เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 675 ฟัง! ปกติข้าไม่บอกคนอื่น

ตอนที่ 675 ฟัง! ปกติข้าไม่บอกคนอื่น

ตอนที่ 675 ฟัง! ปกติข้าไม่บอกคนอื่น


ในเมืองลมดำไม่เพียงแต่ทั่วทั้งเมืองต้องมาลงทะเบียนอีกเท่านั้นพวกเขาจะต้องทดสอบพลังของเป้าหมายด้วย

นอกจากนี้เขายังต้องสอบถามเกี่ยวกับความลับทั้งหมด เช่นอสูรรบ ทักษะ อาวุธ เกราะ เงิน อาชีพสถานะ สหาย และสิ่งอื่นที่ไม่มีสิทธิ์ตรวจสอบ แน่นอนเป็นไปไม่ได้ที่จะหาฆาตกรตัวจริง เย่ว์หยางใช้วิธีการแบบนี้ ด้วยทักษะในการพรางตัวและสามารถในการควบคุมพลังงานอย่างอิสระ การทดสอบผลของแก้วผลึก ไม่มีอะไรน่าสงสัยระดับเตรียมปราณดิน

เพราะพลังของเขาต่ำมาก การลงทะเบียนของเย่ว์หยางจึงไม่ดึงดูดความสนใจใครๆ

ด้วยคำถามแต่ละคน

ตัวอย่างเช่นเย่ว์หยางรายงานว่าหนูเบญจธาตุค้นสมบัติเป็นอสูรรบของเขา

เมื่อผู้รับลงทะเบียนเห็นว่าอสูรหุ่นอ่อนแอมาก  เขาไม่ต้องการข้อมูลใดๆ อีกต่อไป เขารีบๆบันทึกข้อมูลจากนั้นตะเพิดเย่ว์หยางออกไป เขารู้สึกว่าการสืบสวนสวะแบบนี้ไปก็เสียเวลาเปล่า

มีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เย่ว์หยางไม่สบายใจอย่างหนักและนั่นก็คือเจ้าเมืองลมดำใช้อำนาจเจ้าเมืองปิดตลาดมืดสามวัน

เหตุผลก็คือต้องการให้มีการกรอกข้อมูลลงทะเลียน

เนื่องจากตลาดมืดปิดวัตถุดิบที่ใช้ในการทดลองที่เย่ว์หยางต้องการซื้อก็เลยพลอยช้าไปด้วยการจัดการแต่เดิมมีผลใหญ่ต่อแผนทดลอง...มองอย่างผิวเผินพวกเขารอการมาถึงของยอดฝีมือปราณฟ้าถ้าพวกเขาลงทะเบียนเพื่อสอบสวน... อย่าว่าแต่เย่ว์หยางเลยแม้แต่เด็กแปดขวบก็มองแผนนี้ออก อย่างไรก็ตามเจ้าเมืองลมดำใช้อำนาจพิเศษข่มคนอื่น เขาเป็นยอดฝีมือปราณฟ้าคนหนึ่งและมีความสามารถ  ในโลกนี้เป็นที่ซึ่งคนหมัดใหญ่กว่าได้เป็นจ้าว  ไม่มีใครทำอะไรเขาได้อยู่แล้ว

“สามวันนี้เจ้าต้องพักอยู่ในตลาดมืดและเจ้ายังไม่สามารถออกไปจากเมืองได้ เจ้าต้องการให้ข้าพาเที่ยวรอบเมืองพักผ่อนหย่อนใจไหม?” สาวงามผู้น่าหลงใหลจงใจเดินเฉียดเย่ว์หยางขณะถามอย่างชาญฉลาด

“เจ้าเป็นใครเหรอ?”  เย่ว์หยางแกล้งเป็นไม่รู้จักนาง

“หึหึ,ข้าคิดว่าข้าจำผิดคน ข้านึกว่าเจ้าคือเจ้าเด็กจวินอู๋เย่นั่น” นางส่งสายตาให้เย่ว์หยางและบิดเอวบางของนางเดินส่ายสะโพกกลมกลึงลอยตัวจากไปและมีกี่คนไม่ทราบที่แทบถูกนางพรากวิญญาณไป

“โอวพระเจ้า! เจ้ารู้จักสาวงามอย่างนั้นได้ยังไง?” เปากู่หัวกลมอ้าปากค้างน้ำลายืดถึงสามฟุตเห็นจะได้

“นางบอกว่าจำผิดคนไม่ใช่หรือ?”  เย่ว์หยางรู้สึกปวดหัว

“แต่นางรู้ชื่อของเจ้า!” หัวกลมเปากู่สังเกตจุดสำคัญได้ทันที

“เจ้านั่นแหละฟังผิด!”  เย่ว์หยางปฏิเสธอย่างเดียวในช่วงเวลาสั้นๆ เขาปฏิเสธที่จะยอมรับอย่างหนักแน่น

“ค่อยสมเหตุผลหน่อยคนอ่อนแออย่างเจ้า ไม่มีพลังถึงปราณดินระดับหนึ่งด้วยซ้ำเป็นไปไม่ได้ที่นางจะรู้จักเจ้า!  เจ้ารู้อะไรไหม? นางงดงามเหมือนนางฟ้า นักสู้ปราณดินระดับแปดห่างจากระดับปราณฟ้าแค่เส้นผมเดียวนางยังอายุเยาว์มาก จะต้องเป็นยอดฝีมือปราณฟ้าต่อไปในอนาคต!   นางฟ้าชาวสวรรค์ผู้งดงาม นางงดงามมากแต่ก็ทรงพลัง... ตาของนางกระจ่างดุจดวงดาว... ถ้านางเหลียวแลข้านะข้าคงจะตายทันทีแน่ ถ้านางยินดีรับข้าเป็นทาสนาง ข้าจะติดตามนางและเป็นทาสผู้ซื่อสัตย์ภักดีต่อนางตลอดไป!  ข้าตัดสินใจแล้ว  ข้าจะเป็นทาสนางในชีวิตที่เหลือและข้าจะเชื่อฟังคำสั่งของนาง!”  เจ้าหัวกลมเปากู่ยังลุ่มหลงอย่างน่ารังเกียจต่อหน้าเย่ว์หยาง  เย่ว์หยางทนเขาไม่ได้จึงรีบออกไปโดยเร็ว

เมื่อเย่ว์หยางกลับไปที่โรงแรมขณะที่เขาเข้าไปกองพลหน่วยกริฟฟินตามหลังเขามาจากท้องฟ้า

พวกเขาคือยอดฝีมือของหน่วยกริฟฟินสายฟ้าของราชาใจสิงห์

ทันทีหลังจากนั้นศิษย์สำนักร้อยสนหลายสิบคนในชุดไว้ทุกข์บินข้ามฟ้าตรงไปที่จวนเจ้าเมืองภายใต้การนำของผู้อาวุโสหลายคนซึ่งอยู่ในบรรยากาศที่เศร้าโศกและโกรธเกรี้ยว

ศิษย์สิบคนของสำนักหลันเจียงคาดเข็มขัดเงินที่เอวบินมาแต่ไกล

แม้ว่าจำนวนของพวกเขาจะด้อยกว่าของสำนักร้อยสน  แต่พวกเขาทุกคนก็ยังมีระดับเหนือกว่าปราณดินระดับเจ็ด  พวกเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุรุษวัยกลางคนที่นำหน้าพวกเขา  ลักษณะของเขาเรียบง่ายและธรรมดาและความแข็งแกร่งของเขาแค่เพียงปราณฟ้าระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางมองผ่านพลังจักษุทิพย์ของเขาจึงสามารถมองเห็นได้ บุรุษวัยกลางคนผู้นี้ซ่อนพลังปราณฟ้าระดับสี่ไว้ บุรุษผู้นี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าเจ้าเมืองลมดำผู้มีพลังปราณฟ้าระดับสาม

เย่ว์หยางสะท้านใจ

ดูเหมือนบุรุษวัยกลางคนนี้จะชื่อว่าเจี๋ยฮู่และเขาคือเจ้าสำนักหลันเจียง

ด้วยพลังและระดับฝึกปรือของเย่ว์หยาง  เขาไม่กลัวยอดฝีมือระดับสูง  อย่างไรก็ตามเขาพบว่าพลังที่แท้จริงของคนเหล่านั้นยากจะรับมือได้

แม้ว่าเจี๋ยฮู่จะเป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับสี่และยังอ้างว่ามีพลังปราณฟ้าระดับสี่ขั้นสูง ในสายตาของเย่ว์หยาง  ต่อให้เป็นหย่งฮุยผู้มีตะวันฉายทานตะวัน,ภูตแสง, เขี้ยวแสง และมังกรเขาเดียวพร้อมกับพลังปราณฟ้าระดับสี่ของเขาก็ยังเอาชนะบุรุษกลางคนนี้ไม่ได้ ตรงกันข้ามเย่ว์หยางรู้สึกว่าเจี๋ยฮู่สามารถสู้ตอบโต้และฆ่าหย่งฮุยได้นั่นคือความเป็นไปได้

ศัตรูมีอะไรที่น่ากลัวกันแน่

คำตอบก็คือคนอย่างบุรุษวัยกลางคนนี้คือคู่ต่อกรที่แท้จริงของเย่ว์หยางในแดนสวรรค์นี้

ในแดนสวรรค์ เย่ว์หยางรู้สึกถึงศัตรูที่ทรงพลังได้ราชาใจสิงห์ไม่ต้องพูดถึง นอกจากเสี่ยวโฉ่วแล้วก็มีเจี๋ยฮู่ผู้นี้แหละ!  แม้แต่นายพลปีศาจหัวโล้นจื้อกวงก็อาจจะรั้งท้ายเล็กน้อย

มังกรตัวหนึ่งคำรามลั่นในท้องฟ้า

เย่ว์หยางรีบกลับเข้าไปในห้องของเขา  เขารู้ว่าคนที่มาถึงก็คือหลงเสียง

แม้ว่าเขาไม่รู้ว่าหลงเสียงจะสามารถจำเขาได้ในบรรดาคนนับพันหรือไม่  แต่ไม่พบเขาเป็นดีที่สุด

เมื่อว่าถึงสถานการณ์ปัจจุบัน ราชาใจสิงห์เสี่ยวโฉ่วเจ้าเมืองลมดำหรือแม้แต่เจ้าแคว้นมรกตโดยเบื้องหลังอาจมีความเกี่ยวข้องกันหมด  ตราบเท่าที่อีกฝ่ายให้ความสนใจพวกเขาจะรวมตัวป้องกันให้กัน แน่นอนความสัมพันธ์ของพวกเขาไม่ใกล้ชิดกันนัก  ตราบใดที่โซ่ผลประโยชน์ถูกทำลายความเป็นพันธมิตรของพวกเขาจะหายไปทันที

นี่เป็นเพราะคนเหล่านี้สนใจแต่เรื่องผลประโยชน์

ไม่มีผลประโยชน์ ก็ไม่มีความเป็นมิตร!

อีกด้านหนึ่งของเมืองมีเสียงกระหึ่มเหมือนฟ้าร้อง

ชายชราจมูกเหยี่ยวกำลังสู้กับเจ้าเมืองลมดำในท้องฟ้า  และบางขณะเขาเป็นเหมือนสายฟ้า  ไม่เพียงแต่จวนเจ้าเมืองเท่านั้น  แม้แต่ทั่วเมองลมดำก็สั่นสะเทือนไปด้วย

เป็นไปได้ว่าชายชราผู้นี้ก็คือบิดาของคุณชายซ่งเทา  เจ้าสำนักร้อยสน ผู้เฒ่าไป๋ซ่ง!

แม้ว่าเขาจะรู้ว่าลูกรักของเขาไม่ถูกถูกเจ้าเมืองลมดำฆ่า  แต่เขาเลือกจะระบายความโกรธกับเจ้าเมืองลมดำก่อนที่ทุกคนจะปลอบโยนเขา ก็เกิดการต่อสู้อย่างเลี่ยงไม่ได้

นี่ยังเป็นการเผชิญหน้ากันของเจ้าสำนัก

ถ้าแม้แต่ลูกชายเขาถูกฆ่าแล้วเขาจะไม่ห่วงใยหรือ? คนอื่นจะคิดยังไง? ศิษย์ในสำนักจะคิดยังไง?

เย่ว์หยางสั่งบริกรว่าเขาต้องการพักสามวันและต้องไม่ถูกรบกวน การกระทำเช่นนี้ถือว่าไม่เป็นที่น่าสังเกตเพราะนักธุรกิจปกติจะตัดสินใจเก็บตัวเพื่อความสงบสามวัน  นักสู้ปราณฟ้ากำลังสู้กัน  ถ้าเขาวิ่งวุ่นออกไปดูความวุ่นวายข้างนอกอาจจะถูกลูกหลงกวาดใส่ นำหายนะมาสู่ตัวเอง อย่างนั้นก็นับว่าโชคร้ายอย่างแท้จริง! โดยเฉพาะความจริงที่ว่าคุณชายซ่งเทาแห่งสำนักร้อยสนถูกฆ่า  สำนักร้อยสนไม่มีที่ให้ระบายอารมณ์ถ้ามีบางคนตกไปอยู่ในเงื้อมมือพวกเขา อาจถึงตายได้

เย่ว์หยางแกล้งหลับและใช้เข็มทิศสามดินแดนกลับไปปราสาทสายรุ้ง

ความวุ่นวายในแดนสวรรค์ใต้ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขา

ตรงกันข้าม ยิ่งวุ่นวายก็ยิ่งดีเย่ว์หยางจะได้จับปลาตอนน้ำขุ่น

ด้วยศิลาแดงสระหงส์เย่ว์หยางมั่นใจว่าจะหลอมรวมกับดาบนางฟ้าและภูตแสงเพิ่มพลังอย่างยิ่งใหญ่ได้

แต่เย่ว์หวี่อายและปฏิเสธข้อเสนอของเย่ว์หยางเสวี่ยอู๋เสียและองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนไม่อยู่ และอู๋เหินอยู่กับแม่สี่ในมิติลวง  ทุกคนไม่อยู่ที่นี่  แม้แต่เย่ว์ปิงและอี้หนานก็ฝึกฝนอยู่กับจักรพรรดินีราตรี

นางเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ในบ้านสวนน้อยและนางไม่กล้าเห็นด้วยกับคำขอร้องของเย่ว์หยางจริงๆ

เขาเกรงว่าอาจควบคุมกำลังได้ไม่ดีและทำบางอย่างผิดไป

แม้ว่านางจะเชื่อในพลังความแข็งแกร่งของเขา  แต่นางมักจะกังวลอยู่ในใจ นางไม่ต้องการสร้างโอกาสแบบนี้เพื่อให้เกิดการฝึกปรือร่วมกันอีก

“ครั้งหน้าก็แล้วกัน!”  นางเกรงว่าน้องชายจะผิดหวังดังนั้นนางไม่ได้ปฏิเสธความตั้งใจดีของเขาอย่างสิ้นเชิง

“ท่านรู้สึกไม่สะดวกใจหรือ?  ไม่เป็นไร อีกสักสองสามวันเราค่อยว่ากันงั้นมาปลูกไผ่แสงภูตกันก่อน!” เย่ว์หยางคิดว่าสหายของเย่ว์หวี่จะมาและสภาพร่างกายนางไม่พร้อม ดังนั้นนางจึงปฏิเสธให้ความร่วมมือกับเขาเพื่อใช้ดาบนางฟ้าหลอมรวมกับภูตแสง  ที่สำคัญเย่ว์หยางไม่รีบเพราะศิลาแดงสระหงส์  เขาจะปลูกไผ่แสงภูตไว้ข้างปราสาทสายรุ้งไผ่แสงภูตนี้ปกติมีผลวิเศษต่อการดึงดูดปราณของฟ้าและดิน  ตอนนี้แม้ว่าจะดูเหมือนปลูกได้ไม่นานโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากไผ่แสงภูตจะค่อยๆ เติบโตขยายกลายเป็นป่าและปริมาณปราณจากฟ้าและดินที่รวมกันจะอยู่ในระดับน่าทึ่ง

“งั้น,นี่ก็คือไผ่แสงภูตงั้นหรือ? ในหอทงเทียนอาจจะสูญพันธุ์ไปแล้ว  เมื่อวานนี้วัตถุดิบที่เผ่าพันธุ์ต่างๆส่งมาให้ไม่มีไผ่แสงภูตอย่างนี้เลย นี่คงแพงมากเลยใช่ไหม?” เย่ว์หวี่หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดเหงื่อให้เย่ว์หยาง

“อา..แพงแน่นอน!” เย่ว์หยางไม่พูดว่าได้รับมาหลังจากฆ่าคุณชายซ่งเทาตาย จึงบอกราคาพี่สาวไปว่าราคาแปดหมื่นห้าพันเหรียญทอง!

“เจ้าไปหาเงินมากมายอย่างนั้นมาจากไหน?”เย่ว์หวี่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

น้องชายนางไม่กังวลเรื่องเงินเลยในช่วงสองสามวันนี้หรือ?

จู่ๆเขาก็มีเงินแปดหมื่นห้าพันมาซื้อไผ่ภูตแสงด้วยหรือ? ถ้าเขาบอกว่าใช้พันเหรียญทองประมูลได้ศิลาแดงสระหงส์ที่ไม่มีใครรู้จักนั่นก็ยังพอรับได้  แต่ไผ่ภูตแสงเป็นของดีอย่างเห็นได้ชัด  แปดหมื่นห้าพันเหรียญทอง?เขาไปเอาเงินมาจากไหน?

เย่ว์หยางเหงื่อไหลพรั่งพรู

โชคดีที่เขาสนองตอบได้เร็ว  เขาพูดทันทีว่า คุณชายซ่งเทาเป็นคนโฉดชั่วร้ายเมื่อเขากำลังเตรียมตัวก่ออาชญากรรม เย่ว์หยางพิทักษ์ความยุติธรรมโดยยืนหยัดต่อสู้กับคุณชายซ่งเทาซึ่งมีนักสู้ปราณฟ้าสองคนเป็นองครักษ์  เพื่อช่วยหญิงสาวอ่อนแอ  หลังจากต่อสู้กันอย่างน่ากลัวหลังจากต้องลำบากอย่างมาก เขาเอาชนะคนชั่วและช่วยเหลือโลกไว้ได้  เอ๊ย ช่วยสาวอ่อนแอไว้ได้

เย่ว์หยางเรียนรู้มาจากเหลยฟง(เยาวชนตัวอย่างของพรรคคอมมิวนิสต์จีน) และไม่หวังชื่อ หวังแค่เงินรางวัลเท่านั้น

สมาคมทหารรับจ้างให้รางวัลห้าสิบล้านเหรียญทอง  นี่เป็นเพราะรางวัลที่ผู้เคราะห์ร้ายนับไม่ถ้วนตั้งเอาไว้เป็นข้อพิสูจน์ว่าเย่ว์หยางได้ฆ่าคุณชายซ่งเทาแล้ว

“อ๋าห้าสิบล้าน?”  เย่ว์หวี่งงเล็กน้อย  คุณชายซ่งเทามีค่ามากเกินไปไม่ใช่หรือ?  อย่างไรก็ตามถ้าเป็นนักสู้ปราณฟ้า  ห้าสิบล้านไม่ถือว่ามาก  ที่สำคัญน้องชายออกไปแดนสวรรค์ต่อสู้มาครั้งหนึ่งและมีรางวัลถึงร้อยล้านขณะที่จื้อจุนมีรางวัลถึงหมื่นล้าน!

“ถูกแล้วด้วยเงินก้อนนี้ข้าจึงมีเงินซื้อไผ่แสงภูตและศิลาแดงสระหงส์”  เย่ว์หยางแค่บอกว่าเขาเป็นคนดีซื้อหามาด้วยราคายุติธรรมไม่ได้ฆ่าคนปล้นสมบัติเลย

“ถ้าเจ้าฆ่าคน  ครอบครัวของพวกเขาจะต้องหาทางล้างแค้นแน่  เจ้าต้องระมัดระวังให้ดี”  เย่ว์หวี่ไม่สนใจเรื่องเงินแม้แต่น้อย  นางเพียงแต่สนใจความปลอดภัยของน้องชาย

“ไม่ต้องห่วง  ข้าไม่ได้ทิ้งชื่อไว้สำหรับการทำดี  ไม่มีใครรู้ว่าข้าทำ!”  เย่ว์หยางยิ้มอย่างภูมิใจ

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นแบบนี้...”  เย่ว์หวี่ไม่เด็กสาวที่โง่  นางรู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่น้องชายพูดมาจริงแต่ก็มีบางอย่างที่ไม่ดีนัก

ด้วยความเข้าใจของนางเกี่ยวกับเย่ว์หยางนางจะรู้ได้ยังไงว่าเขาเป็นใคร?

อย่างไรก็ตามนางไม่ยึดติดกับถูกหรือผิด

นอกจากนี้ เขาถูกอยู่เสมอ

เย่ว์หวี่สบายใจขึ้นมากเกี่ยวกับน้องชายนาง  แม้ว่าเขาจะซุกซน แต่เขาก็ไม่ใช่คนเลว  ถ้าเขาพูดว่าคุณชายซ่งเทาเป็นคนไม่ดี  เจ้าผู้นั้นก็ต้องเป็นคนไม่ดีแน่นอน  เขาจะต้องฆ่าแน่นอน  ในเรื่องนี้นางเชื่อเขาแน่!

สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ระหว่างนี้อู๋เหินกลับมาสมทบเย่ว์หยางสองวันปล่อยให้เขาได้ปลดปล่อยความเป็นชายด้วยความนุ่มนวล

เย่ว์หวี่ต้องเข้าไปในที่พักแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้ยินเสียงอะไร

ระหว่างตอนกลางวันเขาจะศึกษาสูตรการเล่นแร่แปรธาตุกับเย่ว์หวี่และอู๋เหินหรือไม่ก็ฝึกทักษะรบกับสาวมังกรพี่น้อง พวกเขาคุ้นเคยกันและกันมาก และเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว  สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วเย่ว์หยางอำลาเย่ว์หวี่และอู๋เหินกลับไปยังเมืองลมดำแดนสวรรค์ใต้ หลังจากเย่ว์หยางกลับมาโรงแรมเขาพบว่าเตียงของเขาดูเหมือนจะมีกลิ่นหอมจางมาก

สาวงามทรงเสน่ห์คงลอบเข้ามานอนอย่างนั้นหรือ?

ช่างเถอะ นางเป็นศัตรูของเจ้าเมืองลมดำ นอกจากนี้ระหว่างนี้นางพยายามจะผูกมัดเขาและนางจะไม่ยอมเปิดเผยความลับนาง...เย่ว์หยางตัดสินใจปัดเรื่องทั้งหมดไว้ก่อนและตัดสินใจออกไปหาข้อมูลข้างนอก

ทันทีที่เขาเปิดประตูหัวกลมเปากู่ปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าเขา

“อะไรกัน?นี่เจ้าหลับอุตุอยู่ในห้องตลอดสามวันเชียวหรือ? อย่าบอกข้านะว่าเจ้าไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองลมดำนี้ตลอดสามวัน  เจ้าไม่รู้จริงๆ ใช่ไหม?  ก็ได้ ในเมื่อเจ้าขอร้องอย่างจริงจังข้าจะไม่บอกใครอื่น!” อยู่ต่อหน้าเย่ว์หยางเขารู้สึกว่าเขามีความสามารถว่าเขารู้ทุกสิ่งทุกอย่างการพูดกับคนอย่างนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีชื่อที่สุดในชีวิตของเขา

แน่นอน เขาไม่ประหลาดใจเพราะเจ้าเด็กนี่มาจากแดนสวรรค์ตะวันตกและไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่

จบบทที่ ตอนที่ 675 ฟัง! ปกติข้าไม่บอกคนอื่น

คัดลอกลิงก์แล้ว