เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 704 พิษร้าย พญาไม้โบราณ พลังของเย่ว์ปิง

ตอนที่ 704 พิษร้าย พญาไม้โบราณ พลังของเย่ว์ปิง

ตอนที่ 704 พิษร้าย พญาไม้โบราณ พลังของเย่ว์ปิง


อัญมณีสร้างโลกกลายเป็นลูกกลมแสงสีและหายเข้าไปในคัมภีร์อัญเชิญของเย่ว์หยาง ดูเหมือนจะดูดซับพลังงานผ่านการแบ่งปันกับรัศมีของอสูรโลก

สำหรับช่วงเวลาที่เป็นไป เย่ว์หยางไม่ใส่ใจนัก เขาคุ้นเคยกับสนามพลังสร้างโลกมากกว่าที่เขาเข้าใจเสียอีก

“สนามพลังของเจ้าใช้ประโยชน์อะไรได้?” องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอยากรู้อยากเห็นมากที่สุด

“ข้าคาดว่าคงมีประสิทธิผลคล้ายกับประตูเป็นตาย!” เสวี่ยอู๋เสียคู่ควรกับการได้ชื่อว่าเป็นหญิงสาวที่ฉลาดที่สุดในกลุ่มสาวๆ แม้ว่านางจะไม่แน่ใจเต็มร้อย แต่นางสามารถคาดเดาได้บางส่วน คำพูดของนางทำให้เย่ว์หยางทึ่ง และจากนั้นเขาพยักหน้าเห็นด้วย “ถูกแล้ว, สนามพลังสร้างโลกที่ข้าได้รู้มาถูกสร้างจากประตูเป็นตายและปณิธานราชันย์ ถ้าเป็นในอดีตที่ไกลโพ้น มีความเกี่ยวพันบางอย่างกับกฎสวรรค์ของวิหารคนคู่และวิหารเทพสตรีแห่งวิหารสิบสองนักษัตร.. และยังมีสมรภูมิมรณะทุกอย่างที่ข้าเคยประสบมาทั้งหมด พอคิดดูแล้วข้าคิดทบทวนความคิดเดิม ชีวิตที่ผ่านมาของข้าและสร้างเป็นสนามพลังของตนเอง”

“นั่นก็จริง สนามพลังของเจ้าครอบคลุมทุกอย่างและซับซ้อนมาก นอกจากนี้นี่ยังเป็นเพียงขั้นเริ่มต้น ทุกอย่างเพิ่งจะก่อตัว” จักรพรรดินีราตรีเห็นด้วย “และเป็นเพราะเหตุนี้สนามพลังของเจ้าจึงชื่อว่า สนามพลังสร้างโลก”

“เร็วเข้า ไปหาที่ทดสอบกันเถอะ”องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนแทบไม่สามารถทนรอดูได้ว่าสนามพลังสร้างโลกของเย่ว์หยางจะทรงพลังแข็งแกร่งขนาดไหน

“พวกเจ้าไปเถอะ!” จักรพรรดินีราตรีเตรียมจะจากไป

“เอ่อ.. ข้ามีเรื่องอยากถาม ทำไมเทพองครักษ์ศึกของข้าแปลงร่างเป็นอาวุธเทพร่างมนุษย์แต่ยังคงรูปร่างมนุษย์เมื่อพวกนางช่วยข้าสู้เล่า?” เย่ว์หยางจำการต่อสู้ในสุสานและทางลับเข้าสู่วิหารนำทางได้ เทพองครักษ์ศึกสองสาวพี่น้องเปลี่ยนร่างเป็นดาบมนุษย์และธนูมนุษย์ตามลำดับ แต่อย่างไรก็ตาม พวกนางไม่ได้เปลี่ยนเป็นอย่างที่นางฟ้าปีกโลหิตทำได้เลย”

“การแปลงเป็นอาวุธเทพร่างมนุษย์ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้สำเร็จได้ทันที ยังเป็นแค่ขั้นเริ่มต้นกระบวนการ เมื่อพลังฝึกปรือของเจ้าเพิ่มขึ้นพวกนางจะค่อยๆ ตื่นรู้ ก็เหมือนกับเราที่สำเร็จสนามพลัง สภาวะอาวุธเทพร่างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบจำเป็นต้องให้พวกนางมีความเข้าใจ และเทพองครักษ์สองสาวพี่น้อง พวกนางได้รับตกทอดพลังนกเป็ดน้ำคู่ยังไม่มีความเข้าใจเต็มที่ เมื่อมีการสู้อย่างต่อเนื่องพวกนางจะผสานกับเจ้าได้ดียิ่งขึ้น และในที่สุดพวกนางจะกลายเป็นทหารเทพร่างมนุษย์ได้ในที่สุด ดังนั้นเจ้าไม่ต้องรีบร้อน! ด้วยมรดกพลังนกเป็ดน้ำ อนาคตของพวกนางจะไร้ขีดจำกัด เจ้าต้องใส่ใจเพิ่มความสามารถธรรมชาติให้พวกนาง!” จักรพรรดินีราตรีอธิบายอย่างนุ่มนวล แล้วจึงจากไปปล่อยให้เย่ว์หยางรู้สึกดีใจ

แม้แต่ลี่เยี่ยนเองก็ยังต้องการรู้จักกฎของสนามพลังสร้างโลก นางไม่ยอมจากไป

นางตัดสินใจอยู่ต่อ

นางฝึกฝนอยู่ในประตูเป็นตายอยู่ตลอดเวลา

เพราะเวลาปัจจุบันนี้ประตูตายไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถฝึกได้ นางจึงต้องอยู่ในประตูเป็น อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง

สาวขี้เมาก็ตามหลังมาด้วยเช่นกัน กระบวนการฝึกฝนของนางดีกว่าลี่เยี่ยน นางสามารถอยู่ได้อย่างน้อยสิบนาทีในตอนนี้ ซึ่งดีกว่าครั้งแรกมากที่อยู่ได้แค่สามนาที นอกจากนี้นางยังรู้ว่าถ้าเย่ว์หยางอยู่กับเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน คู่รักหนุ่มคงต้องกระซิบฉอเลาะกันเป็นธรรมดา ถ้านางติดตามเขาก็จะรบกวนช่วงเวลาดูดดื่มของพวกเขา?

ก่อนที่นางจะแยกออกมา นางเซียนหงส์ฟ้ามาพร้อมกับอี้หนานและเย่ว์ปิง

เมื่อพวกนางได้ยินว่าเย่ว์หยางสร้างสนามพลังใหม่และต้องการจะหาศัตรูมาทดสอบ ความสนใจของพวกนางเพิ่มขึ้นทันที

“พี่สามยอดเยี่ยม แค่เพียงสามวัน เขาก็เดินออกมาจากประตูตายได้สำเร็จ และยังรู้แจ้งสนามพลังใหม่ ทั้งยังได้รับอัญมณีสมบัติเทพอีกด้วย เมื่อพูดเทียบกันแล้ว ข้าค่อนข้างน่าผิดหวังมาก ข้าฝึกปรือกับจักรพรรดินีราตรีมาครึ่งปีแล้ว ในที่สุดข้าเพิ่งจะได้ก้าวผ่านประตูเป็นและสู้กับตัวเองในประตูตายได้ยังไม่เกินหนึ่งนาทีเลย” หลังจากเย่ว์ปิงพูดเช่นนั้น นางถึงกับแลบลิ้น

“เจ้าผ่านประตูเป็นได้แล้วหรือ?” เมื่อลี่เยี่ยยนได้ยินเช่นนี้ นางรู้สึกเหมือนกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ แม่หนูนี่อายุเท่าใดกันแน่? นางแข็งแกร่งกว่าได้ยังไง?

“ความจริงการผ่านประตูเป็นนั้นง่ายมาก ท่านก็แค่ทำเหมือนกับว่ามันไม่คงอยู่ ข้าไม่เข้าใจเรื่องนั้นมาก่อน แต่หลังจากข้าเข้าใจ ก็แค่ใช้เวลาวันเดียวก็เลยผ่านไปได้” เย่ว์ปิงแนะนำประสบการณ์ของนางให้ลี่เยี่ยนอย่างเพียงพอ

“....” ลี่เยี่ยนอยากจะร้องไห้

นางเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับห้า ยังไม่สามารถเทียบกับสาวน้อยปราณดินระดับสองได้เลย

แม้ว่านักสู้ปราณดินในหอทงเทียนจะแตกต่างไปบ้าง และนักสู้ปราณดินของพวกเขาจะเรียกด้วยคำว่านักสู้ปราณก่อกำเนิด และพวกนางทั้งหมดครอบครองคัมภีร์อัญเชิญ ความแตกต่างไม่ควรจะมากนักไม่ใช่หรือ?

เมื่อสังเกตว่าลี่เยี่ยนมีอารมณ์หดหู่เล็กน้อย อี้หนานที่สนิทกับลี่เยี่ยนที่สุดพูดปลอบโยนนางเบาๆ “พี่ลี่เยี่ยน อย่าใส่ใจไปเลย เราได้รับการฝึกฝนสนามพลังจิตมาก่อนหน้านั้น เราก็แค่ฝึกมาก่อน ถ้าท่านฝึกเหมือนกับเราบางทีท่านอาจจะผ่านประตูเป็นตายไปนานแล้ว และฝึกสำเร็จตามมาตรฐานเพื่อความอยู่รอดไปแล้วก็เป็นได้”

ลี่เยี่ยนรู้ว่าอี้หนานกำลังปลอบโยนนาง แต่นางก็รู้สึกดีขึ้น

จริงสิ ไม่ใช่คนเดียวในหอทงเทียนที่ธรรมดาสามัญ สำหรับคนที่เป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับห้า การที่พวกเขาแข่งขันท้าทายนักสู้ปราณฟ้าระดับห้าได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่

เสวี่ยอู๋เสียเห็นว่ามีคนมากขึ้น ดังนั้นนางจึงพูดอย่างตรงไปตรงมา “ไม่ต้องรีบร้อนฝึกปรือก็ได้ ทุกคน! ไปกันเถอะ! บางทีระหว่างกระบวนการทดสอบพลังของสนามพลัง ทุกคนอาจได้รับการรู้แจ้งใหม่ก็ได้ บางครั้งก็ไม่ใช่เรื่องดีที่สร้างรถแล้วปิดประตูตามหลัง ถ้าพวกเจ้าเปิดใจ พวกเจ้าอาจเข้าใจและค้นพบบางอย่างก็เป็นได้!”

สิ่งที่นางพูดไม่เพียงหมายถึงลี่เยี่ยนเท่านั้น แต่ยังคงหมายถึงสาวขี้เมาด้วย

เสวี่ยอู๋เสียมักจะมีพลังคำพูดอยู่เสมอ แน่นอนว่าลี่เยี่ยนไม่กล้าเอาแต่เห็นแก่หน้าตัวเอง

ที่นี่, นางไม่ใช่พี่ใหญ่ นางเป็นแค่สาวยักษ์แห่งแดนสวรรค์ผู้ที่มีใจเต็มไปด้วยความรู้สึกด้อย เพราะแม้แต่การฝึกเพื่อเอาตัวรอดในประตูเป็นและประตูตายก็ยังห่างไกลจากมาตรฐานที่กำหนด

เย่ว์หยางพาพวกนางไปกับเขาที่แดนสวรรค์ใต้

ในแคว้นมรกต พวกเขาค้นหาอสูรเวทที่มีพลังปราณฟ้าระดับหนึ่ง

เพราะไม่ใช่เย่ว์หยางที่ทดสอบก่อน แต่เป็นองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสีย

สนามพลังเซียนและสนามพลังวิญญาณของพวกนางจะสร้างความประหลาดใจแบบไหนได้ แม้แต่เย่ว์หยางก็รอดูสิ่งที่จะเกิดขึ้น สำหรับอสูรเวทที่ทรงพลังลี่เยี่ยนรู้ดีถึงความกล้าหาญในการต่อสู้ขององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน และคนอื่นๆ ไม่สามารถเทียบได้โดยสามัญสำนึก นางแทบอยากเป็นลม ปราณดินระดับหกสู้กับอสูรปราณฟ้าระดับหนึ่ง? ต่อให้เป็นสงครามระหว่างดินแดนก็ยังห่างชั้นนักไม่ใช่หรือ?

อสูรปราณฟ้าไม่ใช่ลูกพลับอ่อนนุ่ม มันไม่ใช่สิ่งที่จะโค่นล้มได้ง่าย

อสูรวิเศษที่เย่ว์หยางใช้ทดสอบคือตัวจ่าฝูงที่อยู่ในภูเขาใกล้ มันคือราชสีห์ทองเพลิง ปราณฟ้าระดับหนึ่ง

ด้วยผิวทองแดงและกระดูกเหล็ก มันไม่กลัวการโจมตีใดๆ ในบริเวณใกล้เคียง แม้แต่ผู้อาวุโสปราณฟ้าก็ยังไม่กล้าตอแยมัน

ราชสีห์ทองเพลิงเป็นราชาของหุบเขาราชสีห์

พื้นที่ภายในร้อยกิโลเมตรของหุบเขาราชสีห์เป็นเขตแดนที่มันสร้าง

ด้วยประสาทสัมผัสที่ละเอียดอ่อน มันพบการบุกรุกของกลุ่มนักสู้มนุษย์ได้ทันที โดยไม่ต้องระมัดระวังมันเริ่มการโจมตีทันที เริ่มต้นมันผลักดันให้ฝูงปีศาจวัวอสูรปราณดินระดับหกบุกโจมตีศัตรูเพื่อประเมินสถานการณ์ ในฐานะราชามันมีสติปัญญาสูง และสามารถตัดสินได้ว่าศัตรูอันตรายหรือไม่ มันรู้ว่าเจ้าแคว้นมรกตต้องการส่งคนมาจับมันและลูกหลานของมันมากกว่าครั้งหนึ่งเพื่อที่ว่าจะให้มันเป็นอสูรองครักษ์ข้างกาย ราชสีห์ทองเพลิงปฏิเสธแข็งขันที่จะยอมรับการปราศจากอิสรภาพ

อย่างไรก็ตามพลังของเจ้าแคว้นมรกตไม่ใช่สิ่งที่มันสามารถรับมือได้ในขณะนั้น

แน่นอนว่าทุกครั้งที่มันเห็นผู้บุกรุก มันจะระมัดระวังมาก โดยเฉพาะระวังนักล่าที่ส่งมาโดยเจ้าแคว้นมรกต

ดังนั้นทุกครั้งที่เห็นผู้บุกรุกคนเดียว มันจะระมัดระวังมาก และระวังนักล่าที่ส่งมาโดยเจ้าแคว้นมรกต

“...” ลี่เยี่ยนผู้พลางตัวอยู่ในชุดคลุมขอออกต่อสู้อย่างมีความสุข เพราะอย่างน้อยก็มีวัวปีศาจพันตัวที่มีระดับไม่สูงพอ แต่มีพลังมหาศาลทันทีที่มันโกรธแค้นและวิ่งใส่ เมื่อกลุ่มทหารรับจ้างหรือกลุ่มโจรป่าที่อ่อนแอเผชิญกับพวกมัน นอกจากหัวหน้าหรือแกนนำที่แข็งแกร่งที่สุด สมาชิกธรรมดาเกือบทั้งหมดจะถูกกำจัด

“พี่สาม, ครั้งนี้ให้ข้าบ้าง!” เย่ว์ปิงไม่ได้อวดผลการฝึกปรือของนางให้เย่ว์หยางดูมานานแล้ว ดังนั้นนางตัดสินใจถือโอกาสอวดผลการฝึกปรือให้พี่ชายดู

“เจ้าทำได้แน่นะ?” ลี่เยี่ยนเหงื่อตก ในกลุ่มของนางสมัยก่อนนั้น ปราณดินระดับสองแค่เอาไว้ใช้งานจับกังส่งของขนของ การเข้าร่วมรบน่ะหรือ? นั่นเป็นการหาที่ตาย

เย่ว์ปิงไม่ตอบ ดูเหมือนว่าวัวปีศาจพันตัวคงยากจัดการได้

แต่นางมีวิธีอย่างหนึ่ง!

นางกดมือลงบนคัมภีร์อัญเชิญและเรียกพญาไม้ไตตันอสูรแพลตตินัมระดับห้า หลังจากนั้นนางเรียกนางไม้แสงเขียวซึ่งวิวัฒนาการจากอสูรเงินระดับสามไปเป็นนางฟ้าแสงเขียวอสูรแพลตตินัมระดับสาม นางฟ้าแสงเขียวแพลตตินัมระดับสามนี้ไม่มีอะไรแตกต่างจากคนจริงๆ เลย แต่นางยังมีร่างธาตุไม้ยังห่างไกลจากการกลายเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตามเนื่องจากระดับปัญญาที่สูงส่งของนางและความจริงที่ว่าใจของนางเหมือนกับของเย่ว์ปิงและมีบางเหตุผล นางพัฒนาอย่างก้าวกระโดด มองดูเหมือนกับมนุษย์ แทบจะเป็นเรื่องแน่นอนแล้วว่าจะต้องวิวัฒนาการไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ในสักวัน

เทียบกับนางฟ้าแสงเขียวแล้ว พญาไม้ไตตันอาจไม่มีหวังมากนักในการก้าวหน้าไปเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ มันมีแต่ต้องพัฒนาไปเป็นสุดยอดอสูรเท่านั้น

ความสูงของพวกมันสูงถึงห้าสิบเมตร ลักษณะของพวกมันสร้างความกลัวให้กับวัวปีศาจที่กำลังบุกเข้ามาโดยไม่รู้ว่าจะทำอะไร

วัวปีศาจสูงเพียงห้าเมตร

หัวหน้าฝูงสูงประมาณหกหรือเจ็ดเมตร มันมีความสูงเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตอื่น แต่เมื่อเทียบกับพญาไม้ไตตันที่สูงถึงห้าสิบเมตร ก็ไม่มีอะไรเลย

นางไม้แสงเขียวปล่อยแสงสีเขียวอ่อนเรืองรอง พลังแสงเร่งลงบนพญาไม้ไตตันโบราณ

ในพริบตาเดียวพญาไม้ไตตันโบราณกลับสูงขึ้นและหน้าไปด้วยกิ่งก้านมากขึ้น พวกมันปกคลุมไปด้วยรัศมีโบราณเก่าแก่ยอดไม้เป็นสีเขียวและมีรากห้อยลงพื้น ขณะที่สองขาของมันมีรากขนาดใหญ่ขยายออกไปและฝังรากลงลึก อย่าว่าแต่ฝูงวัวปีศาจเลย ต่อให้เป็นฝูงแมมมอธบุกตะลุยเข้ามาก็คงไม่อาจสั่นสะเทือนมันได้

ฝูงวัวปีศาจหยุดนิ่งไม่กล้าเคลื่อนไหวไปข้างหน้า

พวกมันคำราม สีหน้าของพวกมันไม่มีความแน่ใจ

เมื่อเห็นเหตุนี้จากหน้าผา ราชสีห์ทองเพลิงกระโจนลงมาและต้อนไฮยีน่าที่คอยดูแลทำความสะอาดเก็บกวาดซากศพในพื้นที่ตนเอง และสั่งพวกมันให้กระโจนลงไปทำหน้าที่ของมัน เนื่องจากปกติมันเป็นนักล่าอาหารอยู่แล้ว

มีไฮยีน่าเพลิงมากกว่าร้อยตัว พวกมันเป็นอสูรปราณดินระดับเจ็ด มีพลังกัดที่ไม่ธรรมดาและพลังในการยิงเพลิง พวกมันเป็นดาวข่มของวัวปีศาจ

“วุฟ”

ขณะที่ไฮยีนาเพลิงโจมตีจากด้านหลังอย่างเมามัน วัวปีศาจก็มาจากทุกตำแหน่ง

พวกมันไม่สนใจพญาไม้ไตตันที่อยู่ข้างหน้าอีกต่อไป ในฐานะเหยื่อพวกมันต้องการอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิต แม้ว่าพวกมันทั้งหมดจะหนีออกจากตำแหน่งพญาไม้ไตตันโบราณ แต่ฝูงวัวปีศาจทั้งหมดไม่มีทางเลือกได้แต่บุกภายใต้แรงกดดันของสหายพวกมัน

น่าประหลาดใจที่เมื่อพวกมันบุกเข้ามาข้างหน้าของพญาไม้ไตตันโบราณ พวกมันพบว่าอสูรที่สูงตัวนี้หายไปอย่างน่าประหลาด

นางไม้แสงเขียวและเย่ว์ปิงบินมาอยู่ข้างหน้าไฮยีน่าไฟ ขณะเดียวกันพวกนางก็ใช้พลังไม้แทนอย่างชำนาญ พญาไม้ไตตันทั้งสองเหมือนกับภูเขาที่ถล่มทับใส่ไฮยีน่าเพลิง ไฮยีน่าเพลิงสองสามตัวหลบแรงกดทับของต้นไม้ยักษ์และพวกมันพบว่ามีหนามอยู่ข้างหน้าพวกมันมากมาย หนามเหล่านี้เหมือนกับมีชีวิตสามารถแทงสิ่งมีชีวิตที่หลงเข้ามาได้

หนามนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากพื้นและแทงร่างของไฮยีน่าเพลิง

ตราบใดที่เห็นเลือด พวกมันจะตายทันที

แม้ว่าไฮยีน่าเพลิงจะต้านทานพิษได้มาก แต่พวกมันทั้งหมดตายด้วยทักษะแฝงเร้นเพลิงและพิษร้ายของเย่ว์ปิง

“ไม้โบราณทดแทน!” นางไม้แสงเขียวตามหลังเย่ว์ปิงอย่างใกล้ชิด ทันทีที่ฆ่าไฮยีน่าเพลิง พญาไม้ไตตันมาอยู่ข้างหน้าวัวปีศาจและเริ่มสังหารหมู่ง่ายๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

“โอว..รวดเร็วมาก?” ลี่เยี่ยนเต็มไปด้วยอาการเหลือเชื่อ ความเชี่ยวชาญในการฆ่าศัตรูแบบนี้ แม้แต่นักรบปราณฟ้าก็ไม่อาจทำได้สำเร็จ

สาวน้อยผู้นี้เป็นนักสู้ปราณดินระดับสองเองหรือ?

ถ้าสาวน้อยผู้นี้เติบโตขึ้น บางทีแม้แต่มังกรยักษ์ก็ยังตายภายใต้ฝีมือนาง

จบบทที่ ตอนที่ 704 พิษร้าย พญาไม้โบราณ พลังของเย่ว์ปิง

คัดลอกลิงก์แล้ว