เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 689 เย่ว์หวี่ สายน้ำผู้นุ่มนวล

ตอนที่ 689 เย่ว์หวี่ สายน้ำผู้นุ่มนวล

ตอนที่ 689 เย่ว์หวี่ สายน้ำผู้นุ่มนวล


เมื่อเย่ว์หยางตื่นขึ้นเขาพบว่าเย่ว์หวี่หลับอยู่หน้าเตียงของเขา

ผมสลวยของนางกระจายปรกหน้าผาก

แม้ว่านางกำลังหลับสนิทแต่นางก็ยังมีลักษณะที่อ่อนโยนและราศีที่อ่อนโยน นอกจากแม่สี่แล้ว เย่ว์หยางไม่เคยเห็นใครเหมือนกับเย่ว์หวี่  นางดูละเอียดอ่อน แต่นางสามารถดูแลเขาได้  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่จิตวิญญาณนางเป็นพี่สาวที่ดูแลเขาได้ทุกที่ เหมือนกับว่าเขาเป็นน้องชายผู้อ่อนแอแค่ลมพัดแรงก็อาจเป่าเขาจนปลิวหาย  ตรงกันข้ามกับองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้ดุร้ายไม่มีศักยภาพด้านนี้  เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนคือคนที่ต้องมีใครบางคนดูแลอย่างแน่นอน

เย่ว์หยางยิ้มและอุ้มเย่ว์หวี่ให้นอนบนเตียง

เขาคลุมผ้าห่มอย่างระมัดระวังและดึงผ้าห่มให้คลุมปิดถึงมุม

เขาปิดประตูอย่างแผ่วเบาขณะออกมานอกประตู หนูน้อยแพนด้าหนิวหนิวกำลังไล่จับผีเสื้ออย่างมีความสุข  เย่ว์หยางรีบจุ๊ปากส่งสัญญาให้เธอเงียบ

“หวานจัง, หวานจัง!” หนิวหนิวยิ้มแป้นเหมือนกับตอนที่ซวงเอ๋อได้รับขนมอร่อยเป็นพิเศษเธอกระตุกมุมชุดของเขาและรอให้เขาล้างตัวจนเสร็จอย่างว่าง่าย  หลังจากมองซ้ายมองขวาเธอเห็นว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ เธอดึงให้เย่ว์หยางโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ และกระซิบความลับที่หูของเขา  “พี่ชาย,หนิวหนิวจะบอกกับพี่ชายคนเดียวเท่านั้น”

“ได้เลย”เย่ว์หยางเป็นผู้เชี่ยวชาญในการปะเหลาะเด็กอยู่แล้ว และเขาเกี่ยวนิ้วสัญญากับเธอ

“แม่ร้องไห้, เมื่อข้าเห็นแล้วแม่บอกข้าว่าอย่าไปบอกใคร” หนิวหนิวจะไม่บอกความลับของเธอกับใคร แต่เย่ว์หยางเป็นข้อยกเว้น

“อย่างนั้นข้าจะไปปลอบโยนนางเอง  เมื่อข้ามีเวลา นางจะได้ไม่ร้องไห้!” เย่ว์หยางยื่นมือออกไปลูบศีรษะหนิวหนิวและหอมแก้มเธอ  “แม่ฝึกหนักเลยปล่อยให้หนิวหนิวเล่นคนเดียวใช่ไหม?”

“ไม่เลย ข้าอยู่นิ่งกับที่ตอนที่แม่กำลังฝึก!” หนูน้อยแพนด้ามักจะทำตัวอย่างดีที่สุดเพื่อแม่ของเธอและเธอจะพูดว่าเธอไม่เคยโกรธแม่เธอเลย

“นั่นก็ดีแล้ว, งั้นไปเล่นก่อนแม่จะไม่ร้องไห้อีกแล้ว ไม่ต้องห่วง!”  เย่ว์หยางยิ้มให้เธอ

“อา!”หนิวหนิวพยักหน้าพอใจ

เธอยิ้มสดใสยิ่งกว่าพระอาทิตย์ในท้องฟ้า

เย่ว์หยางเอื้อมมือลูบศีรษะเธออย่างอ่อนโยนและตีก้นเธอเบาๆ สั่งว่าเธอควรจะไปเล่นสนุกบ้าง

เขารู้ดีว่าพี่สาวขี้เมานั้นฝึกหนักอย่างยากลำบากเพียงไหน  แต่สถานการณ์ของนางพิเศษมาก  นางเป็นคนประเภทที่ต้องสั่งสมประสบการณ์ให้มากก่อนที่จะสะท้อนถึงระดับของนางออกมาได้ นี่เกี่ยวข้องกับเคล็ดและวิธีฝึกปรือเช่นเดียวกับความคิดของนาง  เพราะเขายุ่งกับงานหลายเรื่องมาเป็นเวลานานเย่ว์หยางตระหนักว่าเขาละเลยต่อนางไปบ้าง

และพี่สาวขี้เมานี้เป็นคนที่เข้มแข็งมากนางจะไม่มีทางขอความช่วยเหลือจากเขา ได้แต่กัดฟันฝึกหนักต่อไป

ถ้าเขาไม่ได้ยินหนิวหนิวพูดว่านางแอบร้องไห้นางคงจะเป็นแบบนี้ต่อไป

เย่ว์หยางทนเห็นคนร้องไห้ไม่ได้เหมือนกัน

การปรากฏตัวของเขาสร้างความตื่นตกใจให้กับนักสู้ของหอทงเทียน กระบวนการฝึกฝนที่ก้าวหน้าช้าถูกเปลี่ยนแปลง  ยอดฝีมืออย่างสาวขี้เมาที่มักจะเป็นผู้นำเสมอต้องปล่อยให้คนอื่นแซงและทิ้งให้นางล้าหลัง ความรู้สึกนั้นทำให้นางไม่พอใจ

เย่ว์หยางคิดอยู่ชั่วขณะ

เขากำหมัดและตัดสินใจ

เมื่อเขาเคาะประตูห้องสาวขี้เมาเบาๆนางเปิดประตูและแสดงสีหน้าที่เหลือเชื่อและประหลาดใจ

ตาของนางเหมือนกับมีคำถามทำไมเขาถึงมาที่นี่?

“เกี่ยวกับเรื่องวัตถุดิบของเผ่าพันธุ์อื่นหรือเปล่า?  เมื่อวานนี้ก็ไปที่วังเทียนหลัวแล้ว  ข้าลืมส่งให้เย่ว์หวี่  รอเดี๋ยวนะ ข้าจะกลับไปเอามา”  สาวขี้เมาได้แต่คิดหาเหตุผลว่าทำไมเขาถึงมา  คงเป็นเพราะเย่ว์หยางมีส่วนผสมปรุงยาไม่พอดังนั้นจึงมาขอนาง ปกติเขาจะไม่เคยมาเคาะประตูห้องนางอย่างมากก็วิพากษ์วิจารณ์นางขณะนางฝึกปรือ

“อา..ไม่หรอกวันนี้ข้ามานี่เพื่อดื่มกับท่านสักจอกหนึ่ง” คำพูดของเย่ว์หยางแทบทำให้พี่สาวขี้เมาคิดว่าเขากำลังเป็นไข้

“เจ้าบอกว่าเจ้าไม่ยอมให้ข้าดื่มไม่ใช่หรือ?”  นางร้องเตือน

“...ก็แค่แหกกฎนิดเดียวเอง”เย่ว์หยางเอาขวดเหล้าฉีหลานออกมาและส่งให้นาง พี่สาวขี้เมาประหลาดใจกับการกระทำของเย่ว์หยาง  ทำไมคนผู้นี้จู่ๆ ก็ใจดีขึ้นมาเล่า?  หรือว่าเขาพบความลับของนาง?  ฝ่าบาทได้แนะนำแม่สี่มาก่อน  แต่นางปฏิเสธ นอกจากนี้เขารู้ได้ยังไง?

“ข้าไม่ดื่ม!”  สาวขี้เมาลอบตื่นตัว  ถ้านางเมา ก็จะอันตรายมาก

เจ้าผู้นี้เป็นตัวลามกใหญ่  ข้าระวังไว้ก่อนดีกว่า

สาวขี้เมาโบกมือปฏิเสธจะรับคำเชิญชวน

การกระทำของนางทำให้เย่ว์หยางแอบหลั่งเหงื่อในใจ

เขายัดขวดเหล้าฉีหลานในมือนางและพูดอย่างไม่พอใจ  “เหล้าฉีหลานขวดนี้ไม่ใช่ยาพิษ  ต่อให้เป็นยาพิษท่านก็ต้องดื่ม!”

เย่ว์หยางพูดแค่นี้สาวขี้เมาถอนหายใจโล่งอก ด้วยความประหลาดใจปนสุขใจนางถาม “ให้ข้าจริงๆ หรือ?  เนื่องในโอกาสอะไร?”

“นี่คือรางวัลในการคร่ำเคร่งฝึกฝนหนักของท่าน...ก็เหมือนเด็กในโรงเรียนอนุบาลนั่นแหละ ถ้าพวกเขาประพฤติตัวได้ดี พวกเขาก็จะได้รางวัลเป็นดอกไม้เล็กๆ สีแดงจากคุณครู”  เย่ว์หยางยกตัวอย่าง  สาวขี้เมาถลึงตาใส่เขา  นางปิดขวดเหล้า แต่นางไม่ต้องการดื่ม  นางเก็บไว้ก่อนและจากนั้นมองดูเขา  “เหล้าฉีหลาน ข้ารับไว้แล้วเจ้าต้องการอะไรอื่นอีก?”

“ข้ามาไม่ได้ใช่ไหม ถ้าข้าไม่มีอะไรทำ?” เย่ว์หยางรู้สึกอึดอัดมากกับการคุยกับสาวคนนี้ในวันนี้  ดังนั้นเขาตัดสินใจไม่พูดอะไรต่อไป  เขาลุกขึ้นยืนและเดินออกมา

“.....” สาวขี้เมาเห็นหมุนตัวกลับและเมื่อเขาไปถึงที่ประตู เขาแสร้งทำเป็นนึกอะไรบางอย่างได้และถามดู นางไม่คาดว่าเขาจะก้าวพรวดพราดออกไปโดยไม่พูดอะไร นั่นมันไม่ถูก  เขาไม่ทำตามกฎเกณฑ์ทำไมเขาต้องให้เหล้านางโดยไม่มีเหตุผลด้วย?

สาวขี้เมามีแรงกระตุ้นให้ติดตามไปถามเขา

ในที่สุดนางเก็บงำความคิดนี้ไว้

บางทีเขาอาจจะทำอย่างมีจุดมุ่งหมายก็ได้

ไม่เป็นไรไม่ว่ายังไงถ้าเขามีเรื่องสำคัญจะพูด เขาคงพูดออกมาเอง

แม้ว่านางไม่เข้าใจความตั้งใจของเย่ว์หยาง  แต่หลังจากเย่ว์หยางให้เหล้านางขวดหนึ่งอารมณ์ของสาวขี้เมากลับดีขึ้น นางทนฝืนฝึกฝนและรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก แต่ตอนนี้นางพบว่านางฝึกด้วยความเชี่ยวชาญอย่างสูง

นี่มีบางอย่างเกี่ยวกับเขาด้วยหรือ?  แต่เขาไม่ได้ทำอะไรเลยยกเว้นแต่ให้เหล้านางขวดหนึ่ง

ถ้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขาเห็นได้ชัดว่ามีหลายอย่างที่ผิดปกติในเช้านี้

แต่ตอนนี้นางรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างจู่ๆ ก็ชัดเจนขึ้น

แต่นางยังค้นไม่เจอ  นี่เป็นเหตุผลแบบไหนกัน?

เย่ว์หยางยังคงเพ่งสมาธิกับการฝึกฝนหวังว่าจะบรรลุผ่านถึงปราณก่อกำเนิดระดับสิบได้ แม้ว่าเขาจะมีความรู้เข้าใจเคล็ดหัวใจปราณราชันย์ก่อนและมีความก้าวหน้าได้ถึงระดับปราณราชันย์ แต่พลังที่แท้จริงของเขายังไม่ใช่ระดับปราณราชันย์ยังคงเป็นชั้นปราณก่อกำเนิดระดับเก้า ไม่เพียงเท่านั้น แม้แต่กระบี่ชี่เสี่ยวเหลียนเขาก็ยังไม่สามารถกลั่นขึ้นมาให้สำเร็จ แม้แต่กฎสวรรค์ที่เขาเข้าใจก็ยังไม่สามารถควบคุมได้

การก้าวไปสู่ปราณก่อกำเนิดระดับสิบกลายเป็นความปรารถนาเร่งด่วนของเย่ว์หยางในตอนนี้

เขามีความคิดอย่างหนึ่ง

ถ้าเขาใช้ปราณจักรพรรดิได้จริงๆ เป็นไปได้ไหมที่เขาจะสามารถเรียกคัมภีร์เทพฤทธิ์ออกมาได้?

ทักษะแฝงเร้นในคัมภีร์เทพฤทธิ์คืออะไร?  อสูรพิทักษ์คืออะไร?  หลังจากถึงขอบเขตปราณราชันย์แล้วเขาสามารถใช้ทักษะแฝงเร้นและเรียกอสูรพิทักษ์ที่ไม่รู้จักได้ไหม?  หรือว่าอสูรพิทักษ์จะเป็นสองพี่น้องหงส์เพลิง?

นอกจากนี้คัมภีร์อัญเชิญที่เขาอัญเชิญได้ในตอนนี้เป็นคัมภีร์ชั้นแพลตตินัมระดับสูงแล้วและใกล้จะกลายเป็นคัมภีร์เพชรเต็มทีแล้ว

เมื่อเขาเพิ่มระดับอยู่ในชั้นปราณราชันย์ได้ คัมภีร์อัญเชิญจะยกระดับเป็นชั้นเพชรหรือคัมภีร์ชั้นศักดิ์สิทธิ์ได้ไหม?

“ว้าว ว้าว....!”  เย่ว์หยางหยุดการฝึกปรือ เขาพบว่าเขาเพิ่งจะห่างจากการบรรลุระดับใหม่เพียงก้าวเดียว  แต่แค่เพียงเล็กน้อยแล้วอะไรคือความแตกต่างกันแน่?  โอกาสเพื่อบรรลุหรือสภาวะจิตใจกันแน่?  ในใจเย่ว์หยางมีลางสังหรณ์ แต่เป็นแรงบันดาลใจแบบไหนเขายังไม่เข้าใจ  เขาหยุดฝึกปรือและคิดขณะพัก  ข้ายังขาดอะไรอยู่กันแน่?

“ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ!”  ถึงเวลานี้เย่ว์หวี่ตื่นแล้วและส่งแก้วน้ำให้เย่ว์หยาง

“หือ?” เย่ว์หยางมองดูแก้วน้ำในมือเขาและตะลึงอยู่นาน  ในใจเขามีแรงบันดาลใจผุดขึ้นมาคล้ายกับสองสามวันก่อนแต่เขายังไม่เข้าใจ

“นี่เตรียมจะบรรลุระดับพลังใหม่ใช่ไหม?”  เย่ว์หวี่เห็นประกายผ่องใสบนใบหน้าของเย่ว์หยางเหมือนกับว่าเขามีโอกาสจะบรรลุระดับใหม่ แต่ไม่สามารถบรรลุได้  นางเห็นเขาจ้องเหม่อมองแก้วในมองของเขาลืมแม้กระทั่งการกินน้ำ ในใจนางรู้สึกว่านางสามารถช่วยเขาได้ด้วยสัญชาตญาณสตรีทันที  นางปลุกปลอบวิญญาณและดึงมือเย่ว์หยาง  “เจ้าจำได้ไหมเมื่อเจ้าช่วยข้ายกระดับน้ำตกวารีเหินและเมื่อมันยกระดับขึ้นก็กลายเป็นคลื่นพิโรธ?  ข้ารู้สึกว่าอาจช่วยในด้านพลังหยินธาตุน้ำจากคลื่นพิโรธระดับทองได้ยกระดับเป็นสึนามิระดับแพลตตินัม”

นางไม่พูดว่านางจะช่วยเย่ว์หยางด้วยการบรรลุระดับใหม่ของนาง  แต่นางขอให้เย่ว์หยางช่วยยกระดับอสูรพิทักษ์ของนาง

กล่าวอีกนัยหนึ่งนางไม่ต้องการทำเช่นนั้น

แต่ตราบเท่าที่นางสามารถให้ความช่วยเหลือเขาอย่างเงียบๆนั่นเป็นความปรารถนายิ่งใหญ่ของนางแล้ว

หลังจากเย่ว์หยางได้ยินเช่นนี้ตาของเขาเป็นประกาย พลังหยินในธาตุน้ำ ใช่แล้วถ้าเขาสามารถใช้พลังหยินในธาตุน้ำฝึกพลังเสริมต่างๆได้เขาจะสามารถบรรลุระดับใหม่ได้แน่นอน พลังหยางของเขาเองแข็งแกร่งมากจนแม้แต่เพลิงสนธยาก็ไม่สามารถก้าวหน้าได้ ถ้าเพลิงสนธยาเป็นเหมือนกับบัวเพลิงสวรรค์และเพลิงน้ำเงินบริสุทธิ์ อย่างนั้นเขาก็สามารถบรรลุปราณก่อกำเนิดระดับสิบได้อย่างแน่นอน

เย่ว์หวี่ยิ้มให้กับอาการประหลาดใจของเย่ว์หยาง  “กลับไปฝึกที่ทะเลสาบกันเถอะ  ในส่วนลึกของทะเลสาบเราสามารถยืมพลังของทะเลสาบและพลังหยินในธาตุน้ำอสูรคลื่นพิโรธชั้นทองให้เป็นสึนามิได้”

เย่ว์หยางกระโดดขึ้นและกอดนางอย่างตื่นเต้น  “ท่านคือดาวนำโชคของข้าจริงๆ  เรื่องนี้ข้าเพิ่งคิดได้  พักก่อน ต้องเป็นพลังหยินในธาตุน้ำแน่นอน!

“วางข้าลง!”เย่ว์หยางอายและรีบตะโกนห้ามเขา แต่เย่ว์หยางดีใจจนลืมทุกอย่าง

เขาอุ้มนาง

และพุ่งข้ามขอบฟ้าไปเหมือนดาวตก

เขากลับไปที่ทะเลสาบที่เขากับเย่ว์หวี่ฝึกปรืออสูรคลื่นพิโรธด้วยกัน

ตอนนี้เป็นเวลาค่ำแล้ว  ดวงจันทร์แขวนตัวในนภาเหมือนเกี่ยวห้อยดวงดาวไว้ด้วย  เย่ว์หยางเหมือนกับอุกกาบาตพุ่งลงมาจากท้องฟ้ามาอยู่ที่ผิวทะเลสาบอย่างเงียบสงบไม่มีคลื่นบนผิวทะเลสาบเย่ว์หวี่มองดูเขาและรู้สึกอายน้อยก่อนที่นางจะกางปีกของนางฟ้าแสงอรุณนางดันตัวเองออกจากอ้อมกอดเขาอย่างสุภาพ หน้าของนางอ่อนโยน ขณะที่นางก้าวอยู่บนผิวทะเลสาบเหมือนกับนางฟ้ารับสายลม

ผิวทะเลสาบบุ๋มลงเล็กน้อยแต่ไม่ก่อนให้เกิดระลอกคลื่น

เย่ว์หวี่ลอบถ่ายพลังธาตุลงในน้ำหัวใจนางเต้นแรง ขณะกุมมือเขานางหลับตาและเริ่มทำสมาธิ เมื่อกระแสพลังไหลออกมาจากนิ้วของนาง  นางเข้าสู่อาณาจักรใจที่บริสุทธิ์ร่างของนางค่อยๆ เลื่อนลงน้ำ พร้อมกับเขา เขาหลอมรวมพลังเข้ากับทะเลสาบที่งดงาม

นางเชื่อว่าเมื่อนางออกมาที่ทะเลสาบพร้อมกับเขาอีกครั้งเขาจะได้บรรลุพลังระดับใหม่

นี่เป็นสิ่งเดียวที่นางอาจช่วยเขาได้!

ทั้งหมดมีความหมายต่อชีวิตนาง

สามารถช่วยเหลือเขาได้แม้แต่เพียงส่วนน้อยบางทีพลังธาตุน้ำอาจช่วยให้เขาได้บรรลุระดับใหม่ได้  แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 689 เย่ว์หวี่ สายน้ำผู้นุ่มนวล

คัดลอกลิงก์แล้ว