เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 513 - สังเวียนมรณะ

ตอนที่ 513 - สังเวียนมรณะ

ตอนที่ 513 - สังเวียนมรณะ


“ฮ่าห์…..”

ราชาเฮยอวี้ยกระดับพลังของเขาฉับพลัน สร้างแรงระเบิดของพลังปราณก่อกำเนิดระดับสิบออกมา

คลื่นระเบิดแผ่กระจายออกไปทั่วลานแก้วผลึกเหมือนกับพายุเฮอริเคน เย่ว์หยางและราชันย์ปีศาจใต้รีบถอยออกไปอยู่ห่างๆ จากราชาเฮยอวี้อย่างรวดเร็ว แม้หลังจากที่ปลดพลังปราณก่อกำเนิดระดับสิบเขาก็ยังไม่รู้สึกเพียงพอ ราชาเฮยอวี้ดึงชุดคลุมออก เผยให้เห็นร่างที่แท้จริงของเขาที่ยังคงยกระดับพลังต่อ รัศมีของเขาเปลี่ยนเป็นพายุหมุนปั่นอย่างรุนแรงรอบตัวเขา สายฟ้านับไม่ถ้วนล้อมรอบร่างของเขา เหมือนกับงูสีเงินเต้นระบำพร้อมกับเสียงดังกระหึ่ม

สนามพลังสีดำเส้นผ่าศูนย์กลางร้อยเมตรค่อยปรากฏออกมารอบๆ ราชาเฮยอวี้และพุ่งขึ้นเหนือพื้นอย่างรวดเร็ว

มันก่อตัวเป็นรูปครึ่งวงกลมล้อมตัวราชาเฮยอวี้ไว้ภายในเหมือนกับเป็นโล่

พลังมืดนับไม่ถ้วนระเบิดออกมาจากพื้นเหมือนกับน้ำพุ

หลังจากผุดขึ้นมาหลายครั้ง พลังสีดำก็ก่อตัวเป็นรูปร่างประหลาดนับพัน บางส่วนดูเหมือนอาวุธ บางส่วนดูเหมือนสัตว์อสูร บางส่วนดูเหมือนภูตผี บางส่วนดูเหมือนมนุษย์ แต่เนื่องจากภาพเหล่านั้นเกิดมาจากพลังงานของราชาเฮยอวี้ พลังเหล่านั้นจึงถูกควบคุมโดยราชาเฮยอวี้ทั้งหมด ร่างสีดำรวมตัวกันอยู่รอบๆ ราชาเฮยอวี้

เกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ของราชาเฮยอวี้ยังคงดูดพลังงานมืดรอบๆ ด้านต่อเนื่องและแผ่สหัสสรังสี

รัศมีมืดนั้นถูกสีทองย้อมเหมือนกับว่าเป็นสิ่งจับต้องได้

อาวุธนับไม่ถ้วนจากพลังความมืดจมหายเข้าไปในเกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ ชุดเกราะศักดิ์สิทธิ์ชั้นนอกยังคงเรืองแสง กลายเป็นปีกคู่หนึ่งและเกราะไหล่กลายเป็นโล่ใบมีดขนาดมหึมา หลังจากชุดเกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์เปลี่ยนเป็นร่างที่สอง ราชาเฮยอวี้ก็คำรามลั่นอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดและเขาก็ปลดผนึกสุดยอดพลังปราณก่อกำเนิดระดับหนึ่ง สัตว์อสูรที่เกิดจากพลังงานมืดพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว เมื่อราชาเฮยอวี้เรียกอสูรพิทักษ์ของเขา พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจ พลังงานนั้นก็รวมเข้ากับพยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจที่ละตัว ทีละตัวจนเปลี่ยนเป็นเกราะของพยัคฆ์ที่ไม่ธรรมดา

พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจรวมผสานกับพลังงานสีดำทำให้ขนาดของมันเพิ่มขึ้นทันที มันมีเขางอก มีปีก มีกรงเล็บเพลิงและหางเป็นน้ำแข็ง บนตัวของมันมีอานทองร้อยด้วยเชือกเงิน

ดูน่ากลัวมาก

“อสูรศักดิ์สิทธิ์ชั้นเพชรระดับสิบ…” เย่ว์หยางใช้จักษุญาณทิพย์ตรวจสอบดูพยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจ เขาตระหนักได้ว่าความสามารถของมันแข็งแกร่งมากเหลือเกิน ยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าจ้าวอสูรทองชั้นเพชรระดับเก้าของซุ่นเทียนถึงสิบเท่า แข็งแกร่งกว่านางพญาซัคคิวบัสของนางเซียนหงส์ฟ้าซึ่งเพิ่งยกระดับเป็นอสูรเพชรระดับสิบถึงสี่หรือห้าเท่า

แม้ว่าทั้งสองจะเป็นอสูรเพชรระดับสิบ แต่นางพญาซัคคิวบัสของนางเซียนหงส์ฟ้าก็ยังอ่อนแอที่สุด เนื่องจากนางเพิ่งจะยกระดับได้ไม่นาน

สำหรับจ้าวมังกรดำนรกของอันซี แข็งแกร่งกว่านางพญาซัคคิวบัสเล็กน้อย แตกต่างกันไม่มาก ขณะที่จ้าวมังกรทองสามหัวของจักรพรรดิสมุทรก้วนหลานทรงพลังมากกว่าจ้าวมังกรดำนรกและนางพญาซัคคิวบัสเมื่อว่าถึงพลังระยะยาว อย่างมากก็สามเท่า เป็นเพราะความสามัคคีร่วมมืออย่างดีของจ้าวมังกรทองสามหัวที่ช่วยให้จักรพรรดิสมุทรก้วนหลานเอาชนะสุดยอดมือสังหารอย่างอันซีที่หุบเขาแก้วผลึกได้

แต่พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจนี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าจ้าวมังกรทองสามหัวมากมายนัก

ถ้าพวกมันสู้กัน แม้ว่าจ้าวมังกรทองสามหัว, จ้าวมังกรดำนรกและนางพญาซัคคิวบัสจะรวมพลังกัน พวกเขาก็ยังไม่สามารถเอาชนะพยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจนี้ได้

“แปลก, ทำไมอสูรพยัคฆ์ศักดิ์สิทธิ์นี้ถึงไม่มีร่างมนุษย์?” ราชันย์ปีศาจใต้ดูเหมือนมีความสามารถในการดูอสูรของศัตรูได้ แม้ว่าจะไม่มีประโยชน์เทียบเท่าจักษุญาณทิพย์ของเย่ว์หยาง เนื่องจากนางไม่รู้ความจริงและรู้สึกได้แต่เพียงว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

“มีวิชาลับโบราณที่สามารถเปลี่ยนอสูรให้เป็นร่างอสูรตลอดไป ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนกลับเป็นร่างมนุษย์ได้อีกเลย การตรึงสภาพไว้เช่นนี้จะทำให้อสูรมีพลังมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนกับศักยภาพและสติปัญญาในอนาคต เทียบกับอสูรศักดิ์สิทธิ์ชั้นเพชรธรรมดาแล้ว พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจนี้ อย่างมากก็มีปัญญาเท่ากับเด็กชั้นประถม เทียบกับอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่กลายร่างเป็นมนุษย์ได้บางพวกซึ่งมีความรอบรู้เป็นอย่างดี มีอารมณ์และสติปัญญาสูง เสือตัวนี้ยังขาดความคิด” เย่ว์หยางรู้เรื่องนี้จากความทรงจำที่มารดาสหายผู้น่าสงสารได้ตกทอดให้เขา แต่เขาต่อต้านวิธีที่ไร้หัวใจเช่นนี้

ตั้งแต่สมัยโบราณ วิชาลับนี้ได้ถูกห้าม ทั้งนี้เพราะนี่เป็นการทำลายความเป็นไปได้ที่จะทำให้อสูรเติบโตขึ้นได้ในอนาคต

อนาคตของอสูรในการเปลี่ยนร่างเป็นมนุษย์

อสูรศักดิ์สิทธิ์ใกล้เคียงจะได้เป็นมนุษย์

เมื่ออสูรได้กลายเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ มันจะไม่มีความแตกต่างจากมนุษย์ นอกจากนี้มันยังมีสติปัญญาและอารมณ์ในระดับสูงขึ้น มันสามารถมีชีวิตทำสัญญากับคัมภีร์ได้เหมือนมนุษย์ และยังอยู่ร่วมในสังคมมนุษย์เรียนรู้และเติบโตในฐานะที่เป็นมนุษย์ มันยังอาจแต่งงานให้กำเนิดเลือดเนื้อเชื้อไขได้เหมือนมนุษย์

วิชาลับตรึงสภาพที่ราชาเฮยอวี้ใช้ทำให้พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจถูกตรึงอยู่ในสภาพเสือตลอดไป

แม้ว่าเมื่อทำเช่นนี้แล้ว พลังของพยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจจะเพิ่มมากขึ้นหลายเท่า แต่อนาคตของมันจะไม่มีการเติบโตแต่อย่างใด

ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นรูปแบบการจองจำที่คล้ายกับทาส

พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจมักจะถูกราชาเฮยอวี้ใช้ขี่อย่างเดียว แต่ไม่เคยเป็นคู่หูร่วมรบเลย…

เย่ว์หยางไม่เคยทำอย่างนี้ เขาไม่เพียงแต่ปฏิบัติกับเสี่ยวเหวินหลีเหมือนกับเป็นลูกสาวเขาเท่านั้น แม้แต่นางพญากระหายเลือดหง, โคเงาอาหมัน, นางพญาดอกหนามมงกุฎทองตั่วตั่วก็มักจะได้รับความรักจากเขา สำหรับเจี้ยงอิงและสาวๆ เขาปฏิบัติเหมือนกับเป็นมนุษย์ไม่ใช่อสูร… แม้ว่ารูปแบบของพวกเขาจะแตกต่างกัน แต่เย่ว์หยางไม่เคยยอมสูญเสียอสูรตนใดเพียงเพราะว่าเขาต้องการอำนาจ

เขารู้สึกว่า ถ้าเขามีพลังไม่พอ เขาควรจะฝึกฝนให้หนัก เพื่อรับพลังจากความเพียรพยายามของเขาเอง

เย่ว์หยางจะไม่มีทางใช้ชีวิตของอสูรหรืออิสรภาพของพวกมันหรืออนาคตที่รุ่งเรืองของพวกมันมาแลกเปลี่ยนเป็นพลัง

“ราชาเฮยอวี้บ้าไปแล้ว!” ราชันย์ปีศาจใต้ตะโกน นางเกลียดการต้องเสียสละสัตว์อสูรเพื่อให้ได้รับผลประโยชน์ ยังมิต้องพูดถึงอสูรศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ได้ ขนาดอสูรธรรมดาก็ยังร้องเศร้าโศกได้เมื่อเจ้าของพวกมันทอดทิ้งพวกมัน

พยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจไม่เพียงแต่เป็นอสูรพิทักษ์ของราชาเฮยอวี้เท่านั้น แต่มันยังเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ราชาเฮยอวี้ยังต้องการลดศักดิ์ศรีพยัคฆ์ฟ้ากินปีศาจให้สัตว์สำหรับให้เขาขับขี่

จากตรงนี้เอง ราชาเฮยอวี้ปรารถนาอย่างแรงกล้า ต้องการจะได้รับพลังอย่างมิต้องสงสัย

ผลของความคิดเช่นนี้ไม่สามารถจะอธิบายด้วยคำพูดอีกต่อไป

มีแต่ความไร้หัวใจและไร้ความปราณี

“ครืน…”

เมื่อมนุษย์ที่ก่อตัวจากพลังงานสีดำที่ผสานกับร่างของราชาเฮยอวี้ ทำให้เขามีกล้ามซึ่งอัดแน่นไปด้วยพลังเพิ่มขึ้นอีกครึ่งเมตรทันที

เกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดยกระดับสู่ร่างที่สาม

มันปล่อยแสงสว่างสุกใสน่ากลัวโดยเฉพาะ เหมือนกับหมึกดำ ทรงพลังเหมือนปีศาจ และว่องไวเหมือนลูกธนู

แม้ว่าเย่ว์หยางและราชันย์ปีศาจใต้จะถอยออกไปเกินกว่าสองพันเมตรแล้วก็ตาม แต่พวกเขายังรู้สึกว่าแสงสีดำยังตามทิ่มแทงพวกเขา ผีผาหยกของราชันย์ปีศาจใต้เริ่มสั่นสะเทือนและหน้าของนางขาวซีด “ดูเหมือนว่าเราต้องระวังมากยิ่งขึ้น… สนามพลังดำของราชาเฮยอวี้แปลกประหลาดมาก อสูรและสิ่งที่คล้ายร่างมนุษย์เหล่านั้นอาจเป็นไปได้ว่าคือชีวิตที่เขาฆ่ามาในอดีต อาวุธเหล่านั้นคล้ายสมบัติที่ถูกทำลาย…. เขาใช้เวทบางอย่างเสริมพลังให้กับเกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ พลังของเกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์นี้แตกต่างจากสิ่งที่ตำนานพูดถึงไว้อย่างสิ้นเชิง”

จักษุญาณทิพย์ของเย่ว์หยางก็เข้าใจเรื่องนี้ได้เช่นกัน

เกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ของราชาเฮยอวี้ตอนนี้มีพลังใกล้เคียงสมบัติชั้นเทพมาก

แน่นอน นี่ไม่ใช่พลังดั้งเดิม แต่เป็นผลจากการที่ราชาเฮยอวี้ใช้สนามพลังมืดเสริมพลังเข้าไป สนามพลังมืดมีความสามารถในการเสียสละ มันจะดูดซับพลังที่เสียสละและเปลี่ยนเป็นพลังให้เจ้านายมัน แต่สำหรับเกราะทมิฬศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเสริมพลังจนอยู่ในสภาพดังกล่าว ทำให้ยากจะประเมินได้ว่าต้องมีชีวิตและสมบัติที่เสียสละให้ราชาเฮยอวี้มากเพียงไหน

เมื่อเวลาผ่านไป ราชาเฮยอวี้ก็ยกระดับพลังจนอยู่ในระดับสุดยอดปราณก่อกำเนิดระดับหนึ่ง

เขาเป็นเหมือนดวงอาทิตย์สีดำ

เขาดูแปลก แต่ก็ทรงพลังอย่างมาก

ในมือซ้ายของเขา เขาดึงกระบี่ทมิฬศักดิ์สิทธิ์ออกมา ในมือขวาถือค้อนสายฟ้าทลายสวรรค์ไว้

เมื่อบอลแสงยักษ์ลอยลงมาถึงพื้น มันก็ค่อยๆ หายไป ยักษ์โบราณก็ยังหลับอยู่ ดูแล้วไม่มีท่าทีว่าจะตื่น

“ตาย!” ราชาเฮยอวี้ตะโกนลั่น เสียงของเขาระเบิดกึกก้องผ่านอากาศ เขาชูกระบี่ทมิฬศักดิ์สิทธิ์และค้อนสายฟ้าถล่มสวรรค์พร้อมกันแล้วยิงรังสีกระบี่นับสิบสายและแสงค้อนโจมตี สายฟ้าม้วนผ่านอากาศราวกับจะฉีกฟ้าและโลกขาดออกจากกัน พลังโจมตีนั้นพุ่งใส่ศีรษะของยักษ์โบราณอย่างรุนแรง ยักษ์โบราณไม่ได้ลืมตาเลย แต่ร่วงกระแทกพื้นอย่างแรง

ภายใต้การลอบโจมตีด้วยพลังสังหารของราชาเฮยอวี้ ยักษ์โบราณถึงกับสลบจากอาการบาดเจ็บรุนแรง

ราชาเฮยอวี้ยังคงไม่ยอมหยุด

เขากวัดแกว่งค้อนสายฟ้าถล่มสวรรค์และกระบี่ทมิฬศักดิ์สิทธิ์ระดมโจมตีใส่ศีรษะของยักษ์โบราณอย่างต่อเนื่องรุนแรง เขามุ่งมั่นตั้งใจจะฆ่ายักษ์โบราณให้ตายคาที่

เย่ว์หยางขมวดคิ้ว “มีบางอย่างผิดปกติ…”

เขาสังเกตว่าเหล่าอสูรอย่างจ้าวปีศาจน้ำแข็งดึกดำบรรพ์ที่วิ่งออกมาจากบันไดเวียนแก้วทั้งหมดแค่ยืนมองดูราชาเฮยอวี้อย่างตะลึง เหมือนกับว่าพวกมันกลายเป็นหินไปเสียแล้ว ไม่มีแม้แต่ตัวเดียวที่จะเข้ามาห้ามเขา ได้แต่ยืนมองดูราชาเฮยอวี้โจมตียักษ์โบราณ

ถึงเวลานี้เอง พลังงานที่กว้างใหญ่ดุจมหาสมุทรก็ถาโถมเข้าใส่ลานแก้วผลึกทั้งหมด

เทียบกับพลังงานที่ถาโถมเข้ามานี้ ราชาเฮยอวี้ผู้แข็งแกร่งที่สุดกลายเป็นเหมือนมดตัวหนึ่ง

ขณะเดียวกันกับที่พลังงานนี้ปรากฏขึ้น เย่ว์หยางได้ยินเสียงลึกลับพูดกับเขาว่า ในอีกหนึ่งนาที การต่อสู้เสี่ยงชีวิตจะเริ่มขึ้น ผู้เข้าร่วมแข่งขันต้องฆ่าศัตรูทั้งหมดจึงจะออกไปได้ เมื่อถึงขีดจำกัดเวลา ผู้เข้าแข่งขันที่มีคะแนนน้อยกว่าร้อยคะแนน จะต้องตายทันทีภายใต้บังคับกฎมรณะ

ก่อนที่เย่ว์หยางและราชันย์ปีศาจใต้จะทันตั้งตัว ลานแก้วผลึกก็ขยายออกไปอย่างรวดเร็ว

ผนังทางทิศตะวันออกแตกและหายไปอย่างเงียบ

มีอุโมงค์แก้วขนาดพันเมตรปรากฏทางทิศตะวันออก ห่างออกไปสิบกิโลเมตร สังเวียนต่อสู้ขนาดมหึมาใหญ่กว่าลานแก้วผลึกถึงสิบเท่าปรากฏขึ้น ขณะเดียวกัน เย่ว์หยางรู้สึกได้ว่าการปรากฏตัวที่ทรงพลังนับไม่ถ้วนทะลักออกมาจากในที่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร ในคนพวกนั้น มีอยู่สามรายที่ทรงพลังโดยเฉพาะ พวกเขาแทบจะมีพลังพอๆ กับยักษ์ไตตันอูซู

ถ้าราชาเฮยอวี้ไม่ทำร้ายยักษ์โบราณจนบาดเจ็บหนัก ก็น่าจะมีถึงสี่ตน

แต่ละตนจะอยู่ในทิศเหนือ, ใต้, ตะวันออกและตะวันตก

หลังจากนั้นชั่วครู่ เย่ว์หยางก็เรียกความรู้สึกกลับคืนมา เขาตะโกนไปทางราชาเฮยอวี้อย่างดุเดือด “ราชาเฮยอวี้ ท่านโง่จริงๆ ยักษ์ที่เจ้าโจมตีทำร้ายเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินการแข่งขันของเรา ท่านไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือ ทำไมท่านต้องโจมตีทำร้ายด้วย ตอนนี้หนึ่งในผู้ดำเนินการแข่งขันของเราเกือบตายอยู่แล้ว หยุดได้แล้ว นั่นคือผู้ช่วยเรา ไม่มียักษ์ตนนี้ ต่อให้ท่านมีร้อยชีวิตก็ไม่มีทางรอดออกไปได้”

“ว่าไงนะ?” ราชาเฮยอวี้ตะลึง

เขาเป็นคนที่จะฆ่าฝ่ายตรงข้ามที่คุกคามน้อยที่สุดเหรอนี่ ก็เห็นอยู่ว่ายักษ์โบราณกำลังจะตื่นขึ้น เขารู้สึกว่าโดนคุกคาม จึงโจมตีสุดกำลัง

ต่อให้เขาฉลาดเพียงไหนเขาก็ไม่มีทางเข้าไปพัวพันในสังเวียนมรณะแห่งนี้ แต่เขายังคงทำร้ายพันธมิตรของเขาด้วย

ราชันย์ปีศาจใต้รู้สึกลำบากมากยิ่งกว่า

ตอนนี้นางเข้าใจเหตุผลที่คนพูดกันว่า “เพื่อนร่วมกลุ่มที่โง่เง่าทำร้ายท่านได้มากกว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุด”

การได้อยู่ข้างเดียวกับคนเห็นแก่ตัวอย่างราชาเฮยอวี้ถือว่าเป็นภาระหนักจริงๆ…. นางเรียกคัมภีร์ออกมาและมองดูข้อมูลในนั้น แน่นอนว่า แผนที่เต็มไปด้วยศัตรู ขณะที่ด้านของพวกเขาเป็นยักษ์ผู้ดำเนินการแข่งขันจริงๆ มันคือสิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นอันตรายเหมือนกับจ้าวปีศาจน้ำแข็งดึกดำบรรพ์และนักรบอื่น

“รีบรักษายักษ์เร็วเข้า” เย่ว์หยางอยากจะฆ่าราชาเฮยอวี้นัก เมื่อเข้าไปตรวจสอบใกล้ๆ เขาก็ตระหนักได้ว่ายักษ์โบราณนี้เป็นยักษ์เด็กสาวที่เกิดใหม่ เขาถึงกับโกรธราชาเฮยอวี้, ท่านเอาสมองไปไว้ที่ไหน? ท่านตีเด็กคนหนึ่งได้ยังไง? ไปเลย ไปป้องกันอุโมงค์ไว้ ถ้าเราช่วยเด็กสาวยักษ์นี่ไม่ได้ พวกเราจะพากันตายทั้งหมด!”

“…..” ราชาเฮยอวี้พูดไม่ออก เขาไม่เคยคิดว่าเรื่องอย่างนี้จะเกิดขึ้นได้จริงๆ เขาก็แค่โจมตีเพลินไปหน่อย ใครจะไปรู้ได้ยังไงว่ายักษ์นี้เป็นพันธมิตรของเขา

แตกต่างจากสถานการณ์ของเย่ว์หยาง เสียงฝีเท้ายักษ์กึกก้องดังมาจากทางทิศเหนือ, ใต้และตะวันออก

******************

จบบทที่ ตอนที่ 513 - สังเวียนมรณะ

คัดลอกลิงก์แล้ว