เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 637 คนต่อไปเป็นเจ้า!

ตอนที่ 637 คนต่อไปเป็นเจ้า!

ตอนที่ 637 คนต่อไปเป็นเจ้า!


“เป็นเจ้าเองหรือ?”  นางเซียนหงส์ฟ้าเลิกคิ้ว ความจริงนางรู้แล้วว่าราชันย์ปีศาจใต้มาที่นี่เพื่อร่วมสู้แต่นางไม่เคยคิดเลยว่านางจะมาสนับสนุนทางด้านนี้แทนที่จะตรงไปหาเย่ว์หยาง

“จะให้ข้าพลาดการต่อสู้ที่น่าตื่นเต้นนี้ได้ยังไง?”  ราชันย์ปีศาจใต้โบกมือนางเบาๆนิ้วของนางกรีดสายผีผาอย่างนุ่มนวล

เสียงดีดไพเราะราวกับเสียงดุริยางค์ทิพย์

เสียงดีดอีกครั้งหนึ่งดังก้องกังวาล

ช่างไพเราะและสดชื่นชุ่มฉ่ำใจเหมือนกับน้ำพุชโลมในหัวใจทำให้มึนเมาลุ่มหลงกับดนตรีนัก

ตาของจงเหลยถิงเบิกกว้างขึ้นทุกทีและตระหนักได้ว่าเสียงผีผานี้ความจริงคือไม้ตาย

ระลอกคลื่นเสียงพุ่งตรงเข้าหาเขา  ด้วยทักษะของเขา  ปกติเขาสามารถป้องกันได้  อย่างไรก็ตามองครักษ์ส่วนตัวของเขาเริ่มกระอักโลหิตทีละคนๆ ในท่ามกลางเพลงกระชากวิญญาณ  ตอนนี้เขาโกรธมากเมื่อราชันย์ปีศาจใต้สังหารคนของเขาไปมากกว่าร้อยคน  ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาวางแผนอย่างรอบคอบจนทำให้เขาไม่สามารถแทรกแซงในเรื่องนี้ได้ในตอนนี้  เขาคงจะคลั่งไปแล้วตอนนี้ราชันย์ปีศาจใต้มาตอแยเขาอีกด้วยคลื่นเสียงโจมตีฆ่าองครักษ์ส่วนตัวของเขาไปมากกว่าสิบสองคนโดยทำให้อวัยวะภายในของพวกเขาแตกสลาย

ส่วนที่แย่ที่สุดก็คือแม้ในความตาย  องครักษ์ส่วนตัวของเขาก็ยังมีอาการยินดีจากเพลงไพเราะอย่างประหลาดราวกับว่าพวกเขาไม่รู้ว่าอวัยวะภายในของพวกเขาแตกสลายไปแล้ว

หัวหน้าทหารรับจ้างกลุ่มหมาป่าประจัญบานปรบมือหัวเราะตามปกติ  “ช่างเป็นเพลงที่ไพเราะ! วิธีฆ่าศัตรูของเจ้าที่ดูสง่างาม น่าทึ่งจริงๆ”

ราชันย์ปีศาจใต้พูดด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ  “ยังมีเรื่องที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าตามมาแห!”

ไม่รอให้จงเหลยถิงพูด นางเคลื่อนไหวมือทั้งสองของนางอย่างรวดเร็ว เหมือนกับพายุฝนที่บ้าคลั่ง

เดิมที่เสียงผีผาน่าซาบซึ้ง แต่เปลี่ยนจังหวะไปอย่างกะทันหันกลายเป็นเสียงที่ดังกังวาลราวกับว่ามีทหารเดินสวนสนามในสนามรบ

แม้แต่พวกที่คิดช้าและไม่ค่อยเข้าใจดนตรีก็แทบเห็นพวกเขาเดินเป็นขบวน  คำสั่งของผู้บัญชาการทั้งหมดพวกเขาพุ่งตะลุยออกมาหาศัตรูฉากภาพทำให้ผู้คนเต็มไปด้วยอารมณ์ที่มิอาจควบคุมได้ ราวกับว่ามีเลือดเดือด ดูเถิดธงรบโบกสะบัดพัดพลิ้วอยู่ต่อหน้ากองทัพ นำทหารให้พุ่งไปข้างหน้า ฟังเถิด,เสียงกลองศึกดังขึ้น... เสียงกีบเท้าม้ากระทบพื้น พื้นสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นด้วยพลังมหาศาล จนกระทั่งสีของท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนไป.. พวกเขาเจอกับฝนธนูนับหมื่นพบกับหลาวแทงใส่ ทหารเหล่านั้นที่ถูกฆ่าตายยังไม่หยุดเคลื่อนไหวขณะที่พวกเขาตะลุยขึ้นหน้าอย่างไม่เกรงกลัว

คนพวกนั้นถูกฆ่าก็ล้มลงกับพื้น

กองทัพที่ไร้เทียมทานไม่หยุดเคลื่อนที่แม้ว่าม้าของพวกเขาจะย่ำศพของสหายพวกเขาก็ตาม...

ทั่วทั้งบริเวณถูกครอบคลุมไปด้วยบทเพลงแห่งความตายของของราชันย์ปีศาจใต้ สมาชิกของกองกำลังสายฟ้าพอได้ยินเพลงแล้วก็ล้มลงกับพื้นทีละคนๆบางคนมองดูเหมือนว่าหน้าผากของพวกเขาถูกธนูยิง บางคนก็มีท่าทางเหมือนถูกหอกปักหัวใจ บางคนเหมือนกับถูกม้าย่ำใส่ ความตายของพวกเขาคล้ายกับทหารในบทเพลงของนาง วิญญาณของพวกเขาคร่ำครวญอย่างเงียบๆและตายทีละคนๆ โดยเริ่มจากคนที่อ่อนแอก่อน

บรรดาผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อยจะฝืนตัวเองไว้อย่างยากลำบาก แต่ความเปลี่ยนแปลงในบทเพลงที่ตามมาทำให้พวกเขาถูกบทเพลงมอมเมาจนถึงกับไม่สามารถปลดปล่อยตนเองได้

ถ้าขณะนั้นจงเหลยถิงออกมายืนตวาดเขาอาจทำลายบทเพลงและช่วยพวกเขาได้

น่าเศร้าที่ปัจจุบันนี้จงเหลยถิงยังจมอยู่ในบทเพลง  แม้ว่าเขาจะใช้นิ้วอุดหูเขาก็ไม่สามารถห้ามวิญญาณตนได้ ไม่ใช่เพียงแต่จงเหลยถิงเท่านั้น แต่สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบาน แม้แต่หัวหน้ารองหัวหน้าก็ไม่สามารถหนีพ้นไปจากบทเพลงลวงวิญญาณได้

คนแรกที่หลุดเป็นอิสระจากบทเพลงลวงวิญญาณก็คือบุรุษที่สวมหมวกสูงจากกลุ่มโจรตัวตลก

เขาไม่พูดเพื่อรบกวนการแสดงฝีมือของราชันย์ปีศาจใต้

เหตุผลข้อแรกเพราะเขาชอบเพลงจึงไม่อาจทนทำลายบทเพลงสะท้านวิญญาณนี้เป็นธรรมดา  ประการที่สองสมาชิกทหารของจงเหลยถิงจะกลายเป็นเครื่องบูชายัญซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการยืมมือศัตรูฆ่าพวกเขาจะไม่ทำให้จงเหลยถิงรู้สึกรังเกียจแม้ว่าเขาจะไม่ใส่ใจเงื่อนไขของจงเหลยถิง แต่เขาก็ยังต้องการอาศัยเขาในการบูชายัญสำหรับผนึกโบราณ และยังต้องอาศัยเขาในการค้นหาแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ  ประการที่สาม มารกฎฟ้ายังอยู่อีกด้านหนึ่งและพลังกฎสายฟ้าของนางร้ายกาจน่ากลัว ทันทีที่เขาทำลายบทเพลงของราชันย์ปีศาจใต้ พลังกฎสายฟ้าที่น่ากลัวจะต้องโจมตีใส่ศีรษะของเขาแน่นอน

แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องไปรับสายฟ้านี้แทนกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบานเล่า

กลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบานเดิมทีกะให้เป็นแพะรับบาปอยู่แล้ว

บุรุษหมวกสูงไม่พูด เขายังคงอยู่เงียบๆ คอยหนุนหลังช้าๆหาระยะที่ปลอดภัยที่สุดหลบเลี่ยงการโจมตีของมารกฎฟ้า...เขาเคลื่อนหนีรังสีสังหารของมารกฎฟ้าผลักดันจากตัวเองไปหาหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบาน

ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีผู้ใดขัดขวางการแสดงของนางราชันย์ปีศาจใต้ยังคงเล่นบทเพลงของนางไปโดยไม่รู้สึกฝืน ขณะที่นางบรรเลงช้าๆ

จังหวะช้าลงเหมือนช่วงเวลาสงบสั้นๆ หลังพายุรุนแรง...เมื่อเพลงท่อนนี้ทำให้ผู้คนแทบเห็นโลหิตสีแดงฉีดพุ่งเต็มท้องฟ้า  หลังจากพายุรุนแรงสงบ ทหารผู้โกรธเกรี้ยวกระหายเลือดก็ล้มลงกับพื้น  ศพของพวกเขากระจัดกระจายอยู่บนภูเขาและทุ่งร้างสมรภูมิเย็นยะเยือก

ทหารผู้รอดตายในกองซากศพเริ่มคลานออกไปช้าๆ

พวกเขาไม่กระตือรือร้น  เพียงแต่นั่งอยู่กองซากศพอย่างมึนชา  สายตาเหม่อมองดูเหมือนไม่มีพลังอยู่ในแววตาเลย

ท้องฟ้าเริ่มมีฝนตกความเย็นยะเยือกและคราบเลือด สายลมยามเย็นพัดผ่านสนามรบ  โลหิตของหลายศพก่อตัวเป็นสายธารและเปลี่ยนสภาพไปเป็นบ่อ

นอกจากธงที่โบกสะบัด  ไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดที่สามารถเคลื่อนไหว

ความมืดเริ่มโรยตัว

เมฆครึ้มครอบคลุมฟ้าบดบังจันทราเหมือนใจที่มืดมนของทหาร

สายลมเย็นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดยังคงพัดผ่านเหมือนกับว่าจะพัดพาไปไกลจากแผ่นดินเกิด

บิดามารดาผมหงอกขาวโพลนหลายคนนับไม่ถ้วนเหล่าภรรยาผู้หวังจะได้พึ่งพานับไม่ถ้วนต่างเช็ดน้ำตาเงียบงัน พวกเขาไม่อาจหวังให้บุคคลผู้เป็นที่รักกลับมาได้อีกตลอดไป  เฉพาะเด็กเหล่านั้นผู้ไม่สามารถเข้าใจได้ถึงความกังวลยังคงยิ้มอย่างมีความสุขภายใต้โคมไฟและถามมารดาของพวกเขาโดยไม่รู้ว่าสิ่งที่พวกเขากินอาจเป็นอาหารมื้อสุดท้ายพ่อแม่สูงอายุเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขณะที่สะใภ้ของพวกท่านต้องแกล้งทำเป็นสุขใจปลอบประโลมพวกท่าน แต่ตนเองกลับลอบร้องไห้ในราตรีที่มืดมิดยามที่ไม่มีผู้ใดรู้

หิมะมากมายเริ่มปกคลุมสมรภูมิเลือดทหารแก่สองสามคนที่รอดชีวิตเดินฝ่าหิมะไปทีละก้าว

ในแต่ละก้าวบางคนก็ล้มกับพื้นและหลับไปตลอดกาล

กองกำลังที่เหลืออยู่คืนกลับถูกทิ้งไว้เพียงคนเดียว ร่างที่โดดเด่นขยับก้าวออกไปอีกห่างไกลออกไปในท่ามกลางหิมะ

จนกระทั่งกลางวันเมื่อตะวันอุทัยจากทิศตะวันออก  ทุกคนเห็นได้ว่าคนสุดท้ายไม่อาจเดินออกมาจากหิมะกว้างไกล  เขากลายเป็นตุ๊กตาหิมะ แต่สายตาของเขาเหม่อเมองไปทิศทางถิ่นเกิดของเขา.. เบื้องหลังตุ๊กตาน้ำแข็งมีรอยเท้าเปื้อนเลือด สายลมเย็นพัดกระโชกรุนแรงราวกับฟ้าและดินสูญเสียพลังทั้งปวด

“แฮก แฮก!” เมื่อจงเหลยถิงฟื้นจากบทเพลง เขาตระหนักได้ว่าร่างของเขาแข็งกระด้างเหมือนไม้  มีกระทั่งเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่ที่หน้าและลมหายใจที่พ่นออกมาจากตัวเขามีไอสีขาว

เขาไม่อยากเชื่อได้เลยว่าเขาเองเป็นถึงนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเก้ายังไม่สามารถต้านทานบทเพลงลวงตานี้ได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับบริวารของเขา?

เมื่อเขาหันไปดูรอบๆสิ่งที่เขาเห็นก็มีแต่เพียงทุ่งที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาน้ำแข็ง

กลุ่มกองสายฟ้าที่ประกอบไปด้วยนักรบฝีมือดีนับพันคนกลายเป็นตุ๊กตาน้ำแข็งไปหมด

นอกจากนักสู้ปราณก่อกำเนิดจำนวนเล็กน้อยที่ยังรอดอยู่ได้  ส่วนทหารที่เหลือถูกกำจัดหมด

“ไม่นะ ไม่!”

จงเหลยถิงร้องโหยหวนทรมานและกอดอกตัวเองแน่น

เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขารู้สึกปวดใจ!

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกสิ้นหวัง

ความเจ็บปวดที่เขารู้สึกแย่พอๆกับเมื่อตอนที่เขาทราบข่าวการตายของราชาเฮยอวี้

แม้ว่าแม่ทัพจงเหลยถิงตื่นตัวระดับสูงและป้องกันหูของเขาได้แล้วก็ตาม แต่เขาไม่เคยคิดว่าบทเพลงมอมประสาทของราชันย์ปีศาจใต้จะสั่นสะท้านก้องในวิญญาณเขาด้วยและยังสามารถทำให้ร่างกายของเขาเกิดอาการตอบสนองไปด้วยเขาตกอยู่ในบทเพลงมอมประสาทไม่สามารถหยุดยั้งตัวเองให้ดื่มด่ำกับบทเพลงได้ สิ่งที่ทำให้จงเหลยถิงสิ้นหวังก็คือเป็นเพราะราชันย์ปีศาจใต้ได้ปล่อยคลื่นเสียงโจมตีก่อนหน้านั้นสองครั้งแล้ว  เขาประมาทพลังที่แท้จริงของนางอย่างเข้าใจผิด เขาคิดว่าเขาจะสามารถป้องกันบทเพลงโจมตีของนางได้ ใครจะคิดกันว่าเมื่อนางปล่อยพลังโจมตีสูงสุดของนางกลับทำให้กองพลสายฟ้าถูกกำจัด

ถ้ากองกำลังสายฟ้าถูกนักสู้ปราณฟ้าอย่างมารกฎฟ้าทำลาย  จงเหลยถิงจะไม่รู้สึกเสียใจอย่างนั้น แต่ราชันย์ปีศาจใต้เป็นแค่เด็กสาวที่มีระดับพลังพอๆ กับเขา

ทำไมต้องเป็นนางที่กำจัดกองทัพของเขาโดยการโจมตีเพียงครั้งเดียว  ทหารที่ใช้เวลาฝึกฝนมาหลายร้อยปี?

จงเหลยถิงโกรธจัดจนปอดแทบระเบิด

“ฆ่า!” เขาบุกเข้าหาราชันย์ปีศาจใต้  ไม่ว่าทักษะสู้รบกฎหรือแผนอะไรก็ตาม เขาไม่ต้องการมันอีกต่อไป

ในใจของเขาเพียงต้องการกำจัดสตรีที่ทำลายกองทัพของเขา

นางต้องตายด้วยมือของเขา

ราชันย์ปีศาจใต้ยังถือผีผาหยกในอ้อมกอดนางลอยตัวอยู่ในอากาศด้วยสีหน้าเหยียดหยามเล็กน้อย

นางเหมือนนางฟ้าเลื่อนลอยลงมายังพื้นโลก

ความเคลื่อนไหวของนางงดงามเหมือนกับภาพฝัน

แม้ยามที่นางหลบหลีกพลังโจมตีด้วยความโกรธของจงเหลยถิงก็เหมือนกับนางกำลังร่ายรำอยู่ในอากาศ

นางรู้ว่านางไม่แข็งแกร่งเท่ามารกฎฟ้า แต่การกำจัดกองกำลังสายฟ้าและล่อลวงให้ผู้บัญชาการกิ้งก่าสายฟ้าโกรธยังเป็นเรื่องที่นางทำได้  สำหรับการต่อสู้กับนักสู้ปราณฟ้าทั้งสามคนนางจะปล่อยให้มารกฎฟ้าจัดการ นางไม่มีโอกาสสู้กับศัตรูแบบนั้นได้ทันที

เป็นไปตามแผนที่วางไว้ตอนแรกราชันย์ปีศาจใต้ล่อให้จงเหลยถิงออกไปเพื่อลดภาระของสหายของนางและหายลับขอบฟ้าไปทันที

จงเหลยถิงรีบไล่ตามทันที

ทั้งสองคนหายลับสนามต่อสู้ไปอย่างรวดเร็ว

มารแค้นฟ้า,มารฟ้าวิบัติและสมาชิกวังมารมองหน้ากันเองด้วยความกลัว!

โชคดีที่ราชันย์ปีศาจใต้ไม่ใช่ศัตรูของพวกเขา  มิฉะนั้นพวกเขาคงได้ปวดหัวหนัก  ใครจะหลบหนีบทเพลงลวงประสาทได้เล่า? ราชันย์ปีศาจใต้ตอนนี้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเก้า ถ้านางยกระดับขึ้นเป็นนักสู้ปราณฟ้าและมีพลังรู้แจ้งขอบเขตสุดยอดปราณก่อกำเนิดและใช้พลังคลื่นเสียงโจมตีของนาง อย่างนั้นจะมีใครในโลกนี้เป็นคู่ต่อสู้นางได้?  ต่อให้มี ก็เพียงไม่กี่คนเท่านั้น!

เผ่าภูตบูรพาไม่ใช่ศัตรูที่จัดการง่ายเลย,มิน่าเล่าเผ่าพันธุ์พวกเขาถึงได้เป็นที่รู้จักว่าแข็งแกร่งที่สุดในหอทงเทียน

“ไม่เลย ข้าชอบมาก” หัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบานจากแดนสวรรค์แกล้งทำเป็นโบกมืออย่างผ่อนคลาย  แต่ความจริงเขาคือนักสู้ปราณฟ้าก็ยังติดอยู่ในบทเพลงลวงวิญญาณเช่นกัน

โชคดีที่ศัตรูของเขาไม่ได้ฉวยโอกาสโจมตีเขา  มิฉะนั้นเขาคงอับอายขายหน้าเป็นแน่

เพื่อกลบเกลื่อนความจริงว่าเขาสูญเสียการควบคุมจิตวิญญาณเขาตัดสินใจเคลื่อนไหวบางอย่าง

กองกำลังสายฟ้าที่ถูกกำจัดเหมาะเป็นเครื่องบูชายัญเพื่อกระตุ้นประตูเทเลพอร์ตโบราณ  เขาชี้นิ้วของเขาเลียนแบบท่าของนางเซียนหงส์ฟ้า ระเบิดพลังระดับปราณฟ้าพุ่งผ่านพื้นเป็นร่องยาวหลายร้อยเมตรกว้างสองเมตรและลึกสามเมตรจากตัวเขาไปถึงตัวผนึกโบราณ ขณะเดียวกันเขางอนิ้วอย่างมั่นใจสร้างเปลวเพลิงด้วยนิ้วของเขาครอบคลุมตลอดสนามรบและละลายน้ำแข็งของตุ๊กตาน้ำแข็งที่ราชันย์ปีศาจใต้สร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว

ธารโลหิตไหลผ่านไปตามร่อง

มันไหลเข้าหาผนึกโบราณอย่างช้าๆ  ... แม้ว่าผลที่ได้จะไม่ดีเท่ากับบูชายัญด้วยชีวิตบนผนึกโบราณเองแต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้เสียเปล่า!

“งั้นเพิ่มเลือดของเจ้าไปด้วย!” ร่างของนางเซียนหงส์ฟ้าหายไปและปรากฏอยู่ด้านหลังของหัวหน้าของกลุ่มทหารรับจ้างหมาป่าประจัญบาน นักสู้ปราณฟ้าทั้งสามคนตกใจโจมตีพร้อมกันทันที  หัวหน้าทหารรับจ้างดูเหมือนจะคาดการณ์เรื่องนี้ไว้แล้วเขาตวัดกรงเล็บผ่าพสุธาของเขาโจมตีใส่หลังของนางเซียนหงส์ฟ้ามนุษย์หมีรองหัวหน้ากลุ่มปล่อยหมัดที่แข็งแกร่งเพียงพอจะบดขยี้นางเซียนหงส์ฟ้าได้  บุรุษที่สวมหมวกสูงยังไวกว่าอีกสองคน นิ้วสีเขียวเหมือนภูตพรายเหมือนกับศพอาบยาพิษแทงใส่หลังของนางเซียนหงส์ฟ้า

“เจ้าตกเข้ามาอยู่ในกับดักของเราแล้ว!” หัวหน้าทหารรับจ้างยิ้ม ความร่าเริงยินดีกับการดักจับศัตรูได้ฉายอยู่ในดวงตาของเขา

“ตาย!”

คำตอบของนางเซียนหงส์ฟ้ามีเพียงคำเดียว

นางไม่ได้หลบเลี่ยงหรือหายไป นางเหยียดมือออกและผลักระเบิดพลังงานใส่ศีรษะศัตรู...เนื่องเป็นท่าไม้ตายโจมตีของนักสู้ปราณฟ้าถึงสามคน  ส่งผลให้ร่างนางปลิวทันทีร่างของนางปลิวเป็นแนวโค้งและร่วงลงจากอากาศ เมื่อลงมายืนบนพื้น ร่างของนางสั่นสะท้านเล็กน้อย  มีบาดแผลถูกแทงสิบแผลบนหลังของนางบาดแผลฟันที่ไหล่ของนาง และแขนซ้ายนางมีเลือดหยด

อย่างไรก็ตาม ทุกคนยังคงมองดูมารกฎฟ้าด้วยความประหลาดใจเหมือนกับว่าพวกเขาไม่อาจเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้

พวกเขาตกใจไม่ใช่เพราะบาดแผลของนาง  แต่เป็นเพราะศักยภาพสังหารที่น่ากลัวของนาง

หัวหน้าทหารรับจ้างกลุ่มหมาป่าประจัญบานจากแดนสวรรค์เป็นนักสู้ปราณฟ้าผู้ป่าเถื่อน

ในท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน  ศีรษะของเขาระเบิดเป็นเสี่ยง!

สลายวิญญาณ!

ฆ่าทันที!

ศพที่ไร้ศีรษะล้มลงกับพื้นโลหิตกระจายไปทั่วพื้นที่! สิ่งที่น่ากลัวที่สุดก็คือคนผู้นี้ยังไม่รู้ตัวว่าเขาตายแล้ว ก่อนที่ศีรษะเขาจะระเบิดก็ยังยิ้มหยิ่งยโสอยู่เพราะเขาคิดว่าเขากักศัตรูได้สำเร็จ... สำหรับนางเซียนหงส์ฟ้าเพิ่งฆ่าศัตรูแข็งแกร่งได้สำเร็จนางเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างไม่สะทกสะท้านนางพุ่งเข้าหารองหัวหน้ามนุษย์หมีด้วยรอยยิ้มที่งดงามแต่แฝงแววอำมหิต  “คนต่อไปเป็นเจ้า!”

จบบทที่ ตอนที่ 637 คนต่อไปเป็นเจ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว