- หน้าแรก
- วิถีแห่งผู้สร้าง ปรภพคืนชีพ
- บทที่ 21 หมอกดำปกคลุมทั่วบริเวณ! การกดดันด้วยอาณาเขต!
บทที่ 21 หมอกดำปกคลุมทั่วบริเวณ! การกดดันด้วยอาณาเขต!
บทที่ 21 หมอกดำปกคลุมทั่วบริเวณ! การกดดันด้วยอาณาเขต!
บทที่ 21 หมอกดำปกคลุมทั่วบริเวณ! การกดดันด้วยอาณาเขต!
“น่ารังเกียจชะมัด?! กล้าใช้ฟังก์ชันเก็บของใน ‘จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝัน’ ได้ยังไง!”
ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเขตซิงเหอ
กู้จินที่กำลังดูถ่ายทอดสดอยู่ หัวใจบีบรัดเมื่อเห็นภาพกระดูกขาวโพลนน่าขนลุกปกคลุมไปทั่วลานประลอง!
การสร้างไอเทมหรือความฝันธรรมดาอาจไม่ต้องใช้เวลา
แต่การสร้างแดนฝันมรณะขนาดใหญ่โดยใช้จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันกับไม่ใช้นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
ผู้ที่มีจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันสามารถโอนย้ายความฝันจากมันออกมาได้โดยตรง
และความเร็วในการรวบรวมความฝันนั้นเร็วกว่านักถักทอฝันทั่วไปหลายเท่าตัว!
งานเข้าแล้วสิ!
กู้จินใช้ฐานะนักเขียนของเธอติดต่อไปหาเพื่อนเก่าในวงการข่าวเพื่อรวบรวมข้อมูลส่วนตัวของซูมู่
เธอรู้ว่าฐานะทางบ้านของซูมู่ไม่ได้ร่ำรวย ออกจะยากจนเสียด้วยซ้ำ และต้องพึ่งพาทุนการศึกษาจากเมืองหลินไห่เพื่อเรียนต่อมัธยมปลาย
ในปัจจุบัน นักเรียนธรรมดาจะมีปัญญาซื้อจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันได้อย่างไร?
อย่าว่าแต่จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันเลย แม้แต่ไอเทมระดับต่ำสำหรับเก็บความฝัน เขาก็คงไม่มีปัญญาซื้อด้วยซ้ำมั้ง?
กู้จินอยากจะแจ้งว่ามีการโกง แต่การใช้จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันและไอเทมเก็บความฝันอื่นๆ นั้นได้รับอนุญาตในการสอบรวม
เพราะสุดท้ายแล้ว นักถักทอฝันก็ต้องเผชิญหน้ากับอสูรกายจากห้วงดารา
พวกเขาจะต้องลงสู่สนามรบในที่สุด และการเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมือทำนองนี้ถือเป็นสามัญสำนึกที่ต้องเรียนรู้ ยิ่งเร็วยิ่งดี
ดังนั้น การสอบรวมจึงไม่ห้ามการใช้เครื่องมือดังกล่าว
แดนฝันมรณะระดับ S นั้นทรงพลัง แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสร้าง
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากสร้างเสร็จแล้ว ซูมู่จะเหลือพลังวิญญาณสักเท่าไหร่? เขาจะยืนหยัดต่อสู้ไหวหรือ?
หัวใจของกู้จินบีบรัดแน่นขึ้นมาทันที
“เว้นเสียแต่ว่า มีใครให้เขายืมเครื่องมือถักทอฝัน”
“หรือ... ซูมู่ได้รับจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันเป็นรางวัลในรอบแรก”
“ดูจากท่าทีที่เขายกมือและก้าวออกมาอย่างมั่นใจ เขาต้องเตรียมตัวมาดีใช่ไหม? ขอร้องล่ะ อย่าทำอะไรบุ่มบ่ามนะ”
ไม่ใช่แค่กู้จิน แต่หลายคนก็คิดถึงปัญหานี้
โดยเฉพาะหลังจากเห็นซูมู่ปล่อยให้เฉียนเฉิงขยายอาณาเขตครอบคลุมทั่วทั้งลานประลอง
“นี่มันเกินไปแล้ว!”
ภายในห้องทำงานนายกเทศมนตรีเมืองหลินไห่ เสียงเกรี้ยวกราดของหญิงสาวดังลั่น
เมื่อมองเข้าไป
เห็นหญิงสาววัยประมาณสามสิบ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว มัดผมหางม้าเรียบร้อย ใบหน้าสวยหวานแดงก่ำด้วยความโกรธ
ผลงานอันโดดเด่นของซูมู่ในการสอบรวมระดับโลกย่อมดึงดูดความสนใจจากระดับสูงของเมืองหลินไห่
หลิวหยุน นักถักทอฝันระดับ A ที่ได้เป็นนายกเทศมนตรีตั้งแต่อายุเพียงสามสิบ เฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของซูมู่อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งวัน
ตอนนี้ เมื่อเห็นคนในเมืองของเธอต้องเสียเปรียบเพราะความยากจน ไฟโทสะในใจของเธอก็แทบระเบิด
นิสัยที่ใจร้อนอยู่แล้วของเธอเปรียบเสมือนภูเขาไฟที่พร้อมปะทุในขณะนี้
เมื่อมองภาพซูมู่ที่ยืนนิ่งดู 'อ่อนแอและไร้ทางสู้' บนหน้าจอ หลิวหยุนอยากจะกระโดดเข้าไปมอบอุปกรณ์ดีๆ ให้ซูมู่สักชุด
“กฎการสอบรวมเฮงซวยพวกนี้มันเข้าข้างผู้เข้าสอบจากเขตเศรษฐกิจชัดๆ?!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะเมืองหลินไห่ของเราพยายามอย่างหนัก เขตเศรษฐกิจพวกนั้นจะมีหน้ามีตาได้ยังไง? ป่านนี้คงเป็นซากปรักหักพังไปหมดแล้ว!”
“ไม่ได้การ! ฉันต้องร้องเรียนตาแก่นั่น! ลำเอียงเกินไปแล้ว!”
ขณะที่หลิวหยุนพูด เธอใช้เครือข่ายต่อสายไปยังหมายเลขที่บันทึกไว้ว่า 'ตาแก่เฉิน'
ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด...
เสียงโทรศัพท์ดังไม่กี่ครั้งก็มีคนรับสายอย่างรวดเร็ว
ปลายสาย เสียงชายชราดูเหมือนจะเข้าใจจุดประสงค์ที่หลิวหยุนโทรมา และก่อนที่เธอจะพูด เขาก็ชิงพูดขึ้นก่อนว่า “นังหนู อย่าใจร้อน กลุ่มผู้คุมสอบของเราย่อมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาของผู้เข้าสอบอยู่แล้ว”
“รางวัลแรกของซูมู่คือจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝัน จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันที่สร้างโดยนักถักทอฝันระดับ S คุณภาพเยี่ยมยอดเชียวนะ”
ซูมู่มีจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันคุณภาพเยี่ยมยอด?
แถมยังเป็นระดับ S อีก?!
นายกเทศมนตรีเมืองหลินไห่ที่กำลังจะวีนแตกถูกประโยคเดียวนี้สกัดดาวรุ่งจนพูดไม่ออก
“งั้นทำไมซูมู่ถึงไม่ใช้ล่ะ? ตาแก่ คุณให้เขาจริงๆ ใช่ไหม?”
ในฐานะนักถักทอฝันระดับ A ชั่วขณะหนึ่งเธอคิดไม่ออกว่าทำไมซูมู่ถึงทำแบบนี้ และเผลอถามออกไป
ปลายสายแน่นอนว่าเป็นเฉินเฟิงชิว หัวหน้าผู้คุมสอบในงานนี้
หลิวหยุนกำลังดูการแข่งขัญนัดนี้
และเขาก็กำลังดูอยู่เช่นกัน
ทว่า เขาก็ไม่เข้าใจการกระทำของซูมู่เหมือนกัน
ทำไมไม่ใช้จิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันพร้อมกัน?
นี่เท่ากับปล่อยให้คู่ต่อสู้ยึดครองความได้เปรียบในสนามเหย้าชัดๆ
จากมุมมองของเฉินเฟิงชิว เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ
ท้ายที่สุด จากการสังเกตตลอดทั้งวันที่สั้นๆ นี้ เขาเห็นชัดเจนว่าแม้เด็กคนนี้จะมีพื้นฐานยากจน แต่ไหวพริบ ความคิด และการตัดสินใจของเขานั้นทัดเทียมกับเพื่อนรุ่นเดียวกันจากเขตใหญ่ๆ อย่างสมบูรณ์
เขากำลังรออะไรอยู่กันแน่?
“โอกาสที่จะสร้างชื่อเสียง... หรือว่า?”
ขณะที่เฉินเฟิงชิวครุ่นคิด จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงตื่นเต้นของหลิวหยุนจากปลายสาย
“เขาเริ่มแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเฟิงชิวก็รีบเพ่งสายตาไปที่หน้าจอ
........
ภายในลานประลอง เมื่อมองความซีดขาวกว้างใหญ่และกระดูกแห้งที่กระจัดกระจาย
ใบหน้าของซูมู่ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากสีทองไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกแต่อย่างใด ตรงกันข้าม รอยยิ้มจางๆ กลับปรากฏขึ้น
แดนฝันมรณะ!
เฉินเฉิงถึงกับใช้แดนฝันมรณะจัดการกับเขา
แถมยังเป็นแบบที่เต็มไปด้วยโครงกระดูก สไตล์ตะวันตกเสียด้วย!
เจ้าหมอนี่ ช่างเลือกจริงๆ!
ยมโลกจะไปกลัวคนตายได้ยังไง?!
ขณะที่ความคิดแล่นพล่าน
เฉียนเฉิงที่อยู่อีกฝั่งเห็นซูมู่นิ่งไม่ขยับมานาน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจ
‘หรือว่าเจ้านี่จะโดนฉากความตายของข้าสะกดจนกลัวหัวหดขยับไม่ได้?’
‘หรือแค่มันไม่มีจิตวิญญาณแห่งการสร้างฝันหรือไอเทมเก็บของทำนองนั้น?!’
‘ใช่แล้ว เจ้านี่มาจากเมืองหลินไห่ที่เป็นเขตชั้นล่าง นักเรียนที่มีของพวกนี้คงมีน้อยมากใช่ไหม?’
‘สวรรค์เข้าข้างข้า!’
“ซูมู่! ไม่ว่าแกจะของจริงหรือเปล่า แต่คนชื่อนี้ดูท่าจะไม่มีฝีมืออะไรเลยนะ!” เฉียนเฉิงหัวเราะร่า เอามือไพล่หลัง แล้วดีดนิ้วเบาๆ
เสียง 'เปาะ' ดังขึ้น
โครงกระดูกด้านหลังเขาที่มีไฟวิญญาณวูบวาบนับไม่ถ้วนก็เริ่มขยับ!
ท่ามกลางเสียงกระดูกกระทบกันและเสียงเสียดสีแหลมคม โครงกระดูกทีละตัวค่อยๆ ลุกขึ้นมา และศพนับไม่ถ้วนเคลื่อนที่ด้วยย่างก้าวอันน่าสยดสยองตรงเข้าหาซูมู่!
ไม่เพียงแค่นั้น
ที่ใต้เท้าของซูมู่ ก็มีเสียงกระดูกเคลื่อนไหวดังขึ้นเป็นชุด!
มือกระดูกโชกเลือดผุดขึ้นมาไม่หยุด ขยับข้อนิ้วราวกับสัตว์ประหลาด ดูเหมือนต้องการจะลากซูมู่ลงสู่ขุมนรกไร้ก้นบึ้ง!
นี่คือท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งที่สุดของเฉียนเฉิง เรียนรู้มาจากความฝันที่บรรพบุรุษทิ้งไว้ และยังเป็นท่าที่ทรงพลังที่สุดที่เขาใช้ได้ในตอนนี้!
แม้ท่านี้จะกินพลังวิญญาณมหาศาลและต้องสร้างสิ่งสร้างฝันจำนวนมาก แต่มันก็คุ้มค่า!
เขาจะลบล้างความอัปยศที่เพิ่งได้รับเมื่อครู่อย่างหมดจด ทำให้ผู้คนจดจำเพียงความแข็งแกร่งของเขาเท่านั้น!
เขายังสามารถทำให้ผู้อำนวยการหอคอยแห่งความฝันรู้ถึงระดับของเขา และได้รับทรัพยากรที่ดีกว่า!
เฉียนเฉิงอดไม่ได้ที่จะเริ่มเพ้อฝันถึงอนาคต
และในขณะนี้
เขาสังเกตเห็นว่าซูมู่ที่ยืนนิ่งมาตลอด ก็ทำท่าคว้าจับบางอย่างในอากาศอย่างคลุมเครือ
แต่ต่างจากเขา หมอกสีดำค่อยๆ ผุดออกมาจากมือของซูมู่
ไม่รู้ทำไม ความหนาวเหน็บเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเฉียนเฉิง