เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 887 สมบัติวิเศษทั้งหก

ตอนที่ 887 สมบัติวิเศษทั้งหก

ตอนที่ 887 สมบัติวิเศษทั้งหก


เย่ว์หยางได้ฟังแล้วลอบเหงื่อตก

ภูตไหมฟ้านี้ไม่ได้จมอยู่กับข้อมูลที่ยุ่งเหยิงในหอทงเทียนและตัดสินใจได้ชัดเจนยิ่งกว่านักรบธรรมดาเสียอีก แน่นอนไม่ว่านางจะคาดเดายังไงเย่ว์หยางไม่ยอมรับ  และไม่ว่านางจะออกไปได้หรือไม่ก็ตามการยึดติดกับความลับสุดท้ายเป็นเรื่องสำคัญที่สุด  จากจุดนี้เองเย่ว์หยางเริ่มตื่นตัว ถ้านักรบของแดนสวรรค์และคนของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ไม่สับสนสถานะของคุณชายสามตระกูลเย่ว์จะทำให้เกิดการสืบสวนเขาเองหรือไม่?

โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนของตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ถ้าพวกเขาคิดจะตรวจสอบบางอย่างในแดนสวรรค์ย่อมเป็นเรื่องสะดวก

ดูเหมือนว่าต่อไปในอนาคตเขาต้องระมัดระวังมากขึ้น และจะไม่ยอมให้เกิดความผิดพลาดในเรื่องสถานะนี้อีก

จ้าวปีศาจโบราณจะไม่ก่อปัญหาแน่นอน  แต่ยังมีจักรพรรดิชื่อตี้

ถ้าจักรพรรดิชื่อตี้ปกปิดชื่อซ่อนตนใช้ชีวิตสันโดษไม่ปล่อยให้ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์พบเจอย่อมดีกว่า  เย่ว์หยางกังวลว่าเสี่ยวโฉ่วจะรู้เรื่องเขาหรือไม่ไม่ว่าจะเป็นเสี่ยวโฉ่วและเผ่าพันธุ์ที่เป็นกบฎของหอทงเทียนอย่างเช่นเผ่ามนุษย์นกแห่งทวีปกวงหมิง

หากเป็นจริงปัญหาสถานะตัวตนของเขาอาจถูกเปิดเผยได้ในเวลาไม่นาน

เมื่อสถานะถูกเปิดเผย

นั่นเท่ากับประกาศว่าหอทงเทียนเริ่มโดดเด่นขึ้นมาเขาเชื่อว่าคนจากตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จะต้องมาฆ่าชาวหอทงเทียนทั้งหมดและทำลายทุกสิ่งทุกอย่าง

ดูเหมือนว่าจำเป็นต้องแข่งกับเวลาก่อนตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์จะให้ความสนใจกับหอทงเทียนก่อนที่เขายังไม่ผ่านการฝึกทั้งสิบด่านและก่อนที่เขาจะช่วยนางพญาเฟ่ยเหวินหลีออกมาจากผนึกหลุมดำ เย่ว์หยางไม่ต้องการให้ตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์พบเจอสถานะของเขาและความลับนี้แม้ว่าหอทงเทียนกำลังจะรุ่งเรือง แต่ก็เหมือนต้นไม้อ่อนที่งอกอยู่บนพื้นแข็งก่อนจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ ยังไม่สามารถต้านพายุลมแรงได้

“ข้าเป็นลูกหลานของตระกูลเย่ว์  หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของทวีปมังกรทะยาน” เย่ว์หยางพยายามยกย่องตระกูลเหมือนกับที่เด็กในตระกูลทั่วไปพึงทำ

“สี่ตระกูลใหญ่ของทวีปมังกรทะยาน? ข้าเคยแต่ได้ยินสี่ตระกูลใหญ่จากแดนสวรรค์เท่านั้น”  สตรีถือร่มยิ้ม

“....” เย่ว์หยางแกล้งทำเป็นอึกอักพูดไม่ออก

ความจริงภูตไหมฟ้านี้ไม่เคยได้ยินชื่อสี่ตระกูลใหญ่ของทวีปมังกรทะยาน  คงเป็นเรื่องแปลกถ้านางได้ยินมา

บางทีนางเห็นสีหน้าลำบากใจของเย่ว์หยางสตรีผู้ถือร่มโบกมือกล่าวขอโทษ “ข้าไม่ได้ตั้งใจดูแคลนตระกูลของเจ้า พวกเขาสามารถฝึกคนอย่างเจ้าขึ้นมาได้ ต่อให้ตระกูลเจ้าไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับสี่ตระกูลใหญ่ในแดนสวรรค์แต่ก็เป็นเรื่องพิเศษมาก  หนุ่มน้อย! บอกให้ข้าทราบได้บ้างไหมว่าเจ้ามาจากไหนทำไมเจ้าถึงมายังโลกนาฬิกาทรายนี้ได้?”

เย่ว์หยางฟังแล้วเกิดแรงบันดาลใจ

ธุรกิจสำคัญกำลังจะมา

อย่างน้อยผู้อาวุโสนี้เชื่อว่าเขาเป็นลูกหลานของทวีปมังกรทะยาน  ถ้านางเชื่อว่าเขาเป็นคนของแดนสวรรค์  อาจเป็นเรื่องน่ากลัวถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากนางคงเป็นเรื่องน่าอายแน่นอน

เย่ว์หยางคารวะและพูดด้วยเสียงจริงใจ  “ผู้อาวุโส!  เรื่องเป็นเช่นนี้ข้ามาตามคำแนะนำของผู้อาวุโสหลายท่านที่ตั้งใจตามหาหมู่บ้านฝังดาบข้าสงสัยว่าผู้อาวุโสจะรู้จักแม่เฒ่าซาบ้างไหม? ชื่อเต็มคือแม่เฒ่าซาลามันด์,ผู้เฒ่าฟงป๋อ, ผู้เฒ่าอวี่ป๋อ”

สตรีถือร่มส่ายหน้าและโบกมือ“ข้าไม่รู้จัก บางทีสามคนที่เจ้าพูดถึงอาจเป็นรุ่นลูกรุ่นหลานของข้า!”

นางพูดถึงเรื่องสั้นๆในปีนั้นเกี่ยวข้องกับจ้าวอัคคีปีศาจ

“ในอดีตตลอดชีวิตของบัณฑิตฝังดาบเขาได้สร้างสมบัติเทพขึ้นมาหกชิ้นจ้าวอัคคีปีศาจได้นำเหล่านักสู้จากแดนสวรรค์บุกฝ่าแนวป้องกันที่แข็งแกร่งของหมู่บ้านและรุกเข้าหมู่บ้านฝังดาบเพื่อจะขับไล่ให้ศัตรูล่าถอย  สามีของข้าสละชีวิตใช้พลังสมบัติเทพชิ้นที่ห้า‘นาฬิกาวิเศษ’และผนึกเทพซึ่งเป็นสมบัติชิ้นที่หกฆ่าหัวหน้าของศัตรูได้สองคนและขับไล่ศัตรูออกไปได้ ข้าจับจ้าวอัคคีปีศาจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้สำเร็จ  ในเวลานั้นจ้าวอัคคีปีศาจเหมือนจะสำนึกผิดแต่เขาหลอกลวงข้ากับพันธมิตรบ้านภูเขา เพื่อคลี่คลายความแค้นชิงชังนี้ ข้าปล่อยจ้าวอัคคีปีศาจและเนรเทศเขาออกไป คาดไม่ถึงเลยว่า เขากลับมาในเวลาไม่นาน ในเวลานั้นนอกจากสามีของข้าที่ตายไปในการรบก่อนนี้ไม่มีใครใช้สมบัติวิเศษทั้งหกได้  นอกจากนี้หลังจากสามีของข้าตายไปนาฬิกาวิเศษสมบัติเทพชิ้นที่ห้าไม่สามารถสร้างพลังป้องกันโจมตีจากศัตรูได้แข็งแกร่งที่สุด”

“นักสู้เทียนอี้และจีอู๋ลี่ศิษย์ของเขาจากตำหนักกลางศักดิ์สิทธิ์ได้เกราะวิเศษสมบัติเทพชิ้นที่สี่และนักสู้จากแดนสวรรค์ที่ไม่ปรากฏชื่ออีกคนชิงเอากระจกวิเศษสมบัติชิ้นที่สามไปเมื่อศัตรูเตรียมตัวมามาก ดาบวิเศษสมบัติเทพชิ้นที่หนึ่ง คทาวิเศษสมบัติเทพชิ้นที่สองและตราผนึกเทพสมบัติเทพชิ้นที่หกนักสู้ฝีมือดีจากหอทงเทียนคนหนึ่งโกรธจัดเขาใช้แสงเทพห้าสีซึ่งเป็นสมบัติที่เหนือกว่าสมบัติเทพทั้งห้าชิ้นฆ่าศัตรูที่ทรงพลังไปเกือบถึงสามพันคนในที่สุดด้วยเหตุผลที่ไม่สามารถอธิบายได้ แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีปะทะกับแสงของยอดฝีมือชั้นสูงแตกกระจัดกระจายออกไปทั่วทุกแห่ง...”

“แสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีแตกกระจัดกระจายอยู่ทั่วทวีปมังกรทะยานหรือ?”  เย่ว์หยางถามด้วยความกังวลข่าวนี้สำคัญมากสำหรับเขา

“ตรงนี้ข้าก็ไม่แน่ใจบางทีแสงศักดิ์สิทธิ์บางส่วนอาจถูกนักสู้แดนสวรรค์ชิงไป แต่ข้าเห็นสมบัติศักดิ์สิทธิ์กระจัดกระจายกลายเป็นสายแสง  เพราะเหตุนั้นเทพโบราณจึงตื่นตัวนี่เป็นเรื่องอันตรายร้ายแรงถึงกับทำลายล้างโลกได้เทพโบราณจึงตัดหมู่บ้านหุบเขาทิ้งดาบแยกออกไปในมิติต่างๆและสลายพลังพวกเขาออกไป ข้าไม่รู้ว่าสถานการณ์นักรบอื่นจะเป็นเช่นไร  แต่จ้าวอัคคีปีศาจกับข้าถูกผนึกไว้ในโลกหลังจากสังเกตดูหลายปี ในที่สุดข้าจึงเข้าใจว่าโลกนี้เหมือนกับนาฬิกาทรายที่มีสองด้านด้านหนึ่งเป็นไฟ อีกด้านหนึ่งเป็นน้ำ และจะมีการแปลงพลังกันในเดือนมีนาคม”  ภูตไหมฟ้าผู้ถือร่มยิ้ม “ข้ามีความคิดจะทำลายภาคพื้นทั้งหมดและฆ่าจ้าวอัคคีปีศาจ ถ้าไม่ถูกแยกออกจากกันก่อนหลายอย่างคงไม่เป็นแบบนี้”

“ข้าเข้าใจอย่าว่าแต่ทวีปมังกรทะยานไม่ได้ถูกทำลาย” เย่ว์หยางกลับปลอบอีกฝ่ายหนึ่ง ความจริงเขาเข้าใจว่าทวีปมังกรทะยานถูกทำลายมามากกว่าครั้งหนึ่ง  แต่หลังจากการทำลายแต่ละครั้งจะมีนักสู้บังเกิดใหม่และกลับไปสู่ยุครุ่งเรืองอีกครั้ง

“เพราะข้าถูกกักขังอยู่ที่นี่มาหลายหมื่นปีข้าไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับโลกภายนอก และเวลานั้นร่างและสมบัติวิเศษของข้าก็ถูกกำจัดไปแล้วเหลืออยู่เพียงร่มทำมือชิ้นนี้เท่านั้น”ร่มของภูตไหมฟ้าสีฟ้างดงามเป็นรองแค่สมบัติเทพเท่านั้น นางส่งให้เย่ว์หยาง  “พ่อหนุ่ม!  ร่มนี้ข้ามอบให้เจ้า, แม้ว่าจะไม่ใช่สมบัติระดับเทพแต่ก็ไม่ใช่สมบัติขี้ริ้วขี้เหร่แต่อย่างใด เก็บเอาไว้ที่นี่จะเสียของเปล่า  เจ้ามอบให้กับผู้เยาว์ที่คล้ายกับเจ้าจะมีประโยชน์มากกว่า”

“ไม่, ข้าไม่กล้ารับร่มของท่านไว้”เย่ว์หยางรีบปฏิเสธ

“เมี้ยว เมี้ยว?”  ฮุยไท่หลางอยู่ข้างๆ มันสงสัยว่าวันนี้เจ้านายเปลี่ยนไปได้อย่างไร?มีสมบัติมาส่งถึงหน้าประตูแท้ๆ ทำไมเขาไม่รับไว้?

“ร่มนี้จะเสียเปล่าเมื่ออยู่กับข้า  ข้าจะให้เจ้า เพราะข้าต้องการมองหาผู้สืบทอดพลังของข้า  ในชีวิตของข้า ข้าไม่สามารถไปจากโลกนี้ได้ถ้าไม่มีผู้สืบทอด ใครจะรับมรดกนี้ ในใจข้าไม่มีอะไรต้องเสียใจ  ข้าหวังว่าเจ้าจะทำหน้าที่แทนข้าได้ ช่วยหาสตรีรุ่นเยาว์เหมือนเจ้าและให้นางรับตกทอดพลังของข้า”  ภูตไหมฟ้าส่งร่มสมบัติให้เขาเป็นครั้งที่สอง

เย่ว์หยางโบกมือ“ค้นหาผู้รับสืบทอด ข้าจะช่วยหาให้ข้ากลัวว่าจะกลายเป็นหาคนที่ท่านไม่พอใจเอาได้ เอาอย่างนี้เมื่อข้าหาผู้รับสืบทอดที่เหมาะสม ข้าจะพานางมาอีกครั้งยังไม่สายเกินไปที่พานางมาพบท่าน”

ภูตไหมฟ้าพยักหน้าเข้าใจ  “ข้าเข้าใจความคิดของเจ้า แต่ข้าไม่ต้องการให้ทายาทรับมอบวิชาของข้าเข้ามาในมิตินาฬิกาทราย  ถ้านางกลายเป็นทายาทของข้านางอาจจะถูกกักอยู่ในนี้ตลอดไป นี่เท่ากับทำงานเสียเปล่า  ความจริงข้าบันทึกทุกอย่างไว้ในร่มชี่หลัวนี่แล้ว  ถ้าร่มชี่หลัวยอมรับคนผู้นั้น  อย่างนั้นนางจะกลายเป็นทายาทรับมอบวิชาของข้าไม่จำเป็นต้องพานางมาที่นี่ ข้าไม่จำเป็นต้องพบกับทายาทของข้า  พิธีกรรมทางโลกเป็นเรื่องของภาพพจน์ตราบเท่าที่นางรับตกทอดพลังและความรู้ และมีความสำเร็จในอนาคตนั่นก็ทำให้ข้าสมหวังอย่างยิ่งใหญ่ได้แล้ว”

เย่ว์หยางถามด้วยความประหลาดใจ  “ท่านไม่ต้องการให้นางเข้ามาในนี้หรือ?”

ภูตไหมฟ้ายิ้มเล็กน้อย  “หลังจากเจ้าออกไปแล้ว ข้าต้องเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้งหนึ่งหลับครั้งนี้อาจกินเวลาถึงพันปี หรือหมื่นปี ทุข้าไม่อะไรต้องห่วงทุกอย่างในโลกนี้ ตราบเท่าที่ในฝันข้าได้อยู่กับสามีของข้าข้าก็รู้สึกพึงพอใจแล้ว”

นางเป็นสตรีที่โชคร้ายและงมงายในความรัก

นี่คือมุมมองที่เย่ว์หยางมีต่อภูตไหมฟ้า

แน่นอนว่าความโชคร้ายนี้ไม่ได้มาจากตัวนางเองแต่มาจากสมบัติเทพทั้งหกที่บัณฑิตฝังดาบได้ทิ้งเอาไว้

เย่ว์หยางลังเลอยู่นานเขารับร่มที่ล้ำค่าของภูตไหมฟ้าไว้พร้อมกับความรับผิดชอบที่หนักหน่วง  เขาไม่รู้ว่าร่มชี่หลัวจะยอมรับใครแต่มีสตรีผู้โดดเด่นหลายคนที่เหมาะอยู่เสมอ

ขณะที่เขาคิดชั่วขณะ

เมื่อเย่ว์หยางเห็นภูตไหมฟ้ากำลังจะลงไปในน้ำเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราต่อเขายื่นมือห้าม “ข้ามาที่นี่มีเรื่องสำคัญอยู่สองเรื่อง แต่เดิมมีเพียงเรื่องเดียว แต่หลังจากได้ยินความจริงเกี่ยวกับหุบเขาฝังดาบแล้วข้ารู้สึกว่าเป็นเรื่องจำเป็นโปรดช่วยข้าประเมินด้วยเถิด ข้ามีสมบัติเทพอยู่สามชิ้น โปรดตรวจดูด้วยนี่ใช่เป็นหนึ่งในหกสมบัติวิเศษของหมู่บ้านฝังดาบหรือไม่?”

เสี่ยวเหวินหลีรู้ใจเย่ว์หยางและรู้ว่าเย่ว์หยางยังไม่ได้รับการยอมรับจากตราผนึกเทพจักรพรรดิอวี้อย่างแท้จริง

“ตราผนึกเทพ สมบัติวิเศษชิ้นที่หก?”  ภูตไหมฟ้าชำเลืองมองแล้วผงะถอยไปก้าวหนึ่ง

“นี่คือตราผนึกเทพหนึ่งในหกสมบัติวิเศษของใช่หรือไม่?” เย่ว์หยางอยู่ในท่ามกลางความสว่าง

“ข้าไม่รู้ว่าหลายพันปีที่แล้วมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น  สมบัติเทพนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมาย บางทีหลังจากการสู้รบที่มิอาจคาดเดาได้หลายครั้ง  บางทีอาจมีการวิวัฒนาการและกลายสภาพไปอย่างสิ้นเชิงนี่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน”ภูตไหมฟ้ายื่นมือน้ำของนางออกมาลูบเหมือนกับมารดาลูบไล้บุตรรักนางลูบตราผนึกเทพอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาเต็มไปด้วยความรัก  “ไม่ว่าจะกลายสภาพไปอย่างไรข้าแน่ใจว่านี่เป็นหนึ่งในหกสมบัติวิเศษ ในอดีตสามีของข้าเคยใช้สังหารผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์!”

“เราเรียกสิ่งนี้ว่าตราผนึกเทพจักรพรรดิอวี้, ผู้อาวุโสที่เรียกว่าจักรพรรดิอวี้ผู้นี้ใช้สิ่งนี้และของศักดิ์สิทธิ์อีกสองอย่างเอาชนะศัตรูผู้แข็งแกร่งเมื่อหอทงเทียนตกอยู่ในสภาพเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย  หอทงเทียนจึงอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้” เย่ว์หยางเพิ่งเปิดเผยว่าตราผนึกจักรพรรดิอวี้ยังไม่เพียงพอและยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงของมัน

ตราผนึกเทพนี้ใช้ฆ่าผู้ยิ่งใหญ่จากแดนสวรรค์ได้

ต่อมาจักรพรรดิอวี้ใช้สมบัติวิเศษผนึกสามจอมภพแดนสวรรค์ไว้ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ในประวัติศาสตร์

ถ้าได้รับการยอมรับจากสมบัติวิเศษนี้อย่างแท้จริงเพื่อให้มันสำแดงพลังได้เต็มร้อยอย่างนั้นผู้ยิ่งใหญ่ในแดนสวรรค์จะเป็นอย่างไร? จีอู๋ลี่คงได้กลิ่นว่าความกลัวเป็นเช่นไร?

เนื่องจากตราผนึกจักรพรรดิอวี้เป็นหนึ่งในหกสมบัติวิเศษหลายอย่างก็คงรับมือได้ง่ายขึ้น

เย่ว์หยางเรียกองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสียออกมาจากโลกคัมภีร์เพื่อคารวะผู้อาวุโสภูตไหมฟ้าจากยุคก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 887 สมบัติวิเศษทั้งหก

คัดลอกลิงก์แล้ว