เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 629 ช่วงอันตราย การหายไปของผนึกโบราณ

ตอนที่ 629 ช่วงอันตราย การหายไปของผนึกโบราณ

ตอนที่ 629 ช่วงอันตราย การหายไปของผนึกโบราณ


หลังจากผ่านเข้าประตูเทเลพอร์ตอีกครั้งสิ่งที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าพวกเขาก็คือโลกที่กันดารรกร้าง

ว่างเปล่า ไม่มีอะไรนอกจากแผ่นดินรกร้างสุดสายตา

สถานที่ซึ่งไร้ชีวิตโลกที่มึนทึมปราศจากชีวิตซึ่งในตัวเอง  เศษของอาคารที่เหลือโดยรอบสถานที่แสดงให้เห็นถึงอดีตที่รุ่งเรืองของโลกใบนี้ โลกที่เคยประกอบไปด้วยชีวิต ร่องรอยของชีวิตในอดีตสามารถพบได้ในทุกที่...แต่เห็นได้ชัดว่าโลกนี้ไม่มีชีวิตอีกต่อไป ไม่มีมนุษย์ที่มีชีวิต  สัตว์  แมลงหรือแม้แต่หญ้าสักต้นหนึ่ง  มีแต่ความเงียบและพื้นที่ว่างเปล่า

พื้นผิวของโลกปราศจากสีสัน มีแต่ความมืด  ท้องฟ้าเป็นสีเทาและไม่มีอากาศไหลเวียน  ไม่มีลมพัด

ดูเหมือนไม่มีความเคลื่อนไหวที่นี่

เมื่อเย่คงและเจ้าอ้วนไห่เดินออกมาจากประตูเทเลพอร์ตก้าวเข้าสู่โลกนี้ปฏิกิริยาครั้งแรกของพวกเขาก็คือกลัวตั้งแต่แรก

“นี่มันสถานที่อะไรกัน? นี่คือแดนล่มสลายแห่งทวยเทพหรือ?” แม้แต่เสวี่ยทันหลางผู้แข็งแกร่ง โดยปกติเขาจะไม่ค่อยขึ้นเสียงก็ยังเอ่ยปาก

พวกเขาทุกคนกลัวว่าเสียงทุกอย่างที่สามารถทำลายความเงียบนี้อาจปลุกปีศาจที่หลับลึกอยู่ใต้ดินก็เป็นได้

ตรงกันข้ามกับธรรมชาติของธรรมชาติสังคมที่วุ่นวายและอื้ออึงตามปกติของพวกเขา  เย่คงและเจ้าอ้วนไห่รู้สึกกระวนกระวายและมองดูรอบๆอย่างไม่สบายใจทั้งคู่

องค์ชายเทียนหลัวและพี่น้องตระกูลหลี่กระจายตำแหน่งกันทันทีและตั้งขบวนเป็นรูปครึ่งวงกลม  พวกเขาก้าวเท้าอย่างระมัดระวังและพยายามรู้สึกถึงพื้นกลัวว่าถ้าก้าวหนักไปจะทำพื้นพังและเกิดปัญหาขึ้น นอกจากนางเซียนหงส์ฟ้าแล้ว คนที่สามารถก้าวเดินไปตามปกติก็คือไห่อิงอู่ นางเซียนหงส์ฟ้าเป็นสุดยอดปราณก่อกำเนิดแล้ว  นอกจากนี้นางเคยอยู่ที่นี่มาก่อนดังนั้นนางไม่ได้แสดงความกลัวใดๆ ให้ทุกคนเห็น

ไห่อิงอู่เคยไปดินแดนที่คล้ายกันนี้ในอดีต นอกจากนี้นางรู้แล้วว่าสถานที่นี้เย่ว์หยางใช้สับเปลี่ยนเพื่อสังเกตดูร่างแยกของราชันย์พันปีศาจ

แม้ว่านางจะหวาดกลัวอยู่ในใจ  แต่นางยังคงซ่อนอารมณ์และแสดงออกให้เห็นว่านางยังสงบ

“แดนล่มสลายแห่งทวยเทพ?  ถ้ามันง่ายมากที่จะไปถึงแดนล่มสลายแห่งทวยเทพนักสู้ปราณก่อกำเนิดของหอทงเทียนก็คงไม่มีปัญหาอะไรมาก”  องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนส่ายหน้าไปมาจากนั้นเอ่ยคำที่ไม่มีใครคาดคิดออกมา “ความจริงนี่คือระดับที่หนึ่งของบันไดสวรรค์!”

“ว่าไงนะ?”  เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ตะลึงกันทั้งคู่  นี่คือบันไดสวรรค์?

“สถานที่นี้คือบันไดสวรรค์จริงหรือ?”  ทั้งเย่ว์ปิงและเย่ว์หวี่ไม่ค่อยอยากเชื่อ  ในใจพวกนาง บันไดสวรรค์ควรจะเป็นที่สวยงามเหมือนกับอุทยานดอกไม้และเต็มไปด้วยไม้ดอกบานสะพรั่งใครจะคิดกันว่าบันไดสวรรค์ที่แท้จริงกลับเป็นที่รกร้าง  ไม่มีสัญญาณของชีวิตเลยเป็นแผ่นดินที่ไม่มีอะไร... ทำให้ผู้คนสงสัยว่าเกิดภัยพิบัติแบบไหนในบันไดสวรรค์จึงได้เปลี่ยนกลายเป็นดินแดนรกร้างอย่างนี้  ที่นี่เกิดสงครามอะไรกัน!  พวกเขารู้แต่ว่าประวัติศาสตร์และอารยธรรมที่นี่ไม่ด้อยไปกว่าทวีปมังกรทะยานแน่นอน

บันไดสวรรค์ชั้นที่หนึ่งถูกทำลายสิ้นเชิง

ใครกันสามารถทำได้อย่างนี้?

นอกจากนี้อะไรคือสาเหตุที่ทำให้อารยธรรมของบันไดสวรรค์ทั้งหมดเปลี่ยนไปกลายเป็นดินแดนรกร้างน่ากลัวโดยทันทีอย่างนี้?

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพยักหน้าให้เย่ว์หวี่และเย่ว์ปิงพลางพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง  “ขณะที่พยายามปกป้องแดนล่มสลายแห่งทวยเทพผู้อยู่อาศัยในบันไดสวรรค์เกือบทั้งหมดถูกทำลาย มีเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆหลบหนีไปใช้ชีวิตในทวีปมังกรทะยาน พวกเขาบางส่วนก็เป็นบรรพบุรุษของเรา อาณาจักรหมิงกวงที่ล่มสลายไปแล้ว และหุบเขาภมรหมื่นบุปผา  แม้ว่าบันไดสวรรค์จะกลายเป็นโลกที่ถูกทำลายจนถึงทุกวันนี้ ก่อนหน้านั้นบรรพบุรุษของเราในครั้งโบราณกาลได้ปิดผนึกศัตรูที่แข็งแกร่งที่มีความโลภต่อแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ  อย่างเช่นราชันย์พันปีศาจ จักรพรรดินีราตรีได้คุยเรื่องนี้กับเรามาก่อน  แต่บางทีอาจมีความลับมากกว่าที่นางจะรับรู้และเข้าใจได้  เรามาที่นี่เพราะไห่หลาน (ชื่อเดิมไห่อิงอู่)พบว่าร่างแบ่งของราชันย์พันปีศาจจะมาที่บันไดสวรรค์เพื่อหาทางผสานกับหัวใจปีศาจเพื่อที่ว่าเขาจะได้กลายเป็นราชันย์พันปีศาจคนใหม่

เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ ตื่นเต้นกับข่าวนี้

บ้าจริง แม้ว่าราชันย์พันปีศาจจะมีพลังมากมาย แต่อาจกล่าวได้ว่าร่างแยกของราชันย์พันปีศาจเป็นแค่เพียงนักสู้ปราณก่อกำเนิดคนหนึ่งยังอ่อนแอมาก

ถ้าร่างแยกของราชันย์พันปีศาจพยายามจะขโมยหัวใจปีศาจ   พวกเขาจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าพวกเขาจะไม่มีทางกลับมาได้  แน่นอนว่า พวกเขาไม่ผิดที่จะคิดอย่างนั้น อย่างไรก็ตามองค์ชายเทียนหลัวระวังมากขึ้นและคิดว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายขนาดนั้น  ถ้าเป็นเพียงร่างแยกสุดท้ายของราชันย์พันปีศาจมาขโมยหัวใจปีศาจทำไมพวกเขาต้องจัดกองกำลังขนาดใหญ่นี้ด้วย?

เย่ว์หยางสามารถรับมือและกำจัดร่างแยกราชันย์พันปีศาจได้ง่าย  เขาไม่ต้องใช้ใครอื่น  อย่างไรก็ตาม แม้แต่มารกฎฟ้าก็ยังมาด้วยในครั้งนี้!

จากตรงนี้ สามารถเห็นได้ว่าศัตรูไม่ใช่จะรับมือได้ง่ายๆ

“ภายในบันไดสวรรค์ มีผนึกโบราณมากมายและผนึกเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับวิหารสิบสองนักษัตร ตั้งแต่เย่ว์หยางผ่านด่านในวิหารสิบสองนักษัตรได้ทั้งหมด เขาได้ปลดผนึกโบราณทั้งหมดด้วย  ทั้งนี้เนื่องมาจากการตกทอดจากรุ่นก่อนสู่รุ่นใหม่  เมื่อยอดฝีมือใหม่เกิดขึ้นในหอทงเทียนปณิธานของยอดฝีมือรุ่นเก่าจะเริ่มเลือนหายไป.. กล่าวอีกนัยหนึ่งจากวันแรกที่เย่ว์หยางเริ่มผ่านด่านสิบสองนักษัตร ผนึกโบราณก็เริ่มถูกปลด  เราต้องผนึกกลับไปอีกครั้ง  มิฉะนั้น สัตว์ประหลาดที่ถูกผนึกเหล่านั้นคุมขังไว้จะถูกปลดปล่อยออกมาจากใต้ดิน...”  เมื่อเสวี่ยอู๋เสียพูดเช่นนี้ ทุกคนเข้าใจถึงสาเหตุที่พวกเขาต้องมาบันไดสวรรค์

“เฮ่ย,จะมีศัตรูอย่างจักรพรรดิชื่อตี้ถูกปล่อยออกมาจากใต้ดินหรือนี่?”  เจ้าอ้วนไห่โพล่งออกมา  แต่แทบจะทันทีที่เขาพูด เขารู้สึกเสียใจเนื่องจากเป็นเรื่องน่ากลัวมากที่ตัวประหลาดอย่างนั้นจะถูกปล่อยออกมา

“บางตนอาจจะมีพลังมากกว่าจักรพรรดิชื่อตี้เสียอีก!” เย่ว์หยางพยักหน้าให้เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ พวกเขารู้สึกอยากจะเป็นลม

“มันไม่ใช่อาจจะ  แต่ว่าแน่นอน” เสวี่ยอู๋เสียปิดคัมภีร์โบราณที่นางถืออยู่  จากนั้นอธิบายให้พวกเขาฟังอย่างใจเย็น  “จักรพรรดินีราตรีบอกเราว่าตัวประหลาดที่แข็งแกร่งกว่า เพราะแข็งแกร่งจึงต้องผนึกไว้เป็นเวลานานกว่าจะปล่อยออกมาได้ เมื่อมองจากเวลาที่ราชันย์พันปีศาจและจักรพรรดิชื่อตี้ถูกปล่อยจากผนึกก็นับว่ายังไม่มีอะไรเมื่อเทียบกับนักรบที่แข็งแกร่งเมื่อหมื่นปีที่แล้ว จักรพรรดินีราตรีและจื้อจุนส่งเรามาที่บันใดสวรรค์ชั้นที่หนึ่งเพื่อฝึกฝน  ศัตรูที่น่ากลัวจะอยู่ในระดับที่สูงๆ ขึ้นไป

“งั้นเราจะรออะไร? เริ่มทำการผนึกโบราณอีกครั้งได้แล้ว!”  แม้แต่เสวี่ยทันหลางก็ยังใจร้อน

“ถามเขาก่อน”  เจ้าเมืองโล่วฮัวชี้มาที่เย่ว์หยาง

“ข้าเสียใจด้วย ข้าไม่รู้วิธีผนึกกลับคืน” เย่ว์หยางโบกมือเป็นการบอกพวกเขาว่าไม่มีอะไรที่เขาจะทำได้มาก

“หือ?” องค์ชายเทียนหลัวรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยและถามอย่างกระวนกระวาย  “เจ้าไม่ได้เรียนวิชาผนึกมาหรือ?  จักรพรรดิอวี้ไม่ได้ถ่ายทอดวิชาให้เจ้าหรือ?”

“ลืมซะเถอะ เรื่องตกทอดวิชาผนึก  ต่อให้ข้าได้รับตกทอด ข้าก็ไม่อาจจะใช้ได้  เมื่อจักรพรรดิอวี้อยู่ในจุดสูงสุดเขาสามารถผนึกศัตรูอย่างจักรพรรดิชื่อตี้จ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์และสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ได้เท่านั้น  ตามหลักการผนึกที่อ่อนแอที่สุดจะถูกปล่อยออกมาก่อน นี่ก็หมายความว่าพวกเขาเป็นศัตรูที่อ่อนแอที่สุด  ศัตรูที่น่ากลัวยิ่งกว่ายังจะต้องออกมา  เจ้าคิดว่าตอนนี้ข้าสามารถทำอะไรได้?  ข้าไม่ได้รับการสอนวิชาการผนึกและพลังของข้ายังไม่ถึงระดับนั้น!”  เย่ว์หยางพูดตามตรง

“อย่างนั้น,  อย่างนั้น... ตอนนี้เราจะทำยังไง?”  เย่คงถามอย่างอ่อนแรง

“รอให้พวกมันตื่นขึ้น..” มารกฎฟ้าพูดล้อเล่น

“ตุ้บ!”

เย่คงและเจ้าอ้วนไห่ล้มลงหมดสติ

แม้ว่าจะเป็นเรื่องโหดร้ายแต่นี่ก็เป็นความจริงที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้

แม้ว่าพวกเขาจะยังรู้ว่าศัตรูยังคงถูกผนึกอยู่  แต่ไม่มีใครรู้วิธีผนึกกลับไปก่อนที่ศัตรูจะหนีออกมา พวกเขาไม่รู้วิธีรับมือศัตรู ถ้าพวกเขาทำผิดพลาดในการรื้อผนึก อาจเป็นการเร่งให้พวกมันตื่นขึ้นก็ได้...

เย่ว์หยางมักจะยกระดับได้เร็วเสมอและเย่คงกับเจ้าอ้วนไห่มักจะอิจฉาความเร็วในการยกระดับที่ไม่ธรรมดาของเขาเร็วกว่าร้อยเท่า, พันเท่าหรืออาจเป็นหมื่นเท่า ถ้าเขาไม่ได้เรียนวิชาผนึกและสัตว์ประหลาดยุคเก่าเหล่านี้หลุดออกมาจากผนึกทีละตัวๆ  พวกเขาไม่สามารถนึกภาพออกว่าโลกจะกลายเป็นอะไร

แค่ปล่อยราชาเฮยอวี้ออกมาทวีปมังกรทะยานก็ปั่นป่วนวุ่นวายมากอยู่แล้ว

ไม่ง่ายเลยที่จะฆ่าเขา

เมื่อราชันย์พันปีศาจถูกฆ่าเขาก็ยังสามารถรักษาร่างแยกเอาไว้ได้ต่อไปแม้ว่าผลึกวิญญาณของเขาจะผสานเข้ากับดาบเทาเถี้ย

สำหรับจักรพรรดิชื่อตี้ที่รบกับจักรพรรดิอวี้และจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์ที่อาจเป็นผู้ฆ่าราชาเฮยอวี้และราชันย์พันปีศาจโดยอ้อมก็ยังอยู่ ยังไม่มีใครหยุดพวกเขาได้

ถ้านี่เป็นกลุ่มตัวประหลาดที่อ่อนแอที่สุด  อย่างนั้นเมื่อตัวประหลาดเก่าแก่ตื่นขึ้น  แล้วยังจะมีใครเหลือรอด?

“เราสามารถสู้กับพวกมันได้ไหม?”  เจ้าอ้วนไห่พูดพลางขาสั่น  แค่คิดถึงราชาเฮยอวี้ผู้อ่อนแอที่สุดในกลุ่มเขาก็เข่าอ่อนเสียแล้ว

“ถ้าพวกมันจะทำลายผนึกและโผล่ออกมา  เราไม่มีทางสู้กับพวกมันแน่  แค่พวกมันกวาดมือทีเดียวก็ฆ่าเราได้หมด”  นางเซียนหงส์ฟ้าพูดพลางหัวเราะ  “ศัตรูของพวกเจ้าไม่ใช่อสูรโบราณที่ผนึกเอาไว้เหล่านี้  พวกมันยังไม่สามารถหลบออกมาได้ทันที ศัตรูที่พวกเจ้าควรให้ความสนใจก็คือพวกที่ต้องการปลดปล่อยพวกมันออกมาเร็วขึ้น อย่างเช่นร่างแยกของราชันย์พันปีศาจและบริวารผู้ภักดีของราชาเฮยอวี้....”

“ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน?”  เย่คงลุกขึ้นจากพื้น เขาไม่อาจจินตนาการได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนพวกนี้เข้ามาปล่อยตัวประหลาดอย่างจักรพรรดิชื่อตี้หรือจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์ผ่านการบูชายัญหรือใช้วิธีลับอย่างอื่น

“พวกเจ้าจะต้องไปหาพื้นที่ผนึกซึ่งห่างจากนี่ไปห้าสิบกิโลเมตร  อีกผนึกหนึ่งประมาณร้อยกิโลเมตรไปทางซ้าย  และอีกผนึกหนึ่งไปทางขวาสองร้อยกิโลเมตร”  ไห่อิงอู่เฉลยข้อมูลที่นางรวบรวมมาได้ จนถึงขณะนี้นางคนพบพื้นที่ผนึกได้สามแห่งเท่านั้น แต่ศัตรูอาจจะปลดปล่อยผนึกในพื้นที่มากขึ้นก็ได้  ด้วยความตายของราชาเฮยอวี้ บริวารผู้ภักดีของเขาได้ค้นหาพื้นที่ผนึกเหล่านี้อย่างบ้าคลั่งด้วยความช่วยเหลือจากร่างแยกของราชันย์พันปีศาจ พวกเขาต้องการจะเร่งกระบวนการปลดผนึกบริเวณนี้เพื่อปลดปล่อยสัตว์ประหลาดที่อยู่ภายในเพื่อร่วมกันโค่นล้มนักรบทวีปมังกรทะยานด้วยตัวพวกเขาเอง

“บัดซบเอ๊ย!”  เจ้าอ้วนไห่  เย่คง เสวี่ยทันหลางและคนอื่นๆ วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า  ไวจนพวกเขาไม่มีเวลาเรียกอสูรของพวกเขาออกมา

พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาได้แต่ต้องสู้ศัตรูภายในพื้นที่ผนึกที่ใกล้ที่สุด

มิฉะนั้น เย่ว์หยางจะไม่จัดตำแหน่งเทเลพอร์ตมาลงที่นี่

พวกเขาเพียงแต่กังวลว่าพวกเขาตามลำพังอาจจะเอาชนะบริวารผู้ภักดีของราชาเฮยอวี้ไม่ได้ พวกเขาไม่มั่นใจในการต่อสู้ครั้งนี้ แม้แต่เย่ว์หยางก็รู้สึกว่าพวกเขามีแนวโน้มว่าจะแพ้!

ไห่อิงอู่เรียกผู้เฒ่าซิงผานและให้ผู้เฒ่าเผ่าปลาหมึกนี้นำพะยูนนรกทั้งสองมาช่วยงานด้วย

เย่ว์หยางยังคงห่วงใยจึงส่งฮุยไท่หลางไปช่วยด้วยเช่นกัน

สำหรับผนึกด้านซ้าย นางเซียนหงส์ฟ้านำไห่อิงอู่เย่ว์หวี่  เย่ว์ปิง  นางแมวขี้เมาและคนอื่นๆ ไปสกัดศัตรู  ด้วยคนจำนวนเท่านี้เย่ว์หยางก็ยังกังวลอยู่ดี  อย่างไรก็ตามทหารของราชาเฮยอวี้โกรธวังมาร มารสัมฤทธิ์ฟ้ายังไม่ฟื้นฟูดีจากการต่อสู้กับราชาเฮยอวี้  ดังนั้นเขาอาจไม่มา  ทว่ามารแค้นฟ้า มารพิบัติฟ้ามารฟ้าพิโรธและสมาชิกวังมารคนอื่นๆ ไม่ยอมยืนมองเฉยๆ

เย่ว์หยางตัดสินใจไปผนึกทางขวาเอง

เขาตั้งใจไปตามลำพัง แต่องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสียห่วงเขา  ทั้งสองคนตัดสินใจร่วมทางกับเขา แม้แต่เจ้าเมืองโล่วฮัวก็ยังคงติดตามไปกับคณะนี้

“ข้ามีความรู้สึกว่ากองกำลังหลักจะมาที่ผนึกทางขวา  ขณะนี้เราไม่สามารถคาดได้เลยว่าจักรพรรดิชื่อตี้จะปรากฏตัวหรือไม่  แต่จ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์มีแนวโน้มว่าจะปรากฏตัว  แม้ว่าจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์จะยังไม่อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด แต่เขาสามารถลอบไปมาและเป็นเหตุสร้างความยุ่งยากให้กับเรามากมายได้”  เสวี่ยอู๋เสียพยายามโน้มน้าวเย่ว์หยาง

สัมผัสที่หกของสตรีมีความแม่นยำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาจากองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนผู้มีทักษะแฝงเร้นหกรับรู้ และเสวี่ยอู๋เสียซึ่งมีสัญชาตญาณธรรมชาติที่แม่นยำมาก

เย่ว์หยางไม่จำเป็นต้องเชื่อสัมผัสที่หกของตัวเขาเอง  แต่เขาไม่สงสัยสัมผัสรู้ของพวกนางแน่

ปัจจุบันนี้เป็นบันไดสวรรค์ระดับที่สาม...

ท้องฟ้าสีเทากำลังเปล่งรังสีที่สว่างกว่าพระอาทิตย์พันเท่า  ปีศาจดึกดำบรรพ์สูง 1.8 เมตรเพิ่งจะชอนไชออกมาจากพื้นส่งเสียงโหยหวนอย่างทรมานขณะที่ร่างของมันหลอมละลายและสลายตัวไปภายใต้แสงทำลายล้าง......

จบบทที่ ตอนที่ 629 ช่วงอันตราย การหายไปของผนึกโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว