เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 728 ข้อความสุดท้ายของผู้รอด

ตอนที่ 728 ข้อความสุดท้ายของผู้รอด

ตอนที่ 728 ข้อความสุดท้ายของผู้รอด


หลังจากเอาชนะติ้งป๋อได้  เย่ว์หยางเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อีกครั้ง

แม้ว่าพังพอน, เม่นธนูพิษ, ขุนศึกเซนทอร์ ปีศาจยักษ์สองหัว ปีศาจเพลิงเขาทอง, มังกรแม็กม่า, อสูรฝันร้ายไฟนรกและอสูรศึกอื่นจะถูกฆ่าก็ตาม แต่ร่างของพวกมันจะกลายเป็นปุ๋ยดอกไม้หรือไม่ก็อาหารสุนัข และผลึกปีศาจและหัวใจปีศาจก็มีค่ามากกว่าสมบัติทั่วไป  นอกจากนี้เขายังได้แหวนจอมโกงระดับศักดิ์สิทธิ์และเข็มขัดพลังงานที่สามารถสร้างพลังงานได้ต่อเนื่องหลังจากสวมใส่แล้ว  เย่ว์หยางยังได้ภูตพ่นน้ำลายระดับปราณฟ้ามาได้อย่างไม่คาดหมาย

หลังจากภูตพ่นคร่ำครวญเสียใจเพราะมันไม่มีที่ไปแล้ว ในที่สุดมันยอมติดตามเย่ว์หยางผู้ฆ่าเจ้านายเก่าของมัน

ภูตพ่นน้ำ : อสูรทองระดับสิบ อสูรศึกชนิดพิเศษ มีร่างกึ่งพลังงาน สามารถขัดขวางไม่ให้วัตถุลอยผ่านมันได้ สามารถพ่นน้ำลายใส่เป้าหมายและเปลี่ยนเป็นคำสาป  ทักษะ :  คำสาปที่ทั้งเทพและภูตผีรังเกียจ  นั่นก็คือเปลี่ยนเป็นแพะ

ภูตพ่นน้ำนี้ไม่ค่อยแข็งแกร่งนัก

แต่ส่งผลในการช่วยรบอย่างยอดเยี่ยม

ไม่ว่าจะเป็นใช้คำสาปกับศัตรูหรือกำจัดคำสาปให้เจ้านาย ทั้งสองทักษะนี้นับเป็นทักษะที่ใช้งานได้ผล  ถ้าใครสามารถควบคุมมันได้ดี เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์ได้บ่อยครั้ง

เย่ว์หยางไม่พร้อมจะทำสัญญากับภูตพ่นน้ำ  นับตั้งแต่เขาเชี่ยวชาญปณิธานสูงสุดและเป็นเจ้าของสนามพลังสร้างโลก พลังรบของเขาก็แทบจะขึ้นถึงจุดสูงสุด  ดังนั้นการทำสัญญากับอสูรที่ใช้คำสาปกับศัตรูได้จึงไม่จำเป็นมากนักสำหรับเขา ศัตรูที่เย่ว์หยางต้องการเอาชนะอย่างน้อยต้องระดับเดียวกับราชาใจสิงห์  แต่นักสู้ปราณฟ้าระดับนั้น ภูตพ่นน้ำลายไม่สามารถทำให้อ่อนแอได้ด้วยพลังคำสาป

ในทางตรงกันข้าม ถ้าเขามอบภูตพ่นน้ำลายให้คนอื่นอย่างอี้หนานหรืออู๋เหิน เขาเชื่อว่าพลังของพวกนางจะเพิ่มขึ้นก้าวหน้าอย่างมากมาย

ภูตพ่นน้ำมองดูภายนอกเหมือนกับผีผู้หญิง แต่ในความเป็นจริงมันคือวิญญาณที่ไม่มีเพศ

โดยทั่วไปแล้ว สติปัญญาและอารมณ์ของอสูรวิญญาณประเภทนี้ไม่ค่อยสูงนัก  ดังนั้นจึงยากจะพัฒนาให้เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้  ภูตพ่นน้ำลายพยายามควบคุมตนเอง และหาโอกาสแก้แค้นและตอบแทนให้เจ้านายเก่าของมันที่เทบจะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ชนชั้นสูง  เย่ว์หยางไม่ได้คาดหวังให้มันวิวัฒนาการไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ ที่สำคัญเป็นเรื่องยากที่อสูรศึกบางตนจะวิวัฒนาการไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้  อย่างเช่นเพกาซัสเขาเงินของอี้หนาน  พญาไม้ไตตันของเย่ว์ปิงและทานตะวันอมฤตของเจ้าเมืองโล่วฮัว... แต่แม้อสูรศึกเหล่านี้ไม่สามารถวิวัฒนาการไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้   ไม่ได้หมายความว่ามันถึงขีดจำกัดในวิวัฒนาการ อย่างน้อยในเรื่องพลังสู้รบ อสูรศึกยังคงมีพัฒนาการต่อไปตราบเท่าที่พวกมันยังต่อสู้และเติบโตต่อไป

หลังจากจัดการภารกิจต่อไปให้เหยียนเจ้าหน่วยข่าวที่ยอดเยี่ยมแล้ว  เย่ว์หยางตัดสินใจกลับไปยังปราสาทสายรุ้ง

อย่างไรก็ตาม อู๋เหินปฏิเสธไม่รับข้อเสนอของเขา

“ยกภูตพ่นน้ำให้น้องอี้หนานเถอะ!  ข้าไม่ใช่กำลังรบหลัก  แม้ว่าข้าจะมีพลังเพิ่มขึ้นก็ตามแต่การช่วยเจ้าได้นั้นเป็นเรื่องยากมากสำหรับข้า  ในทางตรงกันข้ามถ้าภูตพ่นน้ำนี้เป็นอสูรศึกของน้องอี้หนานไม่ต้องสงสัยเลยว่านางผู้มีพลังวิญญาณที่ยิ่งใหญ่จะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นราวกับเสือติดปีก”  อู๋เหินเสนอให้อี้หนานทำสัญญากับภูตพ่นน้ำลาย

“อสูรศึกตนนี้มีสติปัญญาอยู่บ้าง มันอาจวิวัฒนาการกลายเป็นตัวแปรสำคัญก็ได้”  เย่ว์หวี่ยังคงมองอนาคตของภูตพ่นน้ำลายในแง่ดี

“ดีละ, แล้วข้าจะหาทางให้ หลังจากข้าช่วยให้แมงป่องดาวมีวิวัฒนาการสุดท้ายก่อน”  หลังจากเย่ว์หยางกลับไปที่ปราสาทสายรุ้ง นางพญาดอกหนามมงกุฎทองตั่วตั่วก็ตื่นขึ้น และฮุยไท่หลางจำเป็นต้องมอบอาหารที่ดีที่สุดอย่างติ้งป๋อนักสู้ปราณฟ้าระดับห้าและอสูรฝันร้ายไฟนรก อสูรปราณฟ้าระดับสามให้กับสาวน้อยผู้นี้โดยไม่มีเหตุผล  ส่วนมันน่าเศร้าที่ได้กินแค่พังพอน, เม่นธนูและขุนศึกเซนทอร์

เย่ว์หยางตัดสินใจเก็บปีศาจยักษ์สองหัวเอาไว้ เขาต้องการใช้เลือดของมันช่วยพัฒนาพลังของอสูรศึกของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่

ปีศาจเพลิงเขาทองถูกมอบให้ภูตเพลิงฟ้าเป็นรางวัล  ส่วนหัวของมังกรแม็กม่าถูกกตั๊กแตนมัจจุราชจับกินไปแล้ว

ราชินีซิกผู้นำเผ่ามนุษย์มังกรสตรีได้รับรางวัลให้จัดการกับร่างมังกรบินแม็กมาที่เหลือ  แม้ว่าส่วนที่ดีที่สุดของมังกรบินแม็กม่าก็คือผลึกเวทถูกตั๊กแตนมัจจุราชกินไปแล้ว  แต่ส่วนที่ยังเหลือก็คือร่างมังกรบินแม็กม่าระดับเตรียมปราณฟ้าก็สามารถใช้พัฒนามังกรบินที่ทำสัญญากับราชินีซิกให้ก้าวหน้าได้

การวิวัฒนาการแมงป่องดาวซึ่งเป็นอาวุธร่างอสูร มาถึงขั้นสุดท้าย

มันเชื่อว่าการวิวัฒนาการจะจบลงในอีกไม่กี่วัน

เย่ว์หยางเพ่งความสนใจไปที่การฝึกฝนนางพญาดอกหนามมงกุฏทอง เขาหวังว่าสาวน้อยนี้จะสามารถวิวัฒนการได้สำเร็จโดยไม่ต้องได้รับความช่วยเหลือจากเขา  นางวิวัฒนาการและยกระดับเป็นอสูรในตำนาน มีคัมภีร์อัญเชิญโดยอัตโนมัติเหมือนกับอิคคาและเสี่ยวเหวินหลีที่เกิดมาพร้อมกับคัมภีร์อัญเชิญ  ร่างที่เป็นทะเลดอกหนามสำหรับซึมซับพลังของนาง  และเมื่อได้ ‘หัวใจคลุ้มคลั่ง’ และหัวใจหมอก’ ก็หวังว่าปีศาจดอกหนามของนางทั้งสองจะสามารถหลอมรวมหัวใจและวิวัฒนาการกลายสภาพได้

“เอาละ ตั่วตั่วจะไม่ต้องนอนอีกแล้วหลังจากงีบครั้งนี้”  นางกัดนิ้วเย่ว์หยางด้วยฟันแหลมเล็กของนาง ตั่วตั่วดูดเลือดเพียงเล็กน้อยจากนั้นกลับเข้าไปในเตียงดอกไม้และหลับอย่างเงียบงัน

ดอกหนามนับไม่ถ้วนขยายอย่างรวดเร็วกลายเป็นทะเลดอกไม้รายล้อมตั่วตั่วที่นอนอยู่บนเตียงดอกไม้

ปีศาจดอกหนามทั้งสองดูดซับ ‘หัวใจคลุ้มคลั่ง’ และ ‘หัวใจหมอก’ และหลอมรวมกับศิลาวิญญาณที่เย่ว์หยางไม่ยินยอมแลกเปลี่ยน  พวกมันตั้งเป้าหมายจะกลายไปเป็นขุนพลดอกหนามหรือเป็นผู้บัญชาการดอกหนามตามที่เย่ว์หยางเคยคาดหวังเอาไว้กับมัน  พวกมันยังต้องการเป็นบริวารมือดีที่สุดของตั่วตั่วสามารถต่อสู้ได้ด้วยความคิดของมันเองในขณะที่นางอยู่ในช่วงจำศีลยาว

เทียบกับหัวใจหมอกของปีศาจดำและหัวใจคลุ้มคลั่งที่เกิดจากหญ้าระบำดูแล้วเหมาะให้ปีศาจดอกหนามได้ดูดซับพลัง

อย่างไรก็ตามพลังของหัวใจหมอกยังมีระดับที่เหนือกว่าหัวใจคลุ้มคลั่ง

สองวันต่อมาก่อนพัฒนาการสุดท้ายของแมงป่องดาวปีศาจดอกหนามก็เสร็จสิ้นวิวัฒนาการกลายเป็นขุนพลดอกหนามพิโรธขนาด 50 เมตร  ร่างกายท่อนบนคล้ายกับขุนศึกหญิงในชุดเกราะเถาวัลย์สวมด้วยพวงดอกหนามนับไม่ถ้วน   แต่ร่างท่อนล่างยังคงเป็นเถาดอกหนามขนาดยักษ์  ขุนพลดอกหนามพิโรธได้รับตกทอดพลังของหญ้าระบำ  มันสามารถใช้พลังจิตจากระยะไกลโจมตีผสานเข้ากับพลังของปีศาจดอกหนามหลักของมัน  พลังรบของมันมากกว่าแต่ก่อนถึงสิบเท่า

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือมันมีความสามารถในการต่อสู้ได้อิสระ แม้ในระหว่างที่ตั่วตั่วอยู่ในช่วงจำศีล มันสามารถออกมาช่วยเย่ว์หยางสู้ได้

ปีศาจดอกหนามอีกตนหนึ่งที่ดูดซับพลังของหัวใจหมอกก็มีวิวัฒนาการเช่นกัน

ตอนบ่ายของวันที่สาม แมงป่องดาวที่ไม่มีใครคาดคิดถึงกลายเป็นอาวุธเทพร่างอสูรด้วยฝีมือของเย่ว์หยางในที่สุด ในท่ามกลางแสงสว่างเจิดจ้า แมงป่องดาวยักษ์เปลี่ยนรูปไปตลอดเวลา พลังงานของมันเปลี่ยนแปลงอยู่ในแก่นพลังแมงป่องอย่างรวดเร็วและจากนั้นอาศัยแก่นแมงป่องมันเปลี่ยนแปลงผสานไปมาเป็นรูปร่างถุงมือแมงป่องฟ้า มันแทบจะเหมือนกับถุงมือแมงป่องฟ้าดั้งเดิม  เพียงแต่เพิ่มลายแมงป่องดาวด้านบนและมีหางสีทองปลายสีน้ำเงิน

แม้ว่าจะเป็นถุงมือมากกว่าอาวุธ แต่แมงป่องดาว อาวุธร่างอสูรก็มีความสามารถโจมตีที่ดี

สิ่งมีชีวิตใดๆ ก็ตามที่ถูกหางมันต่อยใส่ จะมีผลเพียงประการเดียว

นั่นคือเนื้อเยื่อรวมทั้งเลือดจะทำให้เส้นประสาทกระตุก พิษของแมงป่องกล้าแข็งมากเทียบได้กับพิษยางน่องไม่มียาแก้พิษในโลก

เย่ว์หยางหลอมรวมขนแกะทองคำเป็นพิเศษ นั่นคือสิ่งที่เขาได้รับมาจากวิหารสิบสองนักษัตร เขาหลอมรวมเข้ากับถุงมือแมงป่องดาวที่เป็นอาวุธร่างอสูรเพื่อความสะดวกสบายและตกแต่งสวยงาม

แน่นอนว่าเจ้าแมงป่องดาวคัดค้านอย่างแข็งขันในการใช้ขนแกะทองคำตกแต่งด้านในตอนแรก

แต่ในเวลาต่อมาเจ้าแมงป่องดาวยอมรับความคิดเห็นของเย่ว์หยาง เมื่อพวกเขาพบว่าการใช้ขนแกะทองตกแต่งภายในทำให้แมงป่องดาวแปลงกายได้ง่าย

เย่ว์หยางมีความมุ่งกับการหาขนแกะทองในแดนสวรรค์ให้ได้เพิ่มมากขึ้น  และแมงป่องดาวแปลงกายได้เร็วขึ้นหลายเท่าต้องขอบคุณการค้นพบที่ไม่คาดฝันนี้  ยกเว้นฮุยไท่หลายที่คุ้นเคยกับการแปลงร่าง และมันแปลงร่างได้เร็วกว่าแมงป่องดาวเล็กน้อย ไม่มีใครอื่นเทียบได้กับแมงป่องดาวในเรื่องการแปลงร่างได้เร็วในขณะนี้

ดาบเทาเถี้ยก็ยังช้ากว่าเมื่อเทียบกับแมงป่องดาวในเรื่องแปลงกาย  แต่ความเหนือชั้นที่ยิ่งใหญ่ของมันก็คือความอยากในโลกภายในของมันที่สามารถจุของได้เป็นจำนวนมาก  ดังนั้นมันสามารถถูกใช้เป็นเครื่องมือกำจัดอสูรศึกหรือคุกสำหรับกักขังศัตรูชั่วคราว

“น่าเสียดายที่ข้ามีถุงมือเพียงข้างเดียว  คงจะดีกว่ามากถ้าข้ามีถุงมืออีกข้างหนึ่งไว้เข้าคู่กัน”  เย่ว์หยางยังไม่พอใจกับถุงมือพูดขณะที่มือขวาสวมถุงมือแมงป่องฟ้า ซึ่งถ้าราชาใจสิงห์นักสู้ปราณฟ้าเห็นเข้าก็ยังอยากได้จนน้ำลายหก เย่ว์หวี่เมื่อได้ยินเช่นนั้นอดหัวเราะคิกมิได้  นางรู้ว่าน้องชายนางเป็นบุรุษผู้ไม่เคยพอใจกับสภาพที่เป็นอยู่  ตัวอย่างเช่นถ้าเขาได้รับถุงมือแมงป่องฟ้ามาเป็นคู่  เขาก็คงเสียใจที่ไม่มีสนับแข้ง ต่อให้เขามีชุดแมงป่องฟ้าครบชุด เขาก็คงถอนหายใจด้วยความเสียดายที่เขาไม่สามารถแจกชุดทุกคนให้เหมือนกันได้

“เย่คงและพวกๆ มาถึงแล้ว  ดูเหมือนว่าพวกเขาได้ข้อมูลอะไรบางอย่างมาด้วย”  อู๋เหินเคาะหน้าประตูห้องค้นคว้า

“พวกเขาพบเจออะไร?”  เย่ว์หยางรีบออกไปทันที

เมื่อเย่คงและคนอื่นเห็นเย่ว์หยาง  พวกเขาพากันเงียบ และมองหน้ากันเองอย่างหวาดๆ

เย่ว์หยางรู้สึกแปลกๆ ทำไมพวกเขาลังเลที่จะพูด?  แม่สี่ประสบอุบัติเหตุหรือ?  ความคิดนี้ทำให้เขากลัวมาก  แต่อู๋เหินยังคงสงบ  เย่คงและคนอื่นประพฤติตัวตามปกติ  ดังนั้นเขาจึงขับความคิดที่น่ากลัวออกไปจากใจเขา

เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ยังคงเงียบ แต่เสวี่ยทันหลางที่ไม่ค่อยพูดคุยกับใครพยักหน้าให้เย่ว์หยาง  “คือว่า เรามีภารกิจที่ชั้นที่หก  บังเอิญเราได้ทราบข่าวมาจากร้านเหล้า เมืองโอลีนด์ถูกทำลายจากสงคราม  เรารู้ว่าเจ้าเคยไปเมืองโอลีนด์มาก่อน เพื่อค้นหาสิ่งของของลุงเย่ว์ชิว  เราไม่มีเวลาแจ้งให้เจ้าทราบและเร่งรีบไปยังมือง แต่กลับกลายเป็นว่าที่นั่นราบเป็นหน้ากลอง ไม่ใช่เพราะสงคราม แต่เป็นเพราะการทำลายล้างของนักสู้ปราณฟ้าที่ทรงพลัง

เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่ว์หยางถามด้วยความตกใจ  “มีคนรอดไหม?”

องค์ชายเทียนหลัวตอบ  “โชคดีที่เป่าเอ๋อพบกองหินแปลกๆ ในตอนนั้น เขาขุดพบผู้รอดชีวิตแต่ว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส  เขาตายหลังจากพูดได้สองประโยค  เราพบว่าสถานะของเขา  เขาเป็นพนักงานต้อนรับของสมาคมทหารรับจ้างประจำท้องถิ่น  เขาประจำการอยู่ที่เมืองโอลีนด์เป็นเวลาหลายสิบปีไม่เคยย้ายไปไหน”

“ประโยคแรกที่เขาพูดก็คือ ‘เราเข้าใจคนผิด’  และอีกประโยคก็คือ ‘ท่านนักล่าพยัคฆ์... หุบเขาแม่น้ำขาว’  และที่เขาพูดเราได้ยินยังไม่ชัดเจน!” หลิวเย่ตอบก่อน

“แต่ไม่มีสถานที่เรียกว่า ‘หุบเขาแม่น้ำขาว’ อยู่ในหอทงเทียน”  ฟ่านหลุนเถี่ยสาวเผ่าหัววัวเสริมต่อ

จบบทที่ ตอนที่ 728 ข้อความสุดท้ายของผู้รอด

คัดลอกลิงก์แล้ว