เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 564 - แทรกซึมเข้าเผ่าทะเล

ตอนที่ 564 - แทรกซึมเข้าเผ่าทะเล

ตอนที่ 564 - แทรกซึมเข้าเผ่าทะเล


ทะเลฝนดาวตก

สถานที่นี้คือพื้นที่อุดมสมบูรณ์และมั่งคั่ง

มีเกาะมากมายพอๆ กับไข่มุกในทะเล หาดทรายเงินทอดตัวเป็นแนวยาวตามแนวหาด และมหาสมุทรที่กว้างขวางมองดูเหมือนอัญมณีสีฟ้า ณ ที่นี้น้ำและท้องฟ้าบรรจบกันเป็นหนึ่ง คลื่นสีฟ้ามรกตทอดตัวยาวหลายพันกิโลเมตร เมื่อลมทะเลพัดหมอกให้จางลง เหมือนกับจะหอบเอาความยุ่งยากจากไป ในทะเลฝนดาวตก ไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใด แต่จะปรากฏเหมือนฤดูร้อนอยู่เสมอ พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างอบอุ่น แสงแดดที่อบอุ่นไม่เหมือนกับแสงอาทิตย์ที่ร้อนแรง ทุกคนสามารถอาบแดดได้อย่างสบาย

ถ้าให้จัดอันดับสถานที่งดงามที่สุดในหอทงเทียนแล้ว ทะเลฝนดาวตกติดอยู่ในสามอันดับแรก

นักสู้ปราณก่อกำเนิดหลายคนผู้ไขว่คว้าหาความสุดยอด ช่วงเวลาหลายปีของพวกเขา แทบจะทอดทิ้งการฝึกฝนประจำของพวกเขาและเลือกไปพักอยู่ที่นั่น มีความสุขกับชีวิตในวัยชรา

ทะเลฝนดาวตกยังคงเป็นพื้นที่ทะเลซึ่งเป็นที่อาศัยของหอยฝนดาวตก หอยฝนดาวตกนี้จะมีมุกฝนดาวตกอยู่ภายใน ไข่มุกนี้มีขายกันในเฉพาะหอทงเทียนระดับสูงเท่านั้น เพราะมูลค่าของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าผลปัญญาซึ่งช่วยอสูรให้มีพลังและความแข็งแกร่งมากขึ้น หอยฝนดาวตกเป็นของที่หาได้ยากมาก และพวกมันต้องใช้เวลาอย่างน้อยร้อยปีจึงจะสร้างไข่มุกได้หนึ่งเม็ด ไข่มุกอายุพันปีเป็นสมบัติที่หาได้ยากมาก และสำหรับไข่มุกฝนดาวตกอายุสามพันปี ปัจจุบันนี้ในหอทงเทียนมีเพียงสามเม็ด ทั้งหมดถูกประดิษฐ์เป็นสร้อยคอซึ่งเป็นของราชินีแมงกะพรุน

ไข่มุกฝนดาวตกเป็นของโปรดปรานของนักสู้ปราณก่อกำเนิดมากกว่าผลปัญญาเสียอีก เพราะมีพลังความสามารถที่ไม่ธรรมดา

ไข่มุกแต่ละเม็ดจะมีความสามารถที่แตกต่าง

อย่างไรก็ตาม ไข่มุกเหล่านั้นจะมีพลังที่คล้ายๆ กันคือใช้เพิ่มพลังให้กับนักสู้ปราณก่อกำเนิดและอสูรของพวกเขา

ความสามารถที่เข้ากันได้ระหว่างอสูรกับคนเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดวัดกันได้ แต่ก็มีอยู่จริง ยิ่งความสามารถในการเข้ากันได้ระหว่างเจ้าของกับอสูรของตนมีในระดับสูง อสูรจะสนับสนุนเจ้านายตนเองได้มากขึ้น ถ้าความสามารถเข้ากันได้ต่ำ แรงสนับสนุนก็ต่ำไปด้วย และทำให้อสูรหักหลังเจ้าของได้ง่าย

คนบางคนเกิดมาพร้อมกับความชำนาญในการอัญเชิญอสูรบางประเภท

กล่าวอีกอย่างหนึ่งก็คือ พวกเขามีความสามารถที่เข้ากันได้กับอสูรเหล่านี้อย่างสูง

แน่นอนว่าปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้อัตราความเข้ากันได้สูงขึ้นอยู่กับตัวอสูรเอง ถ้าอสูรและระดับความสามารถที่เข้ากันได้ของเจ้านายมันสูง มันก็ง่ายที่จะทำให้มันกลายร่างเป็นมนุษย์และยกระดับเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้

ประโยชน์ของไข่มุกฝนดาวตกแบ่งออกเป็นสองอย่าง คือ หนึ่ง นักสู้ปราณก่อกำเนิดสามารถใช้ยกระดับพลังของตนเอง สองให้พวกอสูรอัญเชิญใช้เพื่อยกระดับพลังของพวกมัน

ทั้งสองกรณี ผู้ใช้งานต้องเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดเป็นอย่างน้อย ทุกคนปรารถนาจะให้อสูรของพวกเขาแข็งแกร่งมากขึ้น ทุกคนต้องการให้อสูรของพวกเขายกระดับและกลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ เพียงแต่จำนวนไข่มุกฝนดาวตกมีอยู่เพียงน้อยนิด และไม่มีขายในหอทงเทียนชั้นล่างๆ ไข่มุกทั้งหมดมีขายแต่ในเฉพาะหอการค้าที่ได้รับการแต่งตั้งจากเผ่าพันธุ์ทะเล สำหรับไข่มุกฝนดาวตกที่มีอายุร้อยปีหรือแม้แต่พันปีก็ตาม พวกเขาจะขายโดยผ่านการประมูล นักสู้ปราณก่อกำเนิดหลายคนจะถูกเชิญให้เข้าร่วมเสนอราคากันหลายคน จากนั้นมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะตัดสินกันว่าใครจะได้เป็นเจ้าของ

ก่อนหน้านี้ ไข่มุกมายาที่ท่านหญิงเจี๋ยเหว่ยใช้ ก็เป็นไข่มุกฝนดาวตกประเภทหนึ่ง

เพียงแต่ว่าไข่มุกมายานี้มีอายุเพียง 1500 ปี ไม่อาจเทียบได้กับมุกโองการฟ้าของราชินีแมงกะพรุนอายุสามพันปีได้

“มุกฝนดาวตกเหล่านี้อาจมีบางอย่างเกี่ยวกับนักสู้แดนสวรรค์ที่ร่วงลงมาก็ได้ บางอาจมีอิทธิพลของพวกเขาตกค้างอยู่ในมุกเหล่านี้” นางเซียนหงส์ฟ้าที่ปลอมเป็นหลันปันน้องสาวของท่านหญิงเจี๋ยเหว่ย ไม่มีอะไรทำขณะที่พวกเขาเดินทาง ดังนั้นนางจึงสนทนากับเย่ว์หยางเป็นครั้งคราว

“ก็อาจใช่” เย่ว์หยางที่ปลอมตัวเป็นขุนพลนี่จี่พยักหน้าเห็นด้วย

“บางทีเราน่าจะโจมตีพิชิตสถานที่นี้ซะ จากนั้นค่อยๆ หาไข่มุกฝนดาวตกกัน! บางทีในที่ลับบางแห่งที่ยังไม่ถูกสำรวจ อาจมีไข่มุกฝนดาวตกหลงเหลืออยู่ก็ได้” นางเซียนหงส์ฟ้าคิดว่าเวลาพิชิตทะเลไร้ขอบเขตมาถึงแล้ว ตราบใดที่เย่ว์หยางเห็นด้วย ปีศาจซัคคิวบัสทั้งหมดที่อยู่ในบังคับของนางและยังมีวังมารหนุนหลังนางจะทำให้มีกองกำลังเต็มที่ สิ่งที่สำคัญที่สุด เย่ว์หยางยังไม่มีดินแดนของตนเองในหอทงเทียน พื้นที่เท่าเม็ดถั่วอย่างป้อมสายฟ้าไม่นับว่าเป็นดินแดนปกครอง อย่าว่าแต่นักรบที่มีพลังมากมายมหาศาลอย่างเย่ว์หยางเลย แม้แต่นักรบปราณก่อกำเนิดระดับสามและเหนือกว่าก็ยังมีอาณาเขตปกครองตามที่เหมาะสมกับอำนาจของตนเอง

“เผ่าพันธุ์ทะเลปกครองทะเลไร้ขอบเขตมานานถึงหกพันปีแล้ว พวกเขาคงสืบเสาะสำรวจพื้นที่ทะเลทั้งหมดแน่นอน ดูเหมือนว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะยังไม่พบไข่มุกฝนดาวตกเป็นแน่” เย่ว์หยางไม่คิดจะมองโลกในแง่ดีตรงจุดนี้

“อย่างไรก็ตาม เรายังไม่มีอะไรทำนี่ จริงไหม? ทะเลฝนดาวตกสวยงามมาก ทำไมเจ้าถึงไม่พิชิตเสียเลย?” นางเซียนหงส์ฟ้าต้องการกดดันให้เย่ว์หยางพิชิตสถานที่นี้ นางตั้งใจให้เขามอบทะเลฝนดาวตกเป็นสินสมรสนางในอนาคต

“แดนสวรรค์ยังมีที่สวยกว่านี้อีกมาก” เย่ว์หยางหัวเราะลั่น

เขาชอบทะเลฝนดาวตก แต่ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลในตอนนี้ เขายังคงมีจักรพรรดินีสมุทรอยู่ในแผนการแล้วตอนนี้

หลังจากเขาช่วยให้ไห่อิงอู่ให้เป็นจักรพรรดินีสมุทร ทุกอย่างที่ไห่อิงอู่ปกครองจะมิกลายเป็นของเขาด้วยหรือ? การขยายธุรกิจครอบครัวเป็นเรื่องดี แต่จะมีปัญหาอยู่มาก ตอนนี้ เย่ว์หยางแค่เพียงต้องการไล่จับสาวๆ เขาไม่สนใจเรื่องปกครองอาณาเขตดินแดน ตราบใดที่เขายังมีพลัง ต่อให้เขาไม่ต้องกัน คนอื่นๆ มีแต่จะมาประเคนดินแดนให้เขารับปกครอง

ความจริงเย่ว์หยางมีแผนโจมตีเผ่าพันธุ์ทะเลแล้ว แน่นอนว่าเป้าหมายแรก เขาต้องจัดการกับราชาเฮยอวี้ก่อน

หลังจากคุยปรึกษากติกากับจักรพรรดิมังกร, จักรพรรดิใต้พิภพ, มารสัมฤทธิ์ฟ้า, จอมปีศาจบารุธและคนอื่นๆ แล้ว เย่ว์หยางจะทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรกับพวกเขาและกำจัดราชาเฮยอวี้ไม่ให้โอกาสเขาได้ฟื้นตัวต่อไป ก่อนที่จะมาทะเลไร้ขอบเขตต เย่ว์หยางส่งจดหมายไปให้ผู้ยิ่งใหญ่สองสามคนเสนอแบ่งผลประโยชน์ที่ชัดเจนและเชิญพวกเขาร่วมเป็นพันธมิตร อย่างไรก็ตาม เขาไม่ถือสาอยู่แล้วหากจะมีคนแบ่งน้ำแกงไป ในเมื่อเขากินเนื้อไปแล้ว

มิฉะนั้นจะเป็นเรื่องยากที่จะทำข้อตกลงเป็นพันธมิตรร่วมต่อสู้กับจักรพรรดิชื่อตี้ในอนาคต

“ข้ากำลังมองถึงโอกาสไปที่แดนสวรรค์จริงๆ” นางเซียนหงส์ฟ้าหัวเราะคิกคัก และไม่ได้กดดันเขาอีกต่อไป

ในประตูเทเลพอร์ต กลุ่มบ่าวทาสชุดแดงนั่งคุกเข่าสองข้างทาง

พวกเขาทุกคนเป็นเผ่าพันธุ์ปลาการ์ตูนที่มีลักษณะงดงาม

เผ่าพันธุ์ปลาการ์ตูนเต็มไปด้วยผู้คนที่สวยงาม มีคนเผ่าพันธุ์ปลาการ์ตูนที่งดงามและหล่อเหลาหลายคน ชาวเผ่าปลาการ์ตูนเกิดมาก็มีสถานะเป็นบ่าวทาสที่ได้รับความโปรดปรานจากหัวหน้าเผ่าทะเลที่เป็นเจ้านายพวกเขา หนึ่งในความสามารถพิเศษที่ชาวเผ่าปลาการ์ตูนมีก็คือทำให้นักรบที่ร้ายกาจชอบพวกเขา ก็คือความสามารถในการแปลงกาย ภายใต้เงื่อนไขที่ถูกต้อง พวกเขาสามารถแปลงเป็นบุรุษหรือสตรีก็ได้

แน่นอนว่า ชาวเผ่าปลาการ์ตูนไม่ใช่เพียงเผ่าพันธุ์เดียวในบรรดาเผ่าพันธุ์ทะเลที่มีพลังในการแปลงกาย แต่มีเป็นสิบเผ่าพันธุ์ที่มีพลังแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม มีไม่เก่าเผ่าที่มีลักษณะหล่อเหลาสวยงาม ว่าการด้วยเรื่องของลักษณะ เผ่าพันธุ์เหล่านี้ไม่มีทางได้พบกับนักรบที่ร้ายกาจเหล่านี้

ดังนั้น เผ่าพันธุ์อื่นๆ จึงไม่เป็นที่นิยมเหมือนกับเผ่าพันธุ์ปลาการ์ตูน

“ยินดีต้อนรับ ท่านหญิง ข้าคือทูตของราชินีแมงกะพรุน ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ต้อนรับท่าน” เจ้าหน้าที่ซึ่งราชินีแมงกะพรุนแต่งตั้งคือนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหกนามซิงผาน ในสายตาของเย่ว์หยาง คนผู้นี้ดูเหมือนปลาหมึกตัวหนึ่ง

“เจี๋ยเหว่ยถวายบังคมราชินี” ท่านหญิงคำนับแสดงความเคารพอย่างสุภาพเพื่อแสดงให้เห็นว่านางเคารพราชินีแมงกะพรุน

ใครจะคิดว่าคนแรกที่หลังชาวเผ่าพันธุ์ทะเลและเป็นคนแรกที่ดึงเย่ว์หยางศัตรูตัวฉกาจของพวกเขามาก็คือท่านหญิงเจี๋ยเหว่ยผู้เคาพรราชินีแมงกะพรุนเล่า?

เย่ว์หยางเดินขึ้นหน้ามาพร้อมกับท่านหญิงเจี๋ยเหว่ย ตามสองข้างทางมุ่งสู่วังฝนดาวตก เขาเห็นอสูรทะเลรูปร่างประหลาดจากเผ่าพันธุ์ต่างๆ นอกจากนี้ แต่ละตัวตนล้วนทรงพลังมาก เหมือนกับว่าสิ่งมีชีวิตทะเลเหล่านี้ก็คือมือดีที่ราชินีแมงกะพรุนเชื้อเชิญหรือนางเลือกมาเอง ที่ด้านหน้าวัง เย่ว์หยางมองเห็นหัวหน้าเผ่าพันธุ์ทะเลที่ปกครองดินแดนต่างๆ มีจ้าววอรัสที่มีเขี้ยวยาวออกมาจากปาก มีผู้เฒ่าพะยูนตัวอ้วน มีราชินีหัวสิงห์กับลักษณะที่เหมือนหินเป็นพิเศษ นอกนี้ยังมีท่านผู้หญิงปีศาจที่มีปีกสีสด แต่ไม่ได้ใช้บิน มีไว้เพื่อควบคุมพลังไฟฟ้า

พวกเขาทุกคนเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด และทั้งหมดเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้าและสูงกว่า

อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ยินดีเข้าร่วมสมาพันธ์นักสู้ปราณก่อกำเนิด

พวกเขาเพียงแต่ก่อตั้งสภาผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์ทะเล และจากนั้นพวกเขาก็แผ่อาณาจักปกครองในหอทงเทียนชั้นเจ็ดและเหนือขึ้นไป กลายเป็นผู้ปกครองของดินแดนสมุทร

สมบัติที่ทิ้งไว้โดยนักสู้แดนสวรรค์ที่ร่วงลงมาทำให้เผ่าพันธุ์ทะเลได้รับประโยชน์มากมายและยกระดับพลังแบบพรวดพราด แม้แต่เผ่ามีปีกของทวีปกวงหมิง เผ่าใต้พิภพของทวีปมืด และเผ่าปีศาจบูรพาที่ใครๆ ก็รู้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในหอทงเทียน ทุกคนในพวกนี้ไม่สามารถสร้างนักสู้ปราณก่อกำเนิดได้เท่าใดนักในช่วงเวลาสั้นๆ

ในสุสานใต้สมุทร เย่ว์หยางได้ฆ่ากำจัดนักสู้ปราณก่อกำเนิดเผ่าพันธุ์ทะเลไปเป็นสิบ ตอนแรกเขาคิดว่าพลังของพวกเขาจะอ่อนลงมาก

ใครจะคิดกันว่าวันนี้ แม้ว่าแม้แต่พวกผู้เฒ่าเหล่านี้จะมาประชุมลับเป็นจำนวนถึงยี่สิบ

เขาอดหลั่งเหงื่อเยียบเย็นมิได้

มิน่าเล่าจักรพรรดิสมุทรจึงถูกกดดันอย่างหนักขนาดนั้น กลับกลายเป็นว่ามียอดฝีมือมากมายในเผ่าพันธุ์ทะเล

“การได้รับพังของนักสู้ปราณฟ้าที่เหลืออยู่ เผ่าพันธุ์ทะเลจึงได้มีนักสู้ปราณก่อกำเนิดมากมาย แต่นั่นก็ไม่มีอะไรมาก เพราะพวกเขาไม่ได้กลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดเพราะพลังฝึกปรือของตัวเอง มิเพียงพลังของพวกเขาจะอ่อนแอกว่านักสู้ปราณก่อกำเนิดผู้ฝึกฝนตนเองมาอย่างหนัก แต่พวกเขายังยากที่จะยกระดับได้ ดูอย่างพะยูนนรกสิ อสูรฟ้าเหล่านี้เกิดมาก็มีพลังที่แข็งแกร่งเป็นทุนเดิม แต่เรายังสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างง่ายดาย พลังของพวกเขาเพิ่มขึ้นมาจากปัจจัยภายนอก และเป็นเพียงก่อให้เกิดประโยชน์ต่อพวกเขาในตอนเริ่มต้นเท่านั้น ในอนาคต เมื่อพวกเขาไม่สามารถก้าวหน้าได้ พวกเขาก็เป็นแค่สวะในที่สุด” นางเซียนหงส์ฟ้าดูถูกนักรบเผ่าทะเลอย่างสิ้นเชิง

“คนสวย, นั่นเพราะว่าเจ้ามีพรสวรรค์! คนธรรมดาเขาไม่มีพรสวรรค์ ถ้าพวกเขาไม่สามารถก้าวหน้าได้ ไม่ว่าพวกเขาจะฝึกหนักเพียงไหนก็ตาม แน่นอนว่าพวกเขาหวังว่าจะได้เผชิญโชค” เย่ว์หยางแอบหลั่งเหงื่อ

ไม่ต้องพูดถึงใครอื่น ดูอย่างพวกผู้อาวุโสของทวีปมังกรทะยาน พวกเขาฝันว่าจะได้ยกระดับเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดจนแทบเป็นบ้า

ถ้าพวกเขาเลือกได้ระหว่างยกระดับเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดทีเดียว หรือค่อยๆ ยกระดับโดยใช้เวลาฝึก 100-200 ปี กว่าจะได้ยกระดับก็ปาเข้าไปปลายชีวิตแล้ว ถ้าผู้อาวุโสในทวีปมังกรทะยานเลือกได้ เชื่อได้ว่าเก้าในสิบต้องเลือกได้เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดทันที

ถ้าพวกเขาไม่ต้องการยกระดับเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด พวกเขาคงไม่เรียกให้เย่ว์หยางมาช่วยทดสอบปลุกพลังสายเลือดเป็นแน่

ประโยคเดียว ที่ทุกคนต้องการกลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิด ก็คือขอเพียงพวกเขามีโอกาส

ราชินีแมงกะพรุนส่งทูตของนางไปเชิญผู้อาวุโสแต่ละเผ่าพันธุ์ให้เข้ามา

คนอื่นทุกคน และผู้ช่วยที่เชื่อใจได้ พวกเขาถูกขอให้รออยู่ข้างนอก

ก่อนที่ท่านหญิงเจี๋ยเหว่ยจะเข้าไปในวังฝนดาวตก นางตั้งใจชำเลืองมาทางเย่ว์หยางและนางเซียนหงส์ฟ้า เย่ว์หยางเข้าใจสิ่งที่นางหมายถึง นางหวังว่าเย่ว์หยางและนางเซียนหงส์ฟ้าไม่มีคุณสมบัติเข้าไปในประตูลับ ขณะที่ต้องระวังไม่ให้เปิดเผยสถานะของพวกเขา

นางเซียนหงส์ฟ้ายิ้มเล็กน้อย

เย่ว์หยางยังคงพยักหน้า อย่างไรก็ตาม ทุกคนที่อยู่ด้านนอกไม่เป็นขุนพลเผ่าพันธุ์ทะเลก็เป็นผู้ช่วยที่น่าเชื่อใจของหัวหน้าเผ่าพันธุ์ทะเล พวกเขาไม่ค่อยสนิทกันเองและดูเหมือนจะเข้ากันไม่ค่อยได้ นอกจากนี้ ขุนพลทะเลที่อยู่ด้านนอกเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดทุกคน พวกเขาจะทำอะไรได้? เย่ว์หยางสามารถฆ่าพวกเขาทุกคนได้โดยใช้นิ้วเดียว ดังนั้นเขาไม่กังวลเรื่องสถานะของเขาจะถูกเปิดเผยเลยแม้แต่น้อย แน่นอนว่าเย่ว์หยางและนางเซียนหงส์ฟ้าก็ไม่ต้องการก่อเรื่องยุ่งยาก และถอยห่างจากกลุ่มคนออกมาเงียบๆ รักษาระยะห่างจากกลุ่มคนที่เหลือ

ฉางเหวินและหยินจีไม่รู้ว่าทั้งสองเป็นตัวปลอม พวกเขาอาสาแนะนำขุนพลทะเลสองสามนายที่มีความสัมพันธ์กับตระกูลพวกเขาให้รู้จัก บางทีอาจมีโอกาสที่พวกเขาจะได้ร่วมงานกันในอนาคต

เรื่องนี้ทำให้เย่ว์หยางพูดไม่ออก

เขาตอบไม่กี่ประโยค จากนั้นจึงอยู่เงียบๆ

“ฮื่ม” มนุษย์เม่นทะเลคนหนึ่งยัวะโกรธที่เย่ว์หยางทำหยิ่ง อย่างไรก็ตาม ศัตรูของเขาขุนพลปลาดาวก็เข้ามาจับมือกับเย่ว์หยาง “ข้าชื่นชมชื่อเสียงของขุนพลนี่จี่มานานแล้ว ตอนที่ข้าเห็นท่าน มั่นใจว่าท่านไม่ธรรมดาในฐานะนักรบที่ชอบกินสัตว์ทะเลมีเปลือกข้าผิดหวังพวกเม่นทะเลที่ไร้ประโยชน์รวมทั้งเผ่าพันธุ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย อย่าไปให้ความสนใจเจ้าพวกโง่ที่ทำตัวเหมือนเชื้อติดต่อ เจ้าพวกเหล่านั้นและปลิงทะเลนับว่าเป็นความน่าอับอายของเผ่าปลาดาวเรา อ่าฮะ กลับกลายเป็นว่าขุนพลนี่จี่ก็เลี้ยงอสูรปลิงทะเลด้วย มันน่ารักมาก ใช่แล้ว ประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดของปลิงทะเล นอกจากเนื้อของมันแล้ว ยังเอามาเป็นสัตว์เลี้ยงดูเล่นก็ได้ ข้าชื่อลี่ว่าน ข้าเป็นขุนพลชั้นหนึ่งของท่านหญิงเยี่ยน”

“ไม่เลว ยินดีที่ได้พบท่าน” เย่ว์หยางเปลือกนอกดูสุภาพมาก แต่ขณะที่เขากำลังจับมือกัน แต่ในใจเขาพะอืดพะอม เย่ว์หยางรำคาญ วิธีพูดของเจ้าผู้นี้ไม่น่าจะเป็นเผ่าปลาดาว เขาน่าจะเป็นนกแก้วตัวหนึ่งมากกว่า

“เมี้ยว เมี้ยว เหมียว?” ฮุยไท่หลายปลอมตัวเป็นปลิงทะเลกำลังเล่นสนุกกับเจ้านกแก้วนี้

“ปลิงทะเลของเจ้าพูดได้จริงๆ หรือนี่? ฉลาดมาก! ดูเหมือนว่าปลิงทะเลตัวนี้อาจใช้สร้างเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ได้” ขุนพลปลาดาวลี่ว่านยกย่องฮุยไท่หลางอย่างตื่นเต้น พยายามประจบเย่ว์หยาง ทำให้ฮุยไท่หลางโก่งคิ้วเล่นอย่างสนุกสนาน

“…..” เย่ว์หยางพูดไม่ออก แม้ว่าอสูรของเผ่าพันธุ์ทะเลจะไม่ฉลาดแน่นอน แต่เขาไม่จำเป็นต้องทำกิริยาเกินจริงอย่างนั้น?

ถ้าไม่ใช่เพื่อเข้าประตูลับแล้ว เย่ว์หยางคงไม่สนใจคุยกับเจ้าสวะนี่แน่

ภายในประตูลับของเผ่าพันธุ์ทะเล จะมีนักสู้แดนสวรรค์อยู่หรือไม่?

หรือบางทีอาจมีพะยูนนรกสองสามตัวถูกขังอยู่ภายในกระมัง?

*******************

จบบทที่ ตอนที่ 564 - แทรกซึมเข้าเผ่าทะเล

คัดลอกลิงก์แล้ว