- หน้าแรก
- ผู้คัดลอกชะตากรรม
- บทที่ 18 - มุ่งสู่นครมังกรกลาง! ศัตรูจู่โจม!
บทที่ 18 - มุ่งสู่นครมังกรกลาง! ศัตรูจู่โจม!
บทที่ 18 - มุ่งสู่นครมังกรกลาง! ศัตรูจู่โจม!
บทที่ 18 - มุ่งสู่นครมังกรกลาง! ศัตรูจู่โจม!
“นัก... นักวิจัยซู!? พวกคุณคงมาผิดบ้านแล้วมั้งครับ?” ซูต้าซานเอ่ยด้วยความมึนงง เพราะเพิ่งจะตื่นจากความฝัน
ชายที่สวมชุดเกราะสีดำมองหน้ากับเพื่อนร่วมทีมครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า “คุณคือซูต้าซาน พ่อของนักวิจัยซูใช่ไหมครับ?”
“ใช่... ใช่ครับ ผมเอง” เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อตนเองถูก ซูต้าซานก็เริ่มตื่นตัวเต็มที่
ซูมู่ที่ได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากด้านนอกเดินออกมาจากห้อง และทันทีที่ก้าวพ้นประตู เขาก็เห็นชายในชุดเกราะยืนอยู่ที่หน้าบ้าน
ชายสวมชุดเกราะเห็นซูมู่ก็มีสีหน้ายินดีทันที
“นักวิจัยซู! ผมคือองครักษ์ลับขั้นสูงสุดของสมาคมนักวิจัย ได้รับคำสั่งให้นำตัวคุณและครอบครัวย้ายไปยังนครมังกรกลางในเขตปลอดภัยที่เก้าครับ!”
“นัก... นักวิจัยซู!?” ซูต้าซานเริ่มจะเข้าใจอะไรบางอย่างแล้ว นักวิจัยซูที่องครักษ์ลับคนนี้พูดถึง ดูเหมือนจะเป็นลูกชายของเขา ซูมู่!?
“คุณ... เรียกผมเหรอครับ?” ซูมู่เริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมาบ้าง ดูเหมือนจะเป็นผลมาจากการที่เขาไปก่อเรื่องไว้ในฟอรั่มนักวิจัยนั่นเอง
ชายในชุดเกราะพยักหน้า
“นักวิจัยซู เรื่องนี้ด่วนมาก! โปรดรีบนำครอบครัวของคุณเดินทางไปเขตปลอดภัยที่เก้ากับพวกเราเถอะครับ บอกตามตรง ด้วยสถานะของคุณในตอนนี้ คุณและครอบครัวไม่ปลอดภัยที่จะพักอยู่ในเขตปลอดภัยที่สามอีกต่อไปแล้ว”
“ได้... ได้ครับ” ซูมู่พยักหน้าพลางพยายามสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจ เดิมทีเขาเพียงแค่อยากจะลองทดสอบดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขารีบเลื่อนระดับเป็นนักวิจัยระดับเก้าอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าครั้งนี้จะเล่นใหญ่เกินไปเสียแล้ว
อย่างไรเสีย ซูมู่ในตอนนี้ก็เป็นเพียงเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายอายุสิบแปดปีที่ยังไม่เคยเข้าสู่สังคมจริงๆ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ย่อมรู้สึกทั้งตื่นเต้นและสงสัย องครักษ์ลับขั้นสูงสุดของสมาคมนักวิจัย ฟังดูแล้วน่าเกรงขามไม่เบา
ซูมู่เรียกเสินหลันขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลของชายในชุดเกราะที่อยู่ตรงหน้าทันที
【ชื่อ: ไม่ระบุ】
【ค่าปราณโลหิต: 143,920,000 (นักรบขอบเขตเจ็ดขั้นต้น)】
【วิชาขัดเกลากายา: วิชาขัดเกลากายามังกรแท้】
【เคล็ดหายใจ: เคล็ดหายใจมังกร】
【พรสวรรค์: อยู่ระหว่างการวิเคราะห์】
【ชื่อ: ไม่ระบุ】
【ค่าปราณโลหิต: 87,520,000 (นักรบขอบเขตหกขั้นปลาย)】
【วิชาขัดเกลากายา: วิชาขัดเกลากายามังกรแท้】
【เคล็ดหายใจ: เคล็ดหายใจมังกร】
【พรสวรรค์: อยู่ระหว่างการวิเคราะห์】
【ชื่อ: ไม่ระบุ】
【ค่าปราณโลหิต: 86,430,000 (นักรบขอบเขตหกขั้นปลาย)】
【วิชาขัดเกลากายา: วิชาขัดเกลากายามังกรแท้】
【เคล็ดหายใจ: เคล็ดหายใจมังกร】
【พรสวรรค์: อยู่ระหว่างการวิเคราะห์】
เมื่อเห็นค่าปราณโลหิตของชายในชุดเกราะเหล่านั้น ซูมู่ถึงกับเบิกตากว้าง หน่วย สิบ ร้อย พัน หมื่น... ล้าน... สิบล้าน... ร้อยล้าน!!?
นักรบขอบเขตเจ็ด! นั่นคือนักรบขอบเขตเจ็ดเชียวนะ! ยอดฝีมือระดับที่ปกติซูมู่คงไม่มีโอกาสแม้แต่จะจะได้เห็นหน้าด้วยซ้ำ! ทว่าคนเช่นนั้น ในยามนี้กลับเรียกเขาว่านักวิจัยซูด้วยความเคารพ!?
เกรงว่าซูมู่ในตอนนี้คงยังไม่รู้ซึ้งถึงคุณค่าของตนเอง ด้วยสิ่งที่เขาแสดงออกมาในฟอรั่มนักวิจัย เขาคือบุคคลสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาของมวลมนุษย์ได้เลยทีเดียว เขาไม่เพียงแต่เชี่ยวชาญจุดอ่อนของหมื่นเผ่าพันธุ์ แต่ในมือยังมีสูตรยา วิชาขัดเกลากายา เคล็ดหายใจ และกระบวนท่าต่อสู้อีกมากมายมหาศาล
ดังนั้น หลังจากที่ซูมู่แสดงความสามารถจนเลื่อนระดับจากศูนย์ถึงเก้าในเวลาอันสั้น จึงไปเตะตาสำนักงานใหญ่ของสมาคมนักวิจัยเข้าอย่างจัง พวกเขาจึงรีบส่งองครักษ์ลับขั้นสูงสุดที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงมารับตัวซูมู่และครอบครัวไปยังเขตปลอดภัยที่เก้าทันที
ในบรรดาเขตปลอดภัยทั้งห้าสิบหกแห่งของต้าเซี่ย เขตปลอดภัยที่ 9, 19, 29, 39 และ 49 คือเขตที่สำคัญที่สุดห้าแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในห้าทิศทางของต้าเซี่ย โดยเฉพาะเขตปลอดภัยที่เก้า ซึ่งเปรียบเสมือนนครหลวงของต้าเซี่ย ส่วนนครมังกรกลางในเขตปลอดภัยที่เก้านั้น คือสถานที่พักอาศัยของบุคคลที่สำคัญที่สุดของมวลมนุษย์และครอบครัวของพวกเขา
สิ่งที่ซูมู่ทำลงไปในฟอรั่มนักวิจัย ได้รับความสำคัญจากเบื้องบนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงได้รับการดูแลในระดับนี้
ไม่นานนัก ท่ามกลางความมึนงงของทุกคน พ่อและแม่ของซูมู่ รวมถึงซูหยางที่ยังไม่หายง่วง ก็ถูกกลุ่มคนในชุดเกราะพาตัวขึ้นรถไปพร้อมกับซูมู่ รถคันนั้นเป็นรถหุ้มเกราะที่ทำจากโลหะพิเศษทั้งคัน ซึ่งน่าจะเป็นพาหนะที่ดีที่สุดที่เหล่าองครักษ์ลับเหล่านี้จะหาได้ในเขตปลอดภัยที่สาม
ซูมู่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกับหัวหน้าองครักษ์ ส่วนครอบครัวของซูมู่และองครักษ์คนที่เหลือนั่งอยู่ในรถคันหน้าที่นำขบวน รถทั้งสองคันขับเคลื่อนไปบนท้องถนนอย่างรวดเร็ว
“ทำไมถึงต้องพาผมกับครอบครัวไปนครมังกรกลางกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ?”
“เป็นเพราะสถานการณ์ครับนักจัยซู ตามข้อมูลที่พวกเราได้รับ ด้วยความสำคัญของคุณในยามนี้ การพักอยู่ในเขตปลอดภัยที่สามนั้นอันตรายมากครับ”
หัวหน้าองครักษ์ตอบ “ความจริงไม่ใช่แค่เขตปลอดภัยที่สามหรอกครับ แต่ทุกเขตปลอดภัยของมวลมนุษย์ล้วนไม่ปลอดภัยทั้งนั้น ไม่รู้ทำไมในช่วงหลายปีมานี้ ลัทธิบูชาต่างเผ่าจึงเริ่มเคลื่อนไหวรุนแรงขึ้นในทุกเขตปลอดภัย ในปีที่ผ่านมา อัจฉริยะที่เพิ่งปลุกพรสวรรค์ได้ไม่นานหลายคนถูกสังหารก่อนที่จะทันได้ก้าวสู่เส้นทางวรยุทธ์เสียอีก”
“ในยามนี้ สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในต้าเซี่ย เห็นจะมีเพียงนครมังกรกลางเท่านั้นครับ”
พูดไปได้ครู่หนึ่ง หัวหน้าองครักษ์ก็ชะงักไป “นักวิจัยซู ด้วยระดับของคุณ มีเรื่องบางเรื่องที่ผมคงไม่ต้องปิดบังคุณอีกแล้ว ตามที่ผมรู้มา ภายในมวลมนุษย์ของเราในตอนนี้... มีปัญหาครับ”
คำพูดของหัวหน้าองครักษ์ทำให้ซูมู่ชะงักไป เขาไม่เคยคิดถึงปัญหานี้มาก่อน ก่อนจะได้สมุดบันทึกเล่มนั้นมา เขาก็มีความเชื่อเหมือนกับหลีเซี่ยงตงว่ามวลมนุษย์ไม่มีวันล่มสลาย ทว่าในยามนี้ เมื่อได้รับฟังจากปากของหัวหน้าองครักษ์ สถานการณ์ของมวลมนุษย์ดูเหมือนจะไม่สู้ดีนัก
ภายนอกมีสงครามกับหมื่นเผ่าพันธุ์อย่างต่อเนื่อง ภายในมวลมนุษย์เองก็เกิดปัญหาขึ้น ทั้งศึกนอกและศึกใน เมื่อเป็นเช่นนี้ การที่มวลมนุษย์จะล่มสลายในอีกสิบปีข้างหน้าก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
รถแล่นไปได้ประมาณห้าถึงหกชั่วโมง ซูมู่ที่นั่งอยู่ในรถเริ่มจะงีบหลับ ทันใดนั้น เขาก็ถูกปลุกด้วยเสียงดังสนั่นจากภายนอก
“ตูม!!!”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของหัวหน้าองครักษ์ก็เปลี่ยนไปทันที
“ศัตรูจู่โจม!!”
พร้อมกับคำพูดของหัวหน้าองครักษ์ ที่เบื้องหน้าของรถทั้งสองคัน พลันปรากฏเปลวเพลิงพุ่งทะยานขึ้นฟ้า ราวกับมีบางอย่างระเบิดขึ้น
“ไอ้พวกคนทรยศมนุษย์!” หัวหน้าองครักษ์สบถออกมาด้วยความแค้น ก่อนจะถีบประตูรถหุ้มเกราะที่ทำจากโลหะพิเศษจนกระเด็นออกไป ราวกับมันเป็นเพียงกระดาษบางๆ
“นักวิจัยซู ผมจะพาคุณไปหลบในที่ปลอดภัยใกล้ๆ นี้ก่อนครับ!”
เมื่อพูดจบ เขาก็คว้าตัวซูมู่ไว้ แล้วใช้เท้าถีบเบาะเบาๆ พุ่งตัวออกจากรถหุ้มเกราะที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงทันที ซูมู่ในอ้อมแขนของหัวหน้าองครักษ์รู้สึกเหมือนเป็นเพียงลูกไก่ตัวเล็กๆ ในวินาทีที่เขาพ้นจากรถหุ้มเกราะ รถคันที่เขานั่งมาก็ถูกปราณกระบี่ที่พุ่งลงมาจากฟ้าฟันจนขาดครึ่ง!
พื้นดินถูกฉีกกระชากออกเป็นสองส่วนด้วยปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้น และในสายตาของซูมู่ รถคันที่ครอบครัวของเขานั่งอยู่ ก็อยู่ในรัศมีทำลายล้างของปราณกระบี่นั้นด้วยเช่นกัน
สมองของซูมู่พลันอื้ออึงไปหมด!
(จบแล้ว)