เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 722 อาหง

ตอนที่ 722 อาหง

ตอนที่ 722 อาหง


พลังที่คาดไม่ถึงปะทุออกมาจากร่างของนาง

อาหงรู้สึกว่าสำนึกของพลังระเบิดเเทบจะทำลายร่างนาง  และวิญญาณนางเหมือนกับจะถูกพลังระเบิดทำลาย

แม้จะเป็นแค่หยดเลือดเทพเพียงหยดเดียว แต่ไม่ใช่สิ่งที่ร่างกายธรรมดาจะทนรับได้  เมื่อสติของอาหงหายไป ทันใดนั้นนางรู้สึกว่าร่างของนางเบาเหมือนกับว่านางอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว  กระแสหมุนวนขนาดมหึมาเหมือนกับดาราจักรค่อยๆ หมุนตัวก่อให้เกิดแรงดึงดูดและปลดปล่อยพลังทำลายออกมาจากร่างนางเล็กน้อย  นั่นช่วยลดความกดดันในร่างของอาหงได้เป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีวังวนขนาดดาราจักรหมุนวนขนาดยักษ์ถึงสามวังวนดูดซับแรงระเบิดของเลือดเทพในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

เป็นภาพลวงตาหรือ?

นางควรจะอยู่ในอ้อมแขนของเจ้านาย แล้วนางมาลอยอยู่ในท้องฟ้าได้ยังไง?

ขณะที่จิตสำนึกของอาหงกำลังตกอยู่ในความสับสน  ทันใดนั้นนางรู้สึกว่ากระแสพลังงานอบอุ่นโคจรอยู่ภายในร่างของนางอย่างต่อเนื่องและชักนำพลังงานของเลือดเทพที่ระเบิดออกมาโคจรไปตามร่างกายส่วนต่างๆ ของนาง  จากเส้นชีพจร กระดูก เนื้อและผิวลึกลงไปในร่างกายจนละเอียดลงๆ จนกระทั่งเส้นเลือดฝอย พลังอบอุ่นนั้นชักนำพลังของเลือดเทพเกือบครึ่งเข้าไปในร่างของนางหลอมรวมกับร่างของนาง  โดยผ่านการชำระด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์  การเปลี่ยนแปลงในร่างกายนางจึงเป็นไปในทางที่ดีขึ้น และจากนั้นความเปลี่ยนแปลงนั้นซึมลึกลงไปในใจนาง

พลังงานอบอุ่นยังคงชักนำพลังงานของเลือดเทพเข้ามาในท้องฟ้ายามราตรีเต็มไปด้วยหมู่ดาวนี้

พลังงานเชื่อมโยงกับวังวนดาราจักร ทำให้มีพลังหมุนวนเพิ่มเป็นทวีคูณสร้างแรงดูดซับพลังเลือดเทพได้ดีขึ้น

ในที่สุดด้วยพลังวังวนใหญ่ทั้งสามใช้เป็นรากฐาน  พลังงานของเลือดเทพก่อให้เกิดแก่นกลางคล้ายดวงดาวใหญ่ พลังที่ลึกซึ้งลึกลับนั้นเกินกว่าที่อาหงจะบอกอธิบายได้  ลึกลับพอๆ กับจักรวาลที่เกิดขึ้นอยู่ในจิตสำนึกของนางเอง ที่จุดเชื่อมแก่นกลางที่สุกใสสว่างมีพลังวังวนใหญ่อยู่สามจุดเป็นตัวแทนความรู้สึกนึกคิดต่างกันตามลำดับ

อาหงรู้สึกมึนศีรษะเมื่อสำนึกของนางสัมผัสได้ถึงวัตถุประสงค์ของสามวังวนใหญ่

จากนั้นนางพบว่าความคิดต่างๆ ของนางรั้งกลับมาจากภาพท้องฟ้าราตรีที่ลึกลับ

และนางจะไม่มีโอกาสอยู่ในสภาวะที่ยอดเยี่ยมนั้นอีก

หลังจากลืมตาอาหงสังเกตว่านางไม่ได้ลอยอยู่ในท้องฟ้ายามราตรี  แต่นางกำลังลอยอยู่ต่อหน้าเจ้านายของนางเปล่งประกายเจิดจ้า  นางค่อนข้างจะคุ้นเคยกับวงเวทอักษรรูนทั้งสามและอักษรรูนสวรรค์บนร่างนาง  นั่นคือวังวนทั้งสามที่ปรากฏอยู่ในกลางท้องฟ้าราตรีในนิมิตนาง  อักษรรูนโบราณแสดงถึงภูมิปัญญาเทพ แหล่งพลังและรากฐานวิญญาณตามลำดับแบบถาวร  ความประสงค์ของวงเวทอักษรรูนทั้งสามติดอยู่ที่ระหว่างคิ้ว หัวใจและสะดือของนางถาวร

อาหงเข้าใจทันที

พลังอบอุ่นที่ช่วยนางก็คือปราณบริสุทธิ์ที่ปล่อยออกมาจากฝ่ามือของเจ้านายนาง

“อย่าหลับ จงพยายามทำความเข้าใจและพัฒนาพลังของตัวเจ้าเองขณะที่เลือดเทพกำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายของเจ้า  ตอนนี้เป็นเวลาฝึกตัวที่ดีที่สุดของเจ้า  เจ้าจะต้องออกแบบร่างกายตัวเองและกลายเป็นเด็กสาวคนใหม่ในเวลาต่อมา”  เย่ว์หยางบอกอาหงอย่างนุ่มนวล

“ค่ะ”  อาหงไม่เคยเหน็ดเหนื่อยมาก่อนแม้กระทั่งสงครามที่รุนแรง  แต่นางทำตามคำของเย่ว์หยางในใจและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

เพื่ออนาคตที่สดใสของนาง เพื่อความคาดหวังของเจ้านายนางและฝันของนางในการออกแบบร่างกายใหม่

สู้เพื่อสิ่งนี้

นางพยายามอย่างดีที่สุดกางแขนและกอดเย่ว์หยางไว้แน่น

ทักษะพิเศษของนางอย่างเช่น “แส้ลงฑัณฑ์” “คลื่นเสียงกรีด” “เปลี่ยนศัตรูเป็นแพะ” และ “ขนนกเพลิง” ถูกสร้างซ้ำอยู่ในใจของอาหงและจากนั้นถูกพลังงานของเย่ว์หยางชักนำให้ก้าวหน้าขึ้นโดยใช้พลังเทพ  ไม่ว่าจะเหนื่อย เจ็บปวด หรือยากลำบากเพียงไหน  อาหงจะทนเพื่อเป้าหมายเปลี่ยนแปลงตนเองให้กลายเป็นเหมือนกับนายหญิงอู๋เหิน และทำสัญญากับคัมภีร์ให้ได้ตามที่เย่ว์หยางตั้งความหวังไว้..

เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน

กระบวนการถือกำเนิดใหม่ยังคงดำเนินต่อไป

อาหงจำไม่ได้ว่านางต้องทนเจ็บปวดมากเพียงไหน  นางต้องทนทุกข์กับกระบวนการเปลี่ยนแปลง  และนางจำไม่ได้ว่านางใช้เวลาเท่าใดกับการดำดิ่งหลับลึก เพราะนางมิอาจทนได้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ตราบเท่าที่นางรู้สึกได้ถึงพลังงานบริสุทธิ์ที่เจ้านายนางถ่ายเทเข้ามา  นางตั้งใจเด็ดเดี่ยวว่านางจะไม่ยอมแพ้  นางรู้ว่าในเวลานี้ความจริงเขาเหนื่อยกว่านาง  นางไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากใช้สำนึกจิตของนางร่วมมือกับเขา เป็นเขาที่เปลี่ยนรูปร่างให้นางและทำทุกอย่างให้นาง  ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่สุด เขายังคงปลดปล่อยพลังงานของเขาต่อขณะที่เหงื่อของเขาหยดลงบนตัวนาง...  เขาไม่หยุดเพราะความเหนื่อยล้าหรือความลำบาก  ดังนั้นนางจะทำให้เขาผิดหวังได้ยังไง?

ข้าต้องการเป็นมนุษย์ ข้าอยากอยู่กับเจ้านายเสมอ

ข้าอยากทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญและกลายเป็นคนที่เจ้านายรู้สึกภาคภูมิใจ

เขาใช้เลือดเพื่อเรียกคัมภีร์อัญเชิญครั้งแล้วครั้งเล่า เลือดของเขาถูกคัมภีร์อัญเชิญดูดซับมาแล้ว และเขาก็ยังรอให้นางทำสัญญากับคัมภีร์ได้อย่างอดทน

“ข้าอยากเป็นมนุษย์ที่ทำสัญญากับคัมภีร์อัญเชิญได้”  นางพญากระหายเลือดส่งเสียงหวีดร้องจนสร้างความตกใจให้กับวิญญาณต่างๆ ในโลก  นางใช้หยดเลือดเทพสีทองบนคัมภีร์อัญเชิญสีทองแดงซึ่งกำลังรอให้คนทำสัญญาอยู่ในมือของเย่ว์หยาง  ขณะเดียวกันนางฝืนตนเองใช้มือที่สั่นเทาวางแปะไว้บนคัมภีร์อัญเชิญสีทองแดง

นางเห็นแสงสีทองที่บ่งบอกถึงความสำเร็จไหลผ่านซอกนิ้วมือของนาง

มากขึ้นทุกที

นางหลับตาด้วยความภาคภูมิใจ

น้ำตาสองสายกลิ้งลงมาตามใบหน้าของนางและหยดใส่แขนของเย่ว์หยางอย่างแผ่วเบา

อาหงกดมือนางลงบนคัมภีร์อัญเชิญและจากนั้นนางจูบปากเย่ว์หยางอย่างพร้อมใจ  นางไม่สามารถข่มความตื่นเต้นได้  นางได้แต่แสดงความภาคภูมิใจของนางเงียบๆ โดยการจูบเขาทั้งน้ำตา  นางทำได้ – ในที่สุดนางก็กลายเป็นสิ่งที่เขาคาดหวัง ตั้งแต่วันนี้ไปนางจะกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ สิ่งมีชีวิตที่ใกล้เคียงมนุษย์ที่สุด และเป็นสตรีอย่างนายหญิงอู๋เหิน...ในที่สุดนางก็มีคุณสมบัติที่จะอยู่กับเขาตลอดไป และทำทุกอย่างเพื่อเขาเหมือนกับนายหญิงอู๋เหิน

รัศมีสุกใสสว่างขึ้น ปีกบนหลังของนางค่อยๆ ร่วงทีละชิ้น

และจากนั้นก็ลอยขึ้น

ในที่สุด ขนเหล่านั้นเปลี่ยนเป็นพลังงานและกลับเข้าไปที่หลังของนาง

อาหงหลับหลังจากทำสัญญาและจูบร้อนแรงเสร็จ นางรู้ว่าไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนั้น  ในขณะหลับ นางพญากระหายเลือดอาหงมีพลังชีวิตสูงเพิ่มมากขึ้นและกายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์  นอกจากนั้นยังเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูงซึ่งมีความเป็นมนุษย์สมบูรณ์แบบ

เมื่ออาหงตื่นขึ้นเป็นครั้งที่สอง  นางพบว่าเย่ว์หยางไม่ได้อยู่กับนาง

เกือบเป็นเวลาเช้าแล้ว

นางไม่มีเวลาตรวจสอบคัมภีร์อัญเชิญ  ทักษะแฝงเร้นธรรมชาติ  และอสูรพิทักษ์  ทันทีที่นางรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขา  นางบินไปหาเย่ว์หยางทันที  นางไปถึงที่หมายในทันใด  อาหงรู้สึกถึงความเร็วที่รวดเร็วมากของนางจนน่าประหลาดใจ   ขณะนี้เองนางเห็นภาพปกติ หญิงงามอู๋เหินกำลังนวดเฟ้นเจ้านายนางที่กำลังหลับด้วยความเหนื่อยล้าอย่างนุ่มนวล  และนางเช็ดตัวเขาในเวลาเดียวกัน

ความแตกต่างจากปกติเพียงอย่างเดียวก็คือวันนี้เขาใช้พลังไปเพราะนาง  ค่อนข้างมากกว่าตอนสร้างอิคคาหรือตอนปรุงยาเม็ดพลังยุทธระดับสูงสุดและอื่นๆ

“ชู่ววว” อู๋เหินบอกให้อาหงเงียบเพื่อไม่ให้ปลุกเย่ว์หยาง

“ได้”  อาหงหยุดพูด เนื่องจากความตื่นเต้นของนาง

เมื่อเห็นเจ้านายนางที่เหนื่อยหมดแรงและเข้านอนโดยตรงโดยไม่ได้อาบน้ำหลังจากช่วยนางปรับโครงสร้างร่างกายด้วยเลือดเทพ  อาหงซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้งเป็นครั้งแรก

น้ำตาไหลนองแก้มนาง  อาหงไม่ใช่คนขลาดเขลาหวาดกลัว  นางรู้สึกตื้นตันใจมาก  อู๋เหินให้ความสนใจอาหงและให้นางมาช่วยงาน เท่าที่จะช่วยได้  “เจ้าทำอย่างนี้ได้ไหม?”

ตอนแรกอาหงจะส่ายศีรษะเพราะอาย

อาหงรักเจ้านายอย่างเย่ว์หยาง  อย่างไรก็ตามช่วยงานนายหญิงดูแลเย่ว์หยาง สำหรับอาหงแล้วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

วันนี้เมื่อเห็นสายตาให้กำลังใจจากนายหญิงของนาง อาหงรับผ้าเช็ดหน้าไหมมาจากมืออู๋เหินและพยักหน้ายืนยันกับนาง  ให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง

เมื่อเห็นเย่ว์หยางนอนหลับอย่างเงียบงัน  อาหงหัวเราะและร้องไห้อีกครั้ง

นางตื่นเต้นจนร้องไห้

นางหัวเราะเพราะนางใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

เพราะเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่านางไม่ใช่แค่เพียงอสูรพิทักษ์  แต่เป็นสตรีผู้มีความรักบุรุษได้

บัดนี้นางผ่านการปรับสภาพร่างกายจนกลายเป็นมนุษย์  นางไม่มีปัญหากับการหาความสุขให้ตัวนางเอง  สำหรับเจ้านายนางผู้มอบทุกสิ่งให้กับนาง  นางเองหลงรักเขามานานแล้ว  นางมีความมั่นใจพอไม่ใช่หรือ  อาหงตัดสินใจที่จะรักและติดตามเขาไปตลอดชีวิต เหมือนกับนายหญิงอู๋เหิน

อู๋เหินกอดอาหงผู้ตื่นเต้นอย่างอ่อนโยนและจากไปอย่างโล่งใจ

อาหงนั่งลงและใช้ผ้าไหมสำหรับเช็ดหน้าค่อยๆ เช็ดเหงื่อจากร่างกายของเย่ว์หยางอย่างแผ่วเบานุ่มนวลเหมือนกับที่อู๋เหินทำ

วันต่อมา

เมื่อเย่ว์หยางลืมตาขึ้นช้าๆ  เขาเห็นร่างเปลือยดุจหยกขาวนอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา ไม่ใช่หญิงงามอู๋เหิน แต่เป็นหญิงงามที่คล้ายคุ้นเคย คล้ายไม่คุ้นเคย  นางคืออาหงหรือ?  และนางเปลือยกายหลับอยู่ในเตียง

นางมีความกล้ากอดเย่ว์หยาง และเมื่อเขาลุกขึ้นเงียบๆ  อาหงผู้รู้สึกตัวได้ทันที  ขณะที่นางมองเย่ว์หยาง นางไม่ได้หลบหนีไปตามปกติ  แต่กางเขนและกอดร่างเขาไว้อย่างกล้าหาญ เย่ว์หยางกอดนางตอบอย่างประหม่าและเคอะเขิน  นางหลับตาพูด  “ข้า..ข้าอยากรับใช้ท่านเหมือนกับนายหญิง...”

“อู๋เหินอยู่ที่ไหน?”  เย่ว์หยางตกใจกับคำพูดของอาหง

“นายหญิงขอให้ข้าทำหน้าที่แทนนาง.. ข้ายังทำงานได้ไม่ดี แต่ข้าจะตั้งใจทำให้มากหนักขึ้น”  เหมือนอย่างที่อู๋เหินปรนนิบัติต่อเย่ว์หยาง  อาหงเลียนแบบพฤติกรรมอ่อนโยนของนายหญิงนางตัวสั่นเล็กน้อย

มนุษย์อสูร?

ตอนนี้จะถือว่าอาหงเป็นอสูรได้หรือ?

ตอนนี้นางเป็นมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ ถ้าใครบอกว่านางเป็นอสูร   นั่นแสดงว่าเขาตาบอด

ในเมื่อนางไม่ใช่อสูร แต่เป็นสตรี ทำไมจะหลับนอนกับนางไม่ได้เล่า?  ช่างเถอะ ไม่ต้องคิดให้ลำบากใจเลย ท่านก็แค่เก็บรวบรวมดอกไม้เสียในขณะที่ท่านยังทำได้

มีแต่พวกคร่ำครึโง่เขลาเท่านั้นที่ล้มเหลวเรื่องหญิงงาม ตกอยู่ในความสับสนไปชั่วขณะ  เย่ว์หยางถามตนเอง  “ข้าใช่คนคร่ำครึหรือเปล่า?”  เปล่าเลย แล้วข้าจะมัวเฆี่ยนก้นตัวเองอยู่ทำไม  เพราะความสับสน เขารู้ว่าไม่อาจเข้าใจความจริงได้ทันที  ดังนั้นเขากอดอาหงและลูบไล้นางที่พร้อมปรนนิบัติเขา  หลังจากอาหงเงยหน้ามองเขา ดวงตานางมีแววเอียงอาย  เขายิ้มเจ้าเล่ห์และถาม  “ต้องการมีฝีมือต่อสู้ก้าวหน้าใช่ไหม?  มา.. ข้าจะสอนให้เจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 722 อาหง

คัดลอกลิงก์แล้ว