เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 760 ตาสุนัขมองคนต่ำ

ตอนที่ 760 ตาสุนัขมองคนต่ำ

ตอนที่ 760 ตาสุนัขมองคนต่ำ


แม้ว่าพนักงานบริการลูกค้าจะทำสีหน้ารังเกียจ  แต่เพราะร้านค้ามีกฎห้ามไล่ลูกค้าและไม่อนุญาตให้พูดดูหมิ่นดูแคลนแขก เขาคงได้แต่แค่นเสียงใส่ปีศาจยากไร้กลุ่มนี้  เป็นคนจนไม่ใช่ความผิดของพวกเขา แต่จนแล้วยังกล้าเข้าหนึ่งในสามสุดยอดร้านค้าสัตว์อสูรของเมืองลี่จ้าวถือว่าไม่เจียมตัวเอาเสียเลย

พวกบ้านนอกเหล่านี้เป็นใครพวกเขาเข้าใจเรื่องของอสูรหรือเปล่า?

พวกเขามีเงินซื้ออสูรจริงๆหรือ?

ถ้าหากบอกพวกเขาไปว่ามังกรบินชั้นทองระดับเตรียมปราณฟ้าราคาตัวละล้านเหรียญทอง  พวกเขาจะมิกลัวจนเป็นลมหรอกหรือ

พนักงานบริการลูกค้าจะไม่ใช้คำพูดว่าร้ายลูกค้าจนเกิดการทะเลาะกัน  แต่จะใช้ทักษะในการพูดเชือดเฉือนเชิงดูหมิ่น  “ท่านอาคันตุกะผู้มีเกียรติไข่อสูรที่ท่านกำลังมองอยู่นั้นมีความโดดเด่นมากจริงๆ ท่านก็คงทราบว่าร้านส่งเสริมศักยภาพของเราไม่ใช่ตลาดมืดที่คอยเชือดเฉือนเอาเปรียบลูกค้า  ตรงกันข้ามราคาที่เหมาะสมคือปรัชญาการค้าของร้านเรา ถ้าท่านสามารถซื้อมังกรทองบินได้ข้าได้รับสิทธิ์ให้แถมไข่อสูรที่โดดเด่นนี้ให้ท่าน ต้องทราบไว้ก่อนว่า ไข่นี่คืออสูรบินที่มีความเร็วพิเศษเกือบเทียบเท่ามังกรทองบินมันคือกระเรียนหงอนเทา”

“กระเรียนหงอนเทา? เฮ้,  ข้าก็ได้ยินเรื่องนั้นมาบ้าง”  เจ้าอ้วนไห่เหมือนกับคนบ้านนอก ใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นรอยยิ้มที่เจ้าเล่ห์

“คาดว่าก็คงคล้ายกับกระเรียนเพลิงแดง”เย่คงเหมือนกับกินชิ้นสมองที่ตายแล้ว

คนโง่รู้แต่เพียงว่ากระเรียนเพลิงแดงตายไปแล้วมิฉะนั้นถ้าโตขึ้นจะกลายเป็นอสูรปราณฟ้า

กระเรียนเพลิงแดงกล่าวกันว่าสืบสายเลือดมาจากกระเรียนหงอนแดงของเผ่าภูตบูรพา  แม้ว่าจะเก่าแก่จนไม่สามารถตรวจสอบได้แต่กระเรียนเพลิงแดงก็แข็งแกร่งทรงพลังจริงๆกระเรียนเพลิงแดงที่ยังไม่เป็นอสูรปราณฟ้าอาจไม่สามารถเอาชนะมังกรบินทองได้  แต่เมื่อกระเรียนเพลิงโตเต็มวัยเป็นอสูรปราณฟ้า

มังกรทองบินหาได้ยาก แต่นกกระเรียนเพลิงแดงหายากกว่ามังกรทองบินเป็นร้อยเท่า

เมื่อได้ยินเย่คงพูดเหมือนกับว่ากระเรียนหงอนเทาอยู่ในระดับเดียวกับกระเรียนเพลิงแดงตาของพนักงานต้อนรับลูกค้าถึงกับกระตุก

แต่เขายังยิ้มเต็มหน้า

เขาซ่อนความรู้สึกดูถูกเอาไว้ลึกไม่แสดงออกมา

เขาพูดย้ำคำของเย่คงและชูนิ้วหัวแม่มือให้เย่คง  “ท่านผู้นี้รู้ดูจากการแต่งกายของท่านแสดงว่ารู้จักสินค้าแน่...” เขามองดูเย่คงตั้งแต่หัวจรดเท้ากลับไปมาพบว่าน่าจะเป็นพวกลูกเศรษฐีบ้านนอกมากกว่า  เขาทำเป็นจัดคอเสื้อให้เย่คงและร้องอย่างตกใจ“โอว..นี่ทำจากผ้าใยสังเคราะห์ ร้านเราก็มีคุณชายหลายคน คุณชายไม่เหมาะจะแต่งตัวอย่างนี้เลย  หรือว่าหาซื้อชุดไหมไม่ได้”

เย่คงและเจ้าอ้วนไห่เมื่อได้ยินเช่นนี้

ก็มองหน้ากันเองอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าพวกเขาแสดงความพึงพอใจตัวเองทันทีพวกเขาเชิดหน้ายืดอกวางท่าทางเหมือนกับคุณชายทันที

หลิวเย่มีจิตใจบริสุทธิ์ไม่เสแสร้ง  นางไม่ถนัดหลอกลวงผู้คน กลัวว่าจะหัวเราะออกมานางหันหน้าไปทางอื่น เป่าเอ๋อต้องการดูเรื่องสนุกหันไปดูอสูรอื่นมิฉะนั้นเป่าเอ๋อคงสร้างความลำบากใจให้เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ แน่นอน

“ไข่ใบนี้ข้าต้องการซื้อ บอกมาซิราคาเท่าใด?”  เจ้าอ้วนไห่ตบอกเหมือนจะกล่าวว่าเรื่องเล็กเขารวยเสียอย่าง

“สิบเหรียญทอง” ฝ่ายบริการลูกค้าเพิ่มราคาเองมากกว่าปกติถึงสิบเท่า

“ตายแล้ว, แพงขนาดนั้นเชียว?”  เจ้าอ้วนไห่ดูเหมือนจะตกใจ

“ของดีอย่างนี้ คุ้มค่าไม่ใช่หรืออสูรราคาถูกกว่าจะให้ดูดีเหมือนกับมังกรบินทองได้ยังไง? 39 ปีก็โตเต็มวัย หนัก 15ตันเวลากางปีกยาวถึง 35 เมตร ตัวยาวตั้งแต่หัวถึงท้าย 48 เมตรหนังแข็งราวกับเกราะชั้นทอง ทนเปลวไฟอุณหภูมิสูงถึงพันองศาความเร็วสูงสุดในการบินถึง 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  ความเร็วสูงสุดตอนบรรทุกขับขี่ 300กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในการประลองมันสู้กับอสูรในระดับเดียวกันชนะต่อเนื่องถึงแปดครั้ง  มันคือเจ้าชายมังกรบินทองที่มีชื่อเสียงแห่งเมืองลี่จ้าว”  ฝ่ายบริการลูกค้าแสดงความสามารถอย่างเต็มที่  เขาจินตนาการว่ารอสักเดี๋ยวพวกปีศาจยากไร้พวกนี้คงกลัวจนปัสสาวะราดรดกางเกงแน่

“แล้วเจ้าชายน้อยราคาเท่าใด?”  เจ้าอ้วนไห่ตื่นเต้นในใจเหมือนกับว่าเขากลัวว่าหัวใจจะกระดอนออกมาและถาม

โชคดีที่องค์ชายเทียนหลัวไม่ได้มาด้วย  มิฉะนั้นเขาคงโดนไล่เตะไล่ต้อนแน่

เย่คงให้ความร่วมมือและมีสีหน้าคาดหวังแต่ก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ผิดหวัง ทำให้พนักงานดูแลลูกค้าดีใจ

พนักงานบริการลูกค้ายื่นมือออกมาตบไหล่เจ้าอ้วนไห่และจงใจพูดให้ช้าลง“ราคาไม่แพงเลยสำหรับพวกเจ้าทุกคนที่เป็นคุณชายจากตระกูลมั่งคั่งราคาแค่นี้เหมือนกับขนเส้นเดียว แม้ว่าจะเป็นสมบัติล้ำค่าของร้านค้าประจำเมือง  แต่ถ้าพวกเจ้าต้องการซื้อ  อย่างนั้นข้าจะลดราคาให้ 2% ราคาของเจ้าชายมังกรบินทองไร้เทียมทานตัวนี้ ราคาอยู่ที่หนึ่งล้าน  แต่ถ้าเจ้าพร้อมจ่ายเต็มจำนวน  อย่างนั้นเจ้าจะได้ลดราคาเหลือที่ 980,000”

เขารู้สึกลอบพึงพอใจและชลอความเร็วในการพูดให้ช้าลง

ถ้าฝ่ายตรงข้ามได้ยินไม่ชัด

เขาไม่ถือสาที่จะพูดอธิบายอีก

ตอนแรกเลยเขาคิดว่าเมื่อเขาพูดอธิบายจบ ฝ่ายตรงข้ามคงกลัวจนฉี่ราดหรือไม่ก็กลัวจนเหงื่อตกทรุดนั่งกับพื้น

คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้าอ้วนกับคนผอมที่อยู่ข้างหน้าเขาไม่แสดงอาการสนองตอบแม้แต่น้อย พวกเขาดูเหมือนคนทึ่มที่ธรรมดาและประหลาดใจ   เพราะกลัวว่าปีศาจยากไร้ทั้งสองจะได้ยินไม่ชัด  พนักงานบริการลูกค้าจึงพูดซ้ำอีก

“ข้ายังได้ยินไม่ชัด  เจ้าว่าเท่าไหร่นะ?”  ในที่สุดเจ้าอ้วนไห่เหยียดมือเล็กน้อย

“หนึ่งล้าน หนึ่งล้าน  ล้านเดียว, ถ้าเจ้าต้องการซื้อก็ต้องจ่ายสด จากนั้นข้าจึงยอมลดราคาให้ 20%ช่วยให้เจ้าประหยัดเงินออกไปอีก 20,000 เพียงแต่เจ้าจ่าย 980,000 เจ้าค่อยพาเอาอสูรสมบัติของร้านเราไปได้” บุรุษผู้นี้ไม่สามารถรอดูฝ่ายตรงข้ามหลั่งเหงื่อตัวสั่นสะท้านด้วยความกลัวเขาแทบอดใจไม่ได้และอยากตะโกนว่า “พวกปีศาจยากไร้อย่าได้เที่ยวมาเดินเล่นที่นี่โดยไม่มีเงิน ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เดินเล่นของปีศาจยากไร้  พวกเศรษฐีบ้านนอกอย่างพวกเจ้า ควรจะไปสำมะเลเทเมาอยู่ในโรงเหล้าราคาถูกมากกว่า  ที่นั่นแหละเหมาะสมกับพวกเจ้าแล้ว”

“......” เจ้าอ้วนไห่และเย่คงมองหน้ากันเอง โดยไม่มีปฏิกิริยาแสดงออก  ไม่เป็นลมสลบ ไม่มีเหงื่อตกไม่ได้ปัสสาวะราดกางเกง และไม่ตัวสั่น

“ดูลักษณะท่าทางของเจ้ากำลังจะซื้อของหรือ?”  คนผู้นี้รำพึงเยาะเย้ยในใจ  “ความจริงวันนี้ดูเหมือนว่าข้าพบเจอคนรวยสองคน”

“มีส่วนลด 2% จริงๆหรือ?”  เจ้าอ้วนไห่ถามเบาๆ

“แน่นอน, คุณชายอย่างท่านจะได้รับส่วนลด 2% อยู่แล้ว  แต่ว่าไม่นะ พวกท่านจ่ายเป็นเงินสดดีกว่าเพราะเราคนค้าขายที่นี่มีกำไรน้อยอยู่แล้ว เราไม่ต้องการเป็นเครดิตทางธุรกิจควักออกมา 980,000 สมบัติร้านเราชิ้นนี้จะเป็นของเจ้า  เงินน่ะมีไหม 980,000?  ถ้ามีก็ควักออกมา  สวรรค์!  ข้าอยากจะรู้นักว่าท่านมั่งคั่งเพียงไหน  จะรออะไรอยู่อีก?  สมบัติประจำร้านนี้กำลังรอให้ท่านซื้อกลับไป...”  คนผู้นี้เต้นแร้งเต้นกาและเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เพื่อทำให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงอับอายเก้อเขินไปหาร้านอื่น

“ซื้อมังกรบินทองและแถมไข่ด้วย  เจ้าพูดอย่างนั้นไว้ไม่ใช่หรือ?”  เจ้าอ้วนไห่ถือไข่กระเรียนหงอนเทาราวกับจะซื้อซาลาเปาในเมือง“เจ้าพูดอย่างนี้ใช่ไหม?”

“ไม่,ร้านค้าของเรารักษาสัญญาหนักแน่นเท่ากับพันตำลึงทอง ตราบใดที่ท่านจ่าย 980000ทั้งไข่นี้และมังกรบินทองจะเป็นของท่าน รีบควักเงินออกมา คุณชายจากตระกูลมั่งคั่งอย่างท่านไม่จำเป็นกังวลไป  ตราบใดที่ท่านมีเงินมาวาง พวกท่านก็สามารถรับเอาไปได้” คนผู้นี้มองเจ้าอ้วนไห่ว่าไม่มีปัญญาจะซื้อมังกรบินทอง  บางทีเขาอาจเช่าเสื้อผ้ามาใส่หลอกสาวๆ ให้ดูภายนอกดีเลียนแบบกุลบุตรในตระกูลใหญ่ เขาต้องทำให้เจ้าผู้นี้อับอายไม่สามารถเสนอหน้าต่อสาวๆ ได้ตลอดชีวิต

“เดี๋ยวปรึกษากันก่อน”  เย่คงพยายามพูดรอมชอม

“ก็ดี, กลับมาปรึกษากันก่อน” เจ้าอ้วนไห่ดูเหมือนต้องการมองหาทางลงจากหลังเสือ

“ไม่นะ, คุณชายทั้งสองมาจากตระกูลมั่งคั่ง  พวกท่านถือไข่อสูรในร้านเราและถามราคาร้านเราพวกท่านไม่ต้องการจะซื้อหรือ? พวกท่านสับสนอะไรหรือเปล่า?คิดว่าเรามีเวลาว่างมากนักหรือ?  ไม่มีเงินใช่ไหมเล่า?  ไม่มีเงินแล้วเข้ามาทำไม? หรือว่าแค่ต้องการโอ้อวดหน้าใหญ่?” คนผู้นี้รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบสนองด้วยการต่อรองราคาโอ้อวดต่อหน้าสตรีแล้วกลับไปคุยโม้ แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะมีเงินซื้อได้จริงๆ  คนอย่างนั้นไม่เพียงแต่น่าดูถูกเท่านั้น แต่จะต้องทำให้อับอายจนโงหัวไม่ขึ้นอีกเลย

“เอ่อ? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?” หลิวเย่ได้ยินพนักงานบริการลูกค้าเยาะเย้ยเสียงดังจึงรีบเข้ามาสมทบ

คนผู้นี้เตรียมตัวจะดูถูกยั่วโมโหต่อ

ใครจะคิดกันเล่าว่าเจ้าอ้วนไห่ใช้มือแตะแหวนเก็บของแล้วเทเหรียญทองออกมาซึ่งไม่ทราบว่าจำนวนเท่าใดและกระจายกลิ้งหายไปตรงไหนบ้างเมื่อเห็นฝ่ายตรงข้ามทำสีหน้าประหลาดเจ้าอ้วนไห่พูดราวกับว่ากำลังซื้อกะหล่ำปลีอยู่ในตลาดสด  “ก็ไม่มีอะไรมากหรอกข้ากับเจ้าลิงกำลังปรึกษากันอยู่ว่าจะซื้อมังกรบินทองอาหารโปรดกลับไปเลี้ยงตั๊กแตนมัจจุราชของคุณชายสามสักหลายๆตัว เจ้าก็รู้ว่านางไม่ได้กินมังกรบินเป็นอาหารมาหลายมื้อแล้วนางจะค่อนข้างอารมณ์เสีย”

เย่คงยื่นมือตบบ่าพนักงานดูแลลูกค้าอย่างเป็นกันเองและยิ้มให้เขาซึ่งตอนนี้สั่นไปทั้งตัว“รบกวนเจ้าช่วยนับเงินด้วย เราไม่มีบัตรเครดิต พกมาแต่เงินสดแต่ข้ารู้อยู่แล้วว่าคนอย่างเจ้ารอรับเงินเยอะแยะอยู่แล้วคงไม่เกี่ยงเรื่องนับเงินหรอกนะ”

พอเย่คงปล่อยคนผู้นั้น เขาสั่นขาอ่อนแทบจะทรุดตัวลงกับพื้น

“ไม่อาจขายได้...”

สหายของเขาที่อยู่ห่างออกไปเมื่อเห็นเหตุการณ์กลับตาลปัตรกะทันหันก็รีบโบกมือปฏิเสธทันที  “สมบัติประจำร้านของเมืองไม่สามารถขายได้ จะให้มากเท่าไหร่ก็ไม่ขาย  หนึ่งล้านเหรียญทองเป็นราคาขั้นต่ำของร้าน  ราคาขนาดนี้ไม่มีใครขายกัน  และจะไม่ขายออกไปด้วย”

จบบทที่ ตอนที่ 760 ตาสุนัขมองคนต่ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว