- หน้าแรก
- เมื่อผมมีระบบวงการบันเทิงในโลกขนาน แต่ดันแต่งงานกับพี่สาวนางฟ้า
- บทที่ 18 - การแสดงคือความใฝ่ฝันชั่วชีวิต
บทที่ 18 - การแสดงคือความใฝ่ฝันชั่วชีวิต
บทที่ 18 - การแสดงคือความใฝ่ฝันชั่วชีวิต
บทที่ 18 - การแสดงคือความใฝ่ฝันชั่วชีวิต
ตอนเย็นที่หลี่เมิ่งเฟยกลับถึงบ้าน หยางอี้กำลังควงกระทะอยู่ในครัว
"วันนี้คุยงานเป็นไงบ้าง? คืบหน้าไหม?"
หลี่เมิ่งเฟยพิงกรอบประตู ในชุดกระโปรงเชิ้ตสีขาว เธอไม่เหมือนผู้หญิงอายุ 35 เลยสักนิด แต่ดูเหมือนสาวน้อยข้างบ้านที่สดใสบริสุทธิ์ เพียงแค่ยิ้มบางๆ ก็ทำให้ใจสั่นไหว ควบคุมตัวเองไม่อยู่
หยางอี้แค่เหลือบมองแวบเดียว วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง วางกระทะเกือบพลาดเตา กระแทกขอบจนเอียงกะเท่เร่
"กลับมาเร็วจัง? คุยราบรื่นมาก เรียบร้อยแล้ว เซ็นสัญญากับพวกเขาแล้ว ที่เหลือก็นอนรอรับเงินอยู่บ้าน!"
หยางอี้ตอบพลางยิ้ม พลางวางกระทะให้เข้าที่ เอาผ้าเช็ดคราบเปื้อนบนเคาน์เตอร์
"จริงเหรอ? งั้นยินดีด้วยนะ จะได้เป็นนักเขียนใหญ่แล้ว! เราต้องฉลองกันหน่อยไหม? เปิดไวน์แดงสักขวด?"
ดวงตาคู่สวยของหลี่เมิ่งเฟยกระพริบวิบวับ
"ไม่ต้องๆ อย่าเอิกเกริกไป"
"จริงด้วย เดี๋ยวแม่รู้"
"ประเด็นคือไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ผมก็ไม่ใช่นักเขียนใหญ่อะไรหรอก ก็แค่เขียนอะไรเล่นๆ ฆ่าเวลา"
หยางอี้ตักผัดผักใส่จาน หันไปยิ้มให้ภรรยา
เขายังมีกับข้าวต้องผัดอีก 2 อย่าง เลยหันกลับไปจุดไฟ ลุยงานต่อ
หลี่เมิ่งเฟยกลับถูกคำพูดเมื่อกี้ของเขาดึงดูดความสนใจ เธอยืนนิ่งอยู่ที่ประตู ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
หยางอี้นึกว่าเธอขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เขาผัดกับข้าวอีก 2 อย่างจนเสร็จด้วยความกระตือรือร้น พอหันมาถึงเห็นว่าเธอยังยืนอยู่ที่เดิม
"เป็นอะไรไป? ทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้? ในครัวกลิ่นควันน้ำมันแรงนะ ไม่ดีต่อผิวคุณ รีบขึ้นไปเปลี่ยนชุดเถอะ! เตรียมกินข้าวแล้ว!"
หยางอี้เดินเข้าไปหา พูดกล่อมด้วยความอ่อนโยน
เขานึกว่าหลี่เมิ่งเฟยอาลัยอาวรณ์เขา เพราะอีก 2 วันเธอต้องเดินทางไปหางโจว เพื่อไปทดลองใช้ชีวิตตามบทบาทที่ผู้กำกับวางไว้
"เสี่ยวหยางคนดี คุณยังชอบการแสดงเหมือนเมื่อก่อน ใช่ไหม?"
ปากหลี่เมิ่งเฟยถาม แต่มือคว้ามือนุ่มใหญ่ของหยางอี้ขึ้นมา สองมือนุ่มนิ่มกุมมือเขาไว้ ใช้นิ้วลูบไล้รอยด้านบนมือเขาเบาๆ
"แน่นอน การแสดงน่ะ คือความใฝ่ฝันชั่วชีวิตเลยนะ!"
หยางอี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
"แต่ว่า..."
หลี่เมิ่งเฟยยังไม่ทันพูดจบ เสียงหัวเราะเย็นชาจากด้านหลังก็แทรกขึ้นมา
"แสดงมาสิบปีไม่มีผลงานดีๆ สักชิ้น ยังจะมาใฝ่ฝันชั่วชีวิต!"
หลี่อ้ายอี้เดินมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
"แม่คะ"
หลี่เมิ่งเฟยหันไปดึงแขนแม่ ไม่อยากให้แม่ว่าหยางอี้แบบนั้น
แต่เธอจะไปรั้งหลี่อ้ายอี้อยู่ได้ยังไง?
"แม่พูดผิดตรงไหน? หยางอี้ ฉันไม่ได้จะทำลายความมั่นใจเธอนะ แต่คนเราต้องรู้จักประมาณตน ใช่ไหม? ไม่ใช่อะไรก็จะดันทุรัง เธอเลือกทางเดินให้ถูก ย่อมดีกว่าดื้อด้านจะไปแสดงหนัง!"
"โบราณว่าไว้ ผู้ชายกลัวเข้าผิดอาชีพ ผู้หญิงกลัวแต่งงานผิดคน การเลือกสำคัญกว่าความพยายามเสมอ ดูเธอแต่งงานกับเฟยเฟยสิ ทางเลือกนี้ฉลาดกว่าไปแสดงหนังตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ? เธอแสดงหนังมา 10 ปี ต่อให้แสดงอีก 10 ปี 20 ปี จะมีปัญญาอยู่บ้านหลังใหญ่ในปักกิ่งแบบนี้ไหม? จะมีชีวิตสุขสบายแบบนี้ไหม?"
ต้องยอมรับว่าคำพูดหลี่อ้ายอี้แม้จะฟังดูแสบแก้วหู แต่ก็มีเหตุผลอยู่บ้าง
หยางอี้ยิ้มขื่น ทำท่าทางเป็นเด็กดีรับฟัง มือแอบส่งสัญญาณบอกหลี่เมิ่งเฟยว่าไม่ต้องร้อนใจแทนเขา
ฉากแบบนี้เขาชินแล้ว
ไม่จำเป็นต้องเถียงแม่ยาย เจอสถานการณ์แบบนี้ ทำตัวสงบเสงี่ยม ปล่อยใจให้ว่างเปล่าก็พอ
คนแก่ก็งี้แหละ อารมณ์ไม่ดี บ่นนิดบ่นหน่อย ระบายเสร็จก็ผ่านไป
ถ้าคุณไปเถียงด้วย เรื่องเล็กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่จะกลายเป็นเรื่องร้าย แล้วก็ไม่จบไม่สิ้น!
จริงๆ หลี่อ้ายอี้แค่หาเรื่องระบายอารมณ์ เธอระแวงเรื่องหยางอี้ไปหาทนายมาทั้งวัน แต่ไม่อยากถามตรงๆ กลัวเขาโกหก
ดังนั้น พอเดินมาได้ยินหยางอี้พูดว่า "การแสดงคือความใฝ่ฝันชั่วชีวิต" หลี่อ้ายอี้ที่อัดอั้นตันใจเลยได้ช่องระเบิดอารมณ์ ด่ากราดแบบไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุ
แต่การด่าไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา
เพราะความสงสัยที่เป็นต้นตอยังไม่หายไป!
แม้หลังจากนั้นหลี่อ้ายอี้จะไม่ได้หาเรื่องต่อ แต่เธอก็แอบสังเกตหยางอี้เงียบๆ ดูว่าเขามีอะไรผิดปกติไหม
ไม่มี!
หยางอี้ทำตัวปกติมาก
เหมือนเมื่อก่อน สองวันนี้เขาตัวติดกับหลี่เมิ่งเฟยตลอด ไปวิ่งเป็นเพื่อน อ่านหนังสือเป็นเพื่อน เดินเล่นเป็นเพื่อน ผัวเมียหวานชื่น จนหลี่อ้ายอี้ที่ครองตัวเป็นโสดมาหลายปีเห็นแล้วยังเปรี้ยวปาก (อิจฉา)
แต่ทว่า ความปกติเกินไป กลับกลายเป็นความผิดปกติ!
"สองสามวันนี้ เขาไม่ได้หยิบกระดานวาดรูปออกมาเลย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพวกเราอยู่บ้าน เขาเลยไม่กล้าเอาออกมาวาดหรือเปล่า!"
ในห้องนอนของหลี่อ้ายอี้ เธาทาครีมทามือพลางคุยกับป้าจูที่ยืนกุมมืออยู่ข้างๆ
ป้าจูไม่กล้าออกความเห็น ได้แต่พยักหน้าฟัง
"พรุ่งนี้ฉันจะพาเฟยเฟยไปหางโจว เธออยู่บ้านช่วยฉันจับตาดูเขาให้ดี มีอะไรไม่ชอบมาพากล รีบรายงานฉันทันที"
หลี่อ้ายอี้ไม่ไว้ใจ เพราะเธอไม่เชื่อว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายดีๆ เหลืออยู่
ผู้ชายก็มีแต่พวกดีแต่ปาก หลอกลวงความรู้สึกผู้หญิง!
ลูกสาวแต่งงานกับเขาได้แค่ครึ่งปี เขาก็เริ่มก่อเรื่องวุ่นวาย
เดี๋ยวก็พาหลี่เมิ่งเฟยไปอวดเพื่อน เดี๋ยวก็พาหลี่เมิ่งเฟยไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านแบบจอมปลอม แล้วนี่ยังไปหาทนายบ้าบออะไรอีก!
ผู้ชายที่อยู่บ้านทำงานบ้านอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัว จะมีเรื่องซับซ้อนอะไรนักหนา?
มีเรื่องอะไรให้ต้องไปหาทนาย?
มีแต่ยัยเด็กโง่หลี่เมิ่งเฟยที่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมคนนั้นแหละที่เชื่อคำโกหกของเขา หลี่อ้ายอี้เจอผู้ชายเฮงซวยมาเยอะ ต้องระวังตัวไว้ก่อน
เช้าวันต่อมา หลังจากส่งหลี่เมิ่งเฟยที่อาลัยอาวรณ์ขึ้นเครื่องไปหางโจว พอเที่ยงหยางอี้ก็กลับบ้าน หยิบกระดานวาดรูป ไปนั่งในห้องเรือนกระจกวาดสตอรี่บอร์ดต่อ เตรียมงานสำหรับ 《มุมที่ซ่อนอยู่》
สาเหตุที่หลายวันก่อนตอนหลี่เมิ่งเฟยอยู่บ้านเขาไม่วาด มี 2 เหตุผล
หนึ่งคือภรรยาอยู่บ้านไม่กี่วัน ทั้งสองคนตัวติดกันแจยังรู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็วเกินไป จะเอาเวลาไหนไปทำอย่างอื่น?
ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องสัญญาประดังเข้ามา คนของเยว่ตู๋ทนไม่ไหวต้องบุกมาหาถึงปักกิ่ง หยางอี้คงไม่อยากเสียเวลาอยู่กับเมียไปนั่งต่อปากต่อคำกับแก๊งผู้ชายในสโมสรหรอก
อีกเหตุผล แน่นอนว่าเขาไม่อยากให้ภรรยากับแม่ยายรู้ว่าเขากำลังเตรียมสร้างกองถ่าย
หลักๆ คือไม่อยากให้แม่ยายรู้
แม่ยายประสาทสัมผัสไวเกินไป หยางอี้กลัวว่าถ้ารู้เข้าจะขัดขวางสารพัด!
รอให้มีผลงานออกมาก่อนเถอะ หยางอี้จะพิสูจน์ให้เธอดู ให้รู้ว่าเขามีความสามารถปกป้องหลี่เมิ่งเฟย และสนับสนุนอาชีพนักแสดงของหลี่เมิ่งเฟยได้!
แต่เขาไม่รู้เลยว่าหลี่อ้ายอี้เข้าใจผิดไปไกลแล้ว...
มีดวงตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องเขาเงียบๆ อยู่ในบ้านตลอดเวลา
วาดรูปไปทั้งบ่าย หยางอี้สะบัดมือขวาที่เมื่อยล้าจากการวาด ใช้มือซ้ายหยิบมือถือขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือข้อความ WeChat ของเฉิงเฉาจวิน
"อาจารย์หยาง 《ปิดฟ้า》 จะวางแผนขึ้นชั้นวางขาย คืนนี้ตอนเที่ยงคืน อาจารย์สะดวกไหมครับ?"
เฉิงเฉาจวินฉลาดขึ้น รู้ว่าในมือถือหยางอี้ไม่มีแอป QQ เลยทักมาทาง WeChat โดยตรง
"อาจารย์เบิร์ดยังไม่เลิกงานเหรอครับ?"
"ได้ครับได้ คืนนี้ขึ้นชั้นวางขายไม่มีปัญหา เรื่องอัปเดตฝากด้วยนะครับ"
หยางอี้ตอบกลับไปสองประโยคติด
ขึ้นชั้นวางขายก็ดีสิ!
ยิ่งขายเร็ว ยิ่งได้เงินเร็ว เขาจะได้รีบถ่าย 《มุมที่ซ่อนอยู่》 สักที
ยังไม่ทันออกจากหน้าแชท เฉิงเฉาจวินก็รีบส่งรูปแคปหน้าจอมาให้
"สองสามวันนี้เราจัดคิวโปรโมทให้ท่าน ทั้งแบนเนอร์หน้าแรก, แนะนำ 5 ยอดขุนพล, แล้วก็ป๊อปอัพในแอป"
"มีแต่คิวทองระดับบิ๊กทั้งนั้น!"
"ท่านดูข้อมูลผลงานสิ ระเบิดเถิดเทิง! จากยอดเก็บเข้าชั้น 5 หมื่น พุ่งมาเป็น 2 แสนแล้ว"
"จริงๆ ระยะเวลาเซ็นสัญญามันสั้นไปหน่อย ไม่งั้นตอนขึ้นชั้นวางขาย ผลงานเรื่องนี้จะปังกว่านี้อีก!"
"แน่นอน ตอนนี้ผลงานก็ไม่ได้แย่ เป็นเรื่องใหม่ที่ฟอร์มดีที่สุดในปีนี้แล้ว คืนนี้ยอดจองแรก ทะลุหมื่นแน่นอน ปัญหาคือจะทะลุกี่หมื่น"
"เรื่องนี้ในหมู่นักอ่านก็บอกต่อกันปากต่อปาก คุณภาพงานของท่าน ความเร็วในการอัปเดต เป็นที่ชื่นชมของนักอ่านมาก นี่ครับคอมเมนต์พวกเค้า"
"อีกอย่าง ในบอร์ดแฟนคลับมีนักอ่านกระเป๋าหนักชื่อดังในเว็บเราหลายคน พวกเขาบางคนเปย์พันธมิตรเงิน ไปแล้ว บางคนก็ประกาศในคอมเมนต์ว่าจะรอเปย์ตอนขึ้นชั้นวางขายคืนนี้เพื่อดันอันดับให้ท่าน!"
"ตอนนี้เราขึ้นชั้นวางขายกลางเดือน ถ้าจะดันอันดับให้ท่าน คาดว่าพันธมิตรเงิน หรือกระทั่งพันธมิตรทองคำ น่าจะต้องรูดกันไม่น้อยเลย!"
เฉิงเฉาจวินฉวยโอกาสที่คุยกับหยางอี้ได้ รีบรายงานเรื่องที่ต้องแจ้งในช่วงนี้รวดเดียว
"ถ้ามีการเปย์ ต้องเพิ่มตอนไหมครับ?"
หยางอี้ดันตอบกลับมาแบบนี้
เฉิงเฉาจวินตื่นตัวทันที ความเหนื่อยล้าจากการทำงานล่วงเวลาหายเป็นปลิดทิ้ง
"ปกติแล้วถ้ามีการเปย์ก็ต้องเพิ่มตอนครับ แต่ดูจากความเร็วการอัปเดตของท่านตอนนี้ ผมแนะนำว่าพันธมิตรเงินเพิ่ม 1 ตอน หรือไม่เพิ่มเลยจะดีกว่าครับ แค่นี้ก็อัปเร็วมากแล้ว!"
"เพิ่มเถอะครับ เอาตามที่คุณว่า นักอ่านเสียเงินเปย์ จะให้เขาเสียความรู้สึกไม่ได้ อีกอย่างต้นฉบับที่ผมให้คุณไปก็เยอะไม่ใช่เหรอ? คงไม่ถึงกับไม่มีให้อัปหรอกมั้ง?"
หยางอี้เมื่อก่อนตอนอ่านนิยายไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้ แต่จำได้ลางๆ ว่าเหมือนจะมีธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้อยู่
"พอครับพอ ในเมื่ออาจารย์หยางว่าอย่างนั้น เดี๋ยวผมจะเขียนใน 'ถ้อยแถลงคนเขียนตอนขึ้นชั้นวางขาย' เพิ่มเงื่อนไขการเพิ่มตอนเข้าไปด้วยครับ"
เฉิงเฉาจวินไหลตามน้ำ
คุณเป็นขาใหญ่ คุณว่าไงผมก็ว่างั้น
"โอเคครับ ลำบากอาจารย์เบิร์ดแล้ว ไว้คราวหน้ามาปักกิ่ง หรือผมว่างไปเซี่ยงไฮ้เมื่อไหร่ จะเลี้ยงข้าวแยกต่างหากนะครับ"
หยางอี้ไม่มีเวลาคุยกับเขาแล้ว ข้อความ WeChat ที่ภรรยาส่งมาเขายังไม่ได้อ่านเลย!
ออกจากหน้าแชทกับบรรณาธิการ หยางอี้กดเข้าไปที่รูปโปรไฟล์แมวอ้วนของหลี่เมิ่งเฟย เธอส่งข้อความมาเป็นสิบข้อความแล้ว
พอเปิดหน้าแชท หยางอี้เห็นรูปถ่ายใบล่าสุด มุมปากก็ยกขึ้นโดยอัตโนมัติ ยิ้มออกมาด้วยความอบอุ่นใจ
(จบแล้ว)