เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 550 - เจ้าเป็นของเจ้าหญิงผู้นี้แล้ว

ตอนที่ 550 - เจ้าเป็นของเจ้าหญิงผู้นี้แล้ว

ตอนที่ 550 - เจ้าเป็นของเจ้าหญิงผู้นี้แล้ว


“ฟัน!” จื้อจุนกวัดแกว่งกระบี่เทพร่างมนุษย์ จากนั้นฟันลงไปที่ร่างเงา พลังของกระบี่ฉีกท้องฟ้าผ่าพื้นปฐพี พื้นสมรภูมิรบโบราณที่แข็งแตกแยกออกอย่างไร้เสียง เป็นรอยลึกสิบเมตรและยาวหนึ่งกิโลเมตร จุดเริ่มต้นเริ่มจากจื้อจุนขยายลามไล่ไปที่ร่างเงา

ร่างเงานั้นต้องการหลบซ่อนแต่มันไม่สามารถทำได้

อาวุธเทพร่างมนุษย์ไม่เพียงแต่มีพลังไร้ผู้ต่อต้าน แต่ยังแฝงด้วยเจตนาฟันด้วยที่โกรธเกรี้ยวไม่เหมือนใคร

แรงฟันเพียงครั้งเดียวดูเหมือนสามารถตัดได้ทั้งมิติและเวลา หลังจากจื้อจุนฟาดฟันกระบี่ของนาง ร่างเงาสังเกตว่าร่างของเขาเหมือนกับถูกมุกหยุดร่างตรึงเอาไว้ เหมือนกับเมื่อชั่วครู่ที่ผ่านมา เว้นแต่สถานการณ์ของพวกเขากลับกัน ร่างเงาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลยสักนิ้ว ได้แต่จ้องดูพลังตัดฟันที่ตรงเข้ามาที่ศีรษะของเขา

เหยียนจงปล่อยหมัดเพลิงส่งไปที่เหยียนจุน

เหยียนจุนที่รู้สึกกังวลห่วงใยเหมือนพี่น้องจึงได้ดึงร่างเงาออกมา…

เมื่อรังสีกระบี่หายไป เหลือแต่เพียงแขนสองข้างตกร่วงอยู่บนพื้น แขนข้างหนึ่งเป็นของร่างเงา และอีกข้างหนึ่งเป็นของเหยียนจุน

แม้ว่าร่างเงาจะได้รับการช่วยเหลือจากเหยียนจุน แต่พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บหนักและเกือบถูกปราณกระบี่ฟันใส่เกือบขาดเป็นสี่ท่อน ที่เหนืออื่นใด ไหล่ของร่างเงาที่เสียแขนไปในตอนนี้มีเลือดฉีดพุ่งออกมา อย่างไรก็ตามร่างเงานั้นอดกลั้นความเจ็บปวดอย่างเต็มที่ เขาไม่ส่งเสียงออกมาแม้แต่น้อย อีกด้านหนึ่งเหยียนจุนผู้มีเพลิงน้ำเงินบริสุทธิ์อยู่ด้วยจึงไม่รู้สึกเจ็บปวด ตราบใดที่เขาสามารถเก็บแขนของเขากลับมาได้ เขาจะฟื้นคืนสู่สภาพเดิมได้ทันที และเป็นเพราะเหตุนี้เองเขาจึงกล้าช่วยร่างเงา

จื้อจุนไม่ได้โจมตีซ้ำเติม อย่างไรก็ตามเหยียนจุนและพวกรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาแพ้แล้ว

เหตุผลก็คือพวกเขาประเมินกำลังของคู่ต่อสู้ผิด ถ้าเย่ว์หยางไม่แสดงพลังกฎรหัสโบราณจากไพ่ทำนายชะตา การลอบทำร้ายโดยใช้ร่างเงาของมุกหยุดร่างอาจประสบความสำเร็จก็ได้ ตราบใดที่พวกเขาสามารถฆ่าจื้อจุนได้ จักรพรรดินีราตรีและจักรพรรดิอวี้รุ่นใหม่มีโอกาสตายอยู่ในซากสมรภูมิโบราณเป็นการกำจัดภัยคุกคามแดนสวรรค์ในอนาคตได้

อย่างไรก็ตาม การลอบทำร้ายของพวกเขาล้มเหลว เพราะจื้อจุนยังสามารถเคลื่อนไหวได้ภายใต้ผลกระทบจากมุกหยุดร่าง

ยิ่งกว่านั้นเจ้าเด็กคนนั้นยังมีพลังของกฎรหัสโบราณอีกด้วย

พลังของกฎรหัสโบราณเล่นงานพวกเขาจนบาดเจ็บหนัก พวกเขาจำต้องถอนกำลังอย่างช่วยไม่ได้ทั้งที่พวกเขาได้เปรียบในเรื่องระดับพลังและเวลา

สตรีทั้งสองของอีกฝ่ายหนึ่งไม่เพียงแต่มีพลังต่อสู้ได้เท่านั้น พวกนางยังมีอาวุธเทพร่างมนุษย์อีกด้วย

ทางฝ่ายของพวกเขาบาดเจ็บหนักสามคน พวกเขาสูญเสียพลังต่อสู้ไปอย่างมหาศาล เหลืออยู่แต่เพียงเจ้าขี้ขลาดชางเหยียนคนเดียวที่ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันได้ ก่อนนี้เขาสามารถขัดขวางสนามพลังดารานภากาศของจักรพรรดินีราตรีได้ แต่กลับยืนเฉยเหมือนกับเป็นตัวโง่งม หากรายงานของเขาถูกต้องชัดเจนมากขึ้น พวกเขาคงไม่ถูกเล่นงานสะบักสะบอมอย่างนี้ ตอนนี้พวกเขาได้ล่วงเกินนางพญาเฟ่ยเหวินหลีและยังเสียหน้าถอนกำลังพ่ายแพ้

น่าอายนัก

ถ้าพวกเขากลับไปรายงานเรื่องนี้ พวกเขาจะต้องโดนตำหนิอย่างแน่นอน

ไม่เพียงแต่พวกเขาไม่สามารถรายงานเรื่องนี้ได้เท่านั้น พวกเขาต้องให้ชางเหยียนปิดปากให้สนิท ป้องกันไม่ให้หาเรื่องเดือดร้อนมาให้พวกเขา

“เราไปกันเถอะ ความอับอายในวันนี้ เราจะต้องชดใช้คืนเป็นร้อยเท่า” เหยียนจงรีบเหาะไปที่เหยียนจุนและร่างเงา เขาฉุดทั้สองและเปลี่ยนร่างเป็นทะเลเพลิงจากไปโดยไม่เหลือร่องรอย ดูเหมือนว่าทั้งสามคนจะหลบหนีไปแล้ว ชางเหยียนตกใจจนแข้งขาอ่อนไปหมด เขาใช้ความเร็วสูงสุดหนีไปจากซากสมรภูมิโบราณเช่นกัน ถ้าจื้อจุนฟันใส่เขาหนึ่งกระบี่ เขาไม่มั่นใจว่าจะป้องกันได้หรือไม่

จื้อจุนคลายมือปล่อยอาวุธเทพร่างมนุษย์และปล่อยให้มันกลับคืนสภาพเป็นนางฟ้าปีกโลหิตตามเดิม

ด้วยสภาพอ่อนเพลียเล็กน้อย นางประคองเย่ว์หยางและพยักหน้าให้จักรพรรดินีราตรี “โชคดีที่พวกที่มานี้เป็นนักสู้ปราณฟ้าระดับหก ถ้าพวกเขาแข็งแกร่งมากกว่านี้สักเล็กน้อย อย่างนั้นข้าคงไม่อาจเอาชนะพวกเขาได้ แม้จะมีพลังของเจ้าช่วยด้วยก็ตาม”

จักรพรรดินีราตรีถามด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย “เมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

สิ่งที่นางถามก็คือจื้อจุนสามารถสะท้อนพลังกฎรหัสโบราณที่ปล่อยออกมาจากกฎรหัสโบราณและเรียกยักษ์ทองสตรีออกมาได้ยังไง

จื้อจุนไม่สามารถเข้าใจเรื่องนี้ ขณะที่นางตอบ “ถ้ามีโอกาสอื่น เจ้าก็ควรจะลองดู ด้วยระดับความรู้ของเจ้า เจ้าอาจจะเข้าใจเรื่องนี้ได้ดีกว่าข้า”

เมื่อจักรพรรดินีราตรีได้ยินเช่นนี้ นางหัวเราะเสียงดังสดใสเหมือนระฆัง นางกลับอยู่ในสภาพพรางตัวอีกครั้ง “ช่างเถอะ มีอะไรแปลกๆ หลายอย่างเกิดขึ้นกับร่างของเจ้าเด็กนี่มากมายเหลือเกิน ข้ายังไม่สามารถเข้าใจได้หมด เนื่องจากเป็นเรื่องดีๆ ทั้งนั้น ปล่อยไว้อย่างนั้นจะดีกว่า”

เมื่อชางเหยียนหลบหนีไปไกลพอสมควร แสงทองสว่างเจิดจ้าสว่างวาบจากแท่นบูชาสงคราม รูปปั้นเทพเจ้าทั้งหมดโดยรอบมีลำแสงสีทองอยู่รอบ

ผู้แทรกแซงจากแดนสวรรค์ได้ยกเลิกการต่อสู้และยอมรับความพ่ายแพ้ ตามกฎรหัสโบราณ ฝ่ายของเย่ว์หยางได้รับชัยชนะ เนื่องจากเย่ว์หยางยังไม่ได้ฟื้นคืนสติ เขาจะไม่รู้ว่าได้รับรางวัลอะไรจากกฎรหัสโบราณ อย่างไรก็ตาม จื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีเห็นแสงประหลาดพุ่งออกจากหลักจารึกเทพสี่ด้านเข้าไปในร่างที่ยังหลับไหลของเย่ว์หยาง… นั่นน่าจะเป็นสมบัติอย่างหนึ่ง แต่จะเป็นสมบัติแบบไหน จื้อจุนกับจักรพรรดินีราตรีไม่อาจรู้ได้

ร่างของจื้อจุนและจักรพรรดินีราตรีก็ยังเปล่งแสงสว่างด้วยเช่นกัน

แม้ว่าหลักจารึกเทพสี่ด้านจะไม่ได้ยิงแสงประหลาด แต่แท่นบูชาสงครามยังคงหลั่งไหลพลังงานที่บริสุทธิ์ไปให้พวกนาง

ส่วนคนอื่นๆ ก็ได้รับรางวัลต่างๆ กันไป แม้แต่พวกที่รออยู่เงียบๆ ภายในโลกคัมภีร์อย่างราชันย์ปีศาจใต้, ผู้เฒ่าหนานกง, จักรพรรดิใต้พิภพ เด็กสาวยักษ์ และแม้แต่นักรบโบราณต่างได้อาบแสงสีทองกันทั่วหน้า

เมื่อแสงสีทองซึมซาบเข้าไปในร่างของเหล่านักรบโบราณ มีหมอกควันสีดำลอยออกมาจากร่างพวกเขาและหายไป

พวกเขาตื่นเต้นดีใจกันมาก

หลังจากการศึกครั้งนี้ พวกเขาจะได้รับอิสรภาพในที่สุด พวกเขาจะเป็นอิสระพ้นจากการลงโทษที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้รับมา

ราชันย์ปีศาจใต้ได้ช่วยเหลือเย่ว์หยางฆ่าอสูรเพชฌฆาตโบราณได้ฆ่าปีศาจปลาสะเทิ้นน้ำสะเทิ้นบกไปมากมาย นางยังเป็นคนนำเย่ว์หยางเข้าสังเวียนมรณะและติดตามตลอดจนได้รับชัยชนะ ระดับของนางเพิ่มขึ้นหนึ่งระดับกลายเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบ แม้ว่ายังห่างจากการเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิดอยู่ช่วงหนึ่ง แต่นางไม่กังวลใจ เพราะการต่อสู้ครั้งนี้แสดงความจริงให้นางเห็นถึงวิธีกลายเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งและระดับที่สูงขึ้น

ผู้เฒ่าหนานกงได้รับพลังเพิ่มขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ยังไม่พอยกระดับเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิด

จักรพรรดิใต้พิภพก็คล้ายกับผู้เฒ่าหนานกง

มีขีดคั่นเบาบางเท่าแผ่นกระดาษขวางกั้นระหว่างการกลายเป็นสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิดของพวกเขาเท่านั้น การเข้าถึงระดับสุดยอดนักสู้ปราณก่อกำเนิดอยู่เพียงแค่เอื้อม

ภายใต้แสงสีทอง เด็กสาวยักษ์ดูเหมือนจะโตขึ้นอีกเล็กน้อย ตามธรรมดาแม้ว่านางโตขึ้นและสูงขึ้น แต่นางก็ยังคงลักษณะเด็กสาวเหมือนเดิม เกราะไตตันบนร่างนางเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นขณะที่อักษรรูนเพิ่มรายละเอียดมากขึ้น ลวดลายอักษรรูนบนเกราะมีมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้คือรางวัล

ฮุยไท่หลางที่เพิ่งกลับเข้ามาในโลกคัมภีร์แหงนหน้าหอนขึ้นฟ้า คัมภีร์อัญเชิญของมันลอยออกมาและเปิดพลิกหน้าเองโดยอัตโนมัติ

เพราะมันช่วยเหลือเจ้านายต่อสู้เอาชนะนักสู้ปราณฟ้าระดับห้าอย่างเฮยหู มันจึงได้รับรางวัลมาก นอกจากได้ยกระดับแล้ว มันยังได้รับทักษะใหม่เพิ่ม อย่างไรก็ตามมันแค่ต้องการทำให้เย่ว์หยางมีความสุข ดังนั้นฮุยไท่หลางจึงยังไม่อวดต่อหน้าทุกคนทันที ยิ่งกว่านั้นมันยังแสดงลักษณะเป็นสุนัขเฝ้ายามผู้ซื่อสัตย์อย่างเหลือเชื่อและคอยคุ้มกันเย่ว์หยางที่หลับอยู่อย่างเต็มที่

สาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิง นางพญากระหายเลือดหง โคเงาอาหมันและอสูรอื่นๆ ได้รับรางวัลด้วยการยกระดับ ถ้าไม่ข้ามขั้นนักสู้ ก็ยกระดับพลัง สำหรับภูตเพลิงดินที่ได้กินเพลิงฟ้าเมฆดำ ได้รับการยกระดับโดยตรงเป็นภูตเพลิงฟ้า ทั้งลักษณะและระดับเปลี่ยนไปสิ้นเชิง

ขณะที่ปีศาจอสรพิษน้อยเสี่ยวเหวินหลี เธอได้รับรางวัลใหญ่จากกฎรหัสโบราณเนื่องจากฝีมือที่โดดเด่นของเธอ

ภายใต้แสงเจิดจ้า ร่างของเธอโตขึ้นอีกเล็กน้อย

ระดับของเธอแต่เดิมเป็นอสูรเพชรระดับหก เพิ่มเป็นอสูรเพชรระดับเจ็ด ด้วยการยกระดับครั้งนี้พลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เมื่อเย่ว์หยางฟื้นขึ้น เขาพบว่าเขากำลังนอนหนุนตักนางเซียนหงส์ฟ้า ขณะที่ราชันย์ปีศาจใต้และสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงสนทนากันเบาๆ เพราะเกรงว่าเสียงของพวกนางจะไปรบกวนเย่ว์หยาง ในที่ห่างออกไป ผู้เฒ่าหนานกงและจักรพรรดิใต้พิภพกำลังเล่นหมากรุกกัน อีกด้านหนึ่ง ฮุยไท่หลางกำลังนอนอยู่ใกล้ๆ เขากำลังเพลิดเพลินอยู่กับเนื้อพะยูนนรกย่าง… จื้อจุนนั่งอยู่เงียบๆ อีกด้านหนึ่ง จักรพรรดินีราตรี กำลังช่วยแนะนำองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและเสวี่ยอู๋เสียให้ปรับตัวเข้ากับพลังใหม่ที่ได้รับมาจากกฎรหัสโบราณ

เด็กสาวยักษ์กำลังหลับอยู่ด้านนอกตัวเหมือนกับภูเขาย่อมๆ นักรบโบราณที่เป็นสตรีกอดนางสนทนากัน

เพราะพวกเขาชนะคู่ต่อสู้ได้ กฎรหัสโบราณจึงได้ยกเลิกการลงโทษ ดังนั้นพวกเขาจึงดีใจสนทนากันอย่างร่าเริง

ทุกคนกำลังรอเย่ว์หยาง

นี่เป็นเพราะมีแต่เขาเท่านั้นที่สามารถกระตุ้นพลังของเข็มทิศสามดินแดน ขณะที่เย่ว์หยางยังหลับ พวกเขาได้แต่รั้งอยู่ในแดนสวรรค์ต่อ ไม่สามารถกลับหอทงเทียนได้

“ข้าหลับไปนานหรือเปล่า?” เย่ว์หยางยันตัวนั่ง นางเซียนหงส์ฟ้าใช้วงแขนที่อ่อนนุ่มของนางโอบกอดคอเขาไว้และจูบเขาอย่างหลงใหลต่อหน้าราชันย์ปีศาจใต้ “เจ้าหลับมาหนึ่งวันเต็ม แต่ข้าไม่เป็นไรหรอก เจ้าจะหลับต่อก็ได้นะ”

“เราจะกลับกันเลยหรือเปล่า?” ในใจส่วนลึกราชันย์ปีศาจใต้ไม่ค่อยเต็มใจกลับ การกลับหอทงเทียนก็หมายความว่า แยกจากกัน

แม้ว่านางจะรู้สึกหดหู่ใจเมื่อเห็นเย่ว์หยางนอนหนุนตักนางเซียนหงส์ฟ้า ภายในโลกคัมภีร์มีความสะดวกสบายทำให้นางลังเลใจที่จะแยกจากไป นางรู้อยู่เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่นางยังคงหวังว่าจะได้อยู่ต่อนานอีกนิด ในที่นี้แม้ว่ามารกฎฟ้าจะแสดงออกเหมือนเป็นคู่แข่ง แต่องค์หญิงเชียนเชียนและเสวี่ยอู๋เสียกลับไม่ได้ตั้งป้อมกับนาง แม้แต่เจี้ยงอิงก็ยังยินดีต้อนรับนาง

เมื่อองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเห็นเย่ว์หยางตื่นขึ้นแล้ว นางอดประหลาดใจไม่ได้และพุ่งเข้ามาหา

เย่ว์หยางอ้าแขนเตรียมกอดนาง

อย่างไรก็ตาม แม่เสือสาวดุร้ายกลับต่อยเขา “เจ้าทึ่ม ทำไมเจ้าต้องวิ่งเร่เข้าไปในที่อันตรายอย่างนั้น เจ้ารู้หรือเปล่าว่าเจ้าทำให้องค์หญิงผู้นี้ต้องเสียน้ำตา”

“เจ้าร้องไห้จริงๆ เหรอ?” เย่ว์หยางยื้อยุดแม่เสือสาวที่รักไว้แน่นแล้วหยอกล้อนาง “องค์หญิง, เจ้ายังไม่ถังกับร้องไห้จนน้ำตาท่วมทวีปมังกรทะยานใช่ไหม ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าคงรู้สึกบาป เพื่อเป็นการขอโทษ มามะ, ให้ข้าจูบรับขวัญแสดงความจริงใจเถอะ…”

“ผู้ใดต้องการกันเล่า” ถ้าไม่มีคนอื่นๆ อยู่ใกล้ๆ องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนอาจจะยอมให้เขาจูบนาง อย่างไรก็ตามมีผู้อาวุโสอยู่ใกล้ๆ มากมาย นางรู้สึกอายจึงดิ้นรนจนหลุดออกมาจากเย่ว์หยาง นางถอยห่างเย่ว์หยางไปหนึ่งเมตรเพื่อกันไม่ให้เขาเข้ามาถึง “แค่ให้เจ้าจูบอู๋เสีย ถ้าไม่ใช่เพราะนางต้องการให้ข้ามาด้วยนะ ข้าไม่มีทางมาสังเวียนมรณะหรือแดนสวรรค์เพื่อต่อสู้แน่นอน”

“แม่เสือสาวอวดอ้างยกความภูมิใจของเขาอีกแล้ว” เสวี่ยอู๋เสียรับการกอดและจูบจากเย่ว์หยางอย่างเป็นธรรมชาติ

แม้ว่าจะไม่ใช่จูบที่ดูดดื่ม แต่นิสัยของเสวี่ยอู๋เสียและสีหน้าท่าทางที่เป็นธรรมชาติ แล้วทำให้องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโกรธ นางคิดว่านางเป็นฝ่ายแพ้

พวกเขาเป็นคู่หมั้นกันทั้งนั้น ทำไมเขาจะจูบนายไม่ได้เล่า?

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเปลือกนอกทำเป็นไม่สนใจอะไร แต่ในใจนางต้องการกอดเย่ว์หยางอีกครั้งและจูบเขาอย่างร้อนแรง จากนั้นนางจะให้เขาจูบนางอย่างไม่เต็มใจนัก ทำอย่างนี้ก็จะเท่ากับทำเหมือนเสวี่ยอู๋เสีย และโดยคาดไม่ถึง เหมือนกับว่าเขารู้ความรู้สึกนาง เย่ว์หยางแตะไหล่นาง “แม่เสือสาว, ข้ารู้สึกว่าเจ้ารู้สึกอายเรื่องจูบ ดังนั้นข้าจะจูบเจ้านานเท่าที่เจ้า….”

นางเซียนหงส์ฟ้ารีบชิงเข้ามาก่อน นางกอดเย่ว์หยางและขโมยจูบจากเขา หลังจากนั้นนางเดินผ่านองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและยิ้มหวานให้นาง “ข้าได้รับแล้วนะ”

องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนโกรธจัด นางอยากใช้ดาบของนางฟันใส่มารกฎฟ้าอกโตนัก

นางฉุดเย่ว์หยางเข้าไปในห้องและกดตัวเขาลง

นางประทับริมฝีปากเขาอย่างแรง

กะอีแค่จูบ ใครจะไม่รู้วิธีจูบบ้างเล่า?

สิ่งที่ตามมาก็คือเขาจูบอยู่นานมาก ต่อให้โลกถล่มทลายก็ไม่มีทางแยกพวกเขาจากกันได้ ในที่สุดนางดึงตัวเย่ว์หยางออกและแสดงท่าทีหยิ่งออกมา “เสี่ยวซาน, รีบบอกไปเลยว่าเจ้าเป็นผู้ชายขององค์หญิงผู้นี้แล้ว”

เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนี้ต่างก็แยกย้ายกันแอบหัวเราะ

*******************

จบบทที่ ตอนที่ 550 - เจ้าเป็นของเจ้าหญิงผู้นี้แล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว