เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 677 ก่อนพายุจะมา

ตอนที่ 677 ก่อนพายุจะมา

ตอนที่ 677 ก่อนพายุจะมา


เมื่อคนรอบข้างเห็นว่ามีการต่อสู้  พวกเขารีบหลบหนีโดยเร็วแต่ยังคอยจับตามองจากที่ไกล

เปากู่เปรอะเลือดไปทั้งตัวขณะขวางอยู่หน้าเย่ว์หยาง

สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ขณะเดียวกันเขาหันหน้าไปทางรองหัวหน้าหอการค้าและกระซิบกับเย่ว์หยาง  “เมื่อข้าบอกว่าออกไปเจ้าต้องออกไปให้เร็วเท่าที่เป็นไปได้”

“แล้วเจ้าเล่า?”  เย่ว์หยางจงใจถาม

“ข้าเป็นหนึ่งในศิษย์กิตติมศักดิ์วงนอกของนิกายหินสลัก  พวกเขาไม่กล้าสร้างความยุ่งยากให้กับข้า!” หัวกลมเปากู่ตอบ

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮา...สมาชิกกิตติมศักดิ์วงนอกของนิกายหินสลัก โอย..ตาย!  ข้ากลัวจนหัวใจแทบกระดอนออกมาจากหน้าอก! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!” รองประธานกลุ่มการค้าเป็นนักสู้ปราณดินระดับห้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแทบลืมหายใจ  หัวกลมเปากู่ถึงกับหน้าแดง แต่ความรู้สึกในดวงตากล้าแข็งขึ้น  เขาตั้งท่าต่อสู้ของเขา  ด้วยพลังปราณดินระดับสาม เขาจะต้องสู้กับพลังปราณดินระดับห้าของรองประธานหอการค้า

“ไป!” เปากู่หันไปผลักเย่ว์หยาง

หลังจากเห็นเย่ว์หยางทำลายหน้าต่างและบินออกไป เขาย่ำพื้นและวิ่งเข้าหารองประธานหอการค้าชิโดทันทีโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง

ตราบเท่าที่เย่ว์หยางสามารถหนีได้สำเร็จ  จะเป็นไรไปถ้าเขาจะเสี่ยงชีวิตกับคู่ต่อสู้?

พลังของทั้งสองแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

รองประธานหอการค้ามีพลังปราณดินระดับห้า  และหัวกลมเปากู่มีพลังปราณดินระดับสามด้วยการปะทะกันไม่กี่กระบวนท่า รองประธานหอการค้าก็สามารถทุบจนเปากู่มึนงง  เป็นไปไม่ได้ที่เปากู่จะสู้ตาย  ความจริงถ้ารองประธานหอการค้าไม่หลอกล่อเขาแต่ทุ่มกำลังเข้าฆ่าเขา เปากู่ก็คงตายไปแล้ว

ตุ้บ!

เปากู่ล้มฟาดกับพื้นกระอักโลหิต

รองประธานหอการค้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและใช้เท้าเหยียบศีรษะของเขา“เจ้าไม่สามารถทนรับพลังโจมตีอีกครั้งได้แน่ โง่ อ่อนแอ อย่านึกว่าความกล้าจะเอาชนะทุกอย่างได้  เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า ไม่ว่าเจ้าจะพยายามมากมายเพียงไหน  เจ้าก็คงเหมือนกับเอาไข่มากระทบกับหิน!  สิ่งที่ข้าไม่เข้าใจก็คือเจ้าที่เห็นแก่ตัวตระหนี่ เหมือนกับหมาน้อยที่ถูกกำจัดออกจากสำนักหินสลัก ก็เพราะเจ้าขาดพรสวรรค์จู่ๆ ก็เกิดความกล้าคิดท้าทายข้า ก่อนที่ข้าจะให้เจ้าตาย บอกข้าหน่อยเถอะ ทำไมเจ้าถึงปกป้องเจ้ามนุษย์นั่น? เขาให้ผลประโยชน์อะไรกับเจ้า เจ้าถึงได้ทำงานให้เขาหนักหนาขนาดนั้น?”

“เจ้าอยากรู้หรือ?”  เปากู่ฝืนยิ้มเจ็บปวด  เมื่อรองประธานหอการค้าก้มหน้าลงฟังเขาถ่มเลือดเต็มปากใส่หน้าของรองประธานหอการค้า “แผละ!”

“เจ้าวอนหาที่ตาย!”  รองประธานหอการค้าต่อยใส่เปากู่

เปากู่บาดเจ็บสาหัส เขาหมดสติล้มลงกับพื้น

รองประธานหอการค้าโบกมือเรียกและบริวารคนหนึ่งประคองแก้วเหล้าอย่างนอบน้อม ขณะที่บริวารอีกคนรินเหล้าให้เขาด้วยความเคารพ

ขณะที่รองประธานหอการค้าจิบเหล้าอย่างสง่างาม หนึ่งในบริวารของเขานำถังน้ำเย็นมาสาดใส่หน้าที่บวมปูดของเปากู่ เปากู่ฟื้นจากการสลบและพบว่ามีกลุ่มสมาชิกของหอการค้าอยู่นอกประตู พวกเขาถืออาวุธแหลมคมอยู่ในมือล้อมจวินอู๋เย่ไม่ให้หลบหนีได้..

มีนักสู้คุ้มกันมากมายและเขาไม่สามารถหลบหนีจากวงล้อมได้

หัวกลมเปากู่หลับตาด้วยความเจ็บปวด  ถ้าเขาแข็งแกร่งขึ้นอีกเล็กน้อยเขาคงไม่เป็นแบบนี้!

“ตอนนี้เจ้าสามารถตอบคำถามข้าได้หรือยัง? เปากู่  ข้ามีความอดทนจำกัด  ก่อนที่ข้าจะดื่มเหล้าแก้วนี้หมดถ้าเจ้ายังไม่ตอบ ข้าก็เสียใจด้วย ทั้งสหายของเจ้าศีรษะบนคอเจ้าจะร่วงลงกับพื้น” รองประธานหอการค้าชิโดจิบเหล้าอย่างสบายๆ

“แค่กแค่ก แค่ก!” เปากู่ข่มความเจ็บในร่างกายและดิ้นรนลุกขึ้นยืนจากพื้น

“เฮ้,ข้าไม่ชอบให้คนยืนสูงกว่าข้าเวลาพูด!”บริวารคนหนึ่งที่อยู่ข้างรองประธานหอการค้านำเก้าอี้มาให้เขานั่ง

ตรงกันข้ามหัวกลมเปากู่กับถูกบริวารของเขาอีกคนเตะเขาให้คุกเข่าลง

ทำให้เขาอยู่ในสภาพคุกเข่า

นักสู้ที่รายล้อมหัวเราะเสียงดังลั่น  ขณะที่เปากู่ดิ้นรนอย่างโมโห หัวหน้านักสู้สองคนพาดดาบที่คอของเย่ว์หยางทันทีหมายความว่าถ้าเปากู่ลุกขึ้นยืนอย่างนั้นพวกเขาจะฆ่าสหายของเขา

เปากู่คุกเข่าอย่างเกลียดชังกังวลว่าคนเหล่านี้จะตัดศีรษะของเย่ว์หยาง

ในที่สุดเขาก็ไม่อาจยืนได้

รองประธานหอการค้าเตะใส่หัวกลมเปากู่“เจ้าเป็นใบ้หรือไง ถ้าเจ้าไม่พูดอะไรข้าจะฟันปากของเจ้าเด็กนี่...”

เปากู่ฝืนทนเจ็บเช็ดเลือดที่ไหลจากปากของเขา  “เจ้าต้องการรู้คำตอบไม่ใช่หรือ?  ข้าจะบอกให้เจ้าก็ได้  ไม่ใช่เพราะเขาให้เงินข้าหรืออะไรอย่างอื่น  แต่เพราะเขาเป็นสหายของข้า!  บางทีเจ้าอาจไม่รู้ว่าสหายคืออะไร  คนอย่างเจ้าจะไม่มีทางรู้ว่าสหายคืออะไร!”  ก่อนที่เขาจะพูดจบรองประธานหอการค้าก็เตะเขากระเด็นออกไปหลายเมตร ฟันซี่หนึ่งของเขาหลุดออกมา  “สหาย? เจ้าบอกข้าเรื่องสหายหรือ?  เจ้าต้องการให้ข้าขำจนตายใช่ไหม?  ใช่แล้ว ในชีวิตของข้าไม่มีสหาย  แต่เปากู่ คนอย่างเจ้ากล้าพูดไร้เดียงสาอย่างคำว่าสหายได้ยังไง?  เจ้าเคยขายสหายของเจ้าเพื่อเงินไม่ใช่หรือ?  เท่าที่ผ่านมาข้ามีคนหักหลังมากมายอยู่แล้ว  เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใครหรือ?  เลิกพยายามปิดบังตัวด้วยตลกโง่ๆ เสียที  เขาให้อะไรเจ้า  เจ้าถึงได้ปกป้องเขาขนาดนี้?  มอบมาเดี๋ยวนี้  มอบสมบัติออกมา!”

“ฮ่าฮ่า!” เปากู่เริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง “สมบัติ ใช่สิ เดิมข้าเคยเชื่อว่าสมบัติและเงินทองคือสิ่งที่ดีที่สุดในโลกเหมือนกับที่เจ้าแสดงออก  อย่างไรก็ตามสมบัติที่แท้จริงก็คือ ความไว้วางใจ ความเสียสละ การปฏิบัติต่อกันอย่างจริงใจ  มิตรภาพที่มิอาจอธิบายได้ด้วยคำพูด  สหายคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกที่เห็นแก่ตัวอย่างนี้... ช่างมันเถอะ  เจ้าจะไม่มีวันเข้าใจ เจ้าก็แค่คนน่าสงสาร!  ต่อให้ข้าตายวันนี้  ข้าก็ยังดีกว่าเจ้าที่ยังมีชีวิตอยู่!”

“โอว..ข้าไม่คาดเลยว่าเจ้าจะกลายเป็นคนยิ่งใหญ่ได้มากมายขนาดนั้น!”  รองประธานหอการค้าโยนแก้วเหล้าทิ้งและยืนขึ้นอย่างโมโห  เขาต่อยและเตะเปากู่จนกระทั่งกระดูกแตกหัก  เขาไม่หยุดจนกระทั่งเหนื่อยหอบ

“ข้าไม่ยิ่งใหญ่  แต่ข้าก็ไม่น่าสงสาร!”  เปากู่กระอักโลหิตเต็มปาก

“เปากู่ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งท้าย ส่งสมบัติที่เขาให้เจ้า หรือจะให้ข้าตัดหัวเจ้าเดี๋ยวนี้!” รองประธานหอการค้าชิโดสั่นด้วยความโกรธ

“ต่อให้ข้ามีสมบัติข้าจะไม่เอาออกมา เจ้ามีแต่สมบัติและเงินในสายตา เจ้าคนน่าสงสาร เจ้าไม่มีกระทั่งสหายแม้แต่คนเดียว”  เปากู่ชำเลืองมองเย่ว์หยางและยิ้มขออภัย  “เสียใจด้วยนะ เป็นสหายกับข้าไม่มีประโยชน์แม้แต่น้อย เมื่อเจ้ามาเมืองลมดำไม่เพียงแต่ข้าไม่สามารถปกป้องเจ้าได้เท่านั้น ข้ายังแนะนำคนผิดให้กับเจ้า และได้รู้ว่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์จอมโลภนั้นนำความหายนะมาให้...”

“ข้าไม่ตำหนิเจ้า”  เย่ว์หยางพยักหน้าจากนั้นพูดกับรองประธานหอการค้า “ข้ามาจากสำนักทงเทียนแดนสวรรค์ตะวันตก และเที่ยวมายังแดนสวรรค์ใต้  ถ้าเจ้ายินดีจะปล่อยข้ากับเปากู่ไป ข้าจะให้เงินทั้งหมดที่ข้ามีกับเจ้า”

“เจ้ามีเงินอยู่เท่าใด?”  รองประธานหอการค้าถาม

“หนึ่งล้าน”  เย่ว์หยางจงใจตอบด้วยอาการค่อนข้างลังเล

“จริงหรือ?นั่นเป็นเงินที่มากมายเชียวนะ! แต่เจ้าจะใช้เงินของข้ามาไถ่ถอนตัวเจ้าได้ยังไง?เจ้าอ่อนแอ เจ้าก็รู้ ตราบเท่าที่ข้าฆ่าเจ้า ทุกอย่างในตัวเจ้าจะตกเป็นของข้า!  ในแดนสวรรค์คนอ่อนแอเป็นเหยื่อของคนแข็งแกร่งนั่นคือกฎ  อย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่เข้าใจ! ไม่มีใครจะเห็นใจความอ่อนแอของเจ้า ไม่มีใครเห็นใจความใจดีของเจ้าไม่มีใครเห็นใจต่อสถานการณ์ของเจ้า ดูซิว่าที่นี่มีคนอยู่เท่าใด แล้วใครจะยืนหยัดเพื่อเจ้า? ไม่เลย! ใครจะกล้าต่อต้านหอการค้าชิโดของเรา? ไม่เลย,ข้าไม่รู้ว่าทำไมเจ้าถึงมาจากแดนสวรรค์ตะวันตก แต่เจ้าต้องจำไว้ว่า ที่นี่คือแดนสวรรค์ใต้ นี่คือสถานที่ของหอการค้าชิโดของเราได้ควบคุมความเป็นความตายอยู่  เข้าใจไหม?”

รองประธานหอการค้าพูดถูก อิทธิพลที่อยู่เบื้องหลังหอการค้าชิโดก็คือเจ้าเมืองลมดำ

อย่างไรก็ตามในเมืองลมดำนอกจากหอการค้าที่มีชื่อเสียงสองสามแห่งในแคว้นมรกต  พวกเขามีขนาดใหญ่ที่สุด และมีอำนาจมากที่สุด

ไม่ต้องพูดถึงการฆ่าพ่อค้าเร่จากแดนสวรรค์ตะวันตกไม่ต้องพูดถึงการฆ่ามนุษย์คนเดียวและศิษย์ที่ถูกทอดทิ้งของสำนักหินสลัก  ต่อให้ฆ่ายอดฝีมือที่ทรงพลังมากกว่า  ตราบใดที่เขามีผลประโยชน์พอเพียง  ท่านเจ้าเมืองก็ไม่สนใจ

คนรอบข้างถอนหายใจ

พ่อค้าเล็กน้อยบางคนผู้รู้จักเปากู่ส่ายศีรษะและถอยกลัวจะเกี่ยวข้องกับเขาไปด้วย

หญิงงามทรงเสน่ห์มองดูจากมุมสูงอื่นแต่ไม่ปรากฏตัวช่วยสถานการณ์  ถ้าด้วยการใช้วิทยายุทธปราณฟ้าระดับแปดของนางนางก็คงฝ่าวงล้อมได้ แม้ว่ารองประธานหอการค้าจะไม่ยินดี อย่างน้อยเขาก็ต้องกังวลบ้าง เขารู้ว่าบุรุษหนุ่มนี้ไม่มีใครพึ่งพาอาศัยได้  ขณะที่เปากู่อ่อนแอไร้ประโยชน์   เป็นไปไม่ได้ที่จะเผชิญหน้ากับเขา  ดังนั้นเขาจึงรู้สึกหยิ่งยโสนัก

หญิงงามยิ้มให้เย่ว์หยางที่ยังคงสงบราวกับว่านางกำลังดูการแสดงดีๆ

เมื่อบริวารของรองประธานหอการค้าเตรียมลงมือฆ่าเปากู่

มีบุรุษคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นมา

อาจกล่าวกันว่านี่คือตัวละครที่สำคัญอีกคนหนึ่ง  ไม่มีเขาฉากกรรโชกนี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้

นายกองทหารผู้รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยในเมืองนี้ปรากฏตัวขึ้น

เขาห้ามการทำร้ายและหยุดอยู่หน้าเปากู่ผู้มีตัวเต็มไปด้วยบาดแผลและเลือด“พวกเจ้าทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้ มีคำสั่งเจ้าเมืองลมดำว่าพวกเจ้าทุกคนผู้ก่อเรื่องยุ่งยากจะต้องถูกขังอยู่ในหลุมดำ เว้นแต่ใครคนหนึ่งจะบอกข้าได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”

“ใต้เท้าฝู,เราขอให้ใต้เท้าช่วยปกป้องด้วย” เปากู่เรีบเข้ามาอยู่ต่อหน้าหัวทหารและกล่าว “เราถูกไล่ทำร้าย..”

“ไม่,ไม่ถูกต้อง โปรดอย่าฟังความโจรข้างเดียว” รองประธานหอการค้ายืนขึ้น ชี้มาที่เปากู่และเย่ว์หยางพร้อมกับทำหน้าเหมือนคนอกหักตวาดใส่พวกเขา  “พวกเขาเป็นขโมยและด้วยข้ออ้างว่ามาทำธุรกิจกับข้าพวกเขาชิงเอาผลมังกรเปลือกแข็งอายุสามพันปีที่เป็นของประมูลสำคัญที่สุดในหอการค้าเราและขโมยเอาไป ตอนนี้สินค้าที่ถูกขโมยอยู่ในถุงของเขา ผลมังกรซึ่งมีราคาแสนเหรียญทองถูกขโมยไปในลักษณะนั้น เราไล่ตามจนมาทันที่นี่ใต้เท้า..โปรดให้ความเป็นธรรมแก่เราด้วย”

“เราซื้อผลมังกรเปลือกแข็งมา”  เปากู่รีบพูด

“ยังไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น, พวกเจ้าเงียบให้หมด ข้ายังไม่รู้เลยว่าจะฟังใครพูด  ในเมื่อข้ายังไม่มั่นใจว่าใครผิดใครถูก  ข้าจะถามปัญหา และพวกเจ้าต้องตอบ”  หัวหน้าทหารชี้มาที่เย่ว์หยางและถาม“เจ้ามีผลมังกรเปลือกแข็งสามพันปีอยู่ในถุงของเจ้าหรือ?”

“ขอรับ”เย่ว์หยางพยักหน้า

“เราซื้อมา”เปากู่รีบเสริมทันที ขณะที่รองประธานหอการค้ายืนยันว่าถูกขโมยมา

“เจ้าจ่ายเงินซื้อมาเท่าใด?”  หัวหน้าทหารถาม

“แสนเหรียญทอง”  เย่ว์หยางตอบโดยไม่ลังเล

“ใต้เท้าเราจ่ายให้เขาเป็นพิเศษถึงสามแสนเหรียญทอง..”  ก่อนที่เปากู่จะพูดจบรองประธานหอการค้าเตะเขาล้มลงกับพื้น รองประธานหอการค้าสาบานว่าเขาไม่ได้รับแม้แต่เหรียญเดียว  และแม้ด้วยราคาแสนเหรียญทองผู้ซื้อเพียงแต่ทำสัญญาด้วยลมปาก ไม่ได้จ่ายเงินแม้แต่เหรียญทองเดียว  พวกเขาก็ขโมยผลมังกรเปลือกแข็งไปแล้ว

“ข้าขอถามได้ไหมว่าแสนหนึ่งถูกจ่ายเป็นค่าผลมังกรเปลือกแข็งสามพันปีใช่ไหม?”  หัวหน้าทหารถามเภสัชกรอาวุโสคนหนึ่ง

“ข้าเกรงว่านั่นจะเป็นคำถามที่เกินไป ราคาตั้งประมูลเริ่มต้นจะอยู่ที่ราวแสนเหรียญทองและราคาประมูลขั้นต่ำคงจะเป็นที่ราคาสองแสนเหรียญทอง  ถ้าคุณภาพไม่เลวก็ไม่มีทางจะขายประมูลออกไปด้วยราคาเกินสามแสนเหรียญทองเลย หนึ่งแสนเหรียญทองสำหรับผลมังกรเปลือกแข็งสามพันปี?  ข้าก็ต้องการซื้อเช่นกัน”  เภสัชกรนั้นจงใจอธิบายให้ไขว้เขว

“เจ้ามีใบเสร็จรับเงินไหม?”  หัวหน้าทหารถามเย่ว์หยาง

“...”เย่ว์หยางส่ายหน้า

“ใต้เท้า,เขาปฏิเสธจะบันทึกอย่างเป็นทางการ แต่เขาเขียนใบเสร็จในชื่อของเขาเอง”เปากู่พยายามอย่างหนักภายใต้การคุ้มกันของทหารเมือง

“ข้าไม่เคยเขียนใบรับเงิน  ในเมืองลมดำ แม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าของเหล่านั้นไม่มีประโยชน์เพราะพวกเขาถูกคนอื่นบังคับก็ได้ ถ้าเจ้ามีใบเสร็จรับเงินประทับตราหอการค้าชิโด  อย่างนั้นก็เอาออกมาแสดง และถ้าเจ้าไม่มี อย่างนั้นเจ้าก็ดูหมิ่นข้า  เจ้าพวกขโมย พวกเจ้าควรจะถูกแขวนคอให้หมด!”  รองประธานหอการค้าแค่นเสียง

“เรื่องนี้ชัดเจนแล้วพอแล้ว”  หัวหน้าทหารแค่นเสียงใส่เย่ว์หยาง  “ไม่มีใบเสร็จรับเงินก็ไม่มีหลักฐานยืนยันคำพูด เนื่องจากเจ้าเป็นพ่อค้าเร่มาจากแดนสวรรค์ตะวันตกข้าจะไม่สร้างความลำบากกับเจ้าจนเกินไป คนน้อยคนจะนินทาว่าเมืองลมดำรังแกคนนอก  อย่างไรก็ตาม ทุกที่มีกฎแดนสวรรค์ตะวันตกมีกฎของแดนสวรรค์ตะวันตกและแดนสวรรค์ใต้ของเรามีกฎของแดนสวรรค์ใต้เราเอง ในเมืองลมดำ การขโมยไม่ได้รับการยอมรับ  บทลงโทษสำหรับขโมยมีถึงสิบสถานเนื่องจากเจ้าบอกว่าเจ้าซื้อมาด้วยราคาแสนเหรียญและเจ้าไม่มีหลักฐานทางเอกสารมาพิสูจน์เกี่ยวกับบทลงโทษขโมยเจ้าต้องชดใช้ให้หอการค้าชิโดเป็นจำนวนล้านเหรียญทองหลังจากนั้นให้เนรเทศออกไปจากเมืองลมดำของเรา ที่นี่เราไม่มีทางต้อนรับพวกขโมย!”

ในที่สุดหัวหน้าทหารก็ตัดสินคดีที่ยากลำบาก

กลุ่มผู้คนปรบมือพร้อมเพรียงกัน

ทุกคนรู้ว่าหัวหน้าทหารกับรองประธานหอการค้าสมคบคิดกันรังแกคนนอก  แต่พวกเขาจะทำอะไรได้?  สี่คือแดนสวรรค์ ที่ซึ่งปลาใหญ่กินปลาน้อย!

ถ้าบุรุษหนุ่มนั้นเป็นนักสู้ระดับปราณฟ้าไม่ใช่เตรียมนักสู้ปราณดินจะถูกรังแกขนาดนี้หรือไม่?

คำตอบคือ ไม่มีทางเป็นไปได้!

น้ำตาไหลออกจากตาของเปากู่  เขาใช้เสียงแหบแห้งพูด “อู๋เย่ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าพลอยเดือดร้อนไปด้วย”

อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางยังยิ้มได้  “ไม่เป็นเรา เราเป็นสหายกัน อย่าว่าแต่ท่านไม่ผิดเลยต่อให้ท่านผิด ข้าก็อภัยให้อยู่ดี!  ถ้าเงินสามารถแก้ปัญหาได้  อย่างนั้นก็ดีที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีเงินเราค่อยหาเงินใหม่ก็ได้ ตราบใดที่เรายังมีชีวิต นั่นก็ไม่เป็นไร!”

เมื่อหัวหน้าทหารได้ยินเช่นนี้ตาของเขาเป็นประกายเย็นชา

หญิงงามผู้น่าลุ่มหลงประหลาดใจเล็กน้อยที่เย่ว์หยางไม่โกรธจนคลั่ง

แต่จากนั้นนางพยักหน้า

มักจะมีความเงียบสงบแปลกประหลาดก่อนพายุจะมาเสมอ..

หลังจากทหารเมืองกวาดต้อนการ์ดเงินหนึ่งล้านเหรียญทองมาจากต่อหน้าเย่ว์หยางหัวหน้าทหารออกคำสั่งให้ทหารสองคนคุ้มกันเปากู่และเย่ว์หยางออกไปจากเมือง

หัวหน้าทหารทำท่าเชือดต่อรองประธานหอการค้า“เคลื่อนไหวให้เร็ว เจ้าต้องทำให้เสร็จอย่างเรียบร้อยและสวยงาม อย่าให้เหลือร่องรอยหลักฐาน!”

จบบทที่ ตอนที่ 677 ก่อนพายุจะมา

คัดลอกลิงก์แล้ว