- หน้าแรก
- จอมยุทธ์ท่านนี้ช่างมีมารยาทเหลือเกิน
- บทที่ 41 - ข่าวครึกโครม
บทที่ 41 - ข่าวครึกโครม
บทที่ 41 - ข่าวครึกโครม
บทที่ 41 - ข่าวครึกโครม
"ปัง!" เสียงดังสนั่น เกาเชียนถูกเยี่ยนชิงจับทุ่มแบบ 'แบ็คดรอป' กระแทกเวทีอย่างแรง จนพื้นไม้เนื้อหนายุบตัวบิดเบี้ยว
ไม่รอให้เกาเชียนลุกขึ้น เยี่ยนชิงเตะกวาดเข้าที่ขมับของเขา ท่าเตะกวาดนี้ใช้แรงส่งจากข้อต่อโคนนิ้วเท้า ซึ่งเป็นส่วนที่แข็งที่สุดของฝ่าเท้า
เกาเชียนเคยโดนเข้าไปหลายครั้ง แต่ละครั้งเจ็บปวดร้าวลึกถึงกระดูก
เห็นดังนั้นเขารีบยกมือขึ้นกุมศีรษะ แต่ขาที่ยกสูงของเยี่ยนชิงกลับเปลี่ยนจากเตะกวาดเป็นเตะผ่าหมาก เพลงเตะของเขาสูงส่ง การเปลี่ยนท่าลื่นไหลเป็นธรรมชาติ
เกาเชียนตามจังหวะของเยี่ยนชิงไม่ทัน จึงถูกส้นเท้าฟาดเข้ากลางหน้าอกเต็มแรง
ลูกเตะนี้ส่งแรงจากส้นเท้าดุจขวานยักษ์ฟาดฟัน แฝงด้วยแรงทะลุทะลวง กระแทกจนหน้าอกเกาเชียนจุกแน่น แทบกระอักเลือด
ท่า 'เตะผ่า' ในวิชาแปดเคล็ดวิชาพรางตา นั้นทรงพลังหนักหน่วง เป็นท่าที่ดุดันแข็งกร้าวที่สุด
เกาเชียนกลั้นความเจ็บปวด เอื้อมมือไปกอดขาเยี่ยนชิง แต่คว้าได้เพียงรองเท้าบูทหนังวัวข้างหนึ่ง
เยี่ยนชิงเห็นว่าท่าไม่ดี จึงถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเกาเชียนค่อยๆ ลุกขึ้นมา ใบหน้าของเยี่ยนชิงก็ฉายแววชื่นชม เขาถามว่า "วิชาคงกระพันของท่านยอดเยี่ยมยิ่งนัก ข้านับถือ ยังจะสู้อีกหรือไม่?"
ตอนนี้กางเกงของเยี่ยนชิงก็ขาดวิ่น รองเท้าบูททั้งสองข้างก็หลุดหายไป
ดูทุลักทุเลไม่น้อย แต่ร่างกายของเขากลับไร้บาดแผล
เกาเชียนปรับลมหายใจ "คุณเยี่ยนอุตส่าห์ชี้แนะ ผมจะไปได้อย่างไร"
ต่อหน้าปรมาจารย์หมัดมวยอย่างเยี่ยนชิง เขาไม่มีทางสู้ได้เลย เป็นฝ่ายถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียว
อย่างไรก็ตาม เกาเชียนก็ฉลาดพอตัว โดนอัดมาขนาดนี้ ถึงจะเรียนรู้เทคนิคของอีกฝ่ายไม่ได้ แต่ก็ได้ประสบการณ์การถูกอัดมาไม่น้อย
อาศัยความอึดถึกทน เขาก็สวนกลับไปได้หลายครั้ง อย่างน้อยก็กระชากกางเกงเยี่ยนชิงจนขาดได้
ความจริงเกาเชียนก็ต่อยโดนเยี่ยนชิงบ้าง แต่ร่างกายของอีกฝ่ายทั้งลื่นทั้งเหนียว เหมือนต่อยลงบนหนังวัวทาจารบี ออกแรงไม่ได้เลย
ถ้าบอกว่าสือเชียนคือความเร็ว เยี่ยนชิงก็คือความพลิกแพลง เทคนิคหมัดมวยของเขาบรรลุถึงขั้นสุดยอด
ไม่ว่าจะความเร็ว พละกำลัง หรือความแข็งแกร่งของร่างกาย เยี่ยนชิงดูจะเทียบเขาไม่ได้ แต่ด้วยวิชาหมัดมวยที่เชี่ยวชาญระดับปรมาจารย์ กลับทำให้เกาเชียนสะบักสะบอมได้ขนาดนี้
วิชาหมัดหย่งชุนและวิชาการต่อสู้อื่นๆ ที่เขาได้ฟรีมาจากโจวอวี้ซิ่ว เมื่ออยู่ต่อหน้าเยี่ยนชิงก็เหมือนเด็กเล่นขายของ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ น่าเจ็บใจยิ่งกว่าตอนเจอสือเชียนเสียอีก เพราะสู้ไม่ได้จริงๆ
เกาเชียนกัดฟันสู้ตายกับเยี่ยนชิง
เยี่ยนชิงดูมีความอึดเหลือเฟือ สู้กันมานานขนาดนี้ ยังไม่หอบสักแอะ
เห็นเกาเชียนสู้ไม่ถอย เยี่ยนชิงก็ยิ้มรับคำท้า
สู้กันต่ออีกหนึ่งชั่วโมง เกาเชียนเริ่มไม่ไหวแล้ว แม้การสู้จริงแบบนี้จะทำให้พัฒนาเร็ว แต่การโดนยำต่อเนื่องแบบนี้มันทำลายทั้งร่างกายและจิตใจ
ประเด็นสำคัญคือเขาดูออกแล้ว เยี่ยนชิงไม่ได้อึด แต่เขาไม่รู้จักเหนื่อยต่างหาก น่าจะเป็นความพิเศษของโลกใบนี้
เกาเชียนที่กะจะใช้วิธีตื้อให้หมดแรง เมื่อเห็นว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล เขาก็ยอมแพ้ทันที
ทันทีที่เกาเชียนออกมาจากประตูเหลือง หลินเอ๋อร์ก็เข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง "ป๋าคะ เป็นไงบ้าง?"
"แล้วลูกว่าไงล่ะ?" เกาเชียนตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
หลินเอ๋อร์หัวเราะแห้งๆ "ดูก็ปกติดีนี่คะ"
ความจริงมองจากภายนอกดูไม่ออกหรอก เขาใส่ชุดคลุมมังกรทองไท่อี่ สวมมงกุฎทอง รองเท้าบูท ซึ่งทำจากวัสดุพิเศษ
แม้จะไม่มีพลังป้องกัน แต่ก็ไม่ฉีกขาดง่ายๆ
มีเพียงผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง ใบหน้าเขียวช้ำม่วงคล้ำ ดูทุลักทุเลเอาการ
แต่พอเกาเชียนสวมหน้ากาก จัดทรงผมเสียใหม่ เขาก็กลับมาเป็นองค์ชายไท่อี่ผู้ลึกลับและน่าเกรงขามอีกครั้ง
หลินเอ๋อร์ปลอบใจว่า "ป๋าคะ ไม่มีใครรู้ว่าป๋าแพ้ ก็เท่ากับไม่แพ้ ไม่น่าอายหรอกค่ะ"
เกาเชียนหลุดขำ "หลินเอ๋อร์ ลูกนี่รู้ใจจริงๆ"
โจวอวี้ซิ่วยังคงนั่งสมาธิ ไม่รู้เลยว่าอาจารย์ที่เธอเคารพถูกจับเป็นกระสอบทรายซ้อมอยู่สองชั่วโมง
เกาเชียนปรับอารมณ์ ใช่แล้ว อย่างที่หลินเอ๋อร์บอก ไม่มีใครรู้ก็ไม่น่าอาย
เขาบอกหลินเอ๋อร์ "มีภาพย้อนหลังไหม ฝีมือเรายังไม่ถึงขั้น ก็ต้องศึกษาให้ดี..."
"มีค่ะ"
หลินเอ๋อร์เปิดกระจกวิเศษอย่างกระตือรือร้น ฉายภาพตอนเกาเชียนโดนยำเละ
ความยาวสองชั่วโมง ชั่วโมงแรก เกาเชียนโดนอัดฝ่ายเดียว แทบไม่มีโอกาสได้พูด
ชั่วโมงหลัง ค่อยยังชั่วหน่อย อย่างน้อยเกาเชียนก็รู้จักใช้ความได้เปรียบทางร่างกายตอบโต้
เกาเชียนเน้นดูการต่อสู้ในชั่วโมงหลัง เพราะช่วงนี้ถึงจะพอกล้อมแกล้มว่าเป็นการต่อสู้ได้
"ป๋าคะ หนูช่วยรวบรวมข้อมูลให้แล้ว เยี่ยนชิงใช้วิชาหมัดสี่รูปแบบ คือ ม้า งู นางแอ่น และเสือ ส่วนวิชาขา ก็มีสี่แบบ แบ่งเป็น เตะตวัด เตะผ่า เตะกวาด และเตะดีด..."
หลินเอ๋อร์ไม่มีความรู้เรื่องวรยุทธ์ แต่ความจำและการวิเคราะห์ของเธอดีกว่าเกาเชียนมาก
กระบวนท่าของเยี่ยนชิงมีเอกลักษณ์ชัดเจน เมื่อดูผ่านกระจกวิเศษแบบสโลว์โมชั่น ก็แยกแยะประเภทกระบวนท่าได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม ต่อให้แยกย่อยการเคลื่อนไหวเป็นภาพหลายหมื่นเฟรมต่อวินาที จนเห็นรายละเอียดการเกร็งกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นของเยี่ยนชิงชัดเจน ก็ยังเรียนรู้วิชาหมัดของเขาไม่ได้
กระบวนท่าของเยี่ยนชิงดูเรียบง่าย แต่ไม่ใช่แค่การออกแรงกล้ามเนื้อธรรมดา มันเกี่ยวข้องกับการโคจรลมปราณเลือดลมที่ลึกซึ้ง หรือแม้แต่การโคจรพลังภายในบางอย่าง
เยี่ยนชิงจึงสามารถรวดเร็วปานสายลม กระโดดสูงได้ห้าหกเมตร ร่างกายมีความเหนียวแน่นทนทานเหนือมนุษย์
คนธรรมดาต่อให้ฝึกแทบตาย ก็ไม่มีทางทำได้ถึงขั้นนี้
เหมือนกับหมัดหย่งชุนของโจวอวี้ซิ่ว ที่ดูเหมือนจะประณีต แต่เมื่อเจอหมัดของเยี่ยนชิงก็พังไม่เป็นท่า
เพราะแก่นแท้ของวิชาทั้งสองมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เกาเชียนเรียนรู้เคล็ดลับภายในวิชาหมัดของเยี่ยนชิงไม่ได้ แต่การดูวิธีต่อสู้ การรับมือสถานการณ์ต่างๆ ของเยี่ยนชิง ก็ทำให้เขาได้เรียนรู้อะไรมากมาย
ผ่านเยี่ยนชิง เกาเชียนตระหนักเป็นครั้งแรกว่าวิชาหมัดของตัวเองหยาบกระด้างแค่ไหน
เจอคนที่ระดับเดียวกันยังพอใช้แรงเข้าข่มได้ แต่ถ้าเจอยอดฝีมือตัวจริง พลังที่มีอยู่ก็ยากจะแสดงออกมา
เกาเชียนเคยคิดว่าเพลงดาบของปีศาจโลหิตร้ายกาจ แต่พอเทียบกับเยี่ยนชิงแล้ว คนละชั้นกันเลย
ถ้าเขามีวิชาหมัดสูงส่งแบบเยี่ยนชิง การฆ่าปีศาจโลหิตคงไม่ใช่เรื่องยาก
น่าเสียดาย ในระยะสั้นเขาคงเอาชนะเยี่ยนชิงไม่ได้
คงต้องรอให้คัมภีร์พลังเทพวชิระบรรลุขั้นที่สอง แล้วใช้พลังมหาศาลบดขยี้อีกฝ่าย
คำนวณเวลาดู ก็อีกสี่สิบกว่าวัน...
ตอนเช้าเกาเชียนออกจากโรงแรม กินมื้อเช้าที่ร้านข้างทาง แล้วค่อยเดินทอดน่องไปที่กองตรวจการณ์
ตอนนี้กองตรวจการณ์กำลังวุ่นวาย ผู้ตรวจการและเจ้าหน้าที่ทุกคนต่างรวมตัวกันอยู่ในลาน จับกลุ่มคุยกันอย่างออกรส
แม้แต่พวกที่ปกติสุขุมเยือกเย็น วันนี้ก็เก็บอาการไม่อยู่
ช่วยไม่ได้ เรื่องที่เกิดขึ้นมันใหญ่โตเกินไป
พวกที่มาสายเห็นแค่คราบเลือดเต็มพื้น ไม่รู้ว่ามีคนตายไปกี่คน
แต่คลังอาวุธถูกงัด ปืนไรเฟิลจู่โจมหายเกลี้ยง
แค่จุดนี้ก็รู้แล้วว่าสถานการณ์เมื่อคืนอันตรายแค่ไหน
ผู้ตรวจการพวกนี้แต่ละคนเขี้ยวลากดิน ไม่มีใครโง่ เมื่อวานรองหัวหน้าหลี่เหยียนเพิ่งปรับตารางเวร พอตกดึกก็เกิดเรื่อง
เมื่อเอามาเชื่อมโยงกัน เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่นอน
ผู้ตรวจการที่มาจากกองบังคับการอื่น ก็อธิบายสถานการณ์ไม่ถูก ได้แต่สั่งให้ทุกคนรอคำสั่ง ห้ามออกจากกองตรวจการณ์
พอเกาเชียนมาถึง เหล่าผู้ตรวจการก็ฮือฮาขึ้นมาทันที
เพราะในห้องทำงานของเกาเชียนเต็มไปด้วยเลือด โต๊ะทำงานไม้เนื้อหนาก็แตกเป็นสองเสี่ยง สภาพที่เกิดเหตุสยดสยองมาก
ทุกคนต่างเดาว่าเกาเชียนน่าจะตายไปแล้ว ใครจะคิดว่าเกาเชียนจะปลอดภัยดี แถมยังดูสดใสกระปรี้กระเปร่าอีกต่างหาก
คนในกองตรวจการณ์ที่สี่ ต่างทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอหน้าเกาเชียน
มีเพียงสือหมิงจอมเลียแข้งเลียขา ที่หน้าบานเป็นกระด้ง รีบวิ่งเข้าไปหาเกาเชียน "หัวหน้า ผมรู้แล้วว่าท่านต้องไม่เป็นไร..."
[จบแล้ว]