เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 507 - ความจริงและความเข้าใจร่วมกัน

ตอนที่ 507 - ความจริงและความเข้าใจร่วมกัน

ตอนที่ 507 - ความจริงและความเข้าใจร่วมกัน


ที่ข้างล่างเผ่ามนุษย์มีปีกและเผ่าปีศาจบูรพากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด

มีแม้กระทั่งนักสู้ปราณก่อกำเนิดที่เป็นมนุษย์

เย่ว์หยางไม่รู้จักใครเลยไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายไหน ขณะที่เขาเห็นพวกนั้นสู้กันเองในท่ามกลางอสูรดึกดำบรรพ์ที่รายล้อมเข้ามา เรื่องนี้ทำให้เย่ว์หยางตกใจ คนพวกนี้โง่ไปแล้วหรือ? พวกเขาไม่ต้องการมีชีวิตต่อไปหรือ? เมื่อก้าวไปบนหลังของมังกรน้ำแข็งและร่อนลงไปตลอดทาง เขาจึงตระหนักว่าผนังน้ำแข็งของหุบเขาข้างๆมีวงเวทเทเลพอร์ทขนาดมหึมา ดูเหมือนเป็นทางเข้าสถานที่ลับแห่งหนึ่ง

เป็นไปได้ไหมว่ามีซากหักพังอื่นอยู่ในโลกที่แปลกแยกออกมานี้?

ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เย่ว์หยางตระหนักว่าพวกเขาแค่กำลังต่อสู้เพื่อครอบครองวงเวทเทเลพอร์ต ขณะที่อสูรโบราณไม่อาจคุกคามพวกเขาได้เลย

สำหรับเผ่ามนุษย์วิหคเสียเปรียบอย่างมาก เนื่องจากข้อจำกัดทำให้พวกเขาบินไม่ได้ พลังรบของพวกเขาจึงตกลงไปถึงครึ่ง แต่พวกเขาได้เปรียบในเรื่องของจำนวนคน ดังนั้นกลุ่มที่ประกอบไปด้วยมนุษย์วิหคยี่สิบคนจึงได้เปรียบ สู้กับเผ่าปีศาจบูรพาได้อย่างสูสี แม้ว่าพวกเขาจะมีกันเพียงสามคนทำให้พวกเขาดูเหมือนน้อย แต่พลังรบของพวกเขาก็แข็งแกร่งเพียงพอและอย่างน้อยก็ต้องใช้มนุษย์วิหคสี่หรือห้าคนถึงจะรับมือพวกเขาคนหนึ่งได้

พวกที่อ่อนแอที่สุดก็คือกลุ่มมนุษย์นักสู้ปราณก่อกำเนิดหกคน

สี่คนเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหกและพวกเขาบาดเจ็บกันหมด อีกสองคนเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ดและกำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อค้ำยันกลุ่มไว้

พวกเขาถือได้ว่าเป็นนักสู้ระดับสูงเมื่อเทียบกับพวกที่อยู่ในหอทงเทียนชั้นล่างๆ แต่สิ่งที่พวกเขาสามารถทำได้ที่นี่ก็คือปกป้องตัวเอง ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเขาจะถูกสังหารทันที

อย่าว่าแต่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์วิหคกับเผ่าปีศาจบูรพาเลย แม้แต่การโจมตีจากอสูรโบราณก็นับได้ว่าคุกคามชีวิตของพวกเขาอย่างมาก โชคดีที่การต่อสู้ระหว่างมนุษย์วิหคกับเผ่าปีศาจบูรพานั้นรุนแรงมาก ดังนั้นพวกเขาไม่มีเวลาไปรบกวนนักสู้ปราณก่อกำเนิดทั้งหกคน ถ้าไม่เช่นนั้นพวกเขาคงตายไปนานเสียแล้ว

“เหลือเชื่อจริงๆ, พวกเจ้าทุกคนมาชายขอบแดนสวรรค์ด้วยพลังแค่ระดับนี้เองหรือ?” เมื่อผู้เฒ่าหนานกงไปถึงหุบเขา เขาเรียกคัมภีร์อัญเชิญออกมาแล้วกางโล่พลัง จากนั้นเขาให้นักสู้ปราณก่อกำเนิดชาวมนุษย์เข้ามาซ่อนอยู่ภายในก่อนจะปลดปล่อยพลังที่ไม่อาจต่อต้านได้ซึ่งนุ่มนวลสามารถขับไล่มังกรน้ำแข็ง และเหวี่ยงวานรโบราณออกไปจนกลายเป็นพื้นที่ว่างกว้างใหญ่ตรงกลาง

แม้ว่าอสูรดึกดำบรรพ์จะไม่ใช่อสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่พวกมันก็ฉลาดมาก

พวกมันถอยออกไปเมื่อพวกมันเห็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดที่เพิ่งมาถึงแข็งแกร่งเกินไปสำหรับพวกมัน

พวกมันเฝ้าดูในระยะห่าง รอคอยโอกาสเข้าโจมตี

“ท่านหนานกง…” นักสู้ปราณก่อกำเนิดทั้งหกคนเบียดเสียดหลบเข้ามาต่างก็ดีใจและทักทายผู้เฒ่าหนานกง

“เป็นไปได้หรือว่าวงเวทเทเลพอร์ตที่นี่จะนำไปสู่ซากปรักหักพังโบราณได้?” เมื่อราชันย์ปีศาจใต้ลงมา สีหน้าของนักรบเผ่าปีศาจบูรพาเปลี่ยนไปทันที เนื่องจากพวกเขาทุกคนเป็นบริวารของจักรพรรดิมังกร พวกเขาสาบานว่าจะต้องเป็นศัตรูกับนาง

“ราชาเฮยอวี้ ซิวต๋าขอคารวะท่านในนามของท่านผู้นำปาอี้” หัวหน้ากลุ่มมนุษย์วิหคเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับแปด เมื่อซิวต๋าเห็นราชาเฮยอวี้ลงมาจากอากาศอย่างสง่างาม เขาก้าวเข้ามาสองสามก้าวและพาคนทั้งหมดมาคารวะราชาเฮยอวี้ เย่ว์หยางเลิกคิ้วเล็กน้อย เขารู้เรื่องการเป็นพันธมิตรระหว่างราชาเฮยอวี้และปาอี้ หรือในอีกนามหนึ่งก็คือจักรพรรดิฟ้ามานานแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นที่คาดการณ์ไว้แล้ว

“ซิวต๋า, เกิดอะไรขึ้น?” จ้านหู่และเป่ยเหลียวหยาก็ลงมาด้วยเช่นกัน

“เราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับซากปรักหักพังของโบราณสถาน นั่นคือเหตุผลที่เรามาที่ธารน้ำแข็งแห่งนี้ เราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้พบกับเผ่าปีศาจบูรพาที่นี่เช่นกัน พวกเขาก้าวร้าวหยาบคายกับเราตั้งแต่เข้ามา ดังนั้นเราจึงเริ่มสู้กัน ขณะที่อสูรดึกดำบรรพ์ถูกดึงดูดเข้ามาเพราะความวุ่นวาย แต่ดูเหมือนว่าพวกมันจะไม่กล้าเข้าไปใกล้วงเวทเทเลพอร์ตบนผนังน้ำแข็ง ดังนั้นนับว่าโชคดีแล้วที่พวกเราไม่โดนพวกมันโจมตีโดยตรง” หัวหน้ามนุษย์วิหคนามว่าซิวต๋ามีปีกอยู่สี่ปีกที่หลังของเขา และชุดเกราะประดับอัญมณี เขาถือกระบี่แก้วผลึกเปล่งรัศมีสีทองที่เผ่ามนุษย์วิหคครอบครองและไม่เหมือนใคร องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้เขาดูดีและสง่างาม

“ถ้าเป็นเช่นนั้น มาร่วมมือฆ่าทั้งสามคนนี้ด้วยกัน” จ้านหู่หันหน้าไปทางคนจากเผ่าปีศาจบูรพาทั้งสาม

“เหลวไหล…” หนึ่งในสามนั้นคืออสูรหมีสะท้านภูผามีพลังปราณก่อกำเนิดระดับแปด อีกสองคนก็คืออสูรเสือดาวสายฟ้าตาทอง มีพลังปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ด พวกเขามีพลังไม่ต่างจากนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับแปด แม้ว่าพวกเขาจะกลัวราชาเฮยอวี้ แต่การแสดงออกของพวกเขาก็ยังเด็ดเดี่ยว

พวกเขาปลดปล่อยพลังทั้งหมดทันที ขณะที่เตรียมตัวสู้ศึก

พวกเขารู้ว่าพวกเขาคงจะไม่ชนะ แต่พวกเขาไม่ยินดีรอความตายหรือคุกเข่ายอมจำนน

ราชันย์ปีศาจใต้ไม่ได้พูดอะไร แต่เย่ว์หยางเดินออกมาและยื่นมือกันไว้ “เดี๋ยวก่อน ถ้าพวกเราเป็นนักล่าสมบัติกันทุกคน ทำไมถึงต้องฆ่ากันเองด้วยเล่า?”

นักรบวิหคร่างสูงอารมณ์ร้อนคนหนึ่งเดินออกมา “เจ้าเป็นใคร จะมาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยที่นี่หรือ? พวกเขาฆ่าสหายของพวกเราไปสองคน พวกเราคงไม่มีทางหายแค้นถ้าไม่ได้ฆ่าพวกเขาซะ! เผ่ามนุษย์วิหคและเผ่าปีศาจบูรพาไม่มีทางอยู่ร่วมกันได้ ถ้าเจ้ายืนยันต้องการเข้าข้างพวกเขา อย่างนั้นเราจะส่งเสริมเจ้าและฆ่าเจ้าด้วย”

เย่ว์หยางขึ้นเสียงดูถูก “ด้วยพลังมนุษย์วิหคที่น่าทุเรศของพวกเจ้าทุกคนนี่น่ะหรือ?”

คำพูดเช่นนี้สร้างความโกรธให้กับมนุษย์วิหคทุกคน

พวกเขาทุกคนเกลียดต่อการถูกเรียกว่าทุเรศนัก ตอนนี้เย่ว์หยางกลับพูดออกมาต่อหน้าธารกำนัล สร้างความอับอายให้กับพวกเขา และทำให้พวกเขาโกรธกันทุกคน

เผ่าปีศาจบูรพาทั้งสามคนชื่นชมคำพูดของเย่ว์หยาง เพราะมีไม่มากคนนักหรอกที่จะกล้าพูดต่อหน้าราชาเฮยอวี้

ทั้งสามคนมายืนอยู่ข้างหลังเย่ว์หยาง

พวกเขาเตรียมตัวร่วมสู้กับเขา

มนุษย์วิหคสี่ปีกซิวต๋ามองดูเย่ว์หยางและรู้สึกว่าไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่าย เขาหยุดแสดงอาการดุร้ายทันที

จากนั้นหันไปถามจ้านหู่ “เด็กมนุษย์นี่เป็นใครกัน?”

“พวกเจ้าตาบอดแน่ นี่คือคุณชายสามแห่งตระกูลเย่ว์ บุรุษที่มีศักยภาพมากที่สุดในหอทงเทียน นอกจากนี้เขาก็คือไตตันน้อยผู้สังหารจักรพรรดิสมุทรได้สำเร็จ พวกเจ้าทุกคนต้องแสดงความนับถือเขาให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะตอนนี้ไม่มีใครที่เป็นคู่มือเขาได้เลย ยกเว้นจักรพรรดิฟ้าและหัวหน้าสามคนที่นี่แล้ว ไม่มีใครสามารถสู้เขาได้” จ้านหู่ทำตัวเหมือนมีความตั้งใจดีที่ช่วยแนะนำเย่ว์หยางให้กับคนหมู่มาก แต่ความจริงเขาแอบหว่านความแตกแยกทำให้เผ่ามนุษย์วิหคเกลียดชังผู้เยาว์อย่างเย่ว์หยาง

“โอว, นึกว่าใคร ที่แท้เจ้าก็คือไตตันน้อย! เจ้ามีชื่อเสียงโด่งดังอย่างแน่นอน” ซิวต๋าหัวเราะเสียงเย็นชา

อสูรหมีสะท้านภูผาและเสือดาวสายฟ้าตาทองทั้งสองรีบทักทายคารวะเขาด้วยมารยาทของมนุษย์

“ไม่มีปัญหา, ข้าไม่ค่อยชอบสวะดีแต่รังแกผู้อ่อนแอ” ด้วยคำพูดนี้ เท่ากับว่าเย่ว์หยางระบายอารมณ์โกรธใส่พวกมนุษย์วิหคทั้งหมดสิ้นเชิง

พวกเขาไม่ได้ชอบเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ตอนนี้พวกมนุษย์วิหคทุกคนอยู่ข้างราชาเฮยอวี้

ผู้เฒ่าหนานกงรีบเข้ามาโบกมือห้าม “ทุกคนรีบไปจากที่นี่กันก่อน, ข้ารู้สึกว่ามีเสียงผิดปกติดังอยู่ไกลๆ ถ้าเราไปปลุกจ้าวอสูรดึกดำบรรพ์เข้า ข้าเกรงว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้ยืดเยื้อได้”

มนุษย์นักสู้ปราณก่อกำเนิดทั้งหกคนต่อสู้เพื่อเปิดเผยวงเวทเทเลพอร์ตลับแห่งนี้

หัวหน้านักสู้ชาวมนุษย์รีบบอก “ท่านหนานกง วงแหวนเทเลพอร์ตนี้จะพาเข้าไปใกล้ซากโบราณสถานเก่าแก่ และจะมีการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งแตกต่างไปทุกวัน จุดเทเลพอร์ตลงจะเป็นพื้นที่สิบสองแห่งตามลำดับ ถ้าเราไม่รีบเข้าไป เราอาจะไปตกอยู่ในพื้นที่ซึ่งไกลที่สุดและอันตรายที่สุดก็เป็นได้ ก่อนหน้าเราก็มีคนสองกลุ่มได้เข้าไปก่อนแล้ว และนี่คือจำนวนเท่าที่เราทราบ ก่อนนั้นอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้…”

ราชาเฮยอวี้เหลือบมองราชันย์ปีศาจใต้และเห็นว่านางกำลังไตร่ตรองอยู่

จากนั้นเขาจึงมองผู้เฒ่าหนานกง เมื่อเห็นว่าเขาเห็นด้วยที่จะเข้าไป เขาจึงระบุให้ผู้เฒ่าหนานกงนำเข้าไปทันที

แน่นอนว่าผู้เฒ่าหนานกงคงไม่ใช่คนแรกที่เข้าไปในวงเวทเทเลพอร์ต คงจะเป็นเรื่องแปลกถ้าราชาเฮยอวี้จะไม่โจมตีเย่ว์หยางถ้าเขาทำอย่างนั้น

มนุษย์นักสู้ปราณก่อกำเนิดหกคนเข้าไปก่อน ตามด้วยจ้านหู่และเป่ยเหลียวหยา เมื่อราชาเฮยอวี้เห็นว่าบริวารของเขาเข้าไปอย่างปลอดภัย เขามองดูเย่ว์หยางก่อนที่จะหายเข้าไปในวงเวทเทเลพอร์ตบนผนังน้ำแข็ง

“เด็กน้อย, ถ้ามีการเปลี่ยนตำแหน่งจุดเทเลพอร์ต จำไว้ให้ดี เจ้าต้องป้องกันตัวเองจากราชาเฮยอวี้ให้ได้ นี่คือแผนที่ระบุตำแหน่งของข้า มันจะมีผลอยู่ได้สามวัน หลังจากข้าเข้าไปแล้ว ถ้าข้าลงในจุดตำแหน่งใกล้ทิศเหนือ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ทิศเหนือ ถ้าข้าอยู่ใกล้ตำแหน่งทิศใต้ ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่ทิศใต้ จำเอาไว้ให้รีบมาพบข้า จงระวังทุกอย่าง” ผู้เฒ่าหนานกงใส่ใจเย่ว์หยางมาก เขาต้องเร่งรัดให้เย่ว์หยางเข้าไป แต่เมื่อคิดอีกทีเย่ว์หยางคงจะตามหลังเผ่าพันธุ์ปีศาจบูรพา เขาเองจะดูแลมนุษย์นักสู้ปราณก่อกำเนิดก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้สูญเสียจากการโจมตีของอสูรดึกดำบรรพ์

มนุษย์นักสู้ปราณก่อกำเนิดหาได้ยาก และพวกที่ยกระดับมาได้จนถึงระดับหกยิ่งหาได้ยากยิ่งกว่า

ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียใดๆ ล้วนส่งผลเสียหายยากจะกู้คืนไปถึงทวีปที่มนุษย์อาศัยอยู่ด้วย เพราะพวกเขาอย่างน้อยก็เป็นองครักษ์พิทักษ์ฟ้าประจำวังหลวง หรือแม้เป็นกระทั่งราชองครักษ์คุ้มครองทั้งทวีป ทันทีที่พวกเขาตายพวกชนเผ่าจากแดนอเวจีจะต้องเริ่มรุกรานพวกเขาแน่นอน

เมื่อผู้เฒ่าหนานกงจากไป มนุษย์วิหคชักจะกลัวขึ้นมาบ้าง

แต่เนื่องจากความสนใจที่ขัดแย้งระหว่างราชันย์ปีศาจใต้และสมาชิกเผ่าปีศาจบูรพาทั้งสามคน พวกเขาจึงไม่กลัวว่าเย่ว์หยางและคนจากเผ่าปีศาจบูรพาจะร่วมมือโจมตีพวกเขา

ถ้าพวกเขาเริ่มต่อสู้ ราชันย์ปีศาจใต้อาจจะฆ่าอสูรหมีสะท้านภูผาและเสือดาวสายฟ้าตาทองก็ได้

ซิ่วต๋ามั่นใจว่ารับมือเย่ว์หยางได้ ไม่ว่าเขาจะทรงพลังขนาดไหน เย่ว์หยางก็ยังเป็นเด็กใหม่อยู่ดี มีแค่ลูกเล่นที่ทรงพลังจริงๆ ก็แต่เพียงวงจักรล้างโลกและเพลิงอมฤต

แต่ซิ่วต๋ามีวิธีกันเย่ว์หยางออกจากการต่อสู้

เขาไม่สามารถฆ่าเย่ว์หยางได้ ถ้าเขาต้องโจมตี

เขามั่นใจมาก

ราชันย์ปีศาจใต้มองดูหมีสะท้านภูผาและเสือดาวตาทองทั้งสองและถาม “เราเสียเวลามากพอแล้ว จะเข้าไปกันได้หรือยัง?”

“ได้เลย” เย่ว์หยางปลดปล่อยพลังปราณก่อกำเนิดระดับสี่และเรียกเพลิงอมฤตกับวงจักรล้างโลกของเขาออกมาพร้อมกัน จากนั้นเขากระแทกอาวุธทั้งสองใส่วงแหวนเทเลพอร์ตโบราณ ด้วยพลังแรงระเบิด ธารน้ำแข็งทั้งหมดสั่นสะเทือนภายใต้เสียงสะท้อนก้องไปทั้งแผ่นฟ้าและผืนหิมะ ไม่ทราบว่าเสียงสะท้อนนั้นดังกึกก้องไปไกลเพียงไหน

วงเวทเทเลพอร์ตโบราณพังทลายลง

เผ่ามนุษย์วิหคตกตะลึง เย่ว์หยางทิ้งเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ที่หนักอึ้งไว้บนธารน้ำแข็ง

ตอนเริ่มแรก เมื่อเย่ว์หยางกำลังทำลายวงเวทเทเลพอร์ตนั้น ซิวต๋าไม่ทันรู้ตัวแต่แววสงสัยปรากฏอยู่ในดวงตาของเขา

แต่เมื่อเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้ถูกใช้ออกมา สีหน้าของเขาก็ซีดขาวทันที สมบัติที่เขาซ่อนไว้ในฝ่ามือก่อนนั้นแตกกลายเป็นแสงทองสลายหายไปในอากาศ

ลำแสงสายหนึ่งยิงลงมาจากท้องฟ้าและสำนึกของราชาเฮยอวี้ที่แผ่ห่อหุ้มบรรยากาศ

แต่เมื่อลำแสงยิงลงมา ก็กลายเป็นถูกบิดเบือนภายใต้ผลกระทบของเสาเจ็ดดาวของจักรพรรดิอวี้

มันเลื้อยเคลื่อนไปรอบๆ เหมือนงู ราชาเฮยอวี้พยายามยื่นมือเขาออกมาฉีกมิติ แต่ไร้ประโยชน์ จากนั้นเขา จากนั้นเขาส่งเสียงโหยหวนน่ากลัวด้วยความไม่พอใจ ลำแสงหายไปและการเทเลพอร์ตของเขาล้มเหลว…

ภาพของราชาเฮยอวี้หายไป!

เย่ว์หยางแคะหูของเขา จากนั้นยื่นนิ้วมาใกล้ปากและเป่าออกไปเหมือนกับว่าเขากำลังเป่าขี้หูก้อนใหญ่กระเด็นออกไปจากนิ้วของเขา จากนั้นเขาพูดอย่างไม่สนใจใยดีซิวต๋าที่มองดูตกตะลึง “สหายผู้ต่ำช้า โปรดอย่าส่งเสียงดัง ครั้งต่อไปเจ้าควรจะกระซิบความลับกับคนอื่น เจ้าไม่รู้หรือว่าน่ารำคาญแค่ไหนที่ต้องมาได้ยินความลับที่น่าเบื่ออย่างนั้น? ถ้าเจ้าต้องการฆ่าข้า อย่างนั้นก็ทำเลย ทำไมต้องสิ้นเปลืองความพยายามมากนักเล่า? เจ้าคิดว่าสามารถฆ่าข้าได้โดยระบุตำแหน่งของเจ้าเพื่อให้ราชาเฮยอวี้เทเลพอร์ตกลับมาใช่ไหม? พวกเจ้าก็แก่มีอายุกันเป็นพันๆ ปีกันแล้ว ทำไมพวกเจ้าถึงได้อ่อนหัดกันนัก?”

ราชันย์ปีศาจใต้ปรบมือหัวเราะ “มักจะได้เห็นการแสดงดีๆ อยู่เรื่อย พวกเจ้าสามคนออกไปลุยพวกเขาได้เลย”

คนจากเผ่าปีศาจบูรพาทั้งสามคนพุ่งหานักรบมนุษย์วิหคราวกับลูกธนู

ซิวต๋าตระหนักได้ในที่สุด “พวกเจ้าเป็นพันธมิตรกัน…”

“นั่นก็ถูกแล้ว” ราชันย์ปีศาจใต้ยิ้มเล็กน้อย “พวกเจ้าช่างเขลากันทั้งนั้น บางทีพวกเจ้าอาจคิดว่าข้าเป็นราชาผู้ทรยศของเผ่าปีศาจบูรพา ไม่สามารถอยู่ร่วมกับจักรพรรดิมังกรได้ตั้งแต่แรก แต่แม้ว่าข้าจะเป็นราชาผู้ทรยศ แต่ข้าจะไม่ช่วยคนนอกฆ่าคนจากเผ่าพันธุ์ของเราเอง เราแค่จงใจแสดงละครขึ้นมา ถ้าเรา เผ่าปีศาจบูรพาไม่ทำเช่นนี้ อย่างนั้นเราจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและมีอันตรายมากที่สุดในหอทงเทียน แล้วเราก็จะกลายเป็นศัตรูของทุกเผ่าพันธุ์ในหอทงเทียน ดังนั้นเราจึงต้องสร้างความขัดแย้งภายในเพื่อให้เราเป็นภัยคุกคามน้อยลง ดูจากท่าทีของเจ้าแล้ว ข้าบอกได้เลยว่าแผนการของเราใช้ได้ดีทีเดียว”

“ท่านผู้นำปาอี้จะต้องล้างแค้นให้เรา!” ซิวต๋าตะโกนด่าอย่างบ้าคลั่ง

“ใช่เลย, คำพูดสุดท้ายของเจ้าน่าสนใจมาก” แม้ว่าเย่ว์หยางและราชันย์ปีศาจใต้จะไม่ได้ร่วมมือกันมาก่อน แต่พวกเขาก็เข้าใจถึงความตั้งใจกันและกันเป็นอย่างดี พวกเขาปรากฏตัวที่หน้าซิวต๋าทันที ขณะที่เย่ว์หยางดึงวงจักรล้างโลกออกมา ราชันย์ปีศาจใต้ใช้นิ้วทั้งห้ากรีดลงที่ผีผาหยกของนาง ส่งคลื่นเสียงปีศาจออกไป พลังโจมตีทั้งหมดพุ่งเข้าหาซิวต๋าหัวหน้านักรบเผ่ามนุษย์วิหค

**********

จบบทที่ ตอนที่ 507 - ความจริงและความเข้าใจร่วมกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว