เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 639 ขอโทษที่ซ่อนพลังแท้จริงของข้าเช่นกัน

ตอนที่ 639 ขอโทษที่ซ่อนพลังแท้จริงของข้าเช่นกัน

ตอนที่ 639 ขอโทษที่ซ่อนพลังแท้จริงของข้าเช่นกัน


ข้างทะเลสาบเต็มไปด้วยคนแคระแดนสวรรค์

ตั้งแต่หัวหน้าผู้ปกครองของพวกเขาตาย  พวกเขาไม่รู้ว่าจะทำอะไร  ตอนนี้พวกเขาทุกคนหวังว่าเย่ว์หยางเจ้านายใหญ่ของพวกเขาจะกลับมา  อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางยังไม่ออกมา  มีแต่เมดูซาศิลาทิ่ออกมาตอนแรกนางไม่ได้เรียกฉลามเสือทองออกมา จากนั้นนางสั่งให้พญางูโลหิตและลูกของมันมุ่งหน้าไปยังที่ซึ่งเจ้าอ้วนไห่กับเย่คงอยู่

คนแคระแดนสวรรค์คุกเข่าอ้อนวอนให้เมดูซาศิลาช่วยรับพวกเขาไปด้วย

พวกเขารู้เต็มที่แล้วว่านางเองก็เป็นอสูรของผู้อื่นเช่นกัน  แต่พวกเขาเคยชินกับการมีนักรบคอยดูแลพวกเขา  ไม่มีเจ้านายพวกเขาไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

เมดูซาศิลาชี้ไปที่พญางูโลหิตจากนั้นชี้ให้คนแคระผู้ขลาดเขลาเหล่านี้เห็นว่าควรติดตามพวกมันออกไป ก็จะทำให้พวกเขาไปจากสถานที่นี้  จากนั้นนางตระเวนไปรอบๆทะเลสาบและกระโจนกลับไปในทะเลสาบกลับไปอยู่ข้างเย่ว์หยาง

หลังจากนางหายไป เงาเหล่านั้นในที่ปรักหักพังห่างไกลก็ปรากฏตัวอีกครั้ง

“การปลดผนึกบันไดสวรรค์ชั้นสามล้มเหลว จื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีมองเห็นแผนการของเรา ฝ่าบาทเราจำเป็นต้องรื้อฟื้นและปรับปรุงแผนงานเพื่อเอาชนะศัตรูให้ได้  มิฉะนั้น เราจะไม่ประสบความสำเร็จในการปลดผนึกได้เลยถ้ายังปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้” เงาที่เป็นผู้นำมีน้ำเสียงปนความกังวลขณะพูด “ทั้งจื้อจุนและคุณชายสามตระกูลเย่ว์เป็นคู่ต่อสู้ที่แตกต่างโชคไม่ดีที่พลังของฝ่าบาทยังไม่ฟื้นคืน.. ถ้าพวกเขาไม่ถูกกำจัดทั้งคู่  การร่วมพลังกันของพวกเขาจะมีพลังมากยิ่งกว่าจักรพรรดิอวี้เมื่อหลายพันปีมาแล้ว”

“เรายังมีเวลาอีกเล็กน้อย  ด้วยข้อจำกัดของบันไดสวรรค์ เรามีโอกาสฆ่าทั้งจื้อจุนและคุณชายสามตระกูลเย่ว์  เราเริ่มที่นี่มาก่อน ไม่ใช่พวกเขา  ต่อให้แข่งกันเรื่องเวลา  ตอนนี้เราก็ยังได้เปรียบ”  อีกร่างหนึ่งกล่าวเพื่อลดความกังวล

“คุณชายสามเป็นผู้มีธาตุไม่มั่นคงในสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด  เราสามารถวางใจได้จนกว่าเราจะฆ่าเขาได้”  ร่างที่เป็นผู้นำมองดูทะเลสาบด้วยความเกลียดชัง

“ตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในทะเลสาบกับไฮดรานรก ความจริงก็คือเมดูซาศิลาออกมาตรวจตราภายนอกอย่างไม่รีบร้อน เราสามารถสรุปได้ว่าเขาไม่ได้เปรียบหรือเสียเปรียบด้วยฝีมือและความสามารถของเขา ยากที่ไฮดรานรกจะเอาชนะเขาได้ ปัญหาตอนนี้ก็คือคนผู้นี้จะอยู่ในโลกวารีอีกนานเท่าใด ยิ่งใช้เวลานานก็ยิ่งไม่ดีต่อแผนการของเรา มีโอกาสมากที่เขาจะสังเกตได้ว่าการลวงเขาให้เข้าไปข้างในเพื่อฆ่าไฮดรานรกเป็นกับดัก” บุรุษที่ยืนอยู่ข้างเงาที่นำลูบคางครุ่นคิดด้วยความเคยชิน  “บางทีเราต้องใช้แผนใหม่...”

“ถ้าหัวหน้าและรองหัวหน้าไม่ถือสาที่ข้าออกหน้าข้ามีความคิดดีๆ อย่างหนึ่ง” นักรบแดนสวรรค์ร่างใหญ่โตลุกขึ้นยืน

“บอกมาได้” เงาร่างผู้นำลดเสียงลงตั้งใจฟังความคิดเห็นของคนล่ำสันนี้

“ความจริงแล้วเพื่อให้คุณชายสามตระกูลเย่ว์ไม่สงสัยแผนการของรา  เราเคลื่อนไหวได้ถูกก็จะช่วยให้เขาฆ่าไฮดรานรกได้ เขาไม่เคยรู้ถึงวัตถุประสงค์หลักของเราก็อาจจะฆ่าไฮดรานรกนี้ได้และไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น”  บุรุษตัวใหญ่อธิบาย

“ทันทีที่เราเข้าไป คุณชายสามถตระกูลเย่ว์เก็แค่นวิ่งหนีไป” เงาดำทีเป็นผู้นำรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ความคิดที่ดี

“ไม่, ถ้าเราทุกคนเข้าไปพร้อมกัน นั่นจะเป็นการขู่ขวัญคุณชายสามตระกูลเย่ว์และจะเป็นการเตือนจื้อจุน อย่างไรก็ตามถ้าเราส่งหนึ่งในพวกเราเข้าไป อย่างเช่นคนจากแดนสวรรค์ซึ่งมีประสบการณ์ในการรบใต้น้ำไปร่วมมือกับไฮดรานรกและสู้กับเขา แล้วอย่างนั้นคุณชายสามตระกูลเย่ว์จะทำอะไรได้?  เขาจะไม่หนี เขามีแต่ต้องพยายามอย่างหนักเพื่อฆ่าไฮดรานรก” คนตัวใหญ่ดีใจกับตัวเองที่ได้แสดงความคิดเห็นและหัวเราะออกมา  เขาคิดว่าแผนของเขาจะใช้ได้แน่นอน

“มีปัญหาสองอย่างหนึ่ง คุณชายสามตระกูลเย่ว์จะรู้ได้อย่างไรว่าคนที่เข้าไปสมทบจะเป็นมิตรกับไฮดรานรก?  เรารู้ว่าการโจมตีของไฮดรานรกจะทำอย่างตามอำเภอใจมันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับเขาที่จะสรุปว่าเราไม่ใช่พันธมิตร  สอง คนผู้นี้จะประเมินพลังของเขาได้ไหม?  ถ้าคนผู้นี้แข็งแกร่งเกินไป ก็จะเป็นการบีบบังคับให้คุณชายสามตระกูลเย่ว์ถอย  ถ้าคนผู้นี้อ่อนแอเกินไป  อย่างนั้นก็ง่ายที่เขาจะตายในเงื้อมมือของคุณชายสามตระกูลเย่ว์  และอาจจะจบลงอย่างไรประโยชน์”  เงาที่เป็นผู้นำพูดอย่างสงสัย

“..นี่..” เงาร่างใหญ่ไม่มีข้อเสนออย่างอื่น เขาก้มหน้าและไม่สามารถให้คำตอบได้อีกต่อไป

“เราสามารถลองดูได้ ข้าคาดว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์จะรู้ดีว่าจะฆ่าไฮดรานรกนั้น เป็นไปไม่ได้แต่เขาจะบั่นทอนทีละเล็กทีละน้อย ตอนแรกเขาจะพยายามฆ่าตัวที่อ่อนแอที่สุด เขาทำให้มันแตกตื่นแล้วค่อยบั่นทอนพลังของพวกมันออกไป  ถ้าไม่มีพวกเราเข้าไป  อย่างนั้นเขาจะใช้เวลาที่มีอยู่ทำศึกบั่นทอนกำลังไปเรื่อย  ถ้าเราส่งคนเข้าไปที่นั่นเพื่อร่วมต่อสู้  ก็อาจจบลงเป็นผลดีต่อเราก็ได้” รองหัวหน้าลูบคางด้วยความเคยชินคิดว่าแผนนี้อาจจะใช้ได้ ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับวิธีที่พวกเขาวางแผนเอาไว้ทุกอย่าง

“จื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีอาจมาสนับสนุนคุณชายสามตระกูลเย่ว์ได้ทุกเมื่อ  ถ้าปล่อยให้พวกนางเข้าไปในโลกวารี  หลายอย่างจะกลายเป็นเรื่องแย่”  ร่างเงาดำบอกพวกเขาว่ามีเวลาเหลือไม่มากและพวกเขาต้องการอีกแผนหนึ่งและกำหนดให้มีการเคลื่อนไหวให้เร็ว

“เราสามารถส่งคนที่มีความสามารถสู้ได้ทางอากาศรุกขนาบเขาระหว่างท้องฟ้ากับทะเล รองหัวหน้านี้ได้เอาสมบัติที่ล้ำค่าคล้ายกับดวงดาวออกมา  นี่คือเหรียญตราสันติภาพหลักการทำงานของมันก็คือกำจัดความเกลียดชังแม้ว่าผลกระทบของเหรียญตราของเขาจะมีผลต่อคู่ต่อสู้ที่ทรงพลังอย่างไฮดรานรกจากแดนสวรรค์แต่ก็ไม่สำคัญ  ก็ยังดีกว่าไม่มีอะไรข้ายังมีอีกแผนหนึ่ง นั่นคือจมประตูเทเลพอร์ตโบราณไว้ในส่วนลึกของโลกใต้น้ำยิ่งต่ำลงไปก็ยิ่งดี จากนั้นเราค่อยกระตุ้นการใช้งานประตูเทเลพอร์ตจากภายนอกใช้อักษรรูนสวรรค์เพื่อควบคุมพลังงานของประตูเทเลพอร์ต  ทำให้มันแยกออกมาจากโลกวารีคุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็จะไม่สามารถเทเลพอร์ตออกมาได้เป็นการขังเขาไว้ชั่วคราว เขาจะไม่สามารถออกมาได้ จนกว่าประตูเทเลพอร์ตจะอยู่เหนือระดับน้ำ ข้าคำนวณว่าถ้าเราระเบิดเกาะและจมมันลงไปพร้อมกับประตูเทเลพอร์ตโบราณต่ำลงไปสักสิบเมตร คุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็อาจติดอยู่ที่นั่นอย่างน้อยหนึ่งปี”

“เป็นแผนที่เยี่ยมยอด ทีนี้เรื่องที่ยังไม่รู้ก็คือคุณชายสามตระกูลเย่ว์จะสามารถหลบหนีออกไปได้โดยใช้เครื่องมืออย่างม้วนเทเลพอร์ตได้หรือไม่”  เงาที่เป็นผู้นำไม่รู้สึกยินดียินร้าย

“ถ้าเราอ้างอิงความสามารถในการเทเลพอร์ตของเขาได้จากอาจารย์ของเขาสุ่ยตงหลิว  เขาคงไม่สามารถสร้างผลอะไรกับพื้นที่ผนึกได้  ทักษะในการเทเลพอร์ตของคุณชายสามตระกูลเย่ว์เดิมทีมาจากสุ่ยตงหลิว แต่เขาไม่ได้ศึกษาให้ลึกเกินไป  ดังนั้นความก้าวหน้าของเขาน่าจะยังไม่มาก  ปัญหาเดียวก็คือพวกเขาสามารถไปแดนสวรรค์ได้ อย่างนั้นค่อนข้างแน่ว่าพวกเขามีสมบัติประเภทเทเลพอร์ต  สมบัตินี้อาจอยู่กับจื้อจุนหรือคุณชายสามตระกูลเย่ว์ก็ได้  เราไม่มีข้อมูลเรื่องนี้เลย”  รองหัวหน้าวิเคราะห์

“คุณชายสามตระกูลเย่ว์น่าจะไม่มีสมบัติประเภทเทเลพอร์ต ทั้งนี้เพราะเมื่อมารสัมฤทธิ์ฟ้ากำลังสู้กับราชาเฮยอวี้  เย่ว์ซานอยู่ที่นั่น  ถ้าเย่ว์หยางมีสมบัติอย่างนั้น  เขาก็คงไม่พลาด เขาคงไม่นั่งดูเย่ว์ซานตาย สมบัติเทเลพอร์ตไม่น่าจะอยู่กับเย่ว์หยางหรือจื้อจุน  มันควรจะอยู่กับจักรพรรดินีราตรี  จื้อจุนสามารถผ่ามิติได้ ดังนั้นสมบัติประเภทเทเลพอร์ตไม่มีประโยชน์อะไรกับนาง อย่างไรก็ตามเราไม่อาจพูดได้อย่างเดียวกันกับจักรพรรดินีราตรีผู้ลึกลับ นางยังคงเป็นหนึ่งในคู่ต่อสู้ที่น่าเกรงขามที่เราไม่อาจดูแคลนได้” เงาผู้นำนั้นเสนอข้อมูลรายงานและใช้เสียงในเชิงไตร่ตรอง

“ดีมาก ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเราคงต้องขอให้ท่านหย่งฮุยเคลื่อนไหว!”

“ทำไมต้องข้าด้วยเล่า?”  เงาร่างนั้นงุนงง  “เยี่ยซู่เก่งทางอากาศมากกว่าข้าไม่ใช่หรือ?”

“นั่นก็ถูกที่เยี่ยซู่เก่งในการต่อสู้ทางอากาศมากกว่าเจ้าแต่เยี่ยซู่ไม่มีประสบการณ์ต่อสู้ทางน้ำ ผลที่ตามมาจะเลวร้ายเมื่อเขาตกลงไปในน้ำ หัวหน้าหย่งฮุย หน้าที่ของเจ้าไม่ใช่ให้ไปสู้กับคุณชายสามตระกูลเย่ว์แต่แค่ไปก่อกวนเขา ยั่วโมโหเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้ไม่มีเวลาคิดถึงแผนของเราบางทีเจ้าอาจต้องถูกขังอยู่ภายในนั้นหนึ่งปี ภายในหนึ่งปีต้องให้แน่ใจว่าเจ้าจะไม่ถูกเขาฆ่า  และคอยถ่วงเวลาและบั่นทอนกำลังของเขาทำให้เขาไม่มีเวลาฝึกฝนหรือเพิ่มทักษะพลัง!”  ผู้นำเงาดำนั้นสั่นเล็กน้อยจากนั้นส่งของบางอย่างคล้ายมุกที่ทอประกายสีรุ้งให้เขา “นี่คือส่วนที่ดีที่สุดของมุกสี่ระดับ  มุกมังกรเขียวมันเป็นของหายากกว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์ชนิดไหนๆ เมื่อเจ้าครอบครองมัน ก็จะทำให้เจ้าลงน้ำได้เหมือนกับมังกรตัวหนึ่งถ้าเจ้าสามารถรวบรวมมุกทั้งสี่เหล่านี้เข้าด้วยกันมันจะกลายสภาพเป็นสี่มุกศักดิ์สิทธิ์ซึ่งสามารถเปลี่ยนอสูรธรรมดาให้เป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้! นี่คือสมบัติที่ฝ่าบาทมอบให้ข้าเป็นของขวัญ  ตอนนี้ข้าให้เจ้ายืม  และถ้าเจ้าทำตามที่เราคาดหวังได้สำเร็จ  ฝ่าบาทจะมีสมบัติมากมายให้กับเจ้า”

“ขอรับ”หย่งฮุยมีความสุขและรีบรับไข่มุกไว้ทันที และสัญญาว่าเขาจะทำภารกิจให้สำเร็จตามแผน

“....” สหายสองสามคนของเขานัยน์ตาเป็นประกายอิจฉาเขา

หลังจากใส่เหรียญตราสันติภาพ  เขาถือมุกมังกรเขียวไว้

คนที่ชื่อหย่งฮุยคือนักสู้ปราณฟ้า เคลื่อนผ่านท้องฟ้าเหมือนดาวตกและลอบลงทะเลสาบอย่างเงียบกริบ

หลังจากเทเลพอร์ตสำเร็จ เขาเข้าไปในโลกวารีที่ซึ่งเขาจะสามารถหาเย่ว์หยางพบ  หลังจากใช้เวลาสามนาทีเสาลำน้ำขนาดใหญ่พุ่งออกมาจากทะเลสาบฉีดพุ่งขึ้นไปสูงมากกว่าร้อยเมตร ปรากฏการณ์นี้ทำให้เงาที่เป็นหัวหน้ามีความสุขและเริ่มตะโกนออกคำสั่ง  “ค้นทุกที่ ค้นดูว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์หลบหนีไปจากโลกวารีหรือไม่!”

รองหัวหน้าวิ่งไปถึงข้างทะเลสาบแล้ว

เขาค้นหาอย่างระมัดระวังและตระหนักว่าไม่มีใครออกมา

เขาดำลงไปในทะเลสาบโดยเร็วและใช้อักษรรูนสวรรค์เปิดการทำงานของประตูเทเลพอร์ต...   เขาได้สร้างอักษรรูนสวรรค์ที่ละเอียดประณีตเพื่อถ่ายโอนน้ำและปลาที่อ่อนแอไม่กี่ตัว การเทเลพอร์ตนักสู้ปราณก่อกำเนิดอย่างเย่ว์หยางจำเป็นต้องใช้พลังงานมาก

ส่วนงดงามที่สุดของประตูเทเลพอร์ตโบราณก็คือตราบเท่าที่มีการถ่ายโอนข้อมูลบางอย่างอีกฝั่งหนึ่งทำได้แต่เพียงรอ

ถ้าจะพูดก็คือ ถ้าน้ำยังคงไหลต่อเนื่อง  เย่ว์หยางจะไม่สามารถออกมาจากน้ำได้ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งทรงพลังแค่ไหนก็ตาม เว้นแต่บางคนพบความลับในการควบคุมพลังงานสำหรับประตูเทเลพอร์ตโบราณและทำลายอักษรรูนที่ฝังมาด้วยกัน

ไม่ว่าจื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีจะฉลาดเพียงไหน  พวกนางอาจจะคิดว่าการหายตัวไปของเย่ว์หยางเกิดขึ้นจากแผนการของฝ่าบาท แต่พวกนางไม่มีทางคาดเดาได้เลยว่าเขาติดอยู่ในโลกวารี นี่เป็นแผนการที่มีประสิทธิภาพได้ผลดีอย่างสมบูรณ์เวลาและสถานที่ที่เหมาะสมเพิ่งจะผ่านมา ดีเสียยิ่งกว่าอะไรก็ตามที่มนุษย์สร้างขึ้น  ความสำเร็จของแผนการนี้ไม่ใช่เป็นเพราะความฉลาดของพวกเขาแต่มันผ่านมาจากการช่วยเหลือของเวลาและสถานที่ที่เหมาะสม

เพียงสิ่งเดียวที่พวกเขาต้องการตอนนี้ก็คือกับดักหันเหความสนใจของจื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีจากฝ่าบาทหรือแม้กระทั่งแดนสวรรค์  วิธีนี้คุณชายสามตระกูลเย่ว์จะติดอยู่ในโลกวารีต่อไปอีกสิบปี!

ร่างผู้นำเงา พร้อมกับรองหัวหน้ายิ้มให้กัน  พวกเขาทั้งสองดีใจที่แผนการทั้งสองนี้ใช้ได้ดีโดยไม่ได้เตรียมการมาก่อน

ภายในโลกวารีหัวหน้าหย่งฮุยผู้ปลดปล่อยพลังปราณฟ้าเต็มที่ยินดีกับตัวเอง เนื่องจากเขาจมเกาะให้ลึกลงไปในน้ำอีกร้อยเมตร

แม้จะอยู่ในโลกวารีไปอีกสิบปีก็ไม่เป็นไร

อย่างน้อยสำหรับเวลานี้ มุกมังกรเขียวก็เป็นของเขา  ด้วยมุกนี้เขาสามารถเลี้ยงอสูรน้ำที่แข็งแกร่งได้! ความจริงเขาอยากได้สมบัติอย่างมุกมังกรเขียวของผู้นำมานานแล้ว  ใครจะรู้กันว่าเขาจะได้มันมาสำเร็จ  ตราบใดที่เขาอยู่ที่นี่สิบปี  หัวหน้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาหลังจากเขาออกมาแล้ว เขายังจะได้เป็นเจ้าของมุกมังกรเขียว?

เป็นเรื่องที่พูดยาก!

“แปะ แปะ แปะ แปะแปะ!” เย่ว์หยางยังคงปรบมือพลางถอนหายใจต้อนรับหัวหน้าหย่งฮุย ทำให้เขาสับสน  คนผู้นี้บ้าไปแล้วหรือ?

“ตลกนักหรือ!  ตายซะเถอะ!” หัวหน้าหย่งฮุยไม่สนใจคุณชายสามตระกูลเย่ว์  เขาไม่ได้เป็นนักสู้ปราณฟ้าแล้วยังจะมีความเข้มแข็งอะไร?

“ช้าก่อน,ตอนนี้ข้าไม่ต้องการสู้กับเจ้า” เย่ว์หยางโบกมือและยิ้มเฉิดฉายเหมือนดวงอาทิตย์  “บางทีเราอาจต้องเป็นเพื่อนบ้านกันหลายปีมาเถอะน่า มาพูดคุยและแนะนำตัวเองกันหน่อย!”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร?”  หัวหน้าหย่งฮุยรู้สึกสับสนเล็กน้อย

ไฮดรานรกสองสามตัวเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยหายไปก็ตื่นตัวร่างแต่ละตัวลอยตัวอยู่เหนือผิวน้ำมองดูเหมือนเกาะน้อย

เย่ว์หยางหัวเราะและกล่าว “ความจริง,ข้าไม่อาจทนฝืนใจกล่าวคำอำลาเจ้าได้ นอกจากนั้นคนใจกว้างอย่างเจ้าหาได้ยากจริงๆ อุตส่าห์ลำบากลำบนขนสมบัติมาให้ถึงที่นี่ข้ารู้ว่ามันมาจากใจจริงของเจ้า ตอนนี้ข้าขอรับไว้ด้วยความขอบคุณ!”

ในอีกสมรภูมิหนึ่ง จงเหลยถิงกำลังไล่ล่าราชันย์ปีศาจใต้หยุดทันที

เขามีท่าทีหยิ่ง

เขาเยาะเย้ยถากถางราชันย์ปีศาจใต้  “เจ้าหญิงเผ่าภูตบูรพา, ข้าอยากจะขอโทษ  ถ้าเจ้าไม่มีความสามารถอื่นอะไร  ข้าจะฆ่าเจ้าเสียที่นี่เดี๋ยวนี้แหละ  เจ้ารู้ไหม,ทำไมข้าถึงไล่ตามเจ้ามาตลอดจนถึงที่นี่? ข้ากลัวว่าจะเปิดเผยพลังที่แท้จริงแก่คนบางคน  ความจริง ข้าบรรลุปราณก่อกำเนิดระดับสิบมาเมื่อครึ่งปีก่อน  พลังที่แท้จริงของข้ามากกว่าที่เจ้าเห็นอยู่ในตอนนี้ถึงสิบเท่า”

จงเหลยถิงกดมือทั้งสองลงและร่างของเขาหดเล็กน้อย

พลังยิ่งใหญ่ดูเหมือนจะปลดปล่อยออกมาจากร่างของเขา

เทียบกับเมื่อครู่ก่อนนี่อย่างน้อยก็มากกว่าที่เคยเห็นถึงสิบเท่า พลังไฟฟ้าม้วนวนรอบตัวของเขา พลังคลื่นที่แข็งแกร่งสั่นสะท้านพื้นโลกไปไกลถึงพันเมตร  หินและทรายขยับเคลื่อนไหว  ซากหักพังใต้เท้าของเขากลายเป็นฝุ่นธุลีแล้วเปลี่ยนเป็นพายุทราย

ในทันใดนั้นจงเหลยถิมาถึงที่ด้านหลังราชันย์ปีศาจใต้

เขาเงื้อหมัดสายฟ้าขึ้นในอากาศ ใช้เสียงยั่วโมโหว่า “เจ้ามีอะไรจะสั่งเสียไหม?”

ราชันย์ปีศาจใต้ตะลึง

หลังจากนั้นก่อนที่นางตั้งสติและตอบสนองกับคำพูดนั้น

นางค่อยๆ หันหน้ามาและประเมินพลังที่แท้จริงของปราณก่อกำเนิดระดับสิบที่จงเหลยถิงแสดงออกมา

ตอนแรกจงเหลยถิงรู้สึกดีใจมากความจริงเขาดีใจที่ได้เห็นท่าทีจนใจในใบหน้าของอีกฝ่าย เขาชอบใช้พลังที่ไม่คาดคิดแบบนี้ทำลายจิตวิญาณพวกเขาการครอบงำได้ดูเหมือนจะทำให้เขามีความสุขมาก  เขาชอบมองดูศัตรูที่เต็มไปด้วยความมั่นใจถูกพลิกสถานการณ์ทำให้หน้าพวกเขาซีดขาวด้วยความสิ้นหวังเมื่อพวกเขาเห็นหมัดระดมใส่เพื่อฆ่าพวกเขา

ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าเขาต้องการให้ราชันย์ปีศาจใต้ตายด้วยความเจ็บปวดที่สุดและหวาดกลัวเขามาก  เขาจะไม่รีรอแม้แต่น้อยและฆ่านางในทันที

แต่การฆ่าทันทีไม่ทำให้เขาสาแก่ใจ!

สิ่งที่เขาต้องการคือทำให้นางกลัวจนสิ้นปัญญาก่อนที่นางจะตาย

จงสั่น สั่นกลัวต่อหน้าข้า! จงเหลยถิงเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองต่อโลกอย่างสิ้นเชิง

ทันใดนั้น เขารู้สึกประหลาดใจเนื่องจากเขาไม่เห็นว่าราชันย์ปีศาจใต้สั่นอีกต่อไป  แต่กลับมีความสุขขณะมองดูมือของนาง  เขาค่อนข้างสับสน

“ของที่อยู่ในมือเจ้าคือโซ่เทพสายฟ้าใช่ไหม?  แขวนไว้ที่คอของเจ้าจะเหมาะสมหรือ?ให้ข้าดีกว่า  ข้าชอบสมบัติแบบนี้  รีบถอดมาให้ข้าเร็วเข้า  สมบัติมีค่าแบบนี้จะเสียของเปล่าในมือเจ้าซะเปล่าๆ!” ราชันย์ปีศาจใต้เป็นพวกบ้าสะสมสมบัติ ทันทีที่นางเห็นสมบัติ นางจะไม่สนว่าใครเป็นเจ้าของ นางต้องเอามาให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม

“ตอนนี้,ข้าเข้าใจแล้วว่าคุยกับสตรี เสียเวลาเปล่าจริงๆ!”  จงเหลยถิงไม่มีอะไรจะพูด ทั้งหมดที่พวกนางห่วงก็คือสมบัติแม้ว่าพวกนางจะใกล้ตายก็ตาม

“ไม่ใช่บุรุษทุกคนจะคิดอย่างเจ้า  เย่ว์หยางนั้นจะต่างออกไป แน่นอนว่าเจ้าไม่ใช่เขาและไม่มีทางไปถึงระดับเขาได้  ดังนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดามาก”  ราชันย์ปีศาจใต้ยิ้มราวกับว่านางกำลังคุยโตเหมือนคนบ้า

จงเหลยถิงรู้สึกโกรธจัด เขาต้องการจะใช้หมัดสังหารทันทีเมื่อนางยิ้มหวานที่สุด  เขาปล่อยหมัดสังหารทันที

หมัดนี้มีพลังพอจะสังหารนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเก้า

ไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับราชันย์ปีศาจใต้แม้แต่น้อย

นางปัดฝ่ามือของจงเหลยถิงได้อย่างง่ายดายพร้อมกับหัวเราะ  นางค่อยๆเพิ่มพลังจนถึงปราณก่อกำเนิดระดับสิบชั้นสูง ไม่เพียงแต่นางเพิ่มขึ้นมาในระดับเดียวกับจงเหลยถิงเท่านั้น แต่นางยังเหนือกว่าโดยเพิ่มไปถึงระดับสิบชั้นสูง  จนใกล้จะได้เป็นนักสู้ปราณฟ้าอยู่แล้ว  จงเหลยถิงรู้สึกเหลือเชื่อและเกิดความกลัวแทน ราชันย์ปีศาจใต้ลูบผีผาหยกที่นางถือไว้อย่างสง่างาม  “ข้าก็ต้องขอโทษที่ปิดบังพลังที่แท้จริงไว้...... จะได้มั่นใจว่าโซ่เทพสายฟ้าของเจ้าไม่หนีหายไปไหน  ไหนๆ ของนั่นก็จะไม่เป็นประโยชน์กับเจ้าแล้วไม่ใช่หรือ?”

จบบทที่ ตอนที่ 639 ขอโทษที่ซ่อนพลังแท้จริงของข้าเช่นกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว