เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 627 การคาดเดาที่น่าสะพรึงกลัว

ตอนที่ 627 การคาดเดาที่น่าสะพรึงกลัว

ตอนที่ 627 การคาดเดาที่น่าสะพรึงกลัว


เย่ว์ซานตายในการต่อสู้

เย่ว์หยางเพิ่งกลับมาจากแดนสวรรค์ และเขาได้ทราบข่าวนี้

เมื่อเขากลับมา ได้ไปเยี่ยมที่วังเทียนหลัวซึ่งแม่สี่พำนักอยู่  เขาจึงได้รู้ว่าแม่สี่ไม่อยู่ที่นั่น เจ๊นางแมวขี้เมายังคงฝึกฝนเพื่อยกระดับทักษะของนางบอกข่าวนี้ให้เขาทราบและขอให้เขาไปช่วยปลอบโยนแม่สี่ เมื่อแม่สี่ทราบข่าวว่าเย่ว์ซานตาย นางเสียใจมากและกลับไปยังปราสาทตระกูลเย่ว์เพื่อสมทบกับเย่ว์หวี่  เมื่อเย่ว์หยางกลับไปยังปราสาทตระกูลเย่ว์  ก่อนที่เขาจะพบกับแม่สี่ เขาพบว่าจุนอู๋โหย่วและอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าต่างมากันแล้ว แม้แต่ผู้เฒ่าหนานกงและผู้เฒ่าเต่ามังกรที่ยากจะยอมปรากฏตัวก็ยังมารอพบเขา

ผู้เฒ่าหนานกงไม่พูดอะไรมาก เขาเพียงอธิบายง่ายๆอีกครั้งว่าเย่ว์ซานยอมเสียสละชีวิตเพื่อหยุดทักษะแฝงเร้นทรยศ และเปิดโอกาสให้มารสัมฤทธิ์ฟ้าฆ่าราชาเฮยอวี้

ในต่อหน้ากลุ่มนักรบ ผู้เฒ่าหนานกงไม่ได้พูดว่าเย่ว์ซานเป็นร่างเชื่อมโยงของราชาเฮยอวี้

(อธิบาย..ถ้ากลายเป็นร่างเชื่อมโยงเย่ว์ซานจะถูกใช้ทักษะทรยศให้เป็นร่างตายแทนในนามเฮยอวี้  และเฮยอวี้จะหนีไปได้ตามเคย แต่เพราะเย่ว์เสนอร่างให้และเงื่อนไขนี้เป็นจุดอ่อนของทักษะทรยศเฮยอวี้จึงคุมร่างเย่ว์ซานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เย่ว์ซานมีอิสระในการควักหัวใจที่เชื่อมโยงกับทักษะทรยศแล้วออกมาให้มารสัมฤทธิ์ฟ้าทำลาย)

แต่เย่ว์หยางเข้าใจทันทีที่เขาได้ยิน

ถ้าเขาไม่ใช่ร่างเชื่อมโยงของราชาเฮยอวี้ เย่ว์ซานก็ไม่มีทางสามารถกำจัดทักษะแฝงเร้นของราชาเฮยอวี้ไม่ว่าเขาจะเสียสละหรือสนับสนุนมากเพียงไหน  ความจริงเขาสงสัยเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว  แต่เพราะเย่ว์ซานไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆที่ผิดปกติ เย่ว์หยางจึงแกล้งทำเป็นไม่รู้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าเย่ว์ซานจะยอมพลีชีพอย่างน่าสรรเสริญเพื่อกำจัดราชาเฮยวี้  ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นี้สร้างความประหลาดใจให้เย่ว์หยาง

อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางสงสัยอยู่เรื่องหนึ่ง ต่อให้เย่ว์ซานยอมสละตนเองก็ยังไม่มีการรับรองว่าจะเพียงพอบีบบังคับราชาเฮยอวี้ไปตายได้

ถ้ามารสัมฤทธิ์ฟ้าสามารถฆ่าราชาเฮยอวี้ได้ตอนนี้  ทำไมพวกเขาทั้งสองและจักรพรรดิมังกรจึงไม่สามารถฆ่าเขาได้ก่อนนั้น?  เป็นเรื่องง่ายจริงๆหรือในการฆ่าราชาเฮยอวี้โดยได้ความร่วมมือของเย่ว์ซาน?

นี่คือบางอย่างที่มีคนเพียงไม่กี่คนสงสัย ดังนั้นเย่ว์หยางไตร่ตรองอยู่นาน

เขาคิดว่าต้องมีข้อมูลภายในอื่นๆ อยู่อีก

เย่ว์หยางไม่เคยเชื่อว่าเย่ว์ซานและมารสัมฤทธิ์ฟ้าลำพังจะสามารถฆ่าราชาเฮยอวี้ได้  เขาเชื่อว่าต้องมีใครบางคนอยู่เบื้องหลังที่คอยป่วนราชาเฮยอวี้ได้

แต่มันเป็นใครกัน? อีกร่างหนึ่งของราชันย์พันปีศาจ? นี่ไม่น่าเป็นไปได้ ร่างแยกอีกร่างของราชันย์พันปีศาจไม่สามารถแม้แต่ปกป้องตนเองได้ ดังนั้นจึงไม่มีพลังจะสร้างอิทธิพลกับราชาเฮยอวี้  จักรพรรดิชื่อตี้?เย่ว์หยางมีความสงสัยเขา แต่จักรพรรดิชื่อตี้ถูกจื้อจุนขับไล่และบังคับเขาให้หนีไปยังแดนสวรรค์แล้ว เป็นไปไม่ได้ที่ยังจะอยู่ในทวีปมังกรทะยาน นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจักรพรรดิชื่อตี้ยังไม่ฟื้นฟูสภาพดี...มีอีกคนที่เย่ว์หยางสงสัยมาก คนผู้นั้นคือร่างสิงของวิญญาณจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์!  เย่ว์หยางสงสัยว่าร่างสิงนี้ต้องเป็นคนภายในปราสาทตระกูลเย่ว์หรือเป็นคนที่ซ่อนเร้นตัวเป็นอย่างดีอยู่ในต้าเซี่ย  โชคร้ายที่เขาไม่มีทางยืนยันในข้อสันนิษฐานนี้

ถ้าร่างสิงของวิญญาณจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์เผชิญหน้ากับราชาเฮยอวี้ก่อนมารสัมฤทธิ์ฟ้าและเย่ว์ซานจะร่วมมือกัน  อย่างนั้นก็เป็นไปได้ที่จะฆ่าเขาได้สำเร็จ

เย่ว์หยางมีความมั่นใจในข้อสรุปนี้

“มีคนลึกลับคนหนึ่งอยู่ในชุดคลุม เขาอยู่ที่นั่น  แต่เราไม่สามารถเห็นหน้าคนผู้นั้นได้ชัด ผู้เฒ่าหนานกงและข้าเดาว่ามีแนวโน้มว่าจะเป็นคนผู้นั้น  เจ้าต้องระมัดระวังตัวในอนาคต”  ผู้เฒ่าเต่ามังกรกระซิบบอกเย่ว์หยาง  เมื่อเย่ว์หยางได้ยิน  ร่างของเขาสั่น  เป็นอย่างเดียวกับสิ่งที่เขาคาดเดา...ผู้เฒ่าเต่ามังกรแตะไหล่เย่ว์หยางและจากนั้นส่งไม้เท้าเทพจักรพรรดิอวี้ให้เขา  เขาถอนหายใจเบาๆ “บัดนี้ ราชาเฮยอวี้ตายแล้วความฝันของข้าเติมเต็มแล้ว ข้าไม่มีอะไรต้องกังวลอีกต่อไป”

“อย่าลืมสิว่ายังคงมีจักรพรรดิชื่อตี้ เจ้านั่นยังคงมีชีวิตอยู่!” เย่ว์หยางเกรงว่าผู้เฒ่าเต่ามังกรจะฆ่าตัวตาย  ดังนั้นเขาพยายามห้ามเขาทันที

“จักรพรรดิชื่อตี้เป็นของเจ้า  ข้าแก่มากแล้ว ไม่อาจสู้ได้อีกต่อไป”

ผู้เฒ่าเต่ามังกรหัวเราะ

ความจริง ผู้เฒ่าเต่ามังกรยอมรับข้อเสนอของจุนอู๋โหย่ว

จุนอู๋โหย่วและอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าได้ปรึกษาพูดคุยกันแล้ว พวกเขาเตรียมตัวขุดพื้นที่ใกล้ปราสาทตระกูลเย่ว์และสร้างทะเลสาบจำลองสร้างวังเทพมังกรใต้ดินให้ผู้เฒ่าเต่ามังกรใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ เหตุผลแรกเพราะพวกเขาต้องการแสดงความนับถือต่อผู้เฒ่าเต่ามังกรและต้องการสถาปนาเขาในฐานะเทพอสูรซึ่งจะคอยปกป้องทวีปมังกรทะยาน  เหตุผลประการที่สองเพราะเย่ว์หยาง  เมื่อเย่ว์หยางหงุดหงิดอารมณ์ไม่ดี  พวกเขาอาจขอให้เขาช่วยแทรกแซง  ที่สำคัญผู้เฒ่าเต่ามังกรเคยรับใช้จักรพรรดิอวี้มาก่อน ดังนั้นคำพูดของเขาย่อมมีน้ำหนักมาก

เหตุผลพิเศษอีกข้อหนึ่งเป็นเพราะเย่ว์หยางพามนุษย์มังกรแดนสวรรค์มา 200-300คนมาจากหุบเขามังกรบินมาพักอยู่ที่นี่

สตรีเหล่านั้นไม่ยินดีจะกลับไปยังแดนสวรรค์ เว้นแต่เย่ว์หยางจะพาพวกนางรบ ถ้าพวกนางเข้าร่วมกับประเทศใดประเทศหนึ่งในทวีปมังกรทะยาน  พวกนางอาจมีอิทธิพลต่อสมดุลของอำนาจเป็นอย่างมาก  และนี่อาจมีอิทธิพลต่อหอทงเทียนทั้งหมด  จุนอู๋โหย่วและคนอื่นๆได้ปรึกษากันในเรื่องนี้แล้ว พวกเขาตัดสินใจให้อาณาเขตที่เป็นกลาง สร้างวังมังกรฟ้าและถือว่าเป็นที่พักชั่วคราวของเย่ว์หยาง

วิธีนี้พวกนางจะไม่สามารถไปจากเย่ว์หยางได้และไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มอำนาจใดๆ ได้

เหตุผลนี้ทำให้เกิดแผนสร้างวังมังกรฟ้าใต้พิภพและวังมังกรฟ้า

ด้วยวังมังกรฟ้า ไม่สำคัญว่าจะมีเผ่าพันธุ์แตกต่างกันยังไงที่เย่ว์หยางนำกลับมาจากแดนสวรรค์  พวกเขาก็สามารถอยู่ในพื้นที่เป็นกลางนี้  อำนาจของวังมังกรฟ้าไม่สามารถถูกใครครอบงำทั้งไม่สามารถถูกใครจำกัดได้  ทุกคนก็คงจะพอใจ

“เราต้องการให้ผู้อาวุโสหยวนหลงพัก!  เรื่องเป็นอย่างนี้...” จุนอู๋โหย่วหาข้ออ้างระงับการถกเถียงและกระซิบบอกเย่ว์หยาง

“ขุดทะเลสาบจำลอง?สร้างวังใต้พิภพและวังหรือ?” เย่ว์หยางรู้สึกว่าการสร้างทะเลสาบจำลองติดกับปราสาทตระกูลเย่ว์เป็นความเจ็บปวดยามย้ายที่ในโลกนี้มีทะเลสาบและทะเลอยู่มากมาย ทำไมพวกเขาต้องสร้างทะเลสาบจำลองขึ้นมาอีกทั้งยังสร้างใกล้ภูเขาบริเวณปราสาทตระกูลเย่ว์ด้วยหรือ? พูดให้ถูกก็คือพวกเขากลัวว่าเย่ว์หยางจะไม่ยอมกลับทวีปมังกรทะยานหลังจากไปแดนสวรรค์  ดังนั้นพวกเขาจึงสร้างบ้านให้เขา ขณะเดียวกันพวกเขาจะมีผู้เฒ่าเต่ามังกรฉวยโอกาสให้ความรู้แก่เขาคอยเทศนาเขาว่าจักรพรรดิอวี้เป็นเช่นไร!  เย่ว์หยางฉลาดปราดเปรื่องเนื่องจากเขาเห็นแผนของจุนอู๋โหย่วและคนอื่นๆ   เขาปรบมือทันที  “เมื่อเป็นอย่างนี้  อย่างนั้นเราก็สร้างให้ใหญ่ขึ้นสักหน่อยเป็นไง  ข้าพบผู้ที่ใหญ่กว่าผู้เฒ่าเต่าในแดนสวรรค์ด้วยบางทีเราต้องการทะเลสาบใหญ่ๆ เพื่อให้มันพักอยู่ได้  ใหญ่แค่ไหนน่ะหรือ?   เจ้านั่นก็คือปลาวาฬเกาะดึกดำบรรพ์ มันใหญ่กว่าปลาวาฬปกติได้สักสิบเท่า  บอกข้าที ว่ามันใหญ่แค่ไหน?”

“พรืดดดดด!”เมื่อผู้เฒ่าเต่ามังกรได้ยินเช่นนั้น ถึงกับพ่นน้ำชาออกจากปาก

“แค่ก แค่ก!”  จุนอู๋โหย่วและอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าสำลักพร้อมกัน

พวกเขารู้จักเย่ว์หยาง เจ้าเด็กผิดปกตินี่คงไม่กลับจากแดนสวรรค์มือเปล่า

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าในเวลาเพียงไม่กี่วัน  เขาจะนำปลาวาฬเกาะดึกดำบรรพ์กลับมาด้วย   ด้วยความเร็วของความก้าวหน้าปัจจุบันของเขาแดนสวรรค์อาจจะรกร้างว่างเปล่าในไม่ช้า ขณะที่ทวีปมังกรทะยานคงจะอัดแน่นไปด้วยสัตว์ประหลาดหลากหลายสายพันธุ์จากแดนสวรรค์

ในที่สุดจุนอู๋โหย่วก็ออกราชโองการ

เขาสั่งให้เพิ่มขนาดของทะเลสาบจำลองเป็นร้อยเท่า..อย่างไรก็ตามสงครามระหว่างทวีปมังกรทะยานและแดนอเวจีอยู่ในช่วงพักรบ  ทุกเมืองมีทหารอยู่เป็นจำนวนมาก  เปลี่ยนพวกเขาให้เป็นแรงงานก่อสร้างสร้างวังมังกรฟ้าและวังมังกรฟ้าใต้พิภพนั่นเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเปลี่ยนกำลังทหาร นอกจากนี้ นี่ยังสามารถช่วยรวมเจ้าเมือง ไม่ว่าจะเป็นคนหักหลัง, พวกเห็นแก่ตัว พวกมีความภักดีทั้งหมดนี้มีความเห็นร่วมกันที่จะยอมเสียสละเล็กๆ น้อยๆเพื่อสร้างงานที่น่าประทับใจ  นอกจากนี้ตราบใดที่พวกเขามีเงิน ทวีปมังกรทะยานไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีคนทำงาน  แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีกำลังคนเพียงพอ  พวกเขาสามารถติดต่อทวีปอื่นของหอทงเทียนก็ได้

ทราบมาว่าเมื่อจักรพรรดินีสมุทรแห่งเผ่าทะเลของหอทงเทียนได้ยินเรื่องการก่อสร้างวังมังกรฟ้าและวังมังกรฟ้าใต้ดินให้เย่ว์หยาง นางไม่พูดอะไรมากแต่ส่งกำลังคนสามหมื่นคนมาช่วย จักรพรรดิใต้พิภพก็ไม่ยอมล้าหลังแม้แต่น้อย  ขณะเดียวกันเผ่าปีศาจบูรพา,เผ่าเอลฟ์ทองและอื่นๆ ก็ร่วมด้วยช่วยกัน

ตราบเท่าที่เย่ว์หยางเห็นด้วย ทุกอย่างสามารถทำได้

พวกเขากลัวแต่เพียงว่าเขาจะดื้อยืนกรานและไม่เห็นด้วย

จุนอู๋โหย่วแต่เดิมทีตั้งใจจะให้ธิดาของเขาขึ้นมาปราบความดื้อรั้นของเย่ว์หยาง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าไม่มีความจำเป็นต้องทำเช่นนั้นการตอแยเย่ว์หยางไม่ใช่เรื่องดี แต่โดยปกติแล้วเขาจะพูดคุยได้ง่าย

ก่อนที่ผู้เฒ่าหนานกงจะจากไป  เขาชำเลืองมองเย่ว์หยางและพยักหน้าให้  เย่ว์หยางทราบความหมายนี้ นั่นหมายความว่าเย่ว์หยางควรจะระวังตัวเมื่อเขาพบกับสถานการณ์ใดๆ ก็ตาม

ศัตรูที่ซ่อนเร้นเหล่านั้นย่อมมีไม้เด็ดแน่นอน  เขาไม่ควรใจร้อนบุ่มบ่าม

เมื่อเห็นท่าทางของผู้เฒ่าหนานกง เย่ว์หยางรู้สึกคิดมาก

เขาเดาสถานะของบุรุษร่างลึกลับนั้นได้บ้าง

ถ้าเขาเดาถูก  อย่างนั้นก็ค่อนข้างจะยุ่งยากอยู่บ้าง  เขาต้องระมัดระวังในการสนองตอบศัตรู  ถ้าเขาทำผิด เขาอาจประสบความพ่ายแพ้ได้ง่าย

อาจารย์จิ้งจอกเฒ่าวางมือที่ไหล่ของเย่ว์หยางและกระซิบ  “เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องผู้บัญชาการเฒ่า เขาจะเข้าใจเรื่องความปรารถนาของเย่ว์ซานเอง  นอกจากนี้ การกระทำของเย่ว์ซานเป็นการกระทำของคนที่กลับใจ  แม้ว่าผู้บัญชาการเฒ่าจะเสียใจมาก  แต่เขาก็เปลี่ยนทัศนคติต่อบุตรชายของเขา  สิ่งที่เรากลัวที่สุดกลับเป็นอีกคนจะให้ดีที่สุดถ้าเราไม่ต้องแจ้งให้เขาทราบ เรากลัวว่าเขาอาจจะไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้”

“เข้าใจแล้ว”  ความจริง เย่ว์หยางค่อนข้างจะกระตือรือร้น ถ้าคนผู้นั้นเป็นร่างสิงของจ้าวปีศาจดึกดำบรรพ์จริงๆก็คงเป็นเรื่องยุ่งยากมาก

“เจ้าเพิ่งมาถึง นั่งก่อนสิ!” ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่นั่งอยู่หน้าโลงของเย่ว์ซาน  เขานั่งอยู่กับที่เงียบๆเมื่อเย่ว์หยางมาถึง  เขาพยักหน้าให้และบอกให้เขานั่ง  “เสี่ยวซาน, อยู่ดื่มเป็นเพื่อนปู่เจ้าเถอะ”

เย่ว์หยางยื่นมือรับจอกเหล้าที่ปู่ห้ายื่นให้   เขาแสดงความเคารพเย่ว์ไห่และดื่มรวดเดียว

เขาดื่มสามจอกต่อเนื่อง

เพียงเท่านั้นผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ก็หยุดและพยักหน้าให้เขา  “ข้าเป็นตัวแทนอาซานดื่มสามจอก ข้ารู้ว่าเขาอยู่ในช่วงอารมณ์ไม่ดีในช่วงไม่กี่ปีมานี้  เขาเป็นคนฉลาดและขยัน ทักษะแฝงเร้นก็ไม่เลวแต่เขาได้รับแรงกดดันที่หนักหน่วงมาตั้งแต่ยังเล็ก  ตั้งแต่เล็กเขาโดนบิดาเจ้าข่มรัศมีหลายร้อยครั้งเมื่อบิดาของเจ้าจากไป เจ้าก็มีพลังเพิ่มขึ้นทันที เมื่อเขาเพิ่งได้รับตำแหน่งหัวหน้าตระกูลเป็นเวลาไม่กี่ปี  นอกจากนี้ เจ้าเองก็ยังเหนือล้ำบิดาของเจ้าเป็นร้อยเท่า.....อาซานคือคนที่ต้องการพลังและมีใจทะเยอทะยาน  สายตาของข้าไม่บอดถึงไม่เห็นหรอกนะ  ข้าเห็นเขาเติบโต รู้ว่าเขาเป็นคนแบบไหน เดิมทีข้าตั้งใจจะตกทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลให้เขา  เขาจะเป็นหัวหน้าตระกูลได้ดีกว่าบิดาของเจ้า  แต่ทุกคนไม่คิดเช่นนี้  ทุกคนคิดว่ายิ่งคนเรามีพลังมากก็เหมาะกับตำแหน่งหัวหน้ายิ่งกว่า ภายใต้แรงกดดันนี้  อาซานเปลี่ยนไปและได้ก่อเรื่องหลายอย่าง  เขาถูกคนเลวใช้จนถึงจุดที่แทบกลับมาไม่ได้”

เย่ว์หยางปลอบโยนชายชราผู้อ้างว้างทันที “ท่านลุงขจัดความผิดพลาดของเขาด้วยเลือดของเขาแล้ว เขาเป็นคนดีสมกับเป็นกุลบุตรของตระกูลเย่ว์แล้ว”

เย่ว์ไห่ผงกศีรษะ “ปู่ขอขอบใจเจ้า ไม่มีเจ้า อาซานอาจจะจมลึกจนไม่อาจกลับตัวกลับใจได้ เขาอาจจะไม่ได้รับการยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษก็ได้!เป็นเจ้าที่ให้โอกาสเขา เจ้าให้โอกาสเขาได้เป็นวีรบุรุษ เสี่ยวซาน มีหลายเรื่องในอดีตที่เจ้าไม่รู้ การค้นหาความจริงรังแต่จะทำร้ายหลายคนมากเกินไป  เจ้าเข้าใจสิ่งที่ปู่พูดไหม?”

“ถ้า... คนผู้นั้นปรากฏตัว  เราควรจะทำยังไง?” แม้ว่าเขาจะถูกอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าเตือนแล้ว  แต่เขาก็อดพูดไม่ได้

“ความจริงข้าคิดไว้แล้ว ร่างเป็นของเขาก็จริง แต่วิญญาณเป็นของจ้าวปีศาจ  แล้วจุดสำคัญคืออะไร?  เสี่ยวซาน เจ้าเป็นเด็กดี  ตอนนี้ปู่จะบอกเจ้าสักสองสามคำ  มีบางเรื่องที่ปู่ไม่สามารถทำด้วยตนเองได้  ข้าหวังว่าเจ้าจะรวบรวมความกล้าเปลี่ยนข้อผิดพลาดและปลดปล่อยเขา!”

เมื่อผู้เฒ่าเย่ว์ไห่พูดถึงเรื่องนี้ เขามองดูเย่ว์หยางอย่างจริงจัง “ข้าเชื่อว่านี่ก็เป็นความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ของบิดาเจ้าด้วยเช่นกัน”

ปู่ห้าปลอบผู้เฒ่าเย่ว์ไห่พลางกล่าว “พี่ไห่ มันอาจไม่จำเป็นก็ได้  อาจจะมีวิธีอื่น ลองให้เสี่ยวซานคิดหาทางเถอะ!”

ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ยกมือคัดค้านคำพูดของปู่ห้า เขามองเย่ว์หยางอีกครั้งด้วยสีหน้าจริงจังอีกครั้ง  เขากระซิบเสียงแหบแห้ง  แต่คำพูดเปี่ยมไปด้วยพลัง  “จำเอาไว้ ถ้าเป็นเขาจริงๆ ไม่จำเป็นต้องกังวล รีบฆ่าเขา นี่คือความปรารถนาเพียงอย่างเดียวของปู่ของเจ้า”

จบบทที่ ตอนที่ 627 การคาดเดาที่น่าสะพรึงกลัว

คัดลอกลิงก์แล้ว