- หน้าแรก
- เมื่อผมมีระบบวงการบันเทิงในโลกขนาน แต่ดันแต่งงานกับพี่สาวนางฟ้า
- บทที่ 10 - นางฟ้าไม่ติดดิน?
บทที่ 10 - นางฟ้าไม่ติดดิน?
บทที่ 10 - นางฟ้าไม่ติดดิน?
บทที่ 10 - นางฟ้าไม่ติดดิน?
"หลิวจิ้งหรานฝีมือไม่ตกเลยจริงๆ! เมื่อกี้การควบคุมน้ำตาหยดสุดท้ายนั่นยอดเยี่ยมมาก กลั้นไว้ตลอด พอถึงจังหวะที่ลูกค้าจะมา ถึงค่อย 'แปะ' ร่วงลงมา!"
"ฝีมือหลิวจิ้งหรานไม่มีที่ติอยู่แล้ว แต่อาจารย์สือบอกไม่ใช่เหรอครับ? เหลียงเสี่ยวเป้ยอายุไม่ถึงสามสิบ น่าจะยังดูสาวกว่านี้ หลิวจิ้งหรานมาเล่น ความรู้สึกที่ได้ไม่ใช่ยี่สิบกว่าสามสิบ แต่เหมือนสี่สิบกว่ามากกว่า"
"ถ้าคุณพูดแบบนี้ อาจารย์เหยียนเซียวต้องแคสอีกเหรอ? ตัวจริงเธออายุเยอะกว่าหลิวจิ้งหรานอีก"
"ผมหมายถึง ลองดูคนอื่นอีกก็ได้ อีกอย่างเมื่อกี้ฟู่เวยเวยเล่น ผมว่าก็โอเคนะ เป็นธรรมชาติกว่าฟางอวิ๋นจื่อเยอะ"
"เธอเล่นโอเค แต่ที่รู้สึกว่าโอเคเพราะยังไม่ได้ดูหลิวจิ้งหรานเล่นไง! คุณคิดว่าเทียบกับหลิวจิ้งหรานแล้ว 'เหลียงเสี่ยวเป้ย' ที่เธอเล่นยังเป็น 'เหลียงเสี่ยวเป้ย' อยู่ไหม?"
สือเยี่ยนชิว กลับมาจากเข้าห้องน้ำ ผู้ช่วยผู้กำกับสองคนของเขากำลังเถียงกันหน้าดำหน้าแดง แน่นอน พอเขาเปิดประตูเข้ามา เสียงในห้องลองบทก็เงียบกริบทันที
บารมีของสือเยี่ยนชิวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นที่บริษัทหรือในกองถ่าย ที่นี่แทบจะเป็นคำตัดสินของเขาคนเดียว คนอื่นอาจมีความคิดเห็นได้ แต่ไม่มีทางเปลี่ยนการตัดสินใจของสือเยี่ยนชิวได้เลย
ดังนั้น พอเห็นตาแก่ผอมแห้งหลังค่อมวัยหกสิบกว่าคนนี้กลับมา ผู้ช่วยผู้กำกับทั้งสองก็เงียบเป็นเป่าสาก ไม่กล้าส่งเสียงอีก
"คนต่อไปใคร เสี่ยวฉี ไปเรียกมาซิ!"
สือเยี่ยนชิวยกแก้วสังกะสีเคลือบขึ้นมา จิบชาหนึ่งอึก แล้วค่อยยกมือสั่ง
ข้อถกเถียงของพวกเขา สือเยี่ยนชิวได้ยินตั้งแต่หน้าประตูแล้ว
แต่ต่างจากความเห็นของพวกเขา สือเยี่ยนชิวไม่พอใจนักแสดงหญิงที่มาแคสติ้งก่อนหน้านี้สักคน
การแสดงของฟู่เวยเวย, ฟางอวิ๋นจื่อ แข็งทื่อมาก สือเยี่ยนชิวอ่านเจอแค่ความเศร้าจากสีหน้าท่าทางของพวกเธอ ความเชื่อมโยงกับบทบาท "แม่" นั้นเบาบางมาก รู้สึกเหมือนเป็นพนักงานออฟฟิศสาวที่ร้องห่มร้องไห้สองคน ไม่ใช่ "เหลียงเสี่ยวเป้ย"!
การเปรียบเทียบฟู่เวยเวยกับฟางอวิ๋นจื่อนั้นไร้ความหมาย เพราะความแตกต่างมีแค่เล่นบทพนักงานออฟฟิศสาวได้ดีกว่านิดหน่อย กับเล่นได้แย่กว่าหน่อย แข่งกันแย่จะมีประโยชน์อะไร? ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สือเยี่ยนชิวต้องการอยู่แล้ว
การแสดงของหลิวจิ้งหรานก็น่าพูดถึงอยู่ สมแล้วที่เป็นนักแสดงสายฝีมือเจ้าของรางวัลราชินีจอเงิน การควบคุมสายตา สีหน้า หรือแม้แต่น้ำตาของเธอ อยู่ในระดับที่น่าทึ่ง!
การตีความ "เหลียงเสี่ยวเป้ย" ของเธอ ในสายตาสือเยี่ยนชิวถือว่าเข้าถึงระดับหนึ่ง บางทีถ้าไปอยู่หน้าเซตอาจจะระเบิดฟอร์มได้ยอดเยี่ยมกว่านี้
แต่ปัญหาของหลิวจิ้งหรานไม่ได้อยู่ที่ฝีมือการแสดง ภาพลักษณ์ของเธอไม่ตรงกับคาแรกเตอร์ของเหลียงเสี่ยวเป้ย
เหลียงเสี่ยวเป้ยเป็นคุณแม่ยังสาววัยยี่สิบกว่า ไม่ถึงสามสิบ แถมยังเป็นพนักงานออฟฟิศ รูปร่างน่าจะอรชรสมส่วน หน้าตาก็น่าจะสะสวยสดใส
หลิวจิ้งหรานปาไปสี่สิบกว่าแล้ว หน้าตา ผิวพรรณ ไม่สามารถให้ความรู้สึก "ยี่สิบกว่า" กับผู้ชมได้ อย่าว่าแต่รูปร่างตอนนี้ที่เริ่มเผละ ดูไม่ค่อยจะเชื่อมโยงกับคำว่า "อรชร" ได้เลย
อย่าดูถูกข้อกำหนดเรื่อง "รูปร่างอรชร" เชียว นี่เกี่ยวข้องกับปมขัดแย้งใหญ่ในบทหนัง 《มุ่งสู่ตะวัน》 — ฉาก Cyberbully ในเรื่องก็เกิดจากจุดนี้แหละ!
ดังนั้นสือเยี่ยนชิวจึงไม่สามารถเลือกหลิวจิ้งหรานเพียงเพราะเธอเล่นดี
แต่นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การเฟ้นหา "เหลียงเสี่ยวเป้ย" นั้นยากเย็น
สือเยี่ยนชิวอยากได้ฝีมือระดับหลิวจิ้งหราน แต่อยากได้นักแสดงอายุประมาณยี่สิบกว่าถึงสามสิบ และหน้าตาแบบฟางอวิ๋นจื่อ นักแสดงหญิงที่ตรงสเปกเขาแทบจะงมเข็มในมหาสมุทร!
ไม่ใช่ว่านักแสดงรุ่นเยาว์ฝีมือดีไม่มี วงการบันเทิงจีนไม่เคยขาดแคลนอัจฉริยะ
แต่อายุปานนี้ แล้วหน้าตาสวยด้วย ไม่ใช่ไปเล่นหนังรักวัยรุ่นกันหมดเหรอ? ใครจะยอมมาเล่นบท "แม่"? แล้วใครจะเล่นให้มีออร่าความเป็น "แม่" ได้ล่ะ?
"ก๊อกๆๆ อาจารย์สือครับ"
หลี่เมิ่งเฟยเคาะประตูเข้ามา
เธอจะเป็น "เหลียงเสี่ยวเป้ย" ที่สือเยี่ยนชิวต้องการไหม?
สือเยี่ยนชิวแค่ปรายตามอง พยักหน้า แล้วหลุบตาลงต่ำอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่า สือเยี่ยนชิวไม่ได้คิดแบบนั้น
กระทั่งยังไม่ทันดูหลี่เมิ่งเฟยทดสอบบท สือเยี่ยนชิวก็ฟันธงไปแล้ว
ไม่ใช่ว่าหลี่เมิ่งเฟยนิสัยไม่ดี จริงๆ แล้วสือเยี่ยนชิวค่อนข้างชื่นชมนักแสดงหญิงคนนี้
ถ่อมตัว, มีสมาธิ, น่าจะเติมคำว่า "ใจรัก" เข้าไปด้วย เพราะสมัยก่อนมีข่าวเรื่องเธอเจ็บตัวจากการโหนสลิงเยอะมาก
ถ้าไม่มีใจรักในการแสดง สือเยี่ยนชิวเชื่อว่าผู้หญิงสวยขนาดนี้คงไม่ยอมเอาตัวไปเสี่ยงอันตรายหรอก
แต่หลี่เมิ่งเฟยไม่เหมาะกับบทเหลียงเสี่ยวเป้ย
สือเยี่ยนชิวเคยดูผลงานของหลี่เมิ่งเฟย มีทั้งที่เล่นดี และเล่นแย่
คุณภาพลุ่มๆ ดอนๆ
แต่นี่ไม่เกี่ยวกับว่าเธอตั้งใจทุ่มเทหรือไม่
หลักๆ คือทักษะการแสดงยังไม่ถึงขั้น บทที่เหมาะกับเธอ เธอก็เล่นได้โดดเด่น บทที่ไม่เหมาะ เธอก็เล่นไม่ออก
เหลียงเสี่ยวเป้ยไม่เหมาะกับเธอ แค่สถานะความเป็นแม่ สือเยี่ยนชิวก็คิดว่าหลี่เมิ่งเฟยเล่นออกมาไม่ได้
นักแสดงหญิงที่ลุคนางฟ้าเหาะเหินเดินอากาศ จะไปเล่นบทที่ติดดินขนาดนี้ได้ยังไง?
สัปดาห์ก่อน ทางฝั่งหลี่เมิ่งเฟยใช้เส้นสายขอโอกาสแคสติ้ง สือเยี่ยนชิวปฏิเสธลำบาก บวกกับคิดว่าภาพลักษณ์ของเธอถือว่าผ่านสำหรับบทเหลียงเสี่ยวเป้ย ก็เลยให้โอกาสเธอลองดูสักครั้ง
กรณีนี้คล้ายกับฟางอวิ๋นจื่อ ฟางอวิ๋นจื่อเป็นนักแสดงที่ต้นสังกัดกำลังดันสุดตัว และบริษัทนั้นก็มีความสัมพันธ์อันซับซ้อนกับนายทุนหนัง สือเยี่ยนชิวเลยให้โอกาสเธอมาแคส
"มาสิ คุณลองเล่นฉากที่เหลียงเสี่ยวเป้ยรอลูกค้าที่ร้านอาหารดู ต้องเตรียมตัวไหม?"
สือเยี่ยนชิวชี้ไปที่เก้าอี้ว่าง โต๊ะว่างที่จัดไว้กลางห้องลองบทอย่างสบายๆ แล้วพูดกับหลี่เมิ่งเฟย
"ไม่ต้องค่ะ ผู้กำกับ ฉันเริ่มเลยไหมคะ?"
หลี่เมิ่งเฟยไม่ใช่นักแสดงหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยแคสติ้ง แม้จะสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากผู้กำกับสือเยี่ยนชิว และในใจก็ตื่นเต้นจริงๆ แต่ยังไม่ถึงขั้นลนลาน
"เริ่ม!"
