เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 519 - คลั่งไคล้ไล่ล่าคะแนน

ตอนที่ 519 - คลั่งไคล้ไล่ล่าคะแนน

ตอนที่ 519 - คลั่งไคล้ไล่ล่าคะแนน


ปกติเย่ว์หยางรับรู้แล้วว่าราชาเฮยอวี้กำลังจ้องมองด้วยสายตาที่สื่อความหมายว่า “ข้าต้องทำลายล้างเจ้าให้ได้”

แต่เขาแกล้งทำเป็นไม่ทันสังเกต

เนื่องจากราชาเฮยอวี้เป็นศัตรูของเขาอยู่แล้ว เย่ว์หยางจึงไม่ให้ความสนใจ แม้ว่าเพลิงริษยาจะแผดเผาราชาเฮยอวี้เหมือนกับหญิงหม้ายก็ตาม และถ้าจะให้ดีให้ขึ้นก็ปล่อยให้เขาบ้าจนเลือดออกทวารทั้งเจ็ดไปเลยก็ยิ่งดี ในสังเวียนมรณะนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเพื่อนร่วมทีม แต่เย่ว์หยางกับราชาเฮยอวี้ถูกกำหนดมาว่าไม่มีทางอยู่ร่วมกัน ราชาเฮยอวี้ต้องการมีชีวิตหนีรอดไปได้หรือ? การตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่เพชรฆาตโบราณสามารถทำได้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องถามเย่ว์หยางก่อน

สำหรับทุกคนที่เข้าร่วมแข่งจากตะวันออก, เหนือและใต้ เมื่อฆ่าได้ก็จะได้หนึ่งคะแนน ไม่ว่าศัตรูจะแข็งแกร่งเพียงไรก็ตาม

ต่อให้ราชาเฮยอวี้สามารถฆ่าคนได้ทุกคน เขาจะไม่มีทางทำคะแนนได้ถึงร้อย

เมื่อใดก็ตามที่เย่ว์หยางฆ่าเพชรฆาตโบราณได้สำเร็จเพียงลำพังคนเดีย เขาจะได้ 2 คะแนนสำหรับการฆ่า และเพิ่มอีก 5 คะแนนสำหรับการลงมือคนเดียว ขณะเดียวกัน เขาจะได้ข้อมูลลับตามแต่จะเลือกอย่างหนึ่ง ถ้าเขาสามารถทำคะแนนได้มากกว่า 100 คะแนน เขาสามารถยกคะแนนให้เพื่อนร่วมทีมที่คะแนนยังน้อยได้ถึงหนึ่งในสาม

เรื่องเช่นนี้ เย่ว์หยางจะไม่มีทางบอกราชาเฮยอวี้เลย ด้วยความหวาดระแวงของราชาเฮยอวี้ เขาจะไม่มีทางเชื่อใครเลย

เนื่องจากราชาเฮยอวี้จะไม่ได้รู้คะแนนของเขา เขาจะต้องบ้าในท้ายที่สุดแน่นอน

สำหรับเย่ว์หยางผู้รู้ข้อมูลลับทั้งหมด เขาจะทำทุกอย่างเพื่อขโมยคะแนนของคนอื่น

ยิ่งกว่านั้นผู้นำกลุ่มทั้งสามอย่างหวงฉวน, เฝินเทียนและหวิ่นซิงยังไม่ได้คะแนนเลย เนื่องจากพวกเขาไม่รู้ความมีอยู่ของมัน สังเวียนมรณะส่งเสริมการต่อสู้เดี่ยวอย่างแน่นอน ขณะที่รางวัลจากการสู้เดี่ยวมีมากกว่าพวกที่ร่วมมือฆ่ามากมายนัก ภายใต้รางวัลสำหรับการทุ่มเทในการสู้เดี่ยวและฆ่าคู่ต่อสู้ได้ เย่ว์หยางจะต้องฆ่าเพชรฆาตโบราณให้ 15 ตนเพื่อให้ได้รับรางวัล 150 คะแนน ซึ่งเป็นคะแนนเกินพอให้เขาอยู่รอดได้ กล่าวอีกนัยหนึ่ง เย่ว์หยางยังขาดเพชรฆาตโบราณอีก 14 ตน ไม่ว่าผลสุดท้ายของสงครามจะเป็นอย่างไร เย่ว์หยางก็สามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย

เหตุผลที่เย่ว์หยางเลือกจะเปิดเผยพลังแท้จริงของเขาบางส่วนก็เพราะเขาต้องการจัดการจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณและต้องการรู้ว่าเขาจะได้คะแนนมากเท่าใดเมื่อเขาฆ่ามัน

ระบบคะแนนนี้ต้องไม่ให้หวงฉวน เฝินเทียนและหวิ่นซิงรู้

ที่สำคัญยิ่งกว่า เย่ว์หยางต้องได้จ่าฝูงเพชรฆาตโบราณมายกระดับตัวเขาเองโดยเร็ว! เขาคาดไว้ว่าราชาเฮยอวี้จะไม่อดกลั้นตนเองนานนัก และคงลงมือต่อเขาในไม่ช้า ดังนั้นเย่ว์หยางต้องยกระดับความก้าวหน้าก่อน

อย่างน้อยที่สุด เขาต้องยกระดับอสูรของเขา เพื่อที่ว่าเขาจะได้มีพลังเพียงพอปกป้องตัวเขาเอง

“คุณชายสามตระกูลเย่ว์ เราจะปล่อยจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณให้เจ้าจัดการ ไม่ว่าเจ้าจะสามารถฆ่ามันได้หรือไม่ เราสามารถมาอยู่เคียงข้างเจ้าได้ตราบเท่าที่เจ้าจำกัดมันได้” เฝินเทียนและหวิ่นซิงพูดอย่างไม่เกรงใจ พวกเขารู้ว่ายากจะกำจัดจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณได้ ดังนั้นพวกเขาจึงดีใจเมื่อเย่ว์หยางยินดีรับจัดการ แม้แต่หวงฉวนก็รีบไปช่วยล้อมสังหารเพชรฆาตโบราณตนอื่น กลุ่มทั้งหมดได้รวมตัวกันใช้กลยุทธ์ฝูงหมาป่า พวกเขาหาเป้าหมายที่อ่อนแอก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณ

“…..” สีหน้าของราชาเฮยอวี้ไม่สามารถอ่านได้ เขาต้องการโจมตีเย่ว์หยางมาก แต่กังวลว่าเขาจะล้มเหลวเมื่อทำเช่นนั้น และอาจเป็นเหตุให้หวงฉวนและพวกรุมล้อมเล่นงานเขาก็เป็นได้

ถ้าขืนก่อความยุ่งยากในกลุ่มตอนนี้ เขาจะกลายเป็นศัตรูของทุกคน

เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเกลียด ขณะที่เขาตัดสินใจให้เย่ว์หยางมีชีวิตต่อไปได้อีกชั่วระยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยหาโอกาสฆ่าเย่ว์หยาง

แน่นอนว่า สิ่งที่ทำให้ราชาเฮยอวี้กังวลที่สุดก็คือเขากลัวว่าหวงฉวน, เฝินเทียนและหวิ่นซิงจะฆ่าเพชรฆาตโบราณหมดและชิงคะแนนไปทั้งหมด จากนั้นก็จะทำให้เขาถูกกฎรหัสโบราณสังหารเนื่องจากคะแนนไม่พอ

หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ราชาเฮยอวี้ไล่ตามหวงฉวน, เฟิ่นเทียนและหวิ่นซิงไป

ผู้นำกลุ่มทั้งสามกำลังร่วมมือกันโจมตีใส่เพชรฆาตโบราณพร้อมกับมนุษย์สมิงสามตา มนุษย์แสงและคนอื่นๆ เพชรฆาตโบราณที่ถูกคนทั้งห้ารุมโจมตีเป็นเพียงตนเดียวที่ปรากฏว่าได้รับบาดเจ็บหนัก อาการบาดเจ็บอีกเจ็ดตนไม่หนักหนานัก แน่นอนว่าราชาเฮยอวี้ไม่ยอมแพ้ ขณะที่เขารีบเข้าร่วมทีมโจมตีใส่เพชรฆาตโบราณ พร้อมกับมองหาโอกาสฆ่าเย่ว์หยางไปด้วย….ไม่มีผู้ใดรู้ว่าคะแนนนั้นจะมอบให้ทุกคนที่เข้าร่วมโจมตีหรือว่าให้คนที่ลงมือทำร้ายได้หนักหน่วงกว่า แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือกำจัดเพชรฆาตโบราณนี้เสียก่อน

หกคนที่มีพลังมากที่สุดหันมาโจมตี

เพชรฆาตโบราณผู้โชคร้ายไม่สามารถจะทนได้ไม่ว่าผิวของมันจะทนได้แค่ไหนก็ตาม เนื่องจากมันได้รับบาดเจ็บหลายที่มากขึ้น แผลขนาดใหญ่ก็เกิดขึ้นบนผิวหนังที่เหมือนเหล็กกล้า ขณะที่เลือดพุ่งกระฉูดออกมา

แต่มันไม่ตายจากอาการบาดเจ็บของมัน ขณะที่มันยังคงโจมตีอย่างบ้าคลั่ง

อีกสิบนาทีต่อมา เพชรฆาตโบราณก็ล้มลงในที่สุด

หวงฉวน, เฝินเทียน หวิ่นซิงและราชาเฮยอวี้หยุดโจมตีพร้อมกัน มนุษย์สมิงสามตาตกใจขณะที่เขารีบโดดออกจากสนามต่อสู้ป้องกันไม่ให้ตนเองตกเป็นเป้าหมายโจมตี ส่วนมนุษย์แสง มองดูหวงฉวนที่อยู่ในค่ายเดียวกันกับเขาและมักนับถือเขาในฐานะเป็นผู้นำ

“เนื่องจากเราไม่มั่นใจว่าจะจัดสรรคะแนนได้อย่างไร ข้าขอแนะนำว่าเราควรร่วมมือกันโจมตีเพชรฆาตโบราณ” มนุษย์ไฟเฝินเทียนเสนอวิธีแก้ปัญหาที่สมเหตุผลมากที่สุด

“ข้าเห็นด้วย” มนุษย์เหล็กไหลหวิ่นซิงมองดูหวงฉวน

“…..” ราชาเฮยอวี้ลอบไม่สบายใจ เขาที่มักจะคุ้นเคยกับการเป็นผู้นำอยู่เสมอกลับถูกคนส่วนมากละเลย เหตุผลก็คือเขาไม่ใช่นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด คนแข็งแกร่งที่สุดก็คือหวงฉวนบุรุษผมเงินผู้หลับตาอยู่ตลอด

“ก็ได้, ตกลงตามนั้น” หวงฉวนพึมพำสักครู่ก่อนที่จะยอมรับข้อเสนอ

อีกห้าคนลอบยินดีเมื่อพวกเขาได้ยินเช่นนั้น

ไม่ว่ายังไงก็ตาม ในที่สุดพวกเขาก็จะได้รับคะแนนสำหรับการฆ่าเพชรฆาตโบราณ ด้วยความเร็วระดับนี้ พวกเขาจะสามารถฆ่าได้อย่างน้อยสี่ตนหรือมากกว่าก่อนที่เพชรฆาตโบราณชุดที่สองจะมาถึง เป็นเพราะเพชรฆาตโบราณหลายตนเริ่มได้รับบาดเจ็บหลังจากการต่อสู้ผ่านไปยี่สิบนาที ตราบใดที่ทุกคนทุ่มเทกำลัง ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะสามารถฆ่าเพชรฆาตโบราณได้หมดภายในสี่สิบนาที…

เมื่อคนทั้งหกเตรียมตัวจะใช้พลังโจมตีที่ใหญ่ที่สุดเพื่อฆ่าเพชรฆาตโบราณที่ล้มอยู่กับพื้นตนนี้เสียงครางก็ดังขึ้น

มีพลังกดดันทั่วทั้งสมรภูมิรบทั้งหมด

นี่คือพลังของผนึกเทพจักรพรรดิอวี้! หวงฉวน เฝินเทียนและหวิ่นซิงสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เป็นไปได้ไหมที่เย่ว์หยางต้องการสังหารจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณ? พวกเขาขยายสำนึกค้นหาทันที พวกเขารู้สึกได้ว่ามีการปรากฏตัวของเย่ว์หยางที่ทางผ่านแก้วผลึกตรงด้านทางเดินทิศตะวันตก พลังของเขาพุ่งถึงขีดสูงสุดทันที ความห้าวหาญของเขาไม่มีผู้ใดเทียบได้ และทำให้คนอื่นสะท้าน

จากนั้นเสียงโห่ร้องดังขึ้นเป็นครั้งที่สองที่ทางผ่านแก้วผลึก ครั้งแรกก็คือเมื่อเย่ว์หยางฆ่าเพชรฆาตโบราณตนแรกได้

เป็นไปได้หรือว่าเขาฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณได้?

เป็นไปได้อย่างไร?

เขาเป็นแค่เพียงนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบ แม้ว่าเขาจะมีเพลิงอมฤตและวงจักรล้างโลกก็ตาม แต่พลังของเขาไม่ควรจะมากกว่านักสูปราณก่อกำเนิดฟ้าระดับสอง ซึ่งมีคุณสมบัติพอจะฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณที่มีพลังเทียบเท่านักสู้ปราณก่อกำเนิดฟ้าระดับสอง ไม่ใช่หรือ? ต่อให้นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุด หวงฉวน, เฝินเทียน หวิ่นซิงและราชาเฮยอวี้ก็ยังไม่สามารถทำได้ ทั้งที่พวกเขาร่วมมือกัน!

“เป็นไปไม่ได้! เขาคงต้องทำร้ายมันบาดเจ็บ แล้วฉวยโอกาสที่ได้เปรียบ” มนุษย์สมิงสามตาโบกมือ

ทุกคนรู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้ที่เย่ว์หยางจะฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณได้ แค่ทำร้ายมันให้ได้รับบาดเจ็บได้ก็น่าประทับใจเหลือเฟือแล้ว

ใครกันจะคิดว่าภายในไม่กี่วินาที การปรากฏตัวและวิญญาณของจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณจะหายไปไม่เหลือร่องรอย

แม้ว่าพวกเขาจะไม่เห็นกับตาตนเอง แต่ความรู้สึกที่คมชัดของพวกเขาไม่มีทางโกหกพวกเขา

สีหน้าของหวงฉวน, เฝินเทียนและหวิ่นซิงซีดขาว ขณะที่ราชาเฮยอวี้กัดฟันกรอดๆ เขาไม่อาจทนได้อีกต่อไป เนื่องจากอกของเขากำลังจะระเบิด เขาไม่สบายใจอย่างมากเรื่องที่เย่ว์หยางฆ่าเพชรฆาตโบราณได้ครั้งแรก ยอดฝีมือทั้งหกคนทำร้ายเพชรฆาตโบราณอาการสาหัส แต่ยังไม่ทันได้ฆ่า เย่ว์หยางก็กำจัดเพชรฆาตโบราณได้อีกตนแล้ว… ถ้าขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาสามารถชิงคะแนนทั้งหมดไปได้ง่ายๆ แล้วจะเป็นยังไงต่อไป? ที่สำคัญที่สุด ถ้าเขายังคงพัฒนาเติบโตต่อเนื่องอย่างนี้ ราชาเฮยอวี้ยังจะมีที่ยืนในอนาคตอีกหรือ?

“อา..ฮู้ววววว!” มนุษย์เพลิงเฝินเทียนถึงกับบ้าคลั่งทันทีขณะที่เขาคว้าร่างเพชรฆาตโบราณที่ล้มอยู่และโจมตีใส่มัน

หวงฉวนและยอดฝีมือที่เหลือมีปฏิกิริยาตอบสนองไม่ช้า พวกเขาโจมตีใส่มันพร้อมกัน

มีเพียงมนุษย์สมิงสามตาที่ลงมือช้าขณะที่เพชรฆาตโบราณตายแล้วเมื่อเขาลงมือ

หลังจากฆ่าเพชรฆาตโบราณแล้ว หัวหน้ากลุ่มทั้งสามคือหวงฉวน, เฝินเทียนและหวิ่นซิงก็ได้คะแนนเท่าเทียมกันแต่ละคนได้ 0.4 คะแนน กล่าวอีกนัยหนึ่ง มีเพียง 2 คะแนนเท่านั้นสำหรับการฆ่าเพชรฆาตโบราณ ทำให้พวกเขาต้องแบ่งคะแนนกัน

คนที่น่าสมเพชที่สุดก็คือมนุษย์สมิงสามตาที่เสียพลังงานไปเปล่าๆ

แน่นอนว่าหวงฉวนและหัวหน้ากลุ่มที่เหลือคงไม่บอกกับเขาเช่นนั้น

“เพชรฆาตโบราณหนึ่งตนได้สองคะแนน ดังนั้นพวกเขาแต่ละคนจึงได้กันคนละ 0.3 คะแนน” เฝินเทียนกลัวว่าหวงฉวนจะเปิดเผยระบบคะแนนให้มนุษย์สมิงสามตา ดังนั้นเขาจึงลงมือก่อนที่หวงฉวนจะทำ

“เมื่อไหร่เราถึงจะรวมคะแนนได้ถึงร้อย..” มนุษย์สมิงสามตาตกใจ ระบบคะแนนแบบนี้สูบเลือดกันชัดๆ

ราชาเฮยอวี้ลอบหัวเราะในใจ

พวกเขาจะไม่มีทางได้คะแนนร้อยคะแนนจากการฆ่าเพชรฆาตโบราณอย่างเดียว วิธีดีที่สุดก็คือฆ่าคน

เขาจะตัดสินใจลงมือต่อเมื่อเวลาสุกงอมและจะฆ่านักสู้ที่เข้าร่วมซึ่งมีระดับต่ำกว่าปราณก่อกำเนิดฟ้าให้หมด เมื่อเขารวบรวมคะแนนได้ถึงร้อยแล้ว เย่ว์หยาง, หวงฉวนและคนที่เหลือก็จะต้องดิ้นรนต่อสู้และตายอย่างน่าเวทนา ด้วยทักษะแฝงเร้นของเขา ราชาเฮยอวี้มั่นใจว่าเขาสามารถทำเรื่องนี้ได้สำเร็จ แน่นอนว่าเขาต้องการชิงคะแนนให้ได้มากที่สุด เพราะคะแนนทุกคนสามารถชิงได้ ถึงตอนนี้คนอื่นก็จะได้คะแนนน้อย

ราชาเฮยอวี้มองดูหวงฉวน คนเพียงคนเดียวที่เขาเกรงกลัวก็คือบุรุษผมเงินผู้หลับตาคนนี้

แต่คนผู้นี้จดจ่ออยู่กับเย่ว์หยาง และราชาเฮยอวี้จะใช้ประโยชน์ตรงนี้กำหนดวางแผนต่อพวกเขา

มนุษย์สมิงสามตาและมนุษย์แสงวิ่งหาเป้าหมายต่อไป

หวงฉวน เฝินเทียนและหวิ่นซิงวิ่งไปที่ทางเดินแก้ว เนื่องจากพวกเขาต้องการเห็นด้วยตาตนเองว่าเย่ว์หยางฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณได้อย่างไร

พวกเขามองเห็นสระน้ำมหึมาใหญ่เกือบเท่าทะเลสาบแต่ไกล นางเงือกวายุและอสูรบางตนยังคงเรียกพายุขณะที่พวกทหารโบราณกำลังผ่าศพของจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณที่ลอยอยู่ในทะเลสาบอย่างกระหาย เย่ว์หยางไม่อยู่แถวนั้น แม้แต่ผู้เฒ่าหนานกง, ราชันย์ปีศาจใต้และจักรพรรดิใต้พิภพไม่ทราบว่าไปอยู่ไหน มีแต่เพียงจักรพรรดิฟ้าที่ยังอยู่และมีท่าทีไม่ถูกต้อง

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ราชาเฮยอวี้เหาะลงมาอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิฟ้า

“เจ้าหมอนั่น มีพลังซ่อนเร้น น่ากลัวเหลือเกิน…” จักรพรรดิฟ้ามองดูหวงฉวนและคนที่เหลือ เขาต้องการพูดแต่กล้ำกลืนไว้ เมื่อระลึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เขาถึงสั่นอย่างมิอาจระงับได้

“ยักษ์ทองตนหนึ่งปรากฏอยู่บนร่างของคุณชายสาม มันสูงราวสองสามร้อยเมตร และฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณตายทันที” จ้านหู่รายงานปากคอสั่น

“นั่นอาจเป็นทักษะที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว และคงอยู่ได้ระยะเวลาสั้นๆ แต่ความเสียหายที่มันสร้างขึ้นช่างน่าสยดสยอง” เป่ยเหลียวหยาก็หน้าซีดเช่นกัน

“ยักษ์ทองตัดศีรษะจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณใช่หรือเปล่า?” หวงฉวนถามขึ้นทันที

“ข้าไม่แน่ใจเพราะเราถูกยักษ์ทองกดดันอยู่แทบเท้าของมัน เราจมอยู่ในน้ำ แต่เท้าของมันครอบคลุมท้องฟ้า เราไม่อาจเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านบนได้” จ้านหู่กลืนน้ำลายขณะที่เขาพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความวิตกกังวล “เมื่อเราเงยหน้าขึ้นมาได้ จ่าฝูงเพชรฆาตโบราณก็ถูกฆ่าเรียบและศีรษะของมันร่วงลงมา มันเกิดขึ้นเร็วมาก ใช้เวลาไม่กี่วินาที”

“การพิชิตของเขาไม่ได้เกิดจากผนึกเทพจักรพรรดิอวี้ แต่เป็นยักษ์ทอง เป็นอสูรของคุณชายสามหรือว่าคุณชายสามเป็นผู้ที่ได้รับเลือกจากเทพจริงๆ?” คำพูดของเฝินเทียนทำให้หวงฉวนและหวิ่นซิงรู้สึกถูกคุกคาม ผู้ที่สามารถเปิดสมรภูมิโบราณได้ต้องเป็นผู้ได้รับเลือกแน่นอน เย่ว์หยางไม่ใช่ผู้นำทีมตัวจริง ดังนั้นหัวหน้าทีมตัวจริงน่าจะซุ่มซ่อนอยู่รอบๆ ตัวเขา เป็นไปได้สูงที่คนผู้นั้นจะร่วมมือกับเย่ว์หยาง

“ถ้าอย่างนั้นก็มีความเป็นไปได้” ราชาเฮยอวี้รู้สึกหนาวจับใจ มิน่าเล่าเย่ว์หยางถึงได้ยโสลำพองมาตลอด และไม่ให้ความสนใจเขา เขามีผู้หนุนหลังที่แข็งแกร่ง

จะเป็นจื้อจุนหรือเปล่า?

ราชาเฮยอวี้ไม่แน่ใจ เนื่องจากในหอทงเทียนมีคนไม่มากนักที่สามารถฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณได้ในกระบวนท่าเดียว

นอกจื้อจุนผู้ลึกลับและแข็งแกร่งที่สุดแล้ว ใครอื่นจะทำได้?

แต่ถ้าจื้อจุนอยู่ที่นี่ นางจะซ่อนตัวอยู่หรือ? ถ้านางทรงพลังขนาดนั้น ทำไมนางถึงปล่อยให้หวงฉวนควบคุมสมรภูมิโดยตรงเล่า? ทำไมนางไม่ก้าวออกมานำ?

ไม่มีใครสามารถเข้าใจเหตุผลได้… พวกเขาไม่เหลือเวลาจะให้คิดอีกต่อไป

เวลาผ่านไปเร็ว เหลืออีกครึ่งชั่วโมงเพชรฆาตโบราณชุดที่สองจะถูกส่งเข้ามา แต่พวกเขาเพิ่งฆ่าคู่ต่อสู้ไปได้แค่สาม

เมื่อพูดถึงเรื่องคะแนนอีกครั้ง ถ้าพวกเขาไม่ได้คะแนนทั้งหมด พวกเขาจะถูกเย่ว์หยางชิงคะแนนไป ด้วยเหตุนี้ทุกคนจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ หวงฉวนและพวกที่เหลือรีบจากไปทันทีขณะที่พวกเขามองหาเป้าหมายต่อไป พวกเขาแค่ยืนยันได้ว่า ถ้ามีเพียงสองคะแนนเป็นรางวัลสำหรับการฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณ เย่ว์หยางก็ต้องมีคะแนนอย่างน้อยสี่คะแนนซึ่งมากกว่าที่พวกเขามีถึงสิบเท่า

แน่นอนว่า แม้แต่หัวหน้ากลุ่มทั้งสาม หวงฉวน เฝินเทียนและหวิ่นซิงก็ไม่รู้ว่ามีคะแนนอยู่ห้าคะแนนเป็นรางวัลสำหรับคนลุยเดี่ยวฆ่าเพชรฆาตโบราณได้ ขณะที่ฆ่าจ่าฝูงเพชรฆาตโบราณจะได้ถึงสิบคะแนนเลยทีเดียว

เย่ว์หยางได้รับรางวัลอย่างนั้นถึงกับคลั่งไคล้

เขาตัดสินใจชิงคะแนนมาให้ได้ทั้งหมด

ที่สำคัญที่สุดก็คือ เขาต้องรักษาความลับที่มีค่านี้ไว้ทั้งหมด จะดีที่สุดถ้าเขาสามารถรักษาความลับนี้ไว้ได้จนถึงการต่อสู้สุดท้ายในสังเวียนมรณะ

ถือว่าเป็นการเห็นแก่ตัวมากที่ทำเช่นนี้ แต่เย่ว์หยางไม่ได้คิดว่าตนเองเป็นพ่อพระอยู่แล้ว ยิ่งกว่านั้นการแสดงความใจกว้างต่อราชาเฮยอวี้และพวกที่เหลือก็เหมือนกับการทำร้ายตัวเอง เย่ว์หยางไม่โง่ ดังนั้นเขาไม่ทำอย่างนั้นแน่นอน

คนเลว, ใช่แล้ว เย่ว์หยางเกิดมาเป็นคนเลวอยู่แล้ว

“อย่านึกว่าข้าไม่ซ่อนพลังที่แท้จริงไว้นะ” เย่ว์หยางตัดสินใจจะบอกเรื่องนี้กับราชาเฮยอวี้ในเวลาที่จะฆ่าเขา

*************

จบบทที่ ตอนที่ 519 - คลั่งไคล้ไล่ล่าคะแนน

คัดลอกลิงก์แล้ว