- หน้าแรก
- ใครว่าโจรทำได้แค่สะเดาะกลอน ในเมื่อข้าช่วงชิงทักษะได้ไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 10: แม่สาวทีเร็กซ์ในร่างมนุษย์
บทที่ 10: แม่สาวทีเร็กซ์ในร่างมนุษย์
บทที่ 10: แม่สาวทีเร็กซ์ในร่างมนุษย์
บทที่ 10: แม่สาวทีเร็กซ์ในร่างมนุษย์
เวินหรูอวี้เดินทอดน่องกลับมาด้วยอารมณ์เบิกบานใจยิ่ง ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งสำราญใจ
ทั้งได้เงิน แถมยังมีบอดี้การ์ดคอยคุ้มกันอย่างดี เขาหวังเหลือเกินว่าชีวิตแบบนี้จะยืนยาวไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ทว่าในความเป็นจริง โอกาสเช่นนั้นมีอยู่น้อยนิด
เพียงแค่มองคนเหล่านี้เขาก็รู้แล้วว่า ในอนาคตพวกเธอต้องได้เข้าเรียนในสถานบันเฉพาะทางของผู้ประกอบอาชีพอย่างแน่นอน ไม่เหมือนกับเขาที่เป็นเพียงนักย่องเบา ซึ่งทำได้เพียงแค่ออกไปหางานทำทั่วไปเท่านั้น
แม้แต่โรงเรียนฝึกวิชาชีพเพื่อการจ้างงานก็ยังไม่เปิดรับอาชีพนักย่องเบาเลยด้วยซ้ำ ช่างเป็นอาชีพที่อาภัพเสียจริง
ยี่สิบนาทีต่อมา พวกเขาก็กลับเข้าสู่แดนลับระดับต้นและเริ่มการสำรวจอีกครั้ง
หวังเมิ่งซิงและคนอื่นๆ อีกสามคนคอยบุกตะลุยอยู่ด้านหน้า ส่วนเวินหรูอวี้ก็คอยยืนคุมเชิงอยู่ข้างสนามรบ
ทุกครั้งที่เขาเปิดใช้งานหัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ได้สำเร็จ รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็จะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลินหรันมองเวินหรูอวี้ด้วยสายตาแปลกประหลาด ทำไมหมอนี่ถึงได้ดูมีความสุขขนาดนั้น?
อาชีพนักย่องเบาที่มองไม่เห็นอนาคตแบบนี้ นอกจากเปิดหีบแล้วจะไปทำอะไรได้?
มีเรื่องอะไรให้น่าขำนักหนา?
เมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของหลินหรัน เวินหรูอวี้ก็แสร้งไอแห้งๆ สองสามครั้งเพื่อสำรวมกิริยาและรีบควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติ
เมื่อเวลาเที่ยงวันใกล้เข้ามา
“ทุกคนระวังตัวด้วย ข้างหน้ามีสัตว์อสูรต้นกำเนิดรูปร่างมนุษย์ปรากฏตัวออกมาสี่ตน ระดับของพวกมันค่อนข้างสูงทีเดียว”
สัตว์อสูรในแดนลับระดับต้นส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับ 0 ถึง 29 ซึ่งเทียบเท่ากับมนุษย์ขั้นที่หนึ่งระดับพื้นฐานไปจนถึงขั้นที่สองระดับสูง
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เมื่อวานจนถึงตอนนี้ ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดที่พวกเขาเคยเจอเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับชนชั้นนำเลเวล 20 เท่านั้น
ส่วนสิ่งมีชีวิตเลเวล 30 ถึง 39 นั้นมีจำนวนน้อยมาก บางทีเดินหาหลายวันก็อาจจะไม่เจอเลยสักตัว
นั่นเป็นเพราะพวกมันส่วนใหญ่ถูกจัดการโดยองค์กรของทางการไปหมดแล้ว
แดนลับระดับต้นแบบนี้มีไว้เพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพหน้าใหม่อย่างพวกเขาได้ฝึกฝนเท่านั้น อันตรายร้ายแรงทั้งหลายจึงถูกกำจัดไปก่อนหน้าแล้ว
เวินหรูอวี้กวาดสายตามองไปในระยะไกล
เขามองเห็นสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์สี่ตนที่เดินหลังค่อม สวมชุดคลุมสีดำและหน้ากากสีดำสนิท
【นักฆ่าหลังค่อม】
【เผ่าพันธุ์: กึ่งมนุษย์】
【เลเวล: 24】
【คุณสมบัติ: พละกำลัง: 130, กายา: 100, ความว่องไว: 140, ปัญญา: 70】
อย่าให้ระดับที่สูงหลอกตาเอาได้ แม้เลเวลจะดูเยอะ แต่ค่าคุณสมบัติพื้นฐานของพวกมันยังห่างชั้นกับสัตว์อสูรชนชั้นนำเลเวล 20 อยู่พอสมควร
แต่สำหรับผู้ประกอบอาชีพขั้นที่หนึ่งอย่างพวกเธอ ค่าสถานะเหล่านี้ก็ยังถือว่าตึงมืออยู่ไม่น้อย
“พี่เชี่ยน ค่าคุณสมบัติของไอ้สี่ตัวนี้มันดูเกินเรื่องไปหน่อยนะคะ ความว่องไวตั้ง 140 แถมพละกำลังยัง 130 อีก ถ้าโดนมันสะกิดทีเดียวฉันคงกระดูกเหลวแน่ๆ” จ้านหมิงอวี้กล่าวพร้อมรอยยิ้มขื่นๆ
ทั้งตัวเธอและหลินหรันต่างก็เป็นสายตัวบาง หากปล่อยให้ศัตรูเข้าถึงตัวได้คงไม่พ้นต้องจบชีวิตลง
จ้าวเชี่ยนมองไปที่สิ่งมีชีวิตทั้งสี่ตนในระยะไกลก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก
ดวงตาของเธอพลันคมปลาบขึ้นมาทันที
“ฉันจะยื้อพวกมันไว้เองคนเดียว ถ้าบวกค่าคุณสมบัติจากอุปกรณ์สวมใส่และทักษะเรียกใช้ ค่ากายาของฉันจะสูงถึง 350 แต้ม ซึ่งน่าจะต้านทานการโจมตีได้สักสามรอบ”
“ฉันมีทักษะระเบิดพลังที่สามารถปลิดชีพได้หนึ่งตัวในทันที” หวังเมิ่งซิงยกมือขึ้นเสริม
“ฉันก็ไหวเหมือนกัน ปืนเพลิงเทพของฉันก็เก็บได้หนึ่งศพแบบทันควัน” หลินหรันสูดลมหายใจเข้าลึก
ซี๊ด!
เวินหรูอวี้มองทั้งสามคนด้วยความตกตะลึง ขั้นที่หนึ่งสามารถสังหารขั้นที่สองได้ในพริบตาเชียวเหรอ!
บอดี้การ์ดของเขามีฝีมือฉกาจขนาดนี้เลยหรือเนี่ย?
ในตอนนั้นเอง ทั้งสี่คนก็หันมามองที่เวินหรูอวี้พร้อมกัน
เวินหรูอวี้กะพริบตาปริบๆ “มองผมกันทำไมครับ? ผมเป็นแค่นักย่องเบา พลังโจมตีก็ไม่ค่อยจะมี สังหารใครในพริบตาไม่ได้หรอกนะ”
เขานึกไปถึงทักษะคมมีดวายุเลเวล 3 ของตัวเอง ต่อให้มีอยู่เขาก็ไม่กล้าหยิบออกมาใช้พร่ำเพรื่อ
“พูดเรื่องอะไรของนายน่ะ? พวกเราหมายความว่าให้นายระวังตัวไว้ให้ดี เพราะพอเริ่มสู้กันแล้ว พวกเราคงไม่มีเวลามาดูแลนายหรอกนะ”
“อ๋อๆ ไม่ต้องห่วงครับ ผมวิ่งเร็ว”
เมื่อได้ยินเวินหรูอวี้ว่าอย่างนั้น พวกเธอจึงเบาใจลง
ทั้งสี่คนเริ่มวางแผนการรบ ในขณะที่เวินหรูอวี้ยืนลูบคางอยู่ข้างๆ
ถ้าเขาจำไม่ผิด เมื่อกี้พวกเธอสามคนบอกว่าสามารถปลิดชีพศัตรูได้ทันทีสองตัว
พับผ่าสิ! นั่นหมายความว่าเป้าหมายของหัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ของเขาจะหายไปสองตัวเลยน่ะสิ?
แบบนี้ไม่ได้การ!
ในขณะนั้นเอง แสงสีขาวเจิดจ้าก็ปรากฏขึ้นจนเวินหรูอวี้ต้องยกมือขึ้นป้องตา
นั่นคือจ้าวเชี่ยน ดูเหมือนเธอกำลังสวมใส่อุปกรณ์ชุดใหม่
ชุดเกราะเบาชุดเดิมของจ้าวเชี่ยนอันตรธานไป แทนที่ด้วยชุดเกราะแผ่นเหล็กหนักอึ้ง และดาบใหญ่ในมือของเธอก็กลายเป็นโล่ยักษ์ขนาดมหึมา
หนังตาของเวินหรูอวี้กระตุกรัว ใครก็ได้บอกเขาทีว่านี่คือผู้หญิงจริงๆ หรือ?
นี่มันแม่สาวทีเร็กซ์ในร่างมนุษย์ชัดๆ!
ไอ้โล่นั่นมันต้องใช้สองมือถือเลยนะนั่น!
“บุก!”
เสียงของจ้าวเชี่ยนดังอู้อี้ลอดออกมาจากช่องเปิดของหมวกเกราะเหล็ก
ทุกคนเคลื่อนกำลังตามหลังจ้าวเชี่ยนไป เมื่อถึงระยะที่กำหนด จ้านหมิงอวี้และหลินหรันก็หยุดฝีเท้าลงเพื่อรักษาระยะปลอดภัย
ส่วนเวินหรูอวี้แสร้งก้มตัวต่ำลงและลอบตามไปติดๆ โดยอาศัยพงหญ้ารกชัฏคอยพรางกาย
ในระยะสิบเมตร สิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ทั้งสี่ตนหันขวับมามองพวกเขาทันที
จ้าวเชี่ยนเปลี่ยนจากการเดินเป็นวิ่งออกตัวอย่างรวดเร็ว ความเร็วของเธอไม่ได้ช้าเลยสักนิด เธอพุ่งเข้าหาเหล่านักฆ่าทั้งสี่ในพริบตาก่อนจะกระแทกโล่ลงบนพื้นอย่างแรง
นั่นคือทักษะยั่วยุ!
เวินหรูอวี้ฉวยโอกาสพุ่งเข้าสู่ขอบระยะห้าเมตรแทบจะพร้อมกัน เขาเปิดใช้งานหัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์สี่ครั้งรวด ก่อนจะรีบถอยฉากออกมาทันที
เพราะในวินาทีนั้น หวังเมิ่งซิงได้ใช้เคียวของเธองัดร่างของนักฆ่าคนหนึ่งลอยขึ้นฟ้าและเริ่มร่ายรำการโจมตีกลางอากาศอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น หอกเปลวเพลิงยาวสองเมตรก็พุ่งเฉียดใบหูของจ้าวเชี่ยนไปปะทะเข้ากับนักฆ่าอีกตนหนึ่ง
ร่างของนักฆ่าที่ถูกยิงถึงกับละลาย แผลกว้างขึ้นในพริบตา พร้อมกับตัวเลขความเสียหาย 488 สีแดงกระเด้งขึ้นมา
หลังจากวิ่งกลับมาหลบข้างๆ หลินหรันและอีกคน เวินหรูอวี้ก็หันไปมองข้างหลัง
หวังเมิ่งซิงร่ายรำได้อย่างงดงามจริงๆ ร่างกายของเธอพลิ้วไหวไปมา เคียวในมือโจมตีต่อเนื่องไม่หยุดยั้ง จนนักฆ่าเคราะห์ร้ายที่ลอยอยู่กลางอากาศไม่มีโอกาสได้ตกลงมาแตะพื้นเลยแม้แต่น้อย
-88
-102
-111
ตัวเลขค่าความเสียหายเด้งขึ้นถี่ยิบ
เมื่อหวังเมิ่งซิงหยุดการเคลื่อนไหว ร่างของนักฆ่าตนนั้นก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นและนอนแน่นิ่งไป
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงสองวินาทีเท่านั้น
นักฆ่าอีกสองตนที่เหลือเริ่มหลุดจากสถานะถูกยั่วยุ
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการรุมกระหน่ำจากทั้งสามคน พวกมันก็พบจุดจบในเวลาไม่นาน แม้จะใช้เวลานานกว่าสองตัวแรกอยู่บ้างก็ตาม
“เฮ้อ~ โชคดีนะที่พวกเรามีทักษะระเบิดพลัง ไม่อย่างนั้นคงจัดการยากกว่านี้แน่” หลินหรันนั่งขัดสมาธิลงกับพื้นพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก
“พี่รัน พี่ไปหัดทักษะนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ? เมื่อก่อนเห็นตั้งหลายครั้งไม่เคยเห็นพี่ใช้เลย”
“เพิ่งซื้อมาเมื่อสัก 10 วันก่อนน่ะจ๊ะ แต่ก่อนหน้านี้พลังต้นกำเนิดฉันไม่พอใช้ แค่ใช้ไปครั้งเดียวเมื่อกี้ก็สูบพลังไปครึ่งตัวแล้ว” หลินหรันกล่าวพร้อมยิ้มเจื่อน
เวินหรูออี้นั่งอยู่เงียบๆ ไม่ได้พูดแทรก และอันที่จริงเขาก็ไม่มีเวลาจะพูดด้วย
เขารู้สึกว่าวันนี้เป็นวันมหาโชคของเขาจริงๆ เพราะเขาได้รับของดีมามากมายเหลือเกิน
【หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทำงาน ได้รับทักษะ: ลอบแทง เลเวล 4】
【หัตถ์ว่างเปล่าหมื่นลักษณ์ทำงาน ได้รับทักษะ: เร่งฝีเท้า เลเวล 4】
ส่วนอีกสองครั้งที่เหลือคือ ความว่องไว +9 และ กายา +8
นี่มันคือการเก็บเกี่ยวครั้งมโหฬารชัดๆ!
เขาแตะดูคำอธิบายทักษะทั้งสองอย่างรวดเร็ว
【ลอบแทง เลเวล 4】: โจมตีศัตรูจากด้านหลัง สร้างความเสียหาย 200 (+2 เท่าของค่าความว่องไว) แต้ม
【เร่งฝีเท้า เลเวล 4】: เพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ 200% เป็นเวลา 10 วินาที
แม้จะเป็นเพียงทักษะระดับต่ำ แต่สำหรับในแดนลับระดับต้นแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
เวินหรูอวี้มีความสุขมากเสียจนยิ้มแก้มปริจนแทบจะถึงใบหู