สือเยี่ยนชิวพยักหน้า เอนหลังพิงพนัก กอดอก
หลี่เมิ่งเฟยไม่ได้มองเขา เธอแค่ทำท่าถือกระเป๋าเดิน ก้าวสองสามก้าวก็ถึงเก้าอี้
"ขอบคุณค่ะ ขอน้ำชามะลิกาหนึ่งก่อนค่ะ เดี๋ยวค่อยสั่งอาหาร"
มือเธอเหมือนรับอะไรมาสักอย่าง พลิกดูไปพลาง ลากเก้าอี้นั่งลงไปพลาง
วางกระเป๋า, หยิบมือถือดูข้อความ, วางมือถือพลิกดูเมนู, รับกาน้ำชาแล้วขอบคุณพนักงาน การแสดงเหล่านี้ หลี่เมิ่งเฟยเล่นได้เป็นธรรมชาติมาก แม้แต่ท่าทางที่ไม่มีของจริง ก็ทำได้ถึง ให้ความรู้สึกเหมือนถือมือถือหรือเมนูอ่านอยู่จริงๆ
สิ่งเหล่านี้ไม่มีเขียนในบท เป็นดีไซน์ของหลี่เมิ่งเฟยเอง ถือว่ามีความคิดสร้างสรรค์ทีเดียว
สือเยี่ยนชิวดูด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขารู้ว่าบทบาทพนักงานออฟฟิศสาว หลี่เมิ่งเฟยเล่นได้ไม่ยาก จุดสำคัญคือหลังจากนี้ต่างหาก
หลี่เมิ่งเฟยดึงกาน้ำชามา เตรียมจะยกขึ้นรินใส่ถ้วยตัวเอง ตอนนั้นเอง เธอเหมือนได้ยินอะไรบางอย่าง หันขวับไปมอง
ชั่ววินาทีนี้ เวลาเหมือนถูกแช่แข็ง
หลี่เมิ่งเฟยไม่มีการเคลื่อนไหวอื่น มือซ้ายทำท่าถือถ้วย มือขวาทำท่าจับหูหาน้ำชา แต่หยุดนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อน
เธอไม่มีสีหน้าอื่นด้วย รอยยิ้มจางๆ เมื่อครู่แข็งค้าง ลูกตาจ้องเขม็งไปข้างหน้า นิ่งสนิทเช่นกัน
ความนิ่งนี้ กินเวลานานกว่าหนึ่งนาที!
ผู้ช่วยผู้กำกับที่นั่งข้างสือเยี่ยนชิวอดไม่ได้ที่จะขยับหัว รู้สึกว่าถ้าจ้องต่อไป ตัวเองก็จะแข็งตามไปด้วย
ยังมีผู้ช่วยอีกคนที่หันมามองสือเยี่ยนชิวบ่อยๆ สายตาเต็มไปด้วยความสงสัย อยากรู้ว่าหลี่เมิ่งเฟยค้างหรือเปล่า?
การแสดงแบบนี้ถ้าดูในเน็ต เขาคงคิดว่าเน็ตกระตุก ภาพค้างไปแล้ว
มีใครแสดงละครแบบนี้บ้าง?
คุณไม่แสดงสิ่งที่เห็นออกมาเหรอ? ไม่แสดงปฏิกิริยาต่อสิ่งที่เห็นเลยเหรอ?
แต่สือเยี่ยนชิวก็ดูเหมือนค้างไปเช่นกันเขานั่งนิ่งไม่ไหวติง จ้องมองใบหน้าที่แทบไร้ความรู้สึกของหลี่เมิ่งเฟยตาไม่กะพริบ ดูตั้งใจมาก
ผู้ช่วยผู้กำกับเริ่มเดาทางไม่ถูก ไม่กล้าส่งเสียงรบกวน ได้แต่หันกลับไปดูต่อ
สือเยี่ยนชิวมองเห็นสีหน้าชั่วพริบตาบนหน้าหลี่เมิ่งเฟยอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่สั่นไหวเป็นบางครั้ง หรือการกระตุกเล็กน้อยที่มุมปากและปีกจมูก ผู้กำกับใหญ่เห็นหมด
ความคิดที่เดิมทีค่อนข้างขอไปที พลิกกลับทันควัน สมาธิจดจ่อถึงขีดสุด!
ในที่สุดหลี่เมิ่งเฟยก็ขยับ เธอเริ่มจากขยับดวงตาที่ไม่ได้กะพริบมานาน พริบตาครั้งแรก เธอมองพื้น พริบตาครั้งที่สอง เธอมองมือทั้งสองข้าง
เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองกำลังจะรินน้ำ มือเธอขยับ มือซ้ายขยับเข้ามาใกล้ มือขวาทำท่าจะยกขึ้น
แต่ไม่ได้ยก เพราะดวงตาคู่สวยของเธอไหววูบอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองไปทาง "นอกหน้าต่าง"
คราวนี้ หัวของเธอเริ่มขยับตามเป้าหมายที่จ้องมองช้าๆ แต่สีหน้ายังคงเป็นแบบเดิม — ไร้ความรู้สึก
เธอกำลังมองอะไร?
(จบแล้ว)
(จบแล้ว)