เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 600 กำเนิดดาบเทาเถี้ย

ตอนที่ 600 กำเนิดดาบเทาเถี้ย

ตอนที่ 600 กำเนิดดาบเทาเถี้ย


เผ่ามังกรแดนสวรรค์รู้ตัวว่าพวกเขาไม่ใช่คู่มือ  เนื่องจากพวกเขาพยายามเอาแต่หนี

ถ้าเย่ว์หยางต้องการฆ่ามนุษย์มังกรแดนสวรรค์เหล่านี้ ก็คงใช้เวลาไม่กี่วินาที อย่างมากไม่เกินหนึ่งนาที  แต่เขาไม่ได้ลงมือแต่อย่างใด กลับเรียกฮุยไท่หลางออกมาจากโลกคัมภีร์เตะก้นมันสั่งว่า “จงไล่กวดพวกเขา แต่อย่าฆ่า  ลากกลับมาที่นี่ แค่ให้เลือดตกยางออกก็พอ เข้าใจไหม? เลือดของพวกเขาจะได้ไม่เสียเปล่า!”

“เมี้ยววว” ฮุยไท่หลางผงกหัวและชูอุ้งเท้าของมันทำท่าทหารวันทยาหัตถ์

มันกางปีกและไล่กวดบุรุษมังกรแดนสวรรค์

บุรุษมังกรแดนสวรรค์ไม่ยอมให้จับง่ายๆ  ดังนั้นพวกเขาใช้พลังต่อสู้ตอบโต้

หางของฮุยไท่หลางเหมือนกับลูกตุ้มเหล็ก เมื่อมันหวดใส่ มันจะทำลายกระดูกสันหลังของมนุษย์มังกร และด้วยการตวัดกรงเล็บใส่ครั้งเดียวก็สามารถตัดปีกของมนุษย์มังกรขาด บุรุษมังกรผู้นั้นร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช  แต่ฮุยไท่หลางไม่สนใจมันงับขาเขาและเหวี่ยงไปที่บ่อเลือดบูชายัญ  มนุษย์มังกรผู้นั้นพยายามตะเกียกตะกายหนี  โคเงาอาหมันก้าวเข้ามาในบ่อเลือดและเหยียบหัวเขาจนแตกกระจายเหมือนกับลูกแตงโม

นางพญากระหายเลือดนั่งหาวด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย  นางนึกว่าจะมีคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง ดังนั้นนางดีใจออกมาข้างนอก  ใครจะรู้กันว่าแค่ฮุยไท่หลางตัวเดียวก็กวาดสวะพวกนี้ได้เรียบ

ตั๊กแตนมัจจุราชต่างออกไป

เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเต็มไปด้วยมังกรบินและมนุษย์มังกรแดนสวรรค์  สัญชาตญาณกระหายเลือดมังกรและแก่นเวทมังกรทำให้นางต้องการฆ่า

นางกางปีกและบินไล่ตามฮุยไล่หลาง  นางเชี่ยวชาญในการตามจับมนุษย์มังกรแดนสวรรค์ที่ถูกฮุยไท่หลางทำร้าย และมังกรบินที่ซึ่งกำลังบินหนี  ถ้าเป็นมังกรบินที่อ่อนแอ นางก็แค่กินแก่นเวทมังกรในกลางอากาศ  เมื่อเห็นนักล่าโดยธรรมชาติของพวกมันปรากฏตัวในหุบเขามังกรบิน  ทั่วทั้งหุบเขามังกรบินตกอยู่ในความหวาดกลัว

ภูตเพลิงฟ้าไม่ได้ร่วมโจมตีด้วย  นางมองดูกระจกปีศาจดูดเลือดและพยายามจะกินมัน

“อยู่ห่างๆ จากมันนะ  นี่ไม่ใช่ส่วนแบ่งของเจ้า” เย่ว์หยางตะโกนไล่นาง  สมบัติอื่นยังพอทำเนา  แต่กระจกปีศาจนี้คือสิ่งที่สามารถช่วยให้เย่ว์หยางวิวัฒนาการดาบวิเศษฮุยจินได้

“.....” ภูตเพลิงฟ้าไม่ค่อยยินยอม แต่นางไม่กล้าขัดคำสั่งของเย่ว์หยาง

นางค่อยๆ ลอยออกมาขณะที่นางทนมองดูดาบวิเศษฮุยจินกำลังกินกระจกปีศาจ  เย่ว์หยางต้องการวิวัฒนาการดาบวิเศษฮุยจินมานานแล้ว  แต่เขาทำให้มันได้แค่ยกระดับเป็นอาวุธชั้นศักดิ์สิทธิ์ และนี่ทำให้เย่ว์หยางไม่รู้จะทำยังไงอีกต่อไป  เย่ว์หยางต้องการให้ดาบวิเศษฮุยจินเป็นอาวุธชั้นเทพหรืออย่างน้อยก็เป็นอาวุธเทพร่างอสูรก็ยังดี

อาวุธเทพร่างอสูรจะมีรูปลักษณ์คล้ายอสูรธรรมดา

สำหรับดาบวิเศษฮุยจินเมื่อกลายเป็นอาวุธเทพร่างอสูร มันจำเป็นต้องอยู่ในสภาพสิ่งมีชีวิต  แม้ว่าจะเป็นในรูปแบบโลหะมีชีวิต มักก็ยังมีชีวิตหนึ่ง หรือมิฉะนั้นเขาก็คงทำไม่สำเร็จ

เย่ว์หยางฆ่าราชันย์พันปีศาจภายในโลกหิมะและได้รับเม็ดพลังปีศาจสีแดง  ด้วยเม็ดพลังของอสุรกายดำที่พี่น้องหงส์เพลิงฆ่าตาย และเม็ดพลังของเงาปีศาจทอง (ปีศาจในวังเบญจธาตุ) เขามีเม็ดพลังสามรูปแบบแตกต่างกัน เย่ว์หยางเตรียมใช้กลั่นและผสานเข้ากับดาบวิเศษฮุยจินและทำให้มันมีชีวิต อาวุธเทพร่างอสูรมีชีวิต  โดยปกติจำเป็นต้องมีของอีกหลายอย่าง  ตัวอย่างเช่นเขาต้องการได้เลือดสดจำนวนมหาศาลและตุ๊กตารบที่มีชีวิตตนหนึ่ง  เพียงเท่านี้จึงจะยกระดับดาบฮุยจินเป็นอาวุธเทพร่างอสูรได้

ปัญหาก็คือเขาจะไปเอาตุ๊กตานักรบที่มีชีวิตมาจากไหน?

เขาไม่มีแหล่งทรัพยากรจะใช้สร้างนางฟ้านักรบอีกตนหนึ่ง  ดังนั้นเขาจะไปหาวัสดุจากที่ไหนถึงเพียงพอจะยกระดับดาบวิเศษฮุยจินของเขาได้?

เขาเก็บปัญหานี้เข้าลิ้นชักไว้จนกระทั่งพบเจอกระจกปีศาจ... กระจกปีศาจไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่ก็คล้ายสิ่งมีชีวิต และมีวิวัฒนาการโดยการดูดเลือด  นอกจากนี้ที่น่ากลัวมากก็คือมันมีสติปัญญา หลังจากดื่มเลือดของเหยื่อบูชายัญไปนับไม่ถ้วน มันวิวัฒนาการวิญญาณเป็นพิเศษซึ่งยังมีความต้องการเลือดต่อไป  จากมุมมองของมนุษย์  กระจกปีศาจเหมือนกับสัตว์ประหลาดมีชีวิตที่มีวิญญาณชั่วร้ายมาก

อีกเงื่อนไขหนึ่งก็คือต้องการเลือดจำนวนมาก

บ่อเลือดที่จุเลือดของมนุษย์มังกรแดนสวรรค์หลายร้อยและมังกรบินอีกหลายหมื่น แม้ว่ากระจกปีศาจจะกินไปถึงครึ่งหนึ่งแล้ว  แต่เย่ว์หยางประมาณการว่าต้องฆ่าบุรุษเผ่ามังกรแดนสวรรค์น่าจะพอ

ดาบวิเศษฮุยจินค่อยๆ รวมผสานเข้ากับกระจกปีศาจ  จากนั้นเย่ว์หยางโยนเม็ดพลังปีศาจเพิ่มลงไปอีกสามลูก

แก่นเวทเพลิงและผลึกมังกรปีศาจที่เดิมทีอยู่ภายในดาบฮุยจินเติบโตกล้าแข็งแล้ว    พวกมันยังไม่เทียบเท่ากับเม็ดพลังปีศาจทั้งสาม แต่พวกมันจุพลังได้แน่นอน  ขณะเดียวกัน กระจกปีศาจ, เม็ดพลังปีศาจทั้งสาม, แก่นเวทเพลิงและผลึกมังกรปีศาจถูกกลั่นด้วยเพลิงอมฤต ดังนั้นพวกมันมิใช่ว่าไม่สามารถผสานเข้าด้วยกัน  พวกมันทั้งหมดมีความประสงค์เองและไม่ยินดีรวมกับพลังอย่างอื่น แต่พวกมันไม่มีทางเลือก  ถ้าพวกมันไม่เห็นด้วยกับความประสงค์ของเย่ว์หยางพวกมันจะสูญสลายตลอดไป  อีกด้านหนึ่งเย่ว์หยางถ่ายพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์และอีกทางหนึ่งใช้เพลิงอมฤตกลั่นดาบวิเศษฮุยจิน, กระจกปีศาจ, เม็ดพลังปีศาจทั้งสามและแก่นปีศาจทั้งสองขณะที่พวกมันเริ่มผสานเข้ากัน

เย่ว์หยางไม่เคยคิดว่าวันที่อาวุธเทพร่างอสูรถือกำเนิดจะมาจากเงื้อมมือของเขา

แม้ว่าจะเป็นอาวุธเทพร่างอสูรชั้นศักดิ์สิทธิ์  แต่อาวุธเทพร่างอสูรก็ยังไม่ถึงขีดจำกัดของมัน  แค่นั้นก็ทำให้เย่ว์หยางภูมิใจแล้ว

เมื่ออาวุธเทพร่างอสูรปรากฏขึ้น ทั่วทั้งหุบเขามังกรบินเต็มไปด้วยแสงสีแดงดุจโลหิต

พื้นสั่นสะเทือนเหมือนอย่างที่ตำนานอธิบายถึงการปรากฏของอาวุธเทพร่างอสูร

แผ่นดินผืนฟ้าเปลี่ยนสีขณะที่สายฟ้าแล่บแปลบปลาบ... ปราณปีศาจสีแดงดุจเลือดทะลักกระจายทั่วท้องฟ้าเหมือนปีศาจกลืนกินท้องฟ้า  สตรีเผ่ามนุษย์มังกรกลัวถึงขนาดกอดกันตัวสั่น  พวกนางไม่กล้าเงยหน้ามองดูอาวุธเทพร่างอสูรในมือเย่ว์หยางที่ยังเปลี่ยนแปลงไม่เสร็จสมบูรณ์  ในใจพวกนาง ไม่มีความคลางแคลงใจว่าจักรพรรดิมังกรฟ้าผู้ก่อตั้งเผ่าพันธุ์ในตำนานของพวกนางมีระดับนักสู้สูงสุดสามารถควบคุมอาวุธเทพร่างมนุษย์และบัญชาทุกคนภายใต้สวรรค์ได้ นั่นคือผู้ทัดเทียมพระเจ้าแน่  ไม่อย่างนั้นชาวเผ่ามังกรแดนสวรรค์จะยกย่องเทิดทูนเป็นผู้ก่อตั้งของพวกเขาได้อย่างไร?

เด็กหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าต่อตาพวกนางมีพลังที่มิอาจหยั่งถึง  เขารู้เรื่องประวัติศาสตร์ของชาวเผ่ามังกรแดนสวรรค์และยังใช้อาวุธเทพร่างอสูรได้

ต่อให้เขาไม่ใช่จักรพรรดิมังกรฟ้ากลับชาติมาเกิด  เขาอาจเป็นจักรพรรดิมังกรฟ้ารุ่นต่อไปก็ได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเด็กหนุ่มผู้นี้ชูอาวุธเทพร่างอสูร อสูรหอทงเทียนบนข้อมือของเขาก็ปล่อยพลังมังกร.. แม้แต่พวกนางก็เพียงได้ยินได้ฟังมาจากตำนาน  เมื่อพวกนางเห็นอสูรหอทงเทียนนั้น ซึ่งสามารถแปลงร่างเป็นอะไรก็ได้ พวกนางรู้ว่าเขาต้องเป็นศิษย์ของจักรพรรดิมังกรฟ้าแน่นอน  นี่เป็นเพราะมีแต่จักรพรรดิมังกรฟ้าเท่านั้นที่รู้วิธีสั่งการเทพมังกรทงเทียนและอสูรทงเทียนก็คือเทพมังกรทงเทียนเยาว์วัยนั่นเอง

เมื่ออสูรทงเทียนปรากฏตัว มนุษย์มังกรแดนสวรรค์ทุกคนสามารถรู้สึกได้ถึงพลังมังกรระดับสูงที่ข่มพวกเขาได้ ทำให้วิญญาณพวกเขาสั่นสะท้าน

มีเสียงสะท้อน

ถ้าเด็กหนุ่มที่กำลังใช้เลือดมังกรสร้างอาวุธเทพร่างอสูรไม่ยอมรับว่าเขาคือจักรพรรดิมังกรฟ้า อย่างนั้นเจ้าของเทพมังกรทงเทียนก็ต้องเป็นจักรพรรดิมังกรฟ้าแน่นอน  มนุษย์มังกรแดนสวรรค์ไม่มีความสงสัยในเรื่องนี้

“ท่านผู้ก่อตั้งศักดิ์สิทธิ์...”  สตรีเผ่ามังกรแดนสวรรค์ทุกคนพากันคุกเข่า  พวกนางไม่กล้าระบายลมหายใจแรงแม้แต่น้อยขณะที่พวกนางแสดงความเคารพเทิดทูน

“ตอนนี้ข้ากำลังยุ่ง, หลีกไปข้างๆ ก่อน” อสูรโลหะบนข้อมือของเย่ว์หยางเปลี่ยนร่างเป็นเทพมังกรพันอยู่รอบแขนของเขา มันเชิดหัวมาทางดาบวิเศษฮุยจิน เหมือนกับว่ามันกำลังคุยว่า แม้ว่าดาบวิเศษฮุยจินจะกลายเป็นอาวุธเทพร่างอสูร  แต่ก็เทียบกับมันไม่ได้ แน่นอนว่าการทำเช่นนี้มันแสดงถึงวิธีที่มันมองดาบวิเศษฮุยจินว่าเป็นคู่แข่งของมัน  ตั้งแต่ดาบวิเศษฮุยจินยกระดับใหม่มันสร้างความประทับใจได้มาก

มันกลายเป็นดาบวิเศษใหม่อย่างสมบูรณ์

กล่าวอีกนัยหนึ่งมันกลายเป็นอสูรโลหะตัวใหม่

มันเป็นอาวุธและยังเป็นอสูรได้   มันมีลักษณะน่าเกลียดน่ากลัวอย่างที่ไม่เคยเห็นอสูรแห่งหอทงเทียนมาก่อน  นี่มาจากปีศาจที่มีพลังมังกรที่เย่ว์หยางเคยเห็นมาจากโลกมนุษย์ก่อนที่เข้ามายังมิตินี้ เขาของมันยาวชี้ขึ้นฟ้า เขี้ยวแหลมคมกลืนกินคนได้ขนาดของมันพอๆ กับสิงโตและขนของมันมองดูเหมือนหลาวขณะเดียวกันมันมีหางที่เต็มไปด้วยหนาม

อัญมณีดูดเลือดซึ่งฝังอยู่ในกระจกปีศาจกลายเป็นตาของมัน

เม็ดพลังปีศาจทั้งสามกลายเป็นผลึกเวทที่ยังคงหมุนอยู่บนหัวของมันโดยไม่หยุดนิ่ง

แก่นเวทปีศาจเพลิงและผลึกมังกรปีศาจผสานเข้าด้วยกันกลายเป็นหัวใจของมัน  สีข้างทั้งสองมองดูเหมือนสิงโต  แต่เห็นได้ชัดว่าสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนของกระจกปีศาจ  ขณะที่มันเรืองแสงสีแดงที่ดูน่ากลัว  หางของมันมีไฟลุกโพลงมีทั้งไฟปีศาจและไฟภูตพราย  โลกภายในกระจกปีศาจกลายเป็นท้องของมัน  ถ้ามันไม่สามารถกัดศัตรูของมันให้ตาย มันสามารถกลืนคนได้ร้อยคน  ถ้ามันมีวิวัฒนาการอีก โลกภายในของมันจะขยายตัวและกลายเป็นลึกไร้ก้นอย่างแน่นอน

ความจริงสิ่งที่เย่ว์หยางต้องการที่สุดก็คือโลกที่น่าสยดสยอง

กระจกปีศาจระดับศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นรอง

ด้วยว่าโลกที่อยู่ภายในนั้นสามารถดูดเลือดได้ มันจะกลายเป็นฝันร้ายของศัตรูของเขา... ไม่เพียงเท่านั้นศพของพวกเขา วิญญาณของพวกเขาจะติดอยู่ภายในตลอดไป  เย่ว์หยางยังต้องการรอจนกระทั่งเขาแข็งแกร่งมากขึ้นกว่านี้ก่อนจะผสานกับเจดีย์ปราบปีศาจด้วยเช่นกัน  อย่าว่าแต่นักรบปราณฟ้าธรรมดาเลย  แม้แต่นักรบปราณฟ้าอย่างชางเหยียน, เหยียนจงและเหยียนจุนก็ยังติดอยู่ในนี้ตลอดไป

ปกติเป้าหมายของเย่ว์หยางก็คือจักรพรรดิชื่อตี้และเป้าหมายที่สูงยิ่งกว่าก็คือจิ่วเซียวและซิวคงของสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์

ถ้าเขาต้องการกักพวกเขาไว้  เย่ว์หยางรู้สึกว่าเขาจำเป็นต้องถึงระดับสร้างมิติหลุมดำได้

เขาจะยังไม่คิดถึงตอนนี้  แต่อาจมีความเป็นไปได้ในอนาคต

“เจ้ายังสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ชั่วคราว  แต่ข้าจะตั้งชื่อเจ้าไว้ก่อน ในอนาคตเจ้าจะมีชื่อว่า ‘เทาเถี้ย’” เย่ว์หยางเหยียดมือออกขณะที่อสูรเปลี่ยนสภาพทันทีและพันรอบแขนเย่ว์หยางไว้ มันพันแขนของเขาอย่างแน่นไม่มีรอยต่อมองดูเหมือนผิวธรรมชาติ  อาจกล่าวได้ว่ามันกลายเป็นส่วนขยายของแขนเย่ว์หยาง  เหมือนกับว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายเย่ว์หยางเสมอ

ในรูปของดาบเทาเถี้ย หัวก็คือดาบและปาก ลิ้นและฟันก็คือคมดาบ

เย่ว์หยางจับที่เอวขณะที่ขาทั้งสี่และหางยืดออกและผสานกับหัว ฟันและลิ้นกลายเป็นดาบหนักกึ่งฟันเลื่อยกึ่งดาบโค้ง

อสูรโลหะอีกตัวโมโหเปลี่ยนร่างกลายเป็นกระบี่ทงเทียน มันถือโอกาสกระทบใส่ดาบเทาเถี้ยเบาๆ

เสียงกระทบกันดับติง

แม้ว่าเสียงจะไม่ดังมาก แต่ก็เพียงพอสั่นสะท้านวิญญาณคนอื่น

ผู้ช่วยของเจ้าเมืองปีศาจหมอหลงสั่นสะท้านเลือดออกจากทวารทั้งเจ็ดตายทันที  แม้แต่หมอหลงเองแก้วหูแตกกระอักโลหิต เหมือนกับว่าเขาได้ยินพลังเสียงกรีดของนางพญากระหายเลือด

เย่ว์หยางดีใจและลองใช้มือสะบัดฟัน

ดาบเทาเถี้ยฟันออกไปข้างหน้า  ผนังภูเขาห่างออกไปพันเมตรเป็นรอยลึกสายหนึ่ง  รอยฟันนั้นยาวร้อยเมตรและลึกสิบเมตร.... ระหว่างทางมันผ่ามังกรบินขาดครึ่ง แม้แต่ฮุยไท่หลางที่กำลังไล่จับบุรุษมังกรแดนสวรรค์ก็พลอยสะดุ้งไปด้วย  กระบี่ทงเทียนอีกด้านหนึ่งยังไม่ยอมสงบ มันเริ่มส่งพลังปราณกระบี่เล็กน้อยและแทงผนังเขาอีกลูกหนึ่งลึกร้อยเมตร

เทียบกับพลังผ่าปฐพีแล้ว ท่านี้มีพลังทำลายล้างมากกว่า

นี่เป็นครั้งแรกที่อสูรโลหะอวดพลังของมันเช่นนี้  ถ้าไม่ใช่เพราะดาบเทาเถี้ย  มันคงไม่ยอมแสดงพลังของมัน

“เอ้านี่ รางวัลของเจ้า!”  ปกติแล้วเย่ว์หยางเข้าใจหัวใจของอสูรโลหะนี้  เขาให้รางวัลมันด้วยผลึกปีศาจของปีศาจโบราณ  มันดีใจมากขณะม้วนพันรอบแขนของเย่ว์หยาง

ในร่างของดาบเทาเถี้ย เย่ว์หยางจุ่มดาบลงในบ่อเลือด ปล่อยให้มันดูดพลังจากจากเลือดเพื่อวิวัฒนาการต่อไป

เซี่ยอีรอให้เขาเสร็จงานก่อนจะลอบกระตุกแขนเสื้อของเขา  “มันก็ดีอยู่หรอกนะที่เจ้าช่วยพวกนาง  แต่ทำไมเจ้าต้องแกล้งทำเป็นเจ้านายของพวกนางด้วย? อวดอ้างว่าเป็นจักรพรรดิมังกรฟ้า มันไม่ดีไม่ใช่หรือ?”

เย่ว์หยางยิ้มเมื่อได้ยินคำนี้  “เหลวไหล, ถ้าข้าไม่อ้างตัวเป็นจักรพรรดิมังกรฟ้า พวกนางจะฟังข้าหรือ? ลองดูสิ พวกนางเชื่อฟังมากเพียงไหน  พวกนางจะทำตามที่ข้าบอก  ถ้าข้าไม่อ้างเป็นผู้ก่อตั้งของพวกนาง แล้วข้าจะขุดสุสานบรรพบุรุษของพวกนางได้อย่างไร?”

เซี่ยอีปวดศีรษะ  “ฆ่าคนก็พอแล้ว นี่ยังจะขุดหลุมบรรพบุรุษพวกเขาด้วยเหรอ?  เจ้าโหดร้ายเกินไปแล้ว ทำไมไม่ปล่อยวางเสียบ้าง”

เย่ว์หยางใช้นิ้วชี้แหย่คางนางเบาๆ “ถ้าข้าไม่ขุดสุสานบรรพบุรุษพวกเขา แล้วข้าจะตรวจสอบสายเลือดมนุษย์มังกรในตัวเจ้าได้ยังไง?  นอกจากนี้ ต้องมีสมบัติอยู่ภายใน  ข้ารู้สึกถึงมันได้เมื่อข้าเข้ามา  ถ้าข้าไม่เอาไปด้วย  อย่างนั้นข้าคงพลาดโอกาสนี้”

“ข้ามีสายเลือดมนุษย์มังกรหรือ?”  เซี่ยอีตะลึง

“หา?” อย่าว่าแต่นางเลย  แม้แต่ราชินีซิกและนางอื่นๆที่ได้ยินก็ยังงุนงงขณะที่พวกนางมองดูเซี่ยอี  ถึงตอนนี้พวกนางสังเกตได้ว่ามีความรู้สึกที่คุ้นเคยขณะที่พวกนางมองดูเซี่ยอี

จบบทที่ ตอนที่ 600 กำเนิดดาบเทาเถี้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว