เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 660 ประกาศสงคราม

ตอนที่ 660 ประกาศสงคราม

ตอนที่ 660 ประกาศสงคราม


“อะไรกัน เจ้ากล้าว่าร้ายข้าได้ยังไง?”  เมื่อจิงอวี้เห็นบุรุษหนุ่มคนหนึ่งรูปร่างสง่างามเดินออกมาจากด้านนอกหอโถงใหญ่  เขาโกรธทันที แม้แต่บุรุษหนุ่มคนหนึ่งแค่พลังปราณก่อกำเนิดต้นๆยังกล้าล้อเลียนยอดฝีมือปราณก่อกำเนิดระดับหกเชียวหรือ? ถ้าเป็นคุณชายสามตระกูลเย่ว์ผู้สามารถฆ่านักสู้ปราณฟ้าได้  อย่างนั้นเขาจะยอมพูดด้วยสักสองสามคำ  แต่เจ้าเด็กนี่น่ะหรือ?  ไม่มีทาง!

“ไสหัวไป, ข้าไม่ต้องการคุยกับสวะอย่างเจ้า”บุรุษหนุ่มประคองมือคารวะจวินอู๋โหย่วข้างหน้าเขา “ฝ่าบาท ข้าได้รับคนแคระคืนขณะกลับ หลังจากสื่อสารกันไม่กี่วัน ข้ารู้สึกว่าให้พระองค์ออกคำสั่งจะดีกว่า”

“ก็ได้”  จวินอู๋โหย่วพยักหน้า

“ฝ่าบาท,ข้ามีธุระต้องทำ โปรดอภัยที่ข้าต้องกลับก่อน” บุรุษหนุ่มคำนับเล็กน้อย

“หยุดนะ!” จิงอวี้ไม่ต้องการหาเรื่องยุ่งยาก แต่เมื่อเขาเห็นทัศนคติของบุรุษหนุ่มนี้ เขาได้แต่โกรธอย่างช่วยไม่ได้ มีคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ในทวีปเพียงคนเดียว ใช่แล้ว เขาทรงพลังมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เยาว์ทุกคนจะทำเมินกับคนอื่นได้เหมือนอย่างคุณชายสามตระกูลเย่ว์ได้

ในหอทงเทียนพลังและอำนาจต้องมาก่อน  เด็กที่ไม่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนบางทีอาจถือเอาอย่างคุณชายสามตระกูลเย่ว์ ทำตัวหยิ่งยโสอย่างนั้นได้หรือ?

เขาคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหกกลับถูกคนอื่นดูหมิ่น

จากไปโดยไม่ขอโทษสักคำหรือ?

ถ้าเขาไม่อยู่ในวังหลวงของอาณาจักรต้าเซี่ย  แต่เป็นทวีปกวงหมิง  จิงอวี้รู้สึกว่าเขาคงต้องใช้วิธีการไร้ปราณีที่สุดลงโทษเจ้าผู้นี้แน่

มิฉะนึ้นเขาคงไม่ยอมยกโทษให้เขา

ก่อนที่เขาจะโกรธจิงอวี้ก็คิดอยู่ก่อนแล้ว ไม่ได้โกรธแบบไม่ลืมหูลืมตา

ถ้าบุรุษหนุ่มนี้ที่อยู่ต่อหน้าเขาคือคุณชายสามตระกูลเย่ว์   เขาคงถูกตัดสินตายแน่  ถ้าเขาเป็นสหายของคุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็อาจยากจะป้องกัน อย่างไรก็ตามจิงอวี้มั่นใจว่า บุรุษผู้นี้ไม่ใช่คุณชายสามตระกูลเย่ว์  เพราะนอกจากลักษณะของคุณชายสามตระกูลเย่ว์แล้วเขาไม่ใช่ระดับนักสู้ปราณก่อกำเนิด  คุณชายสามตระกูลเย่ว์เป็นยอดนักรบที่แข็งแกร่งมากสามารถฆ่าได้กระทั่งนักสู้ปราณฟ้านอกจากนี้เขายังมีศักดิ์ฐานะที่ปกครองโลกได้ บุรุษหนุ่มผู้นี้ไม่มีศักดิ์ศรีเช่นนั้น ร่างของเขาเปล่งรัศมีระดับเตรียมนักสู้ปราณก่อกำเนิด  ยังด้อยกว่าเด็กฝีมือดีของทวีปกวงหมิงเสียอีก

ราศีพลังแบบนี้อาจแข็งแกร่งมากสำหรับมนุษย์

อย่างไรก็ตามสำหรับนักรบเผ่าวิหคของทวีปกวงหมิงถือว่าเป็นระดับพบเห็นได้ทั่วไป นักรบหนุ่มที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ยังแข็งแกร่งมากกว่าเด็กหนุ่มผู้นี้!

นอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์แล้ว  บุรุษหนุ่มนี้ไม่ใช่สมาชิกในกลุ่มของเขา  เขาไม่น่าจะใช่เจ้าอ้วนไห่ ไม่ใช่เย่คงไม่ใช่เสวี่ยทันหลาง ไม่ใช่พี่น้องน้องตระกูลหลี่ ไม่ใช่องค์ชายเทียนหลัว ไม่ใช่หนึ่งในสมาชิกฝีมือดี  บางทีอาจเป็นนักเรียนจากสถาบันฉางจิงหรือสถาบันฉางชุนเถิง อาจมาจากตระกูลฟงหรือราชตระกูลก็ได้

จิงอวี้คิดถึงจุดนี้แล้วไม่มีทางที่บุรุษหนุ่มผู้นี้จะเข้ามาในโถงใหญ่ได้โดยไม่มีผู้หนุนหลัง

การฆ่าเขาเป็นไปไม่ได้!

อย่างไรก็ตาม เขาต้องหาทางทำให้เขาอับอายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  นั่นคือสิ่งที่เขาต้องการทำ

“ต้องการต่อยตีข้างั้นหรือ?”  บุรุษโน้มตัวเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าที่น่ากลัวในลักษณะเชิญชวนให้ต่อยหน้า ว่ากันตามตรงแล้วจิงอวี้ไม่กล้าทำจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณชายสามตระกูลเย่ว์กระโดดออกมาแล้วฆ่าเขาในไม่กี่วินาที!

“ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น  ก็แค่เพียงทวีปกวงหมิงตั้งใจจะสถาปนาสัมพันธ์ทางการทูตที่ดีกับจักรวรรดิต้าเซี่ย  จำเป็นต้องมีทูตคนหนึ่งเพื่อให้เป็นพยานการลงนามในจดหมายต่างแดนต่อสภาสูง  อย่าบอกข้านะ บุรุษหนุ่มว่าเจ้าเป็นแค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง สักแต่ว่ามีชีวิตอย่างโง่เขลา  เจ้ากล้ามาทวีปกวงหมิงไหมเล่า? เอาเถอะ  ข้าไม่สามารถบังคับเจ้าได้ ทูตที่สร้างสัมพันธ์ทางการทูตกับเราก็คาดไม่ถึงว่าจะมีคนขี้ขลาดถูกขู่ขวัญจนปัสสาวะราดหรอกนะ”  จิงอวี้ล้อเลียนและเยาะเย้ยบุรุษหนุ่มพลางหลอกล่อ

“ข้ายังกล้าขึ้นไปแดนสวรรค์เลย!  ประสาอะไรกับทวีปกวงหมิงไม่มีอะไรสำหรับข้า” บุรุษหนุ่มนั้นค่อนข้างใจร้อนและหงุดหงิด

“อย่าหุนหันพลันแล่น...”  จวินอู๋โหย่วลังเล

“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่เจ้าผู้นี้ส่งสาส์นท้าทายขู่ขวัญข้าเลย ต่อให้เขาไม่ตั้งใจเช่นนั้นข้าก็ไม่ถอยเหมือนกัน  ถ้าท่านไม่อนุญาต, อย่างนั้นข้าจะฆ่าตัวตาย”  ในสายตาของจิงอวี้บุรุษหนุ่มผู้นี้เป็นคนที่บุ่มบ่ามเจ้าอารมณ์ และไม่สนใจอะไรเลย

“เอาอย่างนั้นก็ได้”  จวินอู๋โหย่วได้แต่ตอบรับคำ

“มาลองดูกันซิว่าเจ้าจะขู่ขวัญจนข้าปัสสาวะราดกางเกงได้หรือไม่” การกระทำของบุรุษหนุ่มทำให้จิงอวี้พอใจมาก จวินอู๋โหย่วไม่ใช่จะรับมือง่ายๆ แต่สำหรับเด็กหนุ่มผู้นี้ เขาสามารถหลอกล่อได้อย่างง่ายดาย

เขากลับทวีปกวงหมิงพร้อมกับบุรุษหนุ่มนี้ผู้มีชื่อว่าอิรัค

จิงอี้ไม่ได้ทำร้ายเขาจิงอวี้ใช้วิธีการกระทบกระเทียบฝ่ายตรงข้ามเขา

การละเลยและการเย็นชาการคุกคามทั้งโดยคำพูดและการกระทำนำมาใช้เพื่อให้บุรุษหนุ่มโกรธ จิงอวี้รู้สึกสบายใจและคอยสังเกตปฏิกิริยาของเขา  เขาค่อยๆ มั่นใจว่าบุรุษหนุ่มนี้จะโกรธ  เขายังคงยืนกรานไม่ยอมสูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ของอาณาจักรของเขาและทำตามคำแนะนำของจวินอู๋โหย่ว จิงอวี้นึกว่าเขาจะฉีกสาส์นทูตทิ้งด้วยความโกรธ  อย่างไรก็ตาม เขาคาดไม่ถึงว่าบุรุษหนุ่มไม่เคยทำเช่นกัน

ไม่ว่าเด็กหนุ่มจะโกรธเพียงไหน  เขาไม่แสดงความอัปยศออกมา

จิงอวี้บอกให้บ่าวทาสนำอาหารหมูมาให้บุรุษหนุ่มเป็นการต้อนรับ  แม้ว่าบุรุษจะโกรธ แต่เขาไม่หนีออกจากทวีป

รายงานทุกอย่างได้ข้อสรุปหลังจากสภาอาวุโสวิเคราะห์

จักรพรรดิต้าเซี่ยไม่ต้องการสู้กับทวีปกวงหมิง  ดังนั้นเขาจึงต้องอดทน

เนื่องจากเขารู้ไม้ตายของฝ่ายตรงข้ามจิงอวี้จึงทำตัวไม่สุภาพมากยิ่งขึ้น เขาปล่อยให้ชายหนุ่มหิวโหยอยู่ครึ่งค่อนวันและจากนั้นเมื่ออีกฝ่ายรออยู่นอกสภาอาวุโส เขาเรียกฝนน้ำแข็งด้วยเจตนาร้าย น้ำเปียกทั่วตัวบุรุษหนุ่ม ถึงอย่างนั้นบุรุษหนุ่มก็ยังไม่จากไป ผู้อาวุโสของสภาสูงก็ยิ่งมั่นใจว่าจักรวรรดิต้าเซี่ยมีกำลังไม่พอจะท้าทายทวีปกวงหมิง

พวกเขาได้สร้างเงื่อนไขว่าจักรวรรดิต้าเซี่ยต้องการสร้างสัมพันธ์ทางการทูตกับทวีปศักดิ์สิทธิ์ฉะนั้นพวกเขาต้องตกลงรับสามเงื่อนไขใหญ่ของทวีปกวงหมิงและเป็นข้อตกลงระหว่างพวกเขา

เมื่อบุรุษหนุ่มตัวเปียกปอนเดินออกมาจากทางเข้าสภาสูงพร้อมกับจดหมายที่น่าอัปยศนี้ทหารคนหนึ่งยังลอบทำร้ายเขาส่งผลให้คทาทูตในมือของเด็กหนุ่มกระเด็นหลุดจากมือ

บุรุษหนุ่มก้มตัวและหยิบคทาทูต  เขาจ้องมองพวกเขาด้วยความเกลียดและโกรธและกล่าว “ข้าจะกลับมาอีก เราจะให้พวกเจ้าชดใช้คืนเป็นสิบล้านเท่า” คำพูดเหล่านี้ทำให้พวกทหารหัวเราะกันลั่น เฉพาะจิงอวี้เขารู้ว่าจักรพรรรดิต้าเซี่ยจวินอู๋โหย่วมีไพ่อะไรอยู่ในมือบ้างและเขาไม่สนใจคำพูดรุนแรงของทูตคนหนึ่ง

ทูตที่น่าอับอายจะมีความสำคัญอะไร?

ในวังต้าเซี่ยจวินอู๋โหย่วยังไม่กล้าตอบโต้ใดๆ เมื่อเขาไม่แสดงความเคารพจักรพรรดิพวกเขา

จะมีความเป็นไปได้อะไรที่จักรพรรดิมนุษย์ผู้อาศัยอยู่ในหอทงเทียนชั้นล่างจะกล้าท้าทายมหาอำนาจแห่งชั้นสิบ? ไม่มีใครในทวีปมังกรทะยานนอกจากคุณชายสามตระกูลเย่ว์

อย่างไรก็ตามผ่านไปได้ครึ่งวันผู้เฒ่าหนานกงจากพันธมิตรปราณก่อกำเนิดก็มาถึงทันที

เขานำการประกาศสงครามมาส่ง  ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจักรวรรดิต้าเซี่ยขอประกาศสงครามกับสภาสูงแห่งทวีปกวงหมิงและกองทัพทั้งหมดภายใต้บังคับของเขา เว้นแต่พวกกวงหมิงจะยอมตัวเป็นทาส  และจะไม่หยุดจนกว่าจะตายกันข้างหนึ่งในการประกาศสงครามครั้งนี้ยังมีการร่วมประกาศสงครามด้วยเช่นกัน    จักรวรรดิเทียนหลัวแห่งทวีปมังกรทะยาน,ทวีปมืดแห่งเผ่าพันธุ์ใต้พิภพ, เผ่าภูตบูรพา, แดนปีศาจ, เผ่าทะเล,กองกำลังอีกนับสิบแม้แต่ป้อมสายฟ้าและหอการค้าไตตันแห่งหอทงเทียนชั้นที่หกก็ร่วมประกาศสงครามกับกวงหมิงอย่างต่อเนื่อง การประกาศสงครามนี้ทำให้ผู้อาวุโสสภาสูงถึงกับหนังศีรษะชาด้านแม้แต่จิงอวี้ก็ตะลึงอึ้งทำอะไรไม่ถูก

“ท่านหนานกง!  การประกาศสงครามคราวนี้มีอะไรผิดพลาดหรือเปล่า?  เราเพิ่งสถาปนาสัมพันธไมตรีกับจักรวรรดิต้าเซี่ยวันนี้เอง!”  จิงอวี้ถามอย่างกระวนกระวายใจ

“เรื่องสำคัญแบบนี้จะผิดไปได้ยังไงกัน!  นี่คือลายมือชื่อของคุณชายสามตระกูลเย่ว์  และลายมือชื่อของหัวหน้าตระกูลต่างๆ!” ผู้เฒ่าหนานกงพูดว่าการประกาศสงครามคราวนี้จริงแท้แน่นอน

“อย่างนั้น มีเหตุผลอะไร?”  จิงอวี้แทบเป็นลม  แต่ทวีปกวงหมิงทำอะไรผิด?  เพราะเขาไม่แสดงความเคารพจักรพรรดิต้าเซี่ยหรือ?

“อย่างนั้นให้เราผู้เฒ่าบอกก็ได้ว่าการกระทำของเจ้าเป็นเหตุให้โลกต้องชำเลืองมอง  ดังนั้นพันธมิตรปราณก่อกำเนิดขอปฏิเสธการไกล่เกลี่ยให้พวกเจ้า  ผลที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็นเพราะการกระทำของพวกเจ้า”ก่อนจะจากไปผู้เฒ่าหนานกงกล่าว “เหตุผลที่จักรวรรดิต้าเซี่ยและเผ่าชาติพันธุ์อี่นประกาศสงครามเป็นเพราะพวกเจ้าดูถูกเหยียดหยามคุณชายสามตระกูลเย่ว์อย่างมาก  ทูตผู้มาเจรจากับพวกเจ้าและควรจะได้รับเกียรติยศและศักดิ์ศรีที่เขาควรจะได้  พวกเจ้ากลับปฏิเสธความปรารถนาดีของคุณชายสามตระกูลเย่ว์  โปรดจำบทเรียนนี้ไว้ในประวัติศาสตร์ให้ดีอย่าทำตัวให้อับอายในฐานะทูตอีก เพราะเขาคือตัวแทนศักดิ์ศรีของประเทศ”

“เขาคือคุณชายสามตระกูลเย่ว์หรือ?”  จิงอวี้แทบจะเป็นลม  เจ้าเด็กนั่นชื่ออิรัคไม่ใช่เหรอ?  คุณชายสามตระกูลเย่ว์ดูเหมือนจะโกหกได้ทุกที่ทุกทางทำตัวเองให้ยากลำบาก  ทวีปกวงหมิงจบสิ้นแล้ว...

ตอนนี้ในวังต้าเซี่ยจวินอู๋โหย่วและอาจารย์จิ้งจอกเฒ่ากำลังหัวเราะลั่น

ราชทูตจากทวีปมืดโยวกุ่ยและผู้เฒ่าซิงผานแห่งเผ่าทะเลยิ้มให้กันเอง

ความจริงพวกเขาแกล้งทำเป็นว่าพวกเขาไม่รู้จักเย่ว์หยางทันทีที่เย่ว์หยางเข้ามาในห้องโถงใหญ่  เขาคาดไม่ถึงเลยว่าด้วยความหยิ่งจองหองของจิงอวี้กลับเข้าใจว่าเย่ว์หยางเป็นเด็กนักเรียน

ตอนแรกการปรากฏตัวของเย่ว์หยางเป็นเรื่องบังเอิญ  แต่เขาไม่คาดว่าจะประกาศสงครามกับเขา  ในที่สุดเขาไล่ต้อนจิงอวี้หาเหตุให้ทุกคนได้ต่อสู้ ถ้าทูตอื่นถูกล้อเลียน อย่างมากพวกเขาจะขอโทษ แต่คุณชายสามตระกูลเย่ว์ถูกเย้ยหยันในลักษณะเช่นนั้น  นี่เป็นการดูถูกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกต่อให้คนทวีปกวงหมิงต้องการพูดอธิบาย แต่พวกเขาพูดไม่ออก

คนอื่นๆจะคิดอย่างไรถ้าคนทั่วไปรู้ว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์ได้รับการปรนเปรอด้วยอาหารหมู?

เขาจะสามารถยอมรับคำขอโทษอีกฝ่ายได้หรือไม่  ถ้าเขาถูกกระทำโดยตรง

แน่นอนว่าไม่

“ข้าเสียใจข้าไม่คาดว่าคนเหล่านั้นจะไร้เหตุผลมากมายจริงๆ” อาจารย์จิ้งจอกเฒ่ากอดไหล่เย่ว์หยางแสดงความยินดี

“บ้าจริงๆ ข้ายังไม่ได้กินเลย ความอับอายยังมีอยู่จริงๆ  แต่ก็แค่เพราะคำพูดนั้น  ถ้าพวกเขากล้าโจมตีข้าด้วยความโกรธก็ตรงตามต้องการอยู่แล้ว” ความจริงเย่ว์หยางต้องการให้จิงอวี้โจมตีเขาก่อน ตราบใดที่จิงอวี้ควงหมัดก็มีเหตุผลในการทำสงครามอย่างเพียงพอ แน่นอนถ้าท่านคิดบัญชีอย่างระมัดระวังน้ำฝนน้ำแข็งที่เทใส่ร่างของเขาก็อาจมองว่าเป็นการโจมตีได้บัญชีครั้งนี้นับว่าน่ากลัวมาก มิน่าเล่าถึงไม่มีใครจากพันธมิตรปราณก่อกำเนิดยืนยันเพื่อช่วยกวงหมิงรวมทั้งซุ่นเทียนและองค์ชายดำทั้งสองได้แต่สบถด่าทวีปกวงหมิงอย่างเงียบๆ

“ยังไม่ต้องจัดการตอนนี้ก็ได้ เจ้าควรไปที่โลกวารีกวาดเจ้าหย่งฮุยผู้นั้นก่อน” แน่นอนว่าอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าไม่ยอมให้เย่ว์หยางจากไปก่อน  ถ้าเขาไปทวีปกวงหมิงก็จะไม่มีใครจัดการเรื่องนี้

“ก็ได้” เย่ว์หยางต้องการไปโลกวารีจริงๆ ไม่ใช่เพื่อทุบตีเขา แต่เพื่อค้นหาสัตว์ประหลาดน้อยที่ฉลาด และภูตแสง

หลังจากนั้นเย่ว์หยางเตรียมเข้าผนึกหลุมดำเพื่อไปถามข้อสงสัยกับนางพญาเฟ่ยเหวินหลีเกี่ยวกับแง่มุมต่างๆในแดนสวรรค์

จบบทที่ ตอนที่ 660 ประกาศสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว