เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 603 กลับแดนสวรรค์

ตอนที่ 603 กลับแดนสวรรค์

ตอนที่ 603 กลับแดนสวรรค์


พระราชวังต้าเซี่ย ทวีปมังกรทะยาน

ข่าวที่น่าตกตะลึงก็คือราชินีซิกแห่งเผ่ามนุษย์มังกรแดนสวรรค์พาชนเผ่าของนางมากกว่าสามร้อยคน และทุกคนเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดเดินทางเข้าเยี่ยมจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ย  จุนอู๋โหย่วฮ่องเต้, ทำให้สั่นสะเทือนไปทั้งหอทงเทียน กำลังพลที่นางนำมาเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดมากกว่าสามร้อยคน  ไม่มีกลุ่มยอดฝีมือกลุ่มใดในหอทงเทียนสามารถเทียบกับกองกำลังนั้นได้  แม้แต่เผ่ามนุษย์มีปีกในทวีปกวงหมิง, เผ่าใต้พิภพในทวีปเฮยอัน หรือแม้แต่เผ่าปีศาจตะวันออกซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุดในหอทงเทียน  ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับเผ่ามนุษย์มังกรแดนสวรรค์เหล่านี้ซึ่งไม่ทราบว่าโผล่มาจากที่ใด... เนื่องจากมีชื่อว่ามนุษย์มังกรแดนสวรรค์ย่อมเป็นที่แน่นอนว่ามาจากแดนสวรรค์  แทบทุกคนเดาว่าพวกเขาเป็นสหายที่คุณชายสามตระกูลเย่ว์พามาจากแดนสวรรค์

บางคนก็รู้สึกว่าเผ่ามนุษย์มังกรแดนสวรรค์ถูกเย่ว์หยางล่อลวงมาที่นี่เพราะใช้แผนชายงาม

มีหลักฐานเพียงพอสนับสนุนข้อสันนิษฐานนี้ เนื่องจากมนุษย์มังกรแดนสวรรค์ทุกคนเป็นสตรีล้วนๆ และพวกนางไม่มีคนสวยงามเลยสักคน

พลังของคุณชายสามตระกูลเย่ว์ที่มีอิทธิพลเหนือสตรีได้รับการยอมรับทั่วทั้งหอทงเทียนอยู่แล้ว  แม้ว่าแต่ละเผ่าพันธุ์จะมีมาตรฐานความงามที่แตกต่างกัน  ถ้าใครถามว่าใครคือบุรุษที่มีเสน่ห์มากที่สุดในหอทงเทียน คำตอบมักจะเหมือนกันเสมอ

สตรีทุกคนจะต้องตอบว่าคุณชายสามตระกูลเย่ว์แน่นอน

นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้  ที่สำคัญ พลังอำนาจก็คือเสน่ห์เช่นกัน!”

“ท่านไม่ต้องมากมารยาทก็ได้ ราชินีซิก... องค์หญิงเซี่ยอี.. เชิญนั่งเถอะ”  เมื่อเห็นว่าราชินีซิกไม่กล้านั่งต่อหน้าเย่ว์หยาง  จุนอู๋โหย่วให้ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่พาเย่ว์หยางออกไปนอกห้อง  ถ้านักสู้ปราณก่อกำเนิดเหล่านี้ไม่กล้านั่ง  กลุ่มผู้เฒ่าเหล่านี้คงต้องยืนสนทนากันทุกคน  สตรีชาวเผ่าที่ราชินีซิกพามาด้วยย่อมเป็นทาสหญิงของเย่ว์หยางแน่นอน  แต่อย่างไรก็ตาม พวกนางล้วนแต่เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดกันทุกคน  ในหอทงเทียนพูดกันด้วยพลัง  แม้ว่าสตรีเหล่านี้จะมีสถานะต่ำกว่าพวกเขา  แต่กระนั้นพวกนางก็ยังเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดจำนวนมากกว่าสามร้อยคน!

พวกนางทุกคนอาจถูกมองว่าเป็นระดับองครักษ์พิทักษ์ฟ้าของสมาพันธ์นักสู้ปราณก่อกำเนิดได้

ตอนนี้ ต่อหน้าเย่ว์หยางพวกนางไม่กล้านั่ง

ถ้าคนภายนอกเห็นภาพเช่นนี้  พวกเขาอาจจะเข้าใจผิดว่าผู้เฒ่าเหล่านี้ไม่ให้เกียรตินักสู้ปราณก่อกำเนิด

ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่กระแอมเบาๆ  เขากวักมือเรียกที่ด้านหลังเขา บอกใบ้ให้พวกผู้เยาว์ที่ยืนอยู่ข้างหลังพาเย่ว์หยางออกไป  เย่ว์หวี่ฉลาดที่สุดในกลุ่มผู้เยาว์เข้าใจได้จึงรีบพากลุ่มผู้เยาว์ออกไปทันที  “เสี่ยวซาน!  ซวงเอ๋อคิดถึงเจ้ามาก นอกจากนี้แม่สี่ยังตัดชุดใหม่ไว้ให้เจ้า  เจ้าไปลองชุดเหล่านั้นดูก่อนว่าพอดีกับตัวเจ้าหรือไม่!”

เมื่อเห็นเย่ว์หวี่พาเย่ว์หยางออกไป  เซี่ยอีสูญเสียเป้าหมายในสิ่งที่จะทำทันที  ในสภาพที่นางตื่นเต้น  นางต้องการออกไปพร้อมกับเขาเช่นกัน

แต่ขณะเดียวกัน  นางเกรงว่าจะถูกหัวเราะเยาะ  นางรู้สึกใจหายจริงๆ

จุนอู๋โหย่วและอาจารย์จิ้งจอกเฒ่า พวกผู้เฒ่าเหล่านี้ความจริงก็เข้าใจ  พวกเขาละอายเกินกว่าจะพูดอะไรออกมา  ราชินีรีบเข้ามาทักทายราชินีซิกก่อนที่จะกระตือรือร้นดึงมือน้อยๆ ของเซี่ยอี “องค์หญิงไม่ต้องห่วงหรอกนะ  คุณชายสามแค่ไปเดี๋ยวเดียว ถ้าท่านไม่ว่ากระไรขอเชิญมาดื่มน้ำชากันก่อน”

“ไม่, ไม่ต้องเรียกข้าว่าองค์หญิงก็ได้  เรียกข้าว่าเซี่ยอีก็พอ!” เซี่ยอีโบกมือด้วยความอาย  แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนยืนยันที่จะเรียกนางเป็นองค์หญิง นางจึงได้แต่ยอมรับ

“เราต้องขอขอบคุณจักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยจริงๆ”  หลังจากส่งเย่ว์หยางและเซี่ยอีออกไปแล้ว  ราชินีซิกทักทายทุกคนแล้วจึงยอมนั่ง

เมื่อเห็นนางนั่ง  ผู้เฒ่าทุกคนถอนหายใจโล่งอกในที่สุด

โธ่เอ๋ย, เย่ว์หยางเจ้าเด็กนี่ผิดปกติคนอย่างแท้จริง  คราวก่อนเขาก็เพิ่งนำพะยูนนรกกลับมา  คราวนี้กลับทำเกินตัวถึงกับพามนุษย์มังกรแดนสวรรค์กลับมาหลายร้อยคน แม้ว่าคิดหาวิธีปิดบังสำหรับเขาก็กลายเป็นภาระหนักอกสำหรับทุกคน  แน่นอนว่า ผลประโยชน์เช่นนั้นย่อมได้รับการต้อนรับจากทุกคน รวมทั้งจุนอู๋โหย่ว, ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่และหัวหน้าตระกูลแต่ละคน

ขอเพียงมีสตรีเผ่ามังกรแดนสวรรค์หลายร้อยคนเหล่านี้อยู่ ทวีปมังกรทะยานจะปลอดภัย

ตามธรรมดาจุนอู๋โหย่วจะไม่ปฏิบัติต่อสตรีเหล่านี้เหมือนกับเป็นทาสอย่างที่เย่ว์หยางทำ  เขาพอใจที่จะปฏิบัติเสมอภาคกับราชินีซิก  นอกจากนี้ สำหรับราชินีซิกซึ่งเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ดยอมทักทายเขาด้วยความนับถือเนื่องจากเขาเป็นผู้อาวุโสของเย่ว์หยาง  เขาก็ยิ่งรู้สึกยินดี

เย่ว์หยางไม่กังวลสนใจเรื่องที่ราชินีซิกกับจุนอู๋โหย่วกำลังปรึกษากัน

เขาไม่สนใจเรื่องการเมือง

ไม่ว่ายังไงเขาก็ไม่ใส่ใจ

ไม่ว่าจะยุ่งยากขนาดไหน ตราบใดที่เย่ว์หยางตัดสินใจทำ จุนอู๋โหย่ว, ผู้เฒ่าเย่ว์ไห่และอาจารย์จิ้งจอกเฒ่าจะทำอย่างดีที่สุดเพื่อช่วยสนับสนุนเขา

หลังจากพบกับแม่สี่  เย่ว์หยางกลับไปที่สวนดอกไม้น้อยพร้อมกับจูงซวงเอ๋อไปด้วย

นอกจากหนานอี้และอู๋เหินแล้ว  สตรีนางอื่นทุกคนฝึกฝนอยู่กับจื้อจุนและจักรพรรดินีราตรี

เหตุผลที่อี้หนานยังรั้งอยู่เป็นเพราะการฝึกฝนของนางต่างจากคนอื่น

ไม่ใช่แค่เพียงเย่ว์หยางตัดสินใจพาสาวน้อยนางนี้ไปเที่ยวในแดนสวรรค์เท่านั้น  เขาต้องการแสดงความรักที่หวานซึ้งกับนางซึ่งล่าช้าออกไปเพราะต้องต่อสู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  เดิมทีเย่ว์หยางตั้งใจจะพาองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน, เสวี่ยอู๋เสียและโล่วฮัวติดตามไปด้วย  แต่จักรพรรดินีราตรีไม่อนุญาต  นางรู้สึกว่าสิ่งที่จำเป็นต่อสาวๆ คือการฝึกฝน ไม่ใช่ความรัก  ไม่มีเย่ว์หยางอยู่ใกล้ๆ พวกนางจะก้าวหน้าแบบก้าวกระโดด  นี่คือเหตุผลที่จักรพรรดินีราตรีขอให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนพาพวกนางไปด้วยตัวเอง

ไม่ต้องพูดถึงพวกนาง  แม้แต่นางเซียนหงส์ฟ้าก็ยังถูกจื้อจุนพาตัวไปด้วย

เนื่องจากนางเซียนหงส์ฟ้าเกือบจะบรรลุพลังปราณฟ้าระดับสามแล้ว จื้อจุนตัดสินใจแนะนำน้องสาวน้องให้เป็นการส่วนตัว.... หลังจากศึกที่สังเวียนมรณะและในแดนสวรรค์  นางเซียนหงส์ฟ้าเริ่มตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างนางเองกับพี่สาวนาง และเริ่มสะท้อนใจถึงความตั้งใจของนางในอดีต

แม้ว่านางเซียนหงส์ฟ้าจะไม่สามารถขอโทษจื้อจุน  แต่ความตั้งใจยอมรับการฝึกฝนจากพี่สาวนางก็เป็นเหมือนการแสดงสัญลักษณ์สำนึกผิดของนางแล้ว

หญิงงามอู๋เหินดูเหมือนต้องการจะรั้งอยู่เพื่อศึกษาจากแม่สี่  แต่นางไม่ยอมบอกเย่ว์หยางว่านางได้รับความรู้ใดกันแน่

บางทีอาจเป็นแม่สี่ไม่ต้องการให้เย่ว์หยางรู้ความลับของนาง

นอกจากเมื่อตอนที่เย่ว์หยางค้นคว้าตุ๊กตาหุ่นรบ  เย่ว์หวี่จะไม่ใช้เวลาอยู่กับเย่ว์หยางตามลำพังอีกเลย เมื่อไม่นานมานี้นางจะเอาแต่หลบซ่อนตัวอยู่ห่างๆ จากเขา  แม้เมื่อตอนพบกันนางจะวางท่าเป็นพี่สาว  เย่ว์หวี่ไม่ต้องการติดตามเย่ว์หยางไปสำรวจแดนสวรรค์  ตรงกันข้ามสิ่งที่เย่ว์ปิงหวังที่สุดก็คือฝึกฝนกับพี่ชายนาง  แม้ว่าเย่ว์หวี่จะเตือนอยู่หลายครั้ง  แต่เย่ว์ปิงก็ยังถามอย่างมึนงง  “ทำไมข้าถึงไปด้วยไม่ได้ในเมื่อพี่อี้หนานยังไปได้เลย?”

เย่ว์หวี่ไม่ตอบปัญหานี้

“เอ่อ, ถ้าเจ้าติดตามไปด้วย  เจ้าจะกลายเป็นหลอดไฟที่พี่ชายเจ้ามักพูดถึง...”  ก่อนที่เจ้าอ้วนไห่จะพูดจบประโยค  เย่คงใช้เท้ายันเขาจนปลิวไปก่อนแล้ว  “เจ้าหัวหมู  อย่าทำให้ปิงเอ๋อเสียคน, ไสหัวไปอยู่ข้างๆ เลยไป!”

“เจ้าก็ไปได้  แต่นั่นหมายความว่าพี่ชายจะต้องปกป้องคนเพิ่มขึ้นสองคน  แต่ถ้าเจ้าไม่ไป  เขาจะต้องปกป้องแต่เพียงอี้หนานคนเดียว ซึ่งสำหรับเขาแล้วจะง่ายกว่า  ครั้งต่อไปค่อยขอให้เขาพาไปอีกก็ได้  เนื่องจากเขามีเข็มทิศสามดินแดนอยู่  เขาสามารถไปเมื่อใดก็ได้  รอให้เจ้าและพี่ชายเจ้าแข็งแกร่งมากกว่านี้ จากนั้นไม่เพียงแต่เขาจะพาเจ้าไปเท่านั้น  ยังพาพวกเราไปได้หมดเช่นกัน”  แค่เพียงหลิวเย่ช่วยอธิบาย  เย่ว์ปิงจึงยอมยกเลิกความตั้งใจทันที

“โอว, เป็นแบบนั้นเอง  ข้าคิดว่าเป็นเพราะระดับข้ายังไม่สูงพอไปแดนสวรรค์นี่เอง”  เย่ว์ปิงมีหัวใจที่บริสุทธิ์ นางไม่คิดอะไรที่เลยเถิด นางเพียงแต่รู้ว่าพี่ชายนางสนิทกับนาง  นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่าการปรากฏตัวของนางจะรบกวนเหมือนเป็นก้างขวางคอระหว่างพี่ชายนางกับอี้หนาน  นางกำหมัดแน่นพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นว่า “ข้าจะต้องฝึกหนักและแข็งแกร่งให้มากขึ้นแน่นอน  และจะไม่ยอมเป็นภาระพี่ชายเด็ดขาด  ฝึกให้หนัก!”

เมื่อมองตามหลังเย่ว์ปิงขณะที่นางวิ่งออกไปฝึกฝนต่อ  เจ้าอ้วนไห่น้ำตาไหลเต็มหน้า  “นางแซงข้าไปแล้ว....”

เย่คงตะโกนใส่เจ้าอ้วนไห่ “เจ้าโง่อ้วน  ถ้านางไม่พยายามรักษาหน้าตาพวกเรา  นางเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดไปนานแล้ว  แล้วเจ้าอยู่ที่นี่ทำอะไร?  รีบไปฝึกได้แล้ว เจ้าไม่อายบ้างเหรอติดอยู่ที่ชั้นเตรียมปราณก่อกำเนิดอยู่นานแล้ว?  ถ้าข้าเป็นเจ้า ข้าคงเอาหัวโขกพื้นตายไปนานแล้ว  เจ้าโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ?  ความก้าวหน้าของเจ้าครั้งนี้ไม่มีอะไรเลย”

เจ้าอ้วนไห่โกรธ  “เจ้าลิงผอม, เจ้าก็ติดอยู่ที่เตรียมปราณก่อกำเนิดเช่นกัน  ถ้าเจ้าทำได้ ก็แสดงวิธีการบรรลุระดับปราณก่อกำเนิดให้ข้าดูในวันนี้เลยได้หรือเปล่า?”

เสวี่ยทันหลางผู้เงียบขรึมมาโดยตลอดโพล่งขึ้นทันที  “พวกเจ้าทั้งสองช่างเป็นสวะจริงๆ  ข้ากำลังคิดทบทวนอยู่ว่าควรจะเลิกคบกับพวกเจ้าทั้งสองคนดีหรือเปล่า   เป็นสหายกับสวะนี่มันช่างน่าอายเสียจริง”

“เจ้า!”  เจ้าอ้วนไห่แทบสะอึกด้วยความโกรธ  แต่เขาไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้ เนื่องจากเสวี่ยทันหลางได้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดก่อนพวกเขาไปแล้ว  เขาย่อมพูดได้ตามที่ต้องการ

“เจ้าอ้วนงี่เง่า  มาฝึกกัน!”  เย่คงก็โกรธโมโหด้วยเช่นกัน  ขณะที่เขารู้ชัดเจนว่าเสวี่ยทันหลางต้องการทดสอบจิตใจของพวกเขา  แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาไม่สามารถทนได้  ความจริงเขากับเจ้าอ้วนไห่มีความสามารถเหนือกว่าปราณก่อกำเนิดระดับหนึ่งไปแล้ว  แต่ยิ่งพวกเขากระวนกระวาย พวกเขาก็ยิ่งติดขัดอยู่ช่วงก่อนจะเข้าเขตแดนปราณก่อกำเนิดและไม่สามารถบรรลุได้  เนื่องจากเย่ว์หยางยังคงยุ่งเกินกว่าจะให้คำแนะนำพวกเขา  การฝึกฝนของพวกเขาจึงกลายเป็นหยุดนิ่ง  ไม่เพียงแต่เท่านั้น พวกเขายังคงแข่งขันกันและไม่ยอมพึ่งพาคำแนะนำของเย่ว์หยางต้องการจะบรรลุขอบเขตใหม่ด้วยความสามารถตนเอง...

เมื่อเย่ว์หวี่เข้ามาพาเด็กหญิงไป  อี้หนานรู้สึกตื่นเต้น

โลกที่มีพวกเขาเพียงสองคน!

โลกที่มีแต่นางกับเย่ว์หยาง นางปรารถนามานานแล้ว  ในที่สุดก็มาถึงวันนี้

ความจริงนางไม่สนใจว่าพวกเขาจะไปแดนสวรรค์หรือไม่  ตราบใดที่นางอยู่กับเย่ว์หยางในบรรยากาศที่ดูดดื่ม ไม่ว่าพวกเขาจะไปที่ไหนก็ย่อมได้  กลับกลายเป็นแผนการออกท่องเที่ยวกับเย่ว์หยางของนางก็คือไปบันไดสวรรค์เพื่อติดตามร่องรอยของบรรพบุรุษ  เนื่องจากเย่ว์หยางไม่รีบร้อนสำรวจบันไดสวรรค์ในตอนนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องเร่งสำรวจแดนล่มสลายแห่งทวยเทพเลย

ด้วยเข็มทิศสามดินแดน  สถานที่ซึ่งเย่ว์หยางต้องการไปสำรวจที่สุดก็คือแดนสวรรค์

ตั้งแต่ราชันย์พันปีศาจตาย และร่างแยกอีกร่างหนึ่งไม่ได้เคลื่อนไหว  ก็ไม่มีความจำเป็นต้องลงมืออะไรในตอนนี้  ราชาเฮยอวี้ก็ยังซ่อนตัวอยู่ไม่ยอมให้เย่ว์หยางได้โอกาสคร่ากุมง่ายๆ  จักรพรรดิชื่อตี้หลบหนีเข้าแดนสวรรค์  ดังนั้นเย่ว์หยางไปแดนสวรรค์ก็เพียงสืบค้นข่าว  ที่น่ากลัวมากว่าจักรพรรดิชื่อตี้ก็คือซิวคงและจิ่วเซียวซึ่งฟื้นตัวขึ้นทีละน้อยๆ ครั้งกระโน้น ซิวคงและจิ่วเซียวคือสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ที่ได้ต่อสู้กับจักรพรรดิอวี้

ไม่ว่ายังไงก็ตาม เย่ว์หยางต้องการขึ้นแดนสวรรค์เพื่อไปสืบดู  รู้ทั้งเรารู้ทั้งเขาเป็นเรื่องสำคัญที่สุด

ได้สำรวจ ได้ขยายเขตแดนขณะเดียวกันก็เกี้ยวสาวๆ ไปด้วย จะมีอะไรในโลกนี้ที่สุขกว่านี้?  เย่ว์หยางต้องการแสดงความรักกับสาวน้อยอี้หนานให้นาน แต่เขาไม่ได้มีโอกาสเช่นกัน ตอนนี้เวลาที่เขาต้องการคืออยู่กับอี้หนานที่นี่  ไม่มีองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสีย  ไม่มีสาวงามอู๋เหินและเจ้าเมืองโล่วฮัวอยู่ใกล้ ระหว่างช่วงเวลาเดินทางที่สู่แดนสวรรค์ในบรรยากาศเหมือนฝันนี้ ... เย่ว์หยางคงได้สานสัมพันธ์ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับอี้หนาน... นี่คือความปรารถนายิ่งใหญ่ของเย่ว์หยาง และเป็นผลของความรักที่คาดหวัง การตามหาเซี่ยอีก่อนนั้นทำให้เสียเวลาไปเล็กน้อย โชคดีที่เขาได้ผลเก็บเกี่ยวจากการช่วยมนุษย์มังกรแดนสวรรค์มาด้วย

“ข้ากังวลมากจริงๆ ข้าจะสวมชุดไหนดี ตอนนี้ข้าเตรียมถุงไว้หลายใบเลย กะว่าจะเอาของฝากพิเศษจากแดนสวรรค์มาเป็นของฝากทุกคน”  อี้หนานบิดตัวไปมาด้วยความตื่นเต้น

“อย่าเอาอะไรไปมากนักเลย  ความจริงลืมๆ ไปบ้างก็ได้  ทำสิ่งที่เจ้าต้องการ!”  เย่ว์หยางลูบวงหน้าของนางอย่างนุ่มนวล

สหายหญิงที่สนิทคนแรกที่เขาพบก็คืออี้หนาน  นางเป็นสตรีคนแรกที่มีส่วนร่วมกับเขา  แต่เวลาที่เขามีให้นางช่างน้อยนิด

ตอนนี้ ไม่ว่ายังไงก็ตาม เขาต้องปฏิบัติกับนางอย่างเหมาะสม  เขาต้องทำให้การเดินทางไปแดนสวรรค์ราบรื่นดูดดื่มที่สุด เหมือนกับการไปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์... เย่ว์หยางโน้มตัวลงจูบอี้หนานเบาๆ ครั้งนี้นางไม่ปฏิเสธเขา  นางโค้งคำนับศีรษะนางเอียงอายจากนั้นวิ่งออกไปเก็บสัมภาระ แม้ว่าแม่สี่และเย่ว์หวี่จะบรรจุสัมภาระให้นางนานแล้ว   แต่นางอดไม่ได้ที่จะตรวจสอบดูอีกครั้ง กลัวว่าจะมีอะไรขาดหายไป

เมื่อทุกอย่างเตรียมพร้อมแล้ว  เย่ว์หยางอำลาทุกคนและกระตุ้นการทำงานของกุญแจสามดินแดนอีกครั้งหนึ่ง

กลับไปที่แดนสวรรค์

จุดหมายปลายทางคือ ตุ๊กตาหุ่นรบที่เขาฝังไว้ใต้รูปปั้นเทพเจ้า

แดนสวรรค์และแดนสวรรค์ของเมื่อหกพันปีที่แล้ว  มีการเปลี่ยนแปลงอะไร?  แดนสวรรค์ที่ลึกลับ แท้จริงมีสีสันเช่นไร?  นี่คือสิ่งที่เย่ว์หยางเชื่อ  เขาจะเข้าใจหลังจากย่างเท้าเข้าสู่แดนสวรรค์แล้ว

เมื่อเย่ว์หยางย่างเท้าเข้าพื้นที่แดนสวรรค์  เขาจำได้ถึงวันต่อสู้ที่ดุเดือดวันนั้น  เขาอดถอนหายใจไม่ได้  “แดนสวรรค์, ข้ามาถึงนี่แล้ว....”

จบบทที่ ตอนที่ 603 กลับแดนสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว