแกร่ง ท่านก็ไม่มีทางใช้ออกมาได้เต็มร้อย... จ้าวอัคคีปีศาจเพราะช่วงเวลาหมื่นปีเขาไม่ตระหนักทักษะวิชาต่อสู้ที่เขาใช้มาตลอดชีวิตวิธีสู้รบในรูปแบบต่างๆ ถูกใช้ออกมาในร่างมนุษย์ ได้สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง”  เย่ว์หยางสรุปให้ และเสวี่ยอู๋เสียถาม“เจ้าคิดอย่างนี้ได้ยังไง?”

“ข้าจำได้ว่าวาฬภูเขาไฟที่เพิ่งถูกเรียกมานี้มันมีขนาดและพลังที่ไม่ด้อยไปกว่าขุนพลเทพธิดาวายุของข้า  แต่มันพ่ายแพ้อย่างน่าสังเวชและไม่มีพลังโจมตีตอบโต้  แม้ว่า ‘วายุ’ จะเอาชนะได้แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกสองสามวันถึงจะเอาชนะมันได้เด็ดขาด  แต่วาฬภูเขาไฟไม่มีโอกาสกลับตัวได้ ในเงื้อมมือของเจ้ามันไม่มีโอกาสเช่นเดียวกับจ้าวอัคคีปีศาจ  ถ้าวาฬภูเขาไฟและจ้าวอัคคีปีศาจมีร่างมนุษย์ในการต่อสู้ครั้งนี้  ข้าเกรงว่าคงจะไม่ง่ายขนาดนั้น” เสวี่ยอู๋เสียสวมชุดนอกให้เย่ว์หยางและจัดคอเสื้อให้เขา  “ศัตรูมีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นในอนาคต หากเราไม่สามารถเร่งกระบวนการฝึกฝนของเราจนเข้าสู่ระดับปราณราชันย์  ข้าเกรงว่าข้าเองอาจจะช่วยไม่ได้”

“ข้าคงคงจะย่างเข้าระดับปราณราชันย์แน่นอน  ข้ามีลางสังหรณ์...” ทักษะหกรับรู้ขององค์หญิงเชี่ยนชี่ยนมีสัมผัสที่หกรวมอยู่ด้วย  นางรู้สึกว่านางและเสวี่ยอู๋เสียจะเข้าสู่ระดับปราณราชันย์ในไม่ช้าเพียงแต่ไม่แน่ใจว่าใครก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 891 ข้ามีลางสังหรณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว