เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 701 การรู้แจ้งที่ถนนตะวันตก

ตอนที่ 701 การรู้แจ้งที่ถนนตะวันตก

ตอนที่ 701 การรู้แจ้งที่ถนนตะวันตก


ด้านบนของป้อมปราการ ในที่สุดใบหน้าสงบของดารินเปลี่ยนไปเป็นครั้งแรก

หัวหน้าฮั่วและองครักษ์คนอื่นนางพามาด้วยตนเอง นางรู้ความแข็งแกร่งของพวกเขาราวกับหลังมือของนางเอง  และยังคิดว่าการประสานพลังของพวกเขาทรงพลัง  และพลังความแข็งแกร่งของพวกเขาโดดเด่น  ดังนั้นจึงไว้ใจให้พวกเขารับหน้าที่สำคัญ แต่ทั้งห้าคนทั้งที่ร่วมมือโจมตีกันก็ยังไม่สามารถรับการโจมตีจากอีกฝ่ายได้แม้แต่ครั้งเดียว....

นักสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นไม่ใช่คนที่ไร้ชื่อเสียงเป็นแน่!

‘หน่วยสุญญตาหมีใหญ่ ทำไมข้าไม่เคยได้ยินชื่อพวกเขามาก่อน?  พวกเขามาจากดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์หรือ?’  หน้าของดารินเปลี่ยน  นางลอบส่ายศีรษะ  เซียนทองของดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์ พลังจะสูญสลายไปในแดนบาป

แดนบาปคือสถานที่เนรเทศอย่างแท้จริง

‘อย่างนั้นพวกเขาเป็นใคร?’

นางมองดูหานปิงหนิงอีกครั้งหนึ่ง  หานปิงหนิงยังคงมีสีหน้าสงบ  แต่ตาของนางไม่เคยละไปจากหน้ากากผีแม้แต่วินาทีเดียว  เมื่อสายตาดารินมองดูแววตาของหานปิงหนิง  สภาพจิตใจของนางสั่นสะท้าน  ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมาหานปิงหนิงดูเฉยเมยเป็นเหมือนภูเขาน้ำแข็งโดยเฉพาะตาของนางเหมือนน้ำแข็งแก้วผลึกที่ไม่เผยความภูมิใจหรืออารมณ์ใดๆ  ตอนนี้เหมือนกระจกสะท้อนแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าและอบอุ่น

‘พวกเขาเข้ากันได้ขนาดนี้หรือนี่’  ดารินขบริมฝีปาก  นางไม่ยอมรับสถานการณ์ที่เป็นไป

ตระกูลของนางเคยมีสายโยงใยกับขุนนาง  และไม่ว่าพวกเขาจะตกต่ำมากเพียงไหน  ความหยิ่งในสายเลือดและกระดูกไม่เคยจางหายไป

‘พวกเจ้าต้องการให้ข้าส่งมอบนางให้ใช่ไหม,  ไม่ง่ายนักหรอก!’

ดารินหันหน้ากลับ  นางมองไปที่บุรุษร่างใหญ่หน้าคล้ำ  เขาพยักหน้าและออกไปเงียบๆ

*************

เนื่องจากเขาต้องลงมือ  ถังเทียนไม่เคยคิดจะผ่อนออมแรงเลย

ขณะเดินไปตามถนนสายตะวันตกเขาไม่สนใจเสียงครวญครางที่อยู่ด้านหลังของเขาลมที่พัดหวิวเหมือนกับเสียงเป่าแตรเบาๆ ไม้ดอกหวายสีม่วงตามรายทางพัดเอนเหมือนกับธงศึกโบกสะบัด

นั่นคือสนามรบของเขา

ไม่มีความขลาดกลัว ไม่มีถอยไม่มีเสียสมาธิ ถังเทียนมองอยู่แต่เพียงธงดำโบกสะบัดอยู่ในสายตาเขา  ราวกับว่าความต้องการสู้เผาไหม้ผสมผสานอยู่ในเลือดของเขา  ร่างของเขากระสับกระส่ายอย่างมาก

ความเร็วของเขาไม่เร็วไม่ช้าเหมือนกับจังหวะเต้นของหัวใจเขา มั่นคงแข็งแรงเหมือนกลองศึกก่อนเริ่มสงคราม  ไม่รีบร้อนหรืออ่อนโยน  แต่รอบคอบและทรงพลัง  เส้นเลือดของเขาเริ่มขยายและเลือดของเขาเริ่มเดือด

เป็นความเข้มข้นที่ไม่เคยมีมาก่อนทำให้สัญชาตญาณของถังเทียนทะยานคมชัดมากเป็นประวัติการณ์ ความรู้สึกที่เฉียบพลันนี้ทำให้เขาจมอยู่ในโลกที่ลึกลับ

ใช่แล้วสำหรับคนอื่นแดนบาปคือแผ่นดินแห่งการเนรเทศ แต่ในสายตาของเขา มันคือแผ่นดินสมบัติ

สวรรค์วิถีคือสถานที่ทำให้เกิดความรู้และความเข้าใจกฎธรรมชาติได้ง่ายกว่าดาราจักรเซียนศักดิ์สิทธิ์  และมีพลังงานเบาบางกว่ามาก ดังนั้นกฎธรรมชาติจึงผุดรู้ขึ้นมาได้ง่ายมาก แต่ในแดนบาปซึ่งเป็นสถานที่ไม่มีพลังที่อยู่ต่อหน้าเขา  พลเมืองส่วนใหญ่ในแดนบาปรู้แจ้งกฎธรรมชาติได้ง่าย เพราะเข้าใจกฎธรรมชาติได้ง่ายมากเมื่อเทียบกับที่อื่น

แผ่นดินที่เต็มไปด้วยกฎธรรมชาติซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงจากทะเลกฎธรรมชาติในลูกปัดข่มพลัง กฎธรรมชาติเหล่านี้จริงจังและไม่สม่ำเสมอและวุ่นวายมาก  แต่ขณะเดียวกันกลับมั่นคงและมีสมดุลมากกว่า

‘ผู้อาวุโสกุ่ยอู๋ต้องไม่คาดคิดเป็นแน่ว่าจะมีสถานที่อย่างแดนบาป’

ถังเทียนจมอยู่กับสภาวะลึกลับที่อธิบายไม่ได้  ร่างของเขากำลังเดือดความคิดจะต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นจนร่างกายสั่น แต่สภาพใจเช่นนี้ของเขาถูกปล่อยวาง เขาเข้าใจและสะท้อนถึงทะเลกฎธรรมชาติแท้จริง เขาเป็นเหมือนปลากำลังแหวกว่ายในมหาสมุทรด้วยความยินดีอย่างอธิบายไม่ถูก

ดูเหมือนมีบางอย่างที่กระสับกระส่ายอยู่ในตัวของเขา

ถังเทียนลืมทุกอย่าง  เขาจมอยู่ในทะเลกฎธรรมชาตินี้  กฎธรรมชาติทั้งหมดอยู่ในสภาพดั้งเดิม  แก่นที่สำคัญที่สุดปรากฏออกมาต่อหน้าเขา

ทุกๆ ย่างก้าวของเขา  เขาจะรู้แจ้งบางอย่าง

ทุกๆ ย่างก้าวของเขาเขาจะได้รับบางสิ่งบางอย่าง

ถังเทียนจมอยู่ในโลกของกฎธรรมชาติและลืมสถานการณ์ด้านนอกไปอย่างสิ้นเชิง  และลืมการเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่นี้ด้วย

อารมณ์ของเขาเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง

เขาจะรู้สึกได้อย่างเลือนรางทันทีสร้างอิทธิพลได้ทันที เป็นเหมือนสายลมได้ฉับพลัน เขากลายเป็นเหมือนไอน้ำที่หนาแน่นกลายเป็นเยือกเย็นชา เป็นเหมือนหอกที่แหลมคม

ทุกย่างก้าวของเขามีการเปลี่ยนแปลง

ทุกย่างก้าวจะทำให้ทุกคนมองเขาด้วยความรู้สึกผิดปกติ  บุรุษหน้ากากผีที่เดินหน้าช้าๆกลายเป็นคนได้หลายรูปแบบ

ทุกคนเคยเห็นภาพประหลาดแบบนี้มาแต่เมื่อใดกัน?  ในถนนที่กว้างใหญ่นั้นเงียบกริบแม้แต่เข็มหล่นก็ยังได้ยิน

ผิงเสี่ยวซานอ้าปากกว้างโดยไม่มียั้ง

การอาศัยอยู่ในแดนบาปไม่ใช่เรื่องง่าย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสังคมระดับล่าง  พวกเขาต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้มีคุณสมบัติเพื่อมีชีวิตรอด  เขาเองได้ผ่านมาแล้วทั้งหมดและได้เห็นโลกตามความเป็นจริงมานานแล้ว เขาไม่ได้เหลวไหลและเป็นผู้มีความรู้ แต่ทุกอย่างที่เขาเห็นประจักษ์อยู่นี้กำลังทลายสามัญสำนึกทั้งหมดของเขา

เมื่อถังเทียนคว้าหอกเพลิงแดงก่อนนั้น  เขาสามารถเห็นได้ชัดว่าฝ่ามือถังเทียนนั้นพร่าเลือน

ถ้าเราบอกว่าการซัดวัตถุของถังเทียนทำให้ผิงเสี่ยวซานตะลึง อย่างนั้นการคว้าจับของถังเทียนถึงกับทำให้เขาปัญญาอ่อนไปเลย

อากาศและอวกาศไม่เพียงแต่ใช้หลบหนีได้แต่สามารถใช้โจมตีและป้องกันได้ หอกเพลิงแดงที่สามารถเผาผลาญอะไรก็ได้ แต่กลับไม่สามารถเผาไหม้ผ่านอากาศได้ อวกาศที่พร่าเลือนรอบมือของถังเทียนที่ใช้คว้าจับตัวหอกมีชั้นอากาศเบาบาง

‘อัจฉริยะ,เขาเป็นอัจฉริยะที่แท้จริง!’

หลังจากคืนที่เรียนรู้วิชาพรางตัวตระกูลผิงแล้ว ความจริงการปลดปล่อยกฎธรรมมชาติอวกาศจนถึงระดับเหลือเชื่อ  ยิ่งทำให้ผิงเสี่ยวซานตกใจมากยิ่งกว่า  ผิงเสี่ยวซานตื่นเต้นและปลาบปลื้ม  แค่เพียงการซัดวัตถุและคว้าจับ แต่ก็ทำให้ผิงเสี่ยวซานสามารถเห็นศักยภาพที่แท้จริงของวิชาพรางตัวของตระกูลผิงของเขา

แต่ความเปลี่ยนแปลงต่อไปของถังเทียนทำให้ผิงเสี่ยวซานตะลึงอย่างสิ้นเชิง

‘เกิด...กะ..เกิดอะไรขึ้น...’

‘คนผู้หนึ่งเปลี่ยนแปลงได้มากมายหลายครั้งขนาดนั้นได้ยังไง?’

บุรุษผิวดำร่างใหญ่ที่เดินออกมาจากป้อมปราการชะงักอยู่ในท่าก้าวประกายเหลือเชื่อและตกใจวูบผ่านในดวงตาเขา ‘เขากำลังรู้แจ้งขณะก้าวเดินจริงๆ!’

‘ห้าวหาญนัก!’

เขาหายใจลึก แววตกใจในดวงตาของเขาหายไป และความมุ่งมั่นดุร้ายเข้ามาแทนที่ เขาพบอัจฉริยะผู้มีพรสวรรค์มามาก  ขณะเดียวกันก็รู้ว่านักสู้ฝึกฝนมาอย่างหนัก แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพบกับจิตวิญญาณที่กล้าหาญที่รู้แจ้งกฎธรรมชาติขณะอยู่ในระหว่างสู้รบ

เพราะเหตุผลบางอย่างอารมณ์และกลิ่นอายที่บุรุษหน้ากากผีเปล่งออกมายังคงเปลี่ยนและหายไป

สิ่งที่เข้ามาแทนคือความรู้สึกไม่ไม่ถอดถอยความสิ้นหวังที่จะชนะหรือตาย ทนต่อการพ่ายแพ้ไม่ได้ ยอมตายดีกว่ายอมแพ้

‘เขาอยู่ในสถานะเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายหรือ?’

บุรุษหน้าดำพลันสงบลง  แต่ใจของเขายังเต็มไปด้วยความตื่นตัว

‘ข้าไม่เคยเห็นคนดุร้ายอย่างเจ้ามาก่อนเลย  คนที่ไม่มีถอย บุรุษที่เชื่อมั่นขนาดนั้น  บุรุษที่แสวงหาชัยชนะอย่างกระตือรือร้น...’

‘คนบ้าระห่ำอย่างแท้จริง!”

‘ถ้าบุรุษผู้นี้ไม่ตาย ข้าไม่สามารถเป็นศัตรูของเขาได้แน่’

ทันใดนั้ ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในใจของเขา

เขาสูดหายใจลึก ข่มความคิดไว้ในหัว  สายตาของเขากลับคืนสู่ความสงบ ความบ้าระห่ำและจิตตานุภาพที่สูงล้ำทำให้เขารู้สึกนับถือเขาลึกๆ

แต่ไม่ว่ายังไงเขาไม่ยอมให้ศักดิ์ศรีแม่นางดารินถูกย่ำยี

นี่คือความมุ่งมั่นของเขา!

เขากระโจนลงมายืนอยู่ต่อหน้าของถังเทียน

เมื่อบุรุษหน้าดำร่างใหญ่ปรากฏอยู่บนถนน  สร้างเสียงฮือฮาตื่นเต้นตามมา

ตระกูลของแม่นางดารินก็คือตระกูลมัวร์ และบรรพบุรุษของพวกเขาเป็นราชตระกูลทวีปฟาร์  พวกเขาถูกเนรเทศเข้ามาในแดนบาป  และองครักษ์เหล็กที่ปกป้องราชตระกูลปฏิเสธการเข้าร่วมกับทวีปกวงหมิง และเลือกจะเข้าแดนบาปเพื่อปกป้องตระกูลมัวร์ต่อไปทั้งที่ไม่ได้เป็นราชตระกูลต่อไปแล้ว

เบนสันคือองครักษ์เหล็กรุ่นปัจจุบันที่คอยปกป้องดาริน

องครักษ์เหล็กของตระกูลมัวร์มีชื่อเสียง  หลังจากเข้าสู่แดนบาป  ตระกูลมัวร์ไม่ได้มีชีวิตที่ดีนัก  พวกเขาต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนและองครักษ์เหล็กจะคอยสู้เบิกทางให้พวกเขา  กลุ่มของราชตระกูลและองครักษ์เหล็กผู้ไม่หวั่นไหวค่อยๆทรุดโทรมเหี่ยวแห้งและทั้งหมดที่เหลือก็คือเบนสัน

แต่ไม่มีใครเคยมีความคิดจะต่อสู้กับตระกูลมัวร์

เบนสันได้รับการจัดอันดับว่าเป็นตำนานตั้งแต่อายุน้อย  เขาได้รับการตัดสินอย่างหนักหน่วง  ตอนอายุสิบสี่ปี  เขาเที่ยวไปตามลำพังเพื่อต่อสู้ในหลายเมืองของแดนบาปบุกตะลุยไปตลอดเส้นทางจนได้รับขนานนามว่าเบนสันหน้าดำ  เขากลับมาที่ตระกูลมัวร์ตอนอายุยี่สิบสองปีและรับตำแหน่งองครักษ์เหล็ก

ในเวลานั้นตระกูลมัวร์ไม่ค่อยมั่นคง และเมื่อพวกเขาประกาศว่าเบนสันจะเข้าร่วมกับตระกูลและรับตำแหน่งองครักษ์เหล็ก  ทำให้พวกเขามั่นคงทันที

พอเวลานั้นดารินก็ถือกำเนิด  เขาดูดารินเติบโตและปกป้องนางมาตลอด

หลังจากนั้น ตระกูลมัวร์ก็ไม่มีการสู้รบใดๆอีกเลยและหยุดความตกต่ำไว้ได้ กลายเป็นตระกูลรุ่งเรืองเช่นคืนวันที่ผ่านมา

เมื่อยอดฝีมือหมายเลขหนึ่งของตระกูลมัวร์ปรากฏตัวจึงทำให้ทุกคนตื่นเต้นทันที เบนสันผู้ลือชื่อมีชื่อเสียงเมื่อ 24 ปีที่แล้วตลอดยี่สิบสี่ปีก็ปิดประตูฝึกฝนฝีมือตลอด ดังนั้นไม่มีใครกล้ายืนยันพลังแข็งแกร่งปัจจุบันของเขา  ในช่วง 24 ปีที่ผ่านมาไม่มีใครเห็นเบนสันเคลื่อนไหว เนื่องจากเขายืนอยู่เคียงข้างดารินตลอดไปในฐานะเงาที่ไม่หวั่นไหว

ตระกูลต่างๆในเมืองจื่อจวนมียอดฝีมือมากมาย  แต่พวกเขาไม่มีทางกล้าดูถูกเบนสัน

“เอ๋,รัศมีนั่น! เป็นเบนสันหน้าดำนี่!”

ในมุมหนึ่งของเมืองจื่อจวน ภายในห้องมืด  บุรุษคนหนึ่งสวมชุดหรูหราอุทานสีหน้าเขาเปลี่ยนเล็กน้อย  และเขาหายไปทันที

“เอ๋?  ตระกูลมัวร์? เขาลงมือจนได้หรือนี่?

ในกระท่อมฟาง บุรุษผมยาวยืนขึ้นและหงายฝ่ามือเผียะ กระบี่เล่มหนึ่งลอยวืดเข้ามาในฝ่ามือของเขาก่อนที่เขาจะทะยานออกไป

เมื่อมองดูจากท้องฟ้า  ทุกคนสามารถเห็นร่างต่างๆ บินมาจากตำแหน่งต่างๆของเมืองจื่อจวนด้วยความเร็วน่าประหลาดใจมุ่งสู่ป้อมมัวร์

ต่างจากคนที่เหลือผิงเสี่ยวซานหน้าซีดขาว  เบนสันหน้าดำยอดฝีมือที่ไม่เคยปรากฏตัวเกินกว่ายี่สิบปีถึงกลับเคลื่อนไหวจริงๆ!

‘หนีเร็ว...’

‘จบกัน.. มันจบแล้ว, วิชาพรางตัวของตระกูลผิงของข้า...’

มือเท้าของเขาเย็นเฉียบ  หน้าของเขาขาวซีด

ถังเทียนรู้สึกว่ามีใครบางคนอยู่ข้างหน้าเขาเขาตื่นตัวทันที และออกจากสภาวะลึกลับ  เขาลังเลและต้องการจะฝึกต่อสามารถอยู่ในสภาวะรู้แจ้งที่ลึกลับนั้นได้ไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายหลังจากนั้น  ถ้าเขาสามารถคงอยู่ได้ต่อไปประโยชน์ที่ตามมาจะมีมาก

แต่เขารู้ว่ามันคือสนามรบ  และไม่ใช่สถานที่เหมาะสมกับการรับประโยชน์

สายตาของเขามองไปที่เบนสัน  ความตั้งใจสู้ที่เดือดอยู่ในร่างของเขาแต่ข่มเอาไว้ระหว่างที่ใจอยู่ในสภาพรู้แจ้งสูญเสียการควบคุมทันทีและระเบิดออกเหมือนภูเขาไฟ  ตาของถังเทียนแดงทันที  เจตนาต้องการสู้พลุ่งพล่านกลบกลืนความสงบเพียงส่วนเสี้ยวของเขาทันที

“ถ้าเจ้าสามารถทำได้....”

ก่อนที่เขาจะพูดจบ  รัศมีของเด็กหนุ่มเปลี่ยนไป

‘ถ้าข้าไม่สามารถรู้แจ้งได้ต่อไป  อย่างนั้นข้าจะรับเอาไว้ผ่านการต่อสู้!’

‘ถ้าพวกเจ้าไม่ต้องการปล่อยสหายของข้า, ข้าจะซัดพวกเจ้าจนกว่าพวกเจ้าจะยอมคืน!’

ม่านตาของถังเทียนขยายตัว  ขาซ้ายของเขาเตะออกทันที  และอากาศข้างหน้าเขาระเบิดออก

ในระลอกระเบิดของอากาศ  ร่างของถังเทียนหายไปทันที

จบบทที่ ตอนที่ 701 การรู้แจ้งที่ถนนตะวันตก

คัดลอกลิงก์แล้ว