- หน้าแรก
- ใครว่าโจรทำได้แค่สะเดาะกลอน ในเมื่อข้าช่วงชิงทักษะได้ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 23: เป็นแค่นักย่องเบา งั้นฉันก็ค่อยโล่งอกหน่อย
บทที่ 23: เป็นแค่นักย่องเบา งั้นฉันก็ค่อยโล่งอกหน่อย
บทที่ 23: เป็นแค่นักย่องเบา งั้นฉันก็ค่อยโล่งอกหน่อย
บทที่ 23: เป็นแค่นักย่องเบา งั้นฉันก็ค่อยโล่งอกหน่อย
...มุมปากของกู่เจ๋อกระตุกวูบ ท่าทางที่นายพูดออกมาเมื่อกี้ มันเหมือนกับว่าจะมีคนแถวนี้ชอบไม้ป่าเดียวกัน... หรือชอบผู้ชายอย่างนั้นแหละ
"ฮ่าๆๆ!!"
ท่าทางตื่นตระหนกของเวินหรูอวี้บวกกับน้ำเสียงที่โพล่งออกมาดังลั่น ทำเอาสมาชิกคนอื่นๆ ในทีมอีกสามคนระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน
"ขำอะไรกันนักหนา! รีบขยับเท้าไปข้างหน้าได้แล้ว! เป้าหมายของพวกเราวันนี้คือการล่าสัตว์อสูรต้นกำเนิดให้ครบสามร้อยตัว!" กู่เจ๋อถลึงตาใส่ทั้งสามคนพลางตะคอกสั่ง
"รับทราบครับหัวหน้า ไม่ต้องห่วงครับ"
สมาชิกทั้งสามเดินนำออกไป โดยมีกู่เจ๋อและเวินหรูอวี้เดินรั้งท้าย
"ฉันแค่อยากจะถามหน่อยว่า จริงๆ แล้วจ้าวเฉียนคิดยังไงกับฉัน? ฉันน่ะชอบเธอมากเลยนะ" กู่เจ๋อกระซิบถามเสียงเบาหวิว เพราะกลัวคนอื่นจะได้ยิน
เวินหรูอวี้เลิกคิ้วขึ้น "ถามผม ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ พวกเรามีความสัมพันธ์กันแค่ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างเท่านั้น จบงานแต่ละครั้งเธอก็ให้เงินผม แค่นั้นเอง"
กู่เจ๋อฟังไปฟังมา ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันมีอะไรแปลกๆ
ไอ้ที่ว่า 'จบงานแต่ละครั้งก็ให้เงิน' นี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่?
"ฟังนะ นายร่วมทีมกับพวกเธอมาตั้งนาน พวกเธอต้องเคยคุยเรื่องทำนองนี้กันบ้างสิ จริงไหม?"
"เหมือนจะเคยคุยกันอยู่ครับ แต่เป็นเรื่องเกี่ยวกับฉู่เสวียน"
กู่เจ๋อขมวดคิ้วมุ่น "ไอ้เจ้าชายจอมปลอมนั่นน่ะเหรอ? มันมีดีตรงไหนกัน หน้าอย่างหลังอย่าง พวกประเภทยกตนข่มท่านแบบนั้นน่ารังเกียจที่สุด"
เวินหรูอวี้พยักหน้าเห็นด้วย "จ้าวเฉียนกับคนอื่นๆ ก็พูดแบบเดียวกันครับ เดิมทีตอนต้นเดือนกันยายนพวกเธอจะไม่จ้างผมแล้วด้วยซ้ำ แต่เป็นเพราะเจ้าฉู่เสวียนนี่แหละที่ไม่ยอมให้คนอื่นมาร่วมทีมกับพวกเธอ ผมก็เลยถูกจ้างมาอีกรอบ"
"งั้นแสดงว่าฉันก็ยังมีโอกาสน่ะสิ?"
...เวินหรูอวี้เหลือบมองอีกฝ่ายพลางคิดในใจว่า โยงไปถึงเรื่องนั้นได้ยังไงกัน?
เขาตามตรรกะความคิดของกู่เจ๋อไม่ทันจริงๆ
"ก็น่า... จะเป็นอย่างนั้นนะครับ"
เมื่อได้รับคำตอบจากเวินหรูอวี้ ใบหน้าของกู่เจ๋อก็พลันสว่างไสวด้วยความดีใจ
ฝ่ามือหนาหนักตบลงบนบ่าของเวินหรูอวี้ดังปึกๆ สองครั้ง
"ต่อไปนี้นายร่วมทีมกับจ้าวเฉียนและคนอื่นๆ ได้อย่างสบายใจเลยนะ ถ้าไอ้ฉู่เสวียนมันมาหาเรื่องนาย ก็แค่มาบอกฉัน เดี๋ยวฉันจะจัดการให้เอง"
มุมปากของเวินหรูอวี้กระตุก คนตรงหน้าเขาดูเหมือนจะเป็นพวกเส้นลึกและสมองช้าไปสักนิด
"อ้อ จริงสิ ฉันยังไม่ได้ถามเลยว่านายทำอาชีพอะไร?"
"นักย่องเบาครับ"
"อ้อ เป็นนักย่องเบาหรอกเหรอ? ถ้าอย่างนั้นฉันก็ค่อยโล่งอกหน่อย อาชีพขยะๆ แบบนั้นจ้าวเฉียนคงไม่มีทางชอบแน่ๆ ตอนแรกที่เห็นว่านายหน้าตาหล่อเหลาเอาเรื่องฉันก็แอบกังวลอยู่เหมือนกัน แต่ตอนนี้ไม่กังวลแล้วล่ะ"
เวินหรูอวี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่าโกรธนะ อย่าโกรธ คนคนนี้สมองขาดไปตัวนึง ไม่คุ้มที่จะถือสาหรอก
กู่เจ๋อไม่ได้สนใจท่าทีของเขาและไม่คิดมากอะไร
ทางด้านเวินหรูอวี้เองก็ยินดีที่ความเงียบกลับคืนมาเสียที ในที่สุดทุกอย่างก็สงบลงสักพัก
หากไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายเป็นคนจ่ายเงินจ้างและรับหน้าที่เป็นบอดี้การ์ดให้ล่ะก็ เขาคงจะหนีไปจากตรงนี้ตั้งนานแล้ว
"หัวหน้า! พบสัตว์อสูรต้นกำเนิดอยู่ข้างหน้าครับ!"
"ไปๆๆ จัดการพวกมันซะ งานนี้พวกเราสี่คนลุยกันเอง เวินหรูอวี้เป็นแค่นักย่องเบา เขาช่วยอะไรไม่ได้หรอก" กู่เจ๋อรีบก้าวพุ่งออกไป
มีดสั้นสีเขียวขจีปรากฏขึ้นในมือของเวินหรูอวี้วูบหนึ่ง ก่อนจะถูกเก็บเข้ากระเป๋าไปในไม่กี่วินาทีต่อมา
เวินหรูอวี้มองตามแผ่นหลังของกู่เจ๋อพลางคิดว่า หากมีโอกาส เขาจะหาทางเอาคืนชายคนนี้สักครั้ง
พูดเรื่องอาชีพขยะครั้งสองครั้งยังพอทน แต่นี่เล่นพูดไม่หยุดเลยนะ
เวินหรูอวี้สงบสติอารมณ์และรีบตามไปติดๆ
หากสัตว์อสูรพวกนี้ถูกฆ่าตายหมดโดยที่เขาไม่ได้ทำอะไร เขาก็จะไม่ได้อะไรติดมือเลย
เมื่อเข้าสู่ระยะสิบเมตร เวินหรูอวี้ก็รีบเปิดใช้งานหัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทันที
【หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทำงาน พละกำลัง +2】
【หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทำงาน ได้รับใยแมงมุมหน้าอสูร x2】
【หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทำงาน ได้รับพิษแมงมุมหน้าอสูร x1】
【...】
เวินหรูอวี้กระหน่ำใช้ทักษะจากด้านหลัง ขณะที่กู่เจ๋อและคนอื่นๆ สังหารสัตว์อสูรอยู่ด้านหน้า เป็นการประสานงานที่สมบูรณ์แบบอย่างยิ่ง
เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงวัน ทุกคนจึงหยุดการเคลื่อนไหว
พวกเขานั่งลงพักผ่อนตามใจชอบและเตรียมตัวกินอาหาร
เวินหรูอวี้มองดูคนทั้งสี่พลางรู้สึกตื้นตันใจ ถ้าคนพวกนี้จ้างเขาไปตลอดก็คงจะดีไม่น้อย
เพียงแค่สองชั่วโมงในช่วงเช้า พวกเขาก็ล่าสัตว์อสูรไปได้มากกว่าหนึ่งร้อยสามสิบตัว ครั้งนี้เขาได้กำไรมหาศาลจริงๆ
ตามระดับความเร็วในตอนนี้ ก่อนจะกลับในช่วงเย็น อย่าว่าแต่สามร้อยตัวเลย ต่อให้สี่ร้อยตัวก็ยังมีความเป็นไปได้
เรื่องที่น่าเสียดายเพียงอย่างเดียวคือคนพวกนี้เดินทางเร็วเกินไป จนเขาไม่มีเวลาหาหีบสมบัติเลยสักใบเดียว
เรียกได้ว่ามีได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง
สิบนาทีต่อมา เวินหรูอวี้เดินตามหลังทีมด้วยสีหน้ามึนงง พวกคุณกินเร็วกันเกินไปแล้วนะ
เขาเพิ่งจะกินขนมปังหมดไปเพียงก้อนเดียว แต่กู่เจ๋อซัดข้าวกล่องไปแล้วถึงสองกล่อง
กล่องขนาดใหญ่ด้วยนะนั่น!
"นี่... พวกคุณจะรีบไปไหนกันเหรอ? รีบกลับเมืองกันหรือไง?"
"เปล่าหรอก ไม่ได้รีบ แค่อยากจะฆ่าเพิ่มอีกสักหน่อย"
เอาเถอะ ตามใจเลยแล้วกัน
บางทีอาจเป็นเพราะเขาชินกับการร่วมทีมกับจ้าวเฉียนและคนอื่นๆ ที่มักจะพักผ่อนหลังกินข้าวประมาณครึ่งชั่วโมง การต้องมาเปลี่ยนจังหวะกะทันหันแบบนี้จึงทำให้เขายังไม่ค่อยชินนัก
แต่นี่ก็ถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา
จนกระทั่งถึงเวลาห้าโมงเย็น เวินหรูอวี้มีความประทับใจต่อทีมนี้อย่างลึกซึ้ง
กินเร็ว เดินเร็ว และฆ่าเร็ว
มีอยู่หลายครั้งที่เวินหรูอวี้แทบจะใช้หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ไม่ทัน แต่โชคดีที่เหตุการณ์แบบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก เขาจึงไม่ได้สูญเสียอะไรไปมาก
ผลเก็บเกี่ยวของวันนี้เกือบจะไล่เลี่ยกับช่วงสองวันที่ผ่านมาเลยทีเดียว
เขาอยากจะบอกจ้าวเฉียนเหลือเกินว่าพรุ่งนี้เขาจะขออยู่กับทีมของกู่เจ๋อต่อ แต่น่าเสียดายที่พรุ่งนี้สมาชิกทีมของพวกเธอจะกลับมาครบแล้ว
ช่างน่าเสียดายจริงๆ
...
กลับมาถึงเขตกักกัน
"เรื่องที่ฉันบอกนายไป อย่าลืมใส่ใจด้วยล่ะ เข้าใจไหม?"
เวินหรูอวี้มองกู่เจ๋อด้วยสายตว่างเปล่า "เรื่องอะไรครับ?" เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากู่เจ๋อเคยบอกอะไรไว้ มันเป็นเรื่องสำคัญด้วยเหรอ?
"เห็นไหม นายไม่ได้ตั้งใจฟังเลย ก็แค่ไปหามาว่าจ้าวเฉียนชอบอะไร แล้วเธอรู้สึกยังไงกับฉัน แค่นั้นเอง"
"แต่ว่า..."
"ฉันให้หนึ่งหมื่นหยวนสำหรับข้อมูลหนึ่งอย่าง"
"มันไม่ใช่..."
"ถ้าข้อมูลนั้นมีประโยชน์กับฉันมาก ฉันจะให้เพิ่มเป็นห้าหมื่น"
"มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเงินหรอกครับ..."
"ถ้ามันช่วยให้จ้าวเฉียนประทับใจในตัวฉันมากขึ้น ข้อมูลอย่างเดียวฉันให้ห้าแสน"
"ไม่ต้องห่วงครับพี่ ต่อไปนี้พี่ก็คือพี่ชายแท้ๆ ของผม ธุระของพี่ก็เหมือนธุระของผม ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่ข้อมูลเลย แม้แต่ถุงน่องสีดำของเธอผมก็หามาให้พี่ได้" เวินหรูอวี้กล่าวด้วยสีหน้าจริงจังขั้นสุด
กู่เจ๋อมองหน้าเวินหรูอวี้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
หัวใจของเวินหรูอวี้ร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แย่แล้ว เราพูดประโยคสุดท้ายผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?
กู่เจ๋อเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเวินหรูอวี้ แรงกดดันจากส่วนสูงและรูปร่างกำยำนั้นมันมหาศาลเกินไป
กู่เจ๋อค่อยๆ ก้มหน้าลงมา เวินหรูอวี้กลืนน้ำลายเอื๊อก พี่ชาย พี่จะทำอะไรน่ะ? แบบนี้มันน่ากลัวไปหน่อยนะ
"เอ่อ... ถุงน่องสีดำน่ะไม่จำเป็นหรอก ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น"
...เดี๋ยวสิ นี่พี่ต้องทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้นเพื่อพูดเรื่องนี้จริงๆ เหรอ?
"แฮ่ม ผมเองก็พูดผิดไป พี่ครับ ผมจะไปทำแบบนั้นได้ยังไง..."
"แต่แน่นอนว่าถ้าหามาได้จริงๆ ฉันก็คงปล่อยให้นายเหนื่อยเปล่าไม่ได้ใช่ไหมล่ะ? ฉันจะซื้อต่อในราคาสิบล้านหยวน"
มุมปากของเวินหรูอวี้กระตุกพลางมองกู่เจ๋อที่ทำท่าเก้อเขินอยู่ตรงหน้า
โถ่... พี่ชายผู้บึกบึนคิ้วหนาตาโต คำพูดแบบนั้นหลุดออกมาจากปากพี่ได้ยังไงกันครับ?
แต่สิบล้านเนี่ยนะ...
เขาสงสัยว่าจ้าวเฉียนจะยอมตกลงทำธุรกิจนี้ไหมนะ ถึงตอนนั้นเขาอาจจะซื้อถุงน่องมาสักกล่อง แล้วให้เธอใส่ทีละคู่เพื่อเอาไปขาย แล้วแบ่งรายได้กันคนละครึ่ง... หรืออาจจะเจ็ดสิบสามสิบก็ได้
เวินหรูอวี้สั่นไปทั้งตัว นั่นมันแม่เสือสาวชัดๆ! เราคงอยากตายไวเกินไปแล้วถ้าคิดจะทำแบบนั้น