- หน้าแรก
- จอมยุทธ์ท่านนี้ช่างมีมารยาทเหลือเกิน
- บทที่ 470 - หมู่พุทธะ
บทที่ 470 - หมู่พุทธะ
บทที่ 470 - หมู่พุทธะ
บทที่ 470 - หมู่พุทธะ
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ เป็นสายพันธุ์ประหลาดที่หลงเหลือมาจากยุคโบราณ เดิมทีถูกชิงอวิ๋นเต้าจวิน สะกดไว้และเปลี่ยนสภาพเป็นป้ายคำสั่งมังกรเขียว
หลังจากชิงอวิ๋นเต้าจวินบรรลุเป็นเซียน ก็ทิ้งค่ายกลผนึกป้ายคำสั่งมังกรเขียวไว้
เกาเชียนฝ่าค่ายกลเข้าไปเอาป้ายคำสั่งมังกรเขียวมาได้ไม่กี่ปี มันก็เปลี่ยนร่างเป็นมังกรอนธการเก้าโลกันตร์
ตอนที่สู้กับอู๋ตี๋แห่งสำนักเทียนซา อู๋ตี๋ได้ใช้กระบี่จิ่วเยว่ ที่สำนักเทียนซาหลอมสร้างมาหลายแสนปี
เกาเชียนเห็นว่ากระบี่เล่มนี้แข็งแกร่งเกินไปยากจะรับมือ จึงโยนมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ออกไป
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ที่กลืนกระบี่จิ่วเยว่เข้าไป เกิดอาการอาหารไม่ย่อยอย่างเห็นได้ชัด มันจึงสงบเสงี่ยมอยู่บนแขนเกาเชียนมานานกว่าสิบปี ไม่ได้ก่อเรื่องอีก
สาเหตุที่เกาเชียนมาหาเรื่องพระยูไล ก็เพราะช่วงนี้มังกรอนธการเก้าโลกันตร์เริ่มเคลื่อนไหวบ่อยขึ้นเรื่อยๆ จนเขาเกือบจะเอาไม่อยู่แล้ว
ตามที่ป้ายคำสั่งมังกรเขียวเคยบอกไว้ มีเพียงระดับฮว่าเสินเต้าจวิน เท่านั้นที่จะสยบมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ได้
ย้ำว่า แค่สยบ ไม่ใช่กำจัด
เกาเชียนเข้าไปในดินแดนต่างมิติ ฆ่าสัตว์อสูรและภูตผีไปนับไม่ถ้วน ในโลกนั้นทุกชีวิตมีไอหยินเป็นต้นกำเนิด
เขารู้สึกว่ามังกรอนธการเก้าโลกันตร์เหมือนสิ่งมีชีวิตที่มาจากโลกนั้น สามารถมองได้ว่าเป็นภูตผีชนิดพิเศษ ที่มีพลังคุณสมบัติทั้งด้านบวกและลบ
ในสายตาของเขา พระยูไลก็น่าจะอยู่ในระดับฮว่าเสิน ในโลกไซอิ๋ว ในฐานะประมุขแห่งทิศประจิม อิทธิฤทธิ์ของพระยูไลย่อมเหนือกว่าฮว่าเสินทั่วไปแน่นอน
ตามหลักแล้ว พระยูไลน่าจะกดมังกรอนธการเก้าโลกันตร์อยู่ แต่พระองค์ไม่เคยเจอสิ่งมีชีวิตแบบนี้มาก่อน จึงไม่มีประสบการณ์รับมือ
แต่มังกรอนธการเก้าโลกันตร์สามารถแข็งแกร่งขึ้นได้เรื่อยๆ จากการกลืนกินสิ่งมีชีวิต
ภายในวัดต้าเหลยอินซื่อ เหล่าอรหันต์และเจียตี้จำนวนมาก คืออาหารชั้นเลิศ
ถ้าพระยูไลพลาดท่า ไม่สามารถสะกดมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ได้ในทันที พระองค์ก็จะตกอยู่ในอันตราย
โดยปกติแล้ว เมื่อเกาเชียนถอยเข้าสู่ตำหนักไท่อี่ จะยากต่อการสังเกตการณ์โลกไซอิ๋ว
แต่เกาเชียนได้วางแผนล่วงหน้า ทิ้งลิโป้ไว้ที่นอกวัดต้าเหลยอินซื่อ
มีลิโป้เป็นพิกัด เกาเชียนจึงสามารถสังเกตการณ์วัดต้าเหลยอินซื่อได้
เพื่อความสะดวก เกาเชียนใช้กระจกหุนหยวน
เหนือบ่อน้ำปรากฏกระจกน้ำขึ้นมา สะท้อนภาพลิโป้ก่อน แล้วจึงสะท้อนภาพวัดต้าเหลยอินซื่อ
แม้กระจกหุนหยวนจะวิเศษ แต่ใช้ได้แค่ภายในเท่านั้น
ต้องมีลิโป้เป็นพิกัด จึงจะมองเห็นสถานการณ์ที่วัดต้าเหลยอินซื่อได้
โจวอวี้ซิ่ว ถังหงอิง ฉินหลิง และหลินเอ๋อร์ ทั้งสี่ยืนอยู่ข้างหลังเกาเชียน จ้องมองกระจกหุนหยวนอย่างตั้งใจ
พวกนางไม่รู้จักพระยูไล และไม่รู้จักมังกรอนธการเก้าโลกันตร์
แต่เห็นอาจารย์เคร่งเครียดขนาดนี้ พวกนางย่อมไม่กล้าประมาท
บนกระจกหุนหยวน กลุ่มเงมังกรสีดำกำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ห่อหุ้มวัดต้าเหลยอินซื่อทั้งวัดไว้
วัดต้าเหลยอินซื่อที่เป็นแดนศักดิ์สิทธิ์ ปกติจะมีแสงธรรมส่องสว่าง รัศมีมงคลพาดผ่าน กลิ่นหอมอบอวล นกกระเรียนและนกวิเศษบินว่อน
บัดนี้กลับถูกกลุ่มเงาดำหนาทึบปกคลุม มองเห็นเพียงแสงวูบวาบอยู่ภายในเลือนราง
"ร้ายกาจมาก!"
เกาเชียนแปลกใจเล็กน้อย มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ดุร้ายขนาดนี้ ถึงกับกดดันพระยูไลได้เลยหรือ?
อย่างน้อยก็จากภาพที่เห็น
สำหรับเขา ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
เขาจะได้ฉวยโอกาสจัดการมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ แล้วฆ่าพระยูไลชิงอิทธิฤทธิ์
แต่ถ้ามังกรอนธการเก้าโลกันตร์ชนะขาดลอย เขาก็คงต้องทิ้งโลกไซอิ๋วไป
สำหรับสรรพสัตว์ในโลกไซอิ๋ว นี่คือหายนะครั้งใหญ่
เกรงว่าต่อให้สามวิสุทธิ์ร่วมมือกัน ก็อาจจะรับมือมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ที่กลืนพระยูไลเข้าไปแล้วไม่ไหว
แต่พระยูไลคงไม่กระจอกขนาดนั้นมั้ง?
ตอนนี้เกาเชียนยังไม่กล้าเข้าไป มังกรอนธการเก้าโลกันตร์มีความเชื่อมโยงกับเขาอย่างแนบแน่น
เขาต้องอาศัยป้ายคำสั่งไท่อี่ถึงจะสลัดหลุดจากมังกรอนธการเก้าโลกันตร์มาได้
ถ้ามังกรอนธการเก้าโลกันตร์จับกลิ่นอายเขาได้ มันอาจจะเลิกสนใจพวกพระยูไลแล้วพุ่งมาหาเขาแทน!
เกาเชียนไม่กล้าแม้แต่จะใช้จิตควบคุมลิโป้ มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ไวต่อกลิ่นอายจิตวิญญาณเป็นที่สุด
ระดับของลิโป้ค่อนข้างต่ำ โดยเฉพาะในการต่อสู้ระดับสูงเช่นนี้ เขาทำได้แค่ดูคร่าวๆ
เงารูปมังกรดำขนาดยักษ์บนกระจกน้ำยังคงขยายตัวไม่หยุด แสงสว่างภายในเงาดำกำลังดับวูบลงอย่างรวดเร็ว
ขณะที่วัดต้าเหลยอินซื่อกำลังจะถูกเงาดำกลืนกินจนหมดสิ้น แสงสีทองสายหนึ่งก็เจาะทะลุเงาดำออกมา
ใจกลางแสงสีทองคือพระยูไลในร่างกายทองสูงหนึ่งวาหกศอก พระเนตรแดงก่ำ พระหัตถ์ทำท่ามุทราแห่งปัญญา
ด้านหลังพระเศียร มีวงล้อสุริยันสีทองแดงลอยเด่น ปลดปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าไร้ขอบเขต
เงารูปมังกรดำยักษ์ที่ปกคลุมฟ้าดิน เมื่อต้องแสงวงล้อสุริยัน ก็ปล่อยไอสีดำออกมาเป็นจำนวนมาก ร่างมหึมาเริ่มหดตัวลง
เกาเชียนประหลาดใจ นี่คือร่างธรรมกายมหาไวโรจนะพุทธะ ของพระยูไลหรือ?
มหาไวโรจนะ แสงสว่างส่องทั่วหล้า ขจัดสิ้นความมืดมน
อิทธิฤทธิ์ของมหาไวโรจนะ ดูเหมือนจะข่มมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ได้โดยเฉพาะ
ดูท่า มังกรอนธการเก้าโลกันตร์คงจะไม่ชนะแล้วสินะ?
เป็นไปตามคาด หลังจากพระยูไลแปลงเป็นร่างธรรมกายมหาไวโรจนะ แสงเทพไร้ประมาณที่แข็งแกร่งและมีชัยเหนือทุกสิ่ง ก็ข่มมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ได้อย่างชะงัด
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ที่เมื่อกี้ทำท่าจะกลืนกินฟ้าดิน เริ่มเหี่ยวเฉาลงภายใต้แสงสว่าง
เกาเชียนถึงกับแว่วเสียงกรีดร้องของมังกรอนธการเก้าโลกันตร์
ขืนเป็นแบบนี้ พระยูไลต้องสยบมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ได้แน่
เกาเชียนคิดว่าปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้ เขาต้องช่วยมังกรอนธการเก้าโลกันตร์หน่อย
เขาหันไปบอกถังหงอิง "หงอิง เจ้าไป กระบี่เดียวพอ อย่าโลภมาก"
ในบรรดาศิษย์ทั้งสาม กระบี่เก้าสุริยันไร้ขอบเขตของถังหงอิงแหลมคมและแข็งแกร่งที่สุด
พระยูไลแปลงร่างเป็นมหาไวโรจนะ มีวงล้อสุริยันเหนือหัว ปล่อยแสงเทพไร้ประมาณ
แสงนั้นร้อนแรงถึงขีดสุด มีเพียงกระบี่แห่งพลังหยางสูงสุดของถังหงอิงเท่านั้นที่จะทำลายได้
เขาก็ใช้กระบี่เก้าสุริยันไร้ขอบเขตได้เจ็ดส่วน แม้จะต่างกับถังหงอิงแค่สามส่วน แต่เจตจำนงกระบี่นั้นห่างชั้นกับความบริสุทธิ์ของถังหงอิงมาก
ถังหงอิงพยักหน้า "อาจารย์วางใจ"
ประสบการณ์ห้าร้อยปีทำให้นางเจนจัดในสนามรบ รู้ความร้ายกาจของพระยูไล ย่อมไม่บุ่มบ่ามแน่นอน
ถังหงอิงเข้าประตูปฐพี ล็อคตำแหน่งผ่านลิโป้ทันที
พริบตาถัดมา นางก็ถือกระบี่แหวกอากาศพุ่งตรงไปแทงพระยูไล
พระยูไลกำลังทุ่มพลังสะกดมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ จู่ๆ แสงกระบี่สีแดงฉานที่ร้อนแรงและแหลมคมที่สุดก็พุ่งตรงมาที่หว่างคิ้ว
พระยูไลตกใจเล็กน้อย ยอดฝีมือผู้นี้มาจากไหนอีก?
ทั่วทั้งสามภพ ใครกันที่สามารถใช้แสงกระบี่ที่บริสุทธิ์และแหลมคมเช่นนี้ได้? แม้แต่สามวิสุทธิ์ก็ยังทำไม่ได้!
ซ้ำร้ายแสงกระบี่ของอีกฝ่ายยังมีพลังหยางสูงสุด ซึ่งอิทธิฤทธิ์แห่งมหาไวโรจนะไม่สามารถข่มได้
พระยูไลถอนหายใจเบาๆ ทำมุทราจีบนิ้ว คีบปลายกระบี่ที่พุ่งเข้ามาไว้พอดี
กระบี่อิงฟ้า ในมือถังหงอิง ผ่านการหลอมใหม่โดยเกาเชียนด้วยครรภ์กระบี่เทียนซา คุณภาพสูงส่งระดับสุดยอด
สำหรับผู้มีอิทธิฤทธิ์อย่างพระยูไล กระบี่อิงฟ้าก็ยังเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง
ถังหงอิงเป็นยอดนักดาบ ดรรชนีคีบบุปผาของพระยูไลแม้จะลึกล้ำพิสดาร แต่ก็อย่าหวังว่าจะสยบกระบี่ของนางได้ง่ายๆ
ในชั่วพริบตา นางใช้วิชา "กระบี่ตัดธรรม" หนึ่งในเจ็ดกระบี่ไร้ขอบเขต ตวาดลั่น "ทำลาย!"
กระบี่อิงฟ้าสั่นสะเทือนด้วยความเร็วสูงหลุดจากการควบคุมของนิ้วพระยูไล แทงเข้าไปที่หว่างคิ้วของพระองค์
วงล้อสุริยันด้านหลังพระยูไลระเบิดแสงเจิดจ้า ปล่อยเปลวเพลิงไร้ประมาณออกมา
ถังหงอิงรู้ว่าท่าไม่ดี รีบถอยฉากทันที
ด้วยอิทธิฤทธิ์ของป้ายคำสั่งไท่อี่ ถังหงอิงถอยกลับสู่ตำหนักไท่อี่แทบจะในทันที
ถึงกระนั้น กระบี่อิงฟ้าในมือก็ละลายไปกว่าครึ่ง กลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว
ชุดคลุมวิหคเพลิง บนร่างนางกลายเป็นลูกไฟสีแดงฉาน รูปทรงคล้ายหงส์กำลังบิน
โชคดีที่ชุดคลุมวิหคเพลิงสามารถควบคุมไฟได้ จึงต้านทานอิทธิฤทธิ์แห่งสุริยันของพระยูไลไว้ แต่ก็ถูกบีบจนวิญญาณหงส์เพลิงต้องเผยร่างจริง บาดเจ็บสาหัส
ถังหงอิงลอบดีใจ หากนางกลับมาช้ากว่านี้แค่นิดเดียว คงถูกเผาเป็นเถ้าถ่านคาที่
อิทธิฤทธิ์แห่งสุริยันที่ระเบิดเต็มพิกัด ช่างน่ากลัวจริงๆ เรื่องพวกนี้ไม่จำเป็นต้องบอกอาจารย์ให้มากความ
นางบอกเกาเชียนว่า "อาจารย์ ข้าทำเขาบาดเจ็บแล้ว"
ขณะที่พระยูไลทุ่มพลังใช้อิทธิฤทธิ์แห่งสุริยัน ถังหงอิงก็ใช้วิชา "กระบี่ตัดเทพ" ในเจ็ดกระบี่ไร้ขอบเขต
แม้พระยูไลจะทำลายกระบี่อิงฟ้าได้ แต่ไม่อาจต้านทานเจตจำนงกระบี่ที่พุ่งออกมา
กระบี่ตัดเทพเน้นทำลายดวงจิต พระยูไลแม้แกร่ง ก็ต้องบาดเจ็บจากกระบี่นี้แน่นอน
"พระยูไลร้ายกาจจริงๆ โชคดีที่เจ้าไม่เป็นไร"
เกาเชียนมองออกถึงอันตราย เขารู้สึกโล่งอก หากถังหงอิงช้าไปนิดเดียว คงไม่ได้กลับมาแน่
พระยูไลในสภาพนี้ น่ากลัวจริงๆ เขาเองยังไม่มีคุณสมบัติจะไปปะทะซึ่งหน้า
ยังดีที่กระบี่นี้บรรลุเป้าหมาย!
จากกระจกหุนหยวน เห็นได้ชัดว่าบนหว่างคิ้วพระยูไลมีรอยกระบี่เล็กๆ ปรากฏขึ้น เลือดสีทองกำลังไหลซึมออกมา
วงล้อสุริยันด้านหลังพระยูไล ก็หม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ที่ถูกพระยูไลกดขี่ ได้โอกาสพักหายใจและรีบคว้าโอกาสนั้นไว้ทันที
ด้านหลังพระยูไล ยังมีเหล่าอรหันต์ เจียตี้ รวมถึงแปดมหาวัชรเทพ และสามมหาโพธิสัตว์
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ม้วนตัวพัดพาไอทมิฬ กลืนกินอรหันต์และเจียตี้ไปหลายร้อย รวมถึงแปดมหาวัชรเทพอีกห้าองค์
สามมหาโพธิสัตว์มีอิทธิฤทธิ์สูงส่ง ในยามวิกฤตต่างใช้อิทธิฤทธิ์ป้องกันตัวไว้ได้
แต่เหล่าวัชรเทพ อรหันต์ และเจียตี้ที่ถูกมังกรอนธการเก้าโลกันตร์ม้วนไป ถูกไอหยินของมังกรกัดกร่อนอย่างรวดเร็ว กลายเป็นอาหารของมันจนหมดสิ้น
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์จึงมีพลังเพิ่มขึ้น มารบารมีพุ่งสูง
พระยูไลที่ถูกกระบี่ตัดเทพทำร้าย ร่างธรรมกายมหาไวโรจนะเสียหาย อานุภาพของอิทธิฤทธิ์สุริยันลดฮวบ
ฝ่ายหนึ่งลด ฝ่ายหนึ่งเพิ่ม มังกรอนธการเก้าโลกันตร์กลับมากุมความได้เปรียบอีกครั้ง เงาดำที่มันปล่อยออกมาเข้าปกคลุมวัดต้าเหลยอินซื่ออีกครั้ง
พระยูไลทำได้เพียงประคองวงล้อสุริยัน ปกป้องโพธิสัตว์ อรหันต์ และเจียตี้ที่เหลืออยู่
แสงสว่างและความมืด เข้าสู่สภาวะยันกัน
เกาเชียนวางใจแล้ว การต่อสู้ที่รุนแรงอาจเกิดอุบัติเหตุได้
แต่การยันกันแบบนี้ คือการผลาญพลังต้นกำเนิดของทั้งสองฝ่าย เล่นลูกไม้อะไรไม่ได้
นานเข้า ต่อให้พระยูไลมีอิทธิฤทธิ์สะท้านฟ้าก็ต้านไม่ไหว
ส่วนสามวิสุทธิ์และสี่จักรพรรดิ ต่อให้รู้ว่าพระยูไลติดกับ ก็คงไม่มาช่วย
วิถีของพุทธและเต๋านั้นต่างกัน ยอดคนฝั่งเต๋าเหล่านี้ ปกติอาจคบหากับพระยูไลดั่งมิตรสหาย แต่ไม่มีทางมองพระยูไลเป็นพันธมิตรที่แท้จริง
ในมุมมองของเกาเชียน สามวิสุทธิ์และสี่จักรพรรดิคงอยากเห็นพระยูไลเพลี่ยงพล้ำมากกว่า...
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์และพระยูไลยันกันไม่ลง แต่เมื่อเวลาผ่านไป มารบารมีของมังกรกลับยิ่งแข็งแกร่งขึ้น
วัดต้าเหลยอินซื่อเป็นแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพุทธ มีสิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วน ผู้บำเพ็ญสายพุทธก็มีมากมาย
มังกรอนธการเก้าโลกันตร์ทำอะไรพระยูไลไม่ได้ แต่จัดการสิ่งมีชีวิตธรรมดานั้นง่ายนิดเดียว
อาศัยจังหวะที่ยันกัน เงาดำที่มังกรแปลงร่างก็คอยกลืนกินดวงจิตสิ่งมีชีวิตอย่างต่อเนื่อง
ไม่กี่วัน สิ่งมีชีวิตบนยอดเขาหลิงจิ้วก็ถูกมังกรกินจนเกลี้ยง
ขณะที่มังกรอนธการเก้าโลกันตร์กำลังลำพองใจ ท้องฟ้าเหนือยอดเขาหลิงจิ้วก็สว่างไสว ร่างเงาองค์แล้วองค์เล่าร่อนลงมาจากฟ้า
เหล่าอรหันต์และสังฆารามที่อยู่ในการคุ้มครองของพระยูไลเห็นดังนั้นก็ดีใจ พากันพนมมือสวดสรรเสริญอย่างพร้อมเพรียง "ขอนอบน้อมแด่พระทีปังกรพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระไภษัชยคุรุพุทธเจ้า
"ขอนอบน้อมแด่พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ขอนอบน้อมแด่พระวิสุทธิปิติพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระไวโรจนะพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระรัตนเกตุราชพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระศรีอริยเมตไตรยพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระอมิตาภพุทธเจ้า ขอนอบน้อมแด่พระอวโลกิเตศวรพุทธเจ้า..."
[จบแล้ว]