เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 803 ศัตรูที่มองไม่เห็น บุรุษผมงู

ตอนที่ 803 ศัตรูที่มองไม่เห็น บุรุษผมงู

ตอนที่ 803 ศัตรูที่มองไม่เห็น บุรุษผมงู


หุบเขาทราย

ตามเส้นทางที่บันทึกไว้ในแผนที่เย่ว์หยางพาฮุยไท่หลาง เจ้าอ้วนไห่และพวกพ้องมาถึงทางเข้าวิหารปีศาจดิน

เมื่อเห็นทางเข้าเย่ว์หยางอดสบถด่าผู้เฒ่าฟงป๋อมิได้ ตาแก่งี่เง่า

หัวขึ้นสนิมหมดแล้ว

เหตุผลที่เดินไปตามเส้นทางในแผนที่นั้นถูกต้องแล้วแต่มีเส้นทางหลายสายที่ไม่จำเป็นเลย เป็นเส้นทางเปล่าๆ ไม่มีอะไรแผนที่ซึ่งผู้เฒ่าฟงป๋อให้มานั้นก็เหมือนกับวิธีพูดของเขาที่วกไปเวียนมาไม่รู้จักจบ จนในที่สุดเย่ว์หยางค้นพบว่าถ้าใช้เส้นทางที่ดีที่สุดจะลดระยะทางได้ถึงสองในสาม  นอกจากนี้ยังไม่ต้องเสี่ยงกับสัตว์ประหลาดที่คอยดักซุ่มทำร้ายระหว่างอย่างแมงมุมทรายเป็นต้น

“ช่างเถอะน่า,ไปถึงปลายทางยังดีกว่าได้แผนที่มาผิดๆ” เสวี่ยอู๋เสียออกมาจากโลกคัมภีร์ของเย่ว์หยางเมื่อนางออกมาไม่เพียงแต่เสวี่ยทันหลางเท่านั้น แม้แต่เจ้าอ้วนไห่เย่คงและคนอื่นกลายเป็นเหมือนเด็กน้อยทันที

นอกจากจื้อจุนแล้วเสวี่ยอู๋เสียสง่าโดดเด่นมีศักดิ์ศรีที่สุด

นางจะดูน่ากลัวเมื่อพูดน้อยกว่าปกติ

การจัดการยังไม่ลงตัวนัก

นี่เป็นเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์และบุคลิกภาพส่วนบุคคลเกี่ยวข้องกับความแข็งแกร่งบ้างเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น เย่ว์หวี่ต่อให้นางแข็งแกร่งก็ไม่มีทางที่นางจะทำอย่างเสวี่ยอู๋เสียได้

“วิหารปีศาจดินดูเหมือนว่าจะแปลกประหลาดอยู่บ้าง”  หลังจากต่อสู้ครั้งก่อนและได้เลื่อนระดับพลังทักษะแฝงเร้นหกรับรู้ของนางสามารถรู้สึกได้

ปกติเมื่อทักษะแฝงเร้นหกรับรู้ของนางจะแข็งแกร่งที่สุดต้องเป็นตอนต่อสู้

หกรับรู้กับสี่สัญลักษณ์อสูรตามตำนานรวมกันเป็นหนึ่ง

นั่นคือองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนที่แข็งแกร่งที่สุด

เย่ว์หยางขมวดคิ้วเล็กน้อยทางเข้าวิหารปีศาจดินมีวังวนทรายดูดขนาดมหึมาตรงกลางลึกมืดไม่เห็นก้นมีพลังน่ากลัว มีกระแสฉุดกระชากเหมือนใต้ท้องทะเลทุกคนรู้สึกได้ชัด  แต่พื้นที่โดยรอบมองดูผิวเผินเงียบไม่มีชีวิตในหุบเขาทรายจะมีแมลงปีศาจหรือแมงมุมที่น่ากลัวคอยจับมนุษย์กินพวกมันซุ่มอยู่เป็นกลุ่มภายใต้พื้นทราย เมื่อสิ่งมีชีวิตผ่านเข้ามาพวกมันจะออกมาลากเหยื่อลงไปในหลุมทรายลึกไม่มีที่สิ้นสุดอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตามภายในระยะสิบกิโลเมตรของวังวนทรายดูดไม่มีสิ่งมีชีวิตคงอยู่

เหมือนกับว่ามีสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่เป็นตัวทำลายล้างคงอยู่ที่นี่

ทำให้พวกมันต้องหลบหลีกหนีไปจนไกล

เสวี่ยอู๋เสียปิดคัมภีร์แห่งสัจจะและส่ายหน้าเล็กน้อย  นางถามเย่ว์หยาง“คัมภร์แห่งสัจจะไม่ได้แสดงอะไรมากนัก มีแต่จุดมืดอยู่จุดหนึ่ง  เจ้าเล่า? เห็นอะไรบ้างไหม?”  นางรู้ว่าสายตาของเย่ว์หยางมองเห็นความจริงได้แม่นยำมากกว่าคัมภีร์ของนางเองเสียอีก

เย่ว์หยางส่ายศีรษะ“ข้าสังเกตเห็นแต่เพียงพลังผนึกอ่อนๆ ส่วนที่อื่นไม่สามารถมองเห็นได้”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเมื่อได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย  “ถ้าเป็นอย่างนี้จริงๆ  อย่างนั้นเส้นทางของเราจะมีอันตรายมากขึ้น  พลังผนึกอ่อนแอลงหมายความว่าศัตรูอาจหลุดพ้นจากผนึกจอมปีศาจลี่ตี้อาละวาดในแดนสวรรค์เมื่อหลายพันปีที่แล้วถ้าเราต้องเผชิญกับเขาโดยตรงคงต้องพบกับความยากลำบากแสนเข็นแน่  แม้ว่าจะยังไม่อยู่ในสภาพเลวร้ายที่สุดแต่มีลางสังหรณ์บอกว่าการหาโองการมารฟ้าไม่ใช่เรื่องดี!”

“ไม่เข้าถ้ำเสือ แล้วจะได้ลูกเสือหรือ” เย่ว์หยางถีบฮุยไท่หลางที่ยังลังเลให้นำหน้าก่อน จากนั้นพาสองสาวกระโดดตาม

“นี่คือเส้นทางสร้างชื่อเสียงก้องโลก  จะต้องเริ่มขึ้นจากศึกนี้”เจ้าอ้วนไห่พยายามให้กำลังใจตนเอง

“พูดมาก” เย่คงอยู่ด้านหลังเขา

เจ้าอ้วนไห่ชะงักเท้าและขาสั่น

เมื่อพวกเขากระโดดลงไปที่เบื้องหลังก้นเหวลึกก็พบว่ายังคงมีโลกอีกโลกหนึ่งอยู่ข้างหลัง

พลังผนึกกระจายอย่างต่อเนื่องทั่วบริเวณทั้งพื้นดินพื้นฟ้าไม่มีแสงแม้แต่น้อย ไม่มีเมฆ ไม่มีน้ำ ดิน  โลกที่ไม่มีสิ้นสุดมีแต่หินดำหรือลาวาสีดำลาวาสีดำเหล่านี้อุณหภูมิสูงยิ่งกว่าหินแมกม่าเสียอีกแม้แต่หินดำเหล่านี้ก็ยังถูกเผาผลาญ คลื่นความร้อนทำให้คนแทบไม่กล้าเข้าใกล้  ฮุยไท่หลางแลบลิ้นเลียและดูสีหน้าของเจ้าอ้วนไห่แสดงอาการรู้สึกร้อนรุ่ม

เย่ว์หยางเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนทั้งสองไม่สนใจ และมองดูรอบๆ อย่างระมัดระวัง

หือ?

เขาประหลาดใจเมื่อพบว่ามีต้นไม้

ต้นไม้ปีศาจสีดำไม่มีกิ่งและใบมีแต่ลำต้น รากบิดเป็นเกลียวขนาดใหญ่ และมีปมไม้ดูเหมือนหน้าและหัวคน  เมื่อเย่ว์หยางเข้าไปใกล้ต้นไม้ปีศาจที่น่าเกลียดเหล่านี้จะแกว่งโบกกิ่งเหมือนกับพยายามจะจับเขาและยังมองเห็นความรู้สึกอำมหิตกระหายเลือดปรากฏอยู่บนใบหน้าของต้นไม้  เมื่อเย่ว์หยางพบเห็นต้นไม้ปีศาจเหล่านี้  ไม่ทราบว่าพื้นที่รอบๆ มีเงาภูตผีแทรกออกมาจากช่องว่างรอยแยกหินตั้งแต่เมื่อไหร่  มันน่าเกลียดแต่ไม่ใช่ปีศาจร้าย  แต่เกิดจากความคิดชั่วร้าย... ถ้าร่างเงาสำนึกศักดิ์สิทธิ์ที่สุดยอดฝีมือทิ้งเอาไว้ที่บันไดสวรรค์เป็นพลังด้านบวก  พวกพลังเงาภูตผีเหล่านี้เป็นพลังงานด้านลบ

ต้นไม้ปีศาจและปีศาจโหยหวน น่าจะเป็นสำนึกปีศาจและพลังงานด้านลบของจอมปีศาจลี่ตี้

วิหารปีศาจดินไม่มีทางเข้าแต่มีสัตว์ประหลาดมากมาย

เสวี่ยอู๋เสียขมวดคิ้วเบาๆ

ดูเหมือนว่าจอมปีศาจลี่ตี้จะไม่ได้น่ากลัวจริงนางเห็นเคยพบเห็นร่างเงาสำนึกศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้อาวุโสรุ่นก่อนทิ้งไว้ที่บันไดสวรรค์ แต่เงาปีศาจโหยหวนและต้นไม้ปีศาจไม่ได้อ่อนแอต่างจากเงาสำนึกศักดิ์สิทธิ์ขั้นที่ต่ำกว่าพัน

จอมปีศาจลี่ตี้นี้ยังคงถูกผนึกและถูกกฎสวรรค์ลงทัณฑ์อยู่

จะเป็นยังไงถ้าจอมปีศาจลี่ตี้ได้รับอิสรภาพ?  พลังงานด้านลบจะน่ากลัวกว่าปัจจุบันนี้ได้สักร้อยเท่าหรือเปล่า?

“พวกเจ้ารั้งอยู่พยายามกำจัดไม้ปีศาจและวิญญาณร้ายเหล่านี้ให้ได้ เราจะหาทางเข้าวิหารปีศาจดินที่แท้จริง แล้วค่อยกลับมารับพวกเจ้า”  เย่ว์หยางรู้สึกว่ามีฮุยไท่หลาง รวมทั้งเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นอยู่ด้วยถือว่ามีพลังเพียงพอไม่น่ามีปัญหาอะไรกับการอยู่ที่นี่ เขาพาเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนข้ามสัตว์ประหลาดจำนวนมากที่ค่อยๆล้อมเข้ามา และบินไปที่ซึ่งพลังงานชั่วร้ายแผ่ออก...

“ระวังตัวด้วยทุกคนอย่าได้ตกลงไปในหิน  สัตว์ประหลาดเหล่านี้ไม่กลัวความร้อน คาดว่าพวกมันจะซุ่มรอลอบทำร้ายเราอยู่ข้างล่าง”  องค์ชาย์เทียนหลัวพบว่าเขาอ่อนแอที่สุดในสนามที่นี่  ความสามารถและอสูรปีกเพลิงของเขาไม่สามารถขัดขวางศัตรูได้ไม่สามารถตัดการสนับสนุนของศัตรูได้ โชคดีมีเสวี่ยทันหลางอยู่ด้วย พลังน้ำแข็งของเขาเป็นดาวข่มสัตว์ประหลาดที่นี่  พลังที่นี่อาจเกินขีดจำกัด อาจจะทำให้เจ้าสูญเสียพลังของตนเองก็ได้เสวี่ยทันหลางไม่ใจเย็นแล้วในครั้งนี้ เขาเรียกอสูรพายุสายฟ้าเปลี่ยนพื้นที่รอบๆเป็นโลกน้ำแข็ง

“ลุย!”เย่คงและพวกรู้ว่าร่างกายกำลังลอยขึ้น แต่สัตว์ประหลาดเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนไหวอย่างน่ารังเกียจ

“ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!”

นางนวลสายลมของเจ้าอ้วนไห่เริ่มโจมตีก่อน

มันยิงแสงสายฟ้าออกไปที่ต้นไม้ปีศาจใบหน้าที่ปรากฏบนต้นไม้ปีศาจบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ยังคงเงียบทุกคนจินตนาการว่านั่นเป็นความเสียใจไห้หวนอย่างหนึ่ง

สายฟ้าไม่สามารถฆ่าต้นไม้ปีศาจให้ได้ตายมันฟื้นฟูด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า

เนื้อลำต้นที่ร่วงหล่นค่อยๆ ฟื้นตัว

แม้แต่กิ่งที่ร่วงตกไปบนพื้นหินหลอมละลายก็ฟื้นตัวเป็นกิ่งใหม่ไม่มีสัญญาณของความตาย

เมื่อนางนวลสายลมเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผลมันพ่นลมเย็นพร้อมกับใบมีดน้ำแข็งใส่ต้นไม้ปีศาจอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือ  ต้นไม้ปีศาจถูกแช่แข็งทันทีสีหน้าของมันชะงักค้างเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นชั่วขณะก็ฟื้นขึ้น ใบหน้าของมันแสดงอาการหวาดกลัวปากของมันพ่นลมร้อนออกมาหลอมละลายน้ำแข็ง...

“โชคดีที่น้ำแข็งส่งผลต่อมัน”  เย่คงลอบปาดเหงื่อเยียบเย็น

“โอว ยาหยีของข้า, เจ้าเข้าใจวิธีใช้พลังน้ำแข็งด้วยหรือ?”  เจ้าอ้วนไห่จับนางนวลสายลมและจูบมันทันที  ในทางตรงกันข้ามนางนวลสายลมกลับเบือนหน้าหนี

“ใครเป็นเจ้านายกันแน่?”พี่น้องตระกูลหลี่ชักจะสับสน ในเมื่ออสูรฉลาดมากกว่าเจ้านาย ใครควรจะพูดคำนี้แน่

“เปลี่ยนอาวุธทุกอย่างให้มีคุณสมบัติด้านน้ำแข็ง” คำพูดขององค์ชายเทียนหลัวเท่ากับเป็นการประกาศเริ่มต้นต่อสู้

อีกด้านหนึ่งเย่ว์หยางบินห่างออกไปห้าสิบกิโลเมตรและพบหน้าผาสูงดำ

ครึ่งหนึ่งของหน้านี้ถล่มทลายไปแล้ว

เย่ว์หยางและหญิงสาวทั้งสองบินลงไปและพบเจอถ้ำกว้างใหญ่

วิหารปีศาจดินคือสิ่งก่อสร้างในถ้ำหินโดยการเจาะเข้าไปในหินตามพื้นผิวเสาหินจะสลักลึกสร้างเป็นวงเวทผนึกลึกลับ  วงเวทผนึกนี้ไม่ใช่ผนึกของจอมปีศาจลี่ตี้แต่เป็นผนึกของวิหารดินนี่ซึ่งไม่สามารถทำลายได้ง่ายๆ  อะไรก็ตามที่พยายามโจมตีใส่วิหารปีศาจดินจะสะท้อนกลับไปโจมตีผู้นั้นด้วยอิทธิพลพลังของผนึกนี้

ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องรีบเข้าไปดูเย่ว์หยางคงจะค้นคว้าวิธีการทำงานของวงเวทผนึกยักษ์นี้เสียก่อน

วิหารปีศาจดินสูงประมาณร้อยเมตรในสายตาของเย่ว์หยางถือว่าเป็นแค่ปราสาทขนาดเล็กเท่านั้น

ทุกอย่างมองดูเหมือนปราสาท

แต่สิ่งที่แตกต่างกันก็คือปราสาทนี้ไม่ได้ก่อสร้างด้วยหินแต่สร้างขึ้นด้วยน้ำแข็ง เป็นพลังผนึกน้ำแข็งสุดยอดพลังกฎสวรรค์ที่ไร้เทียมทานยังรักษอุณหภูมิของน้ำแข็งให้ต่ำกว่าศูนย์

เย่ว์หยางลองวางเท้าบนปราสาทน้ำแข็งชั้นแรกปรากฏว่าขาของเขาถูกแช่แข็ง

“น่ากลัวยิ่งนัก”  เย่ว์หยางสีหน้าเปลี่ยนสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่พลังน้ำแข็ง แต่เป็นการควบคุมพลังกฎสวรรค์ด้วยหลักการที่ถูกต้องพลังของน้ำแข็งหลักจากผนึกขาของเย่ว์หยางก็ไม่ลามขึ้นไปต่อ พลังกฎสวรรค์ซึ่งถูกควบคุมไว้ได้เป็นอย่างดีหลังจากผู้ใช้ไม่อยู่แล้วทำให้เย่ว์หยางทึ่งและเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้กับเขาให้ได้มีความรู้และประสบการณ์ในการใช้พลังกฎสวรรค์มากขึ้น

เขาเอื้อมมือโอบและค่อยๆยกองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสียด้วยกัน ให้ทั้งสองนั่งบนบ่าของเขาและเดินแบกเข้าไปในวิหารปีศาจดิน

นี่คือพื้นที่เดียวที่เย่ว์หยางสามารถทะลวงผ่านเข้าไปได้

หากไม่มีพลังจักษุทิพย์และความรู้ที่พี่สาวแม่สี่ตกทอดมาให้เขาเขาคงไม่สามารถทำเช่นนี้ได้

ในวิหารปีศาจดินทุกคนจะต้องเดินด้วยเท้าซึ่งก็หมายความว่าทุกคนจะต้องถูกแช่แข็งขาทั้งสองจึงจะเข้าปราสาทนี้ได้ เย่ว์หยางอุ้มองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสียและเดินเข้าไปโดยไม่ได้ละเมิดกฎการเดินด้วยเท้าเขาแค่ใช้ประโยชน์จากช่องว่างของกฎสวรรค์เล็กน้อย และคิดว่าในอนาคต คนอื่นๆคงไม่สามารถใช้วิธีนี้ได้

“ยินดีต้อนรับเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่ไม่มีอาคันตุกะมาเยือนปราสาทแห่งนี้ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมีอาคันตุกะถึงสี่คนเข้ามาวันนี้เหมือนกองไฟที่อบอุ่นจริงๆ!”  เสียงที่ไพเราะเหมือนบัณฑิตผู้คงแก่เรียนดังมาจากภายในส่วนลึกของปราสาท

“สี่คน?” เย่ว์หยางหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยเดิมทีพวกเขาก็มีกันสามคน ใครคือคนที่สี่?

“ข้านึกไม่ถึงเลยว่าเด็กน้อยผู้รอบคอบกับคัมภีร์ที่แทบใกล้เคียงระดับเทพจะมองไม่เห็นการพรางตัวของข้าแต่ข้าผู้เป็นใหญ่ที่นี่กลับมองเห็นได้พลันทันทีนี่แหละจอมปีศาจลี่ตี้แห่งแดนสวรรค์ตัวจริง!”  มีเสียงหนึ่งดังอยู่ด้านหลังเย่ว์หยางในความมืดมีเงาร่างบุรุษรูปงามผู้หนึ่งเผยชุดคลุมให้เห็นลักษณะของเขาผมของเขาเป็นงู  เย่ว์หยางเหมือนจะยิ้มมองดูเงาสะท้อนของเขาจากผิวน้ำแข็งเห็นเขี้ยวทั้งสี่ของเขาเหมือนกับผีดูดเลือดและลิ้นสองแฉกเหมือนงู

จบบทที่ ตอนที่ 803 ศัตรูที่มองไม่เห็น บุรุษผมงู

คัดลอกลิงก์แล้ว