เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ข่าวการตายของเฉินปิน

บทที่ 6 - ข่าวการตายของเฉินปิน

บทที่ 6 - ข่าวการตายของเฉินปิน


บทที่ 6 - ข่าวการตายของเฉินปิน

“ตื่นเต้นเหรอ? ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นหรอกครับ” ซูมู่หาวออกมาคำหนึ่ง

ถ้อยคำที่คุ้นเคยบรรยากาศเดิมๆ กลับมาอีกครั้ง บนสนามหญ้าของโรงเรียนเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่หกที่กำลังเข้าแถวรอคอยการปลุกพรสวรรค์

สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปคือ วันนี้ไม่เห็นเฉินปินชายหนุ่มผมทองคนนั้น

ในระหว่างที่กลุ่มของซูมู่กำลังรอคอยอยู่นั้น ครูประจำชั้นของพวกเขาก็รับโทรศัพท์ด้วยท่าทางรีบร้อนก่อนจะเดินออกจากสนามไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปครู่หนึ่งเขาจึงเดินกลับมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“นักเรียนห้องห้าทุกคน หลังจากปลุกพรสวรรค์เสร็จแล้วให้กลับไปที่ห้องเรียนก่อน ครูมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ”

เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของครูประจำชั้น เหล่านักเรียนห้องห้าต่างพากันกระซิบกระซาบด้วยความสงสัย

“พี่มู่ พี่ว่าครูเขาจะพูดเรื่องอะไรเหรอครับ? ดูหน้าครูไม่ค่อยดีเลยนะ” หลีเซี่ยงตงขยับเข้ามาใกล้ซูมู่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น

ซูมู่ส่ายหัวพลางตอบว่า “ไม่รู้สิ อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพรสวรรค์มั้ง?”

เขาย่อมรู้ดีว่าเก้าในสิบส่วนต้องเกี่ยวข้องกับเฉินปิน เพียงแต่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้

ไม่นานนักก็ถึงตาของซูมู่ที่จะเข้าสู่กระบวนการปลุกพรสวรรค์อีกครั้ง เมื่อก้าวเข้าไปในเครื่องจักรทรงกลมสีดำนั้น เขารู้สึกเหมือนผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้วชั่วกัปชั่วกัลป์

เขาวางมือลงบนตัวเครื่อง

วินาทีต่อมา ข้อมูลสองชุดก็ปรากฏขึ้นในสมองของเขา

【พรสวรรค์ระดับ Ex: คัดลอกหลังความตาย】

【พรสวรรค์ระดับ SSS: หวนคืนความตายสิบสองชั่วโมง】

สำเร็จแล้ว! ซูมู่ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ครั้งนี้เขาไม่ได้รอให้เจ้าหน้าที่เรียก แต่เดินออกมาจากเครื่องปลุกพรสวรรค์เองทันที เขาหยุดรอหลีเซี่ยงตงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนพร้อมกัน

เมื่อทั้งสองคนไปถึงห้อง ก็พบว่ามีเพื่อนร่วมชั้นหลายคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทุกคนต่างถกเถียงกันว่าทำไมครูประจำชั้นถึงเรียกพวกเขากลับมาที่ห้องกะทันหัน

“พวกนายว่าครูเขาจะสอนวิชาขัดเกลากายาหรือเคล็ดหายใจพิเศษให้เราหรือเปล่า? วิชาในห้องสมุดโรงเรียนน่ะพื้นฐานเกินไป ถ้าครูสอนอะไรพิเศษให้พวกเราก็คงดีนะ”

“ฝันไปเถอะนาย ครูประจำชั้นที่มาสอนในโรงเรียนมัธยมเขตหลังแบบนี้ ความแข็งแกร่งคงอยู่แค่ระดับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเจ็ดขั้นแปดเท่านั้นแหละ จะมีวิชาดีๆ ที่ไหนมาสอน”

“ฉันก็แค่จินตนาการน่ะ เส้นทางวรยุทธ์นอกจากพรสวรรค์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือวิชาขัดเกลากายา เคล็ดหายใจ และกระบวนท่าต่อสู้ แต่ตอนนี้เรายังไม่ใช่ยุทธ์เทพจึงยังเรียนกระบวนท่าไม่ได้ วิชาขัดเกลากายากับเคล็ดหายใจจึงเป็นสิ่งเดียวที่เราต้องพยายามไขว่คว้ามา”

“ถ้าอยากได้วิชาดีๆ จริงๆ ให้ที่บ้านยอมทุ่มเงินซื้อในตลาดเถอะ อย่างน้อยก็สักแสนสองแสน แต่ได้ของเกรดดีกว่าโรงเรียนเยอะ”

“คุยไปไกลแล้วพวกนาย เรากำลังคุยเรื่องครูอยู่นะ แต่ฉันมีข้อสังเกตอย่างหนึ่ง?”

“ว่าไง?”

“พวกนายไม่สังเกตเหรอว่า วันนี้ตอนปลุกพรสวรรค์ เฉินปินไม่ได้มา?”

ในขณะที่กำลังคุยกันอยู่ ครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาในห้อง ทันใดนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

ครูประจำชั้นเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขากวาดสายตามองนักเรียนทุกคนอย่างรวดเร็ว เมื่อยืนยันว่าไม่มีใครขาดไปจึงเริ่มเปิดปากพูด

“นักเรียนทุกคน ต่อไปครูมีเรื่องเศร้าที่จะแจ้งให้ทราบ”

“เมื่อครู่นี้ครูได้รับรายงานมาว่า เฉินปิน เพื่อนร่วมชั้นของเรา ถูกลัทธิบูชาต่างเผ่าลอบโจมตีเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา และได้เสียชีวิตลงแล้ว”

สิ้นคำพูดของครูประจำชั้น นักเรียนเบื้องล่างต่างเริ่มซุบซิบกันทันที

นักเรียนชายส่วนใหญ่แสดงสีหน้าตื่นตระหนก ส่วนนักเรียนหญิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเศร้าโศก

ครูประจำชั้นคาดการณ์ปฏิกิริยาของนักเรียนไว้แล้ว เขาไม่ได้รีบห้ามแต่รอให้เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นว่า “เอาละ ทุกคนเงียบก่อน”

“เรื่องของเฉินปินเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องเศร้าก็คือเรื่องเศร้า”

“อดีตไม่อาจแก้ไข อนาคตต่างหากที่ต้องระวัง”

“สิ่งที่ครูจะกำชับพวกเธอก็คือ นอกจากต้องคอยระวังหมื่นเผ่าพันธุ์ที่อาจบุกเข้ามาตอนไหนก็ได้แล้ว ยังต้องคอยระวังคนทรยศที่ซ่อนตัวอยู่ในเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเราด้วย! พวกไส้ศึก!”

“การปกป้องตัวเองให้ดีจึงจะสามารถอุทิศแรงกายให้เผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ และไม่ทำให้ครอบครัวเพื่อนฝูงต้องเสียใจ!”

“แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรีบยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง เมื่อเธอมีพลังเพียงพอ พวหนอนบ่อนไส้ที่หลบซ่อนอยู่ในมุมมืดก็ไม่อาจทำอันตรายเธอได้!”

“วันนี้หลังจากกลับไป ใครที่มีความพร้อมก็ให้ครอบครัวช่วยซื้อวิชาขัดเกลากายาและเคล็ดหายใจที่เหมาะสม ส่วนใครที่ไม่มีความพร้อม การฝึกวิชาในห้องสมุดของโรงเรียนก็ไม่เป็นไร นอกจากนี้เรื่องเนื้อโลหิตก็ต้องเตรียมไว้ให้พร้อมด้วย”

“ทุกคนจงพยายามฝึกฝน ในช่วงหกเดือนนี้ทางโรงเรียนจะช่วยพวกเธอให้มากที่สุด โดยจะมอบเงินช่วยเหลือให้นักเรียนทุกคนเดือนละหนึ่งพันหยวน แม้จะไม่มากนักแต่ก็เพียงพอสำหรับค่าเนื้อโลหิตขั้นต่ำแล้ว”

“นอกจากนี้โรงเรียนยังมีทุนการศึกษา โดยทุกเดือนจะมีการทดสอบความก้าวหน้าในการฝึกฝน และจะมอบทุนการศึกษาตามลำดับผลงาน อันดับหนึ่งสามหมื่นหยวน อันดับสองสองหมื่นหยวน และอันดับสามหนึ่งหมื่นหยวน รวมถึงมีทุนการศึกษาพิเศษหนึ่งแสนหยวนสำหรับนักเรียนที่โดดเด่นเป็นพิเศษด้วย”

“ทุกคน ครูอยากให้จำไว้ว่า คำแนะนำให้ระวังตัวสามารถช่วยลดโอกาสเกิดอันตรายได้เพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่ช่วยเธอได้จริงๆ คือความแข็งแกร่งของเธอเอง”

“เอาละ ครูพูดมาพอแล้ว สุดท้ายนี้ครูขอเตือนว่า พรุ่งนี้พวกเธอจะมีการทดสอบค่าปราณโลหิตครั้งแรก อย่ามาสายล่ะ”

หลังจากพูดจบ ครูประจำชั้นก็ไม่ได้รั้งอยู่ในห้องต่อนานนัก เขาเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว

ทันทีที่เขาลับตาไป ห้องเรียนก็แทบระเบิดด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์

“เฉินปินตายแล้ว!”

แม้เฉินปินจะไม่มีเพื่อนฝูงมากนัก แต่ก็ถือเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่อยู่ด้วยกันมานาน การที่ต้องตายด้วยน้ำมือของลัทธิบูชาต่างเผ่าจึงทำให้หลายคนรู้สึกหดหู่ใจไม่น้อย

ซูมู่เองก็เช่นกัน แม้เขาจะเป็นคนยืมมือลัทธิบูชาต่างเผ่าสังหารเฉินปิน และแม้เขาจะรู้ว่าเฉินปินคือคนทรยศในอนาคต แต่เขาก็เป็นเพียงนักเรียนชั้นมัธยมปลายคนหนึ่ง ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาคือการสอบติดมหาวิทยาลัยดีๆ และซื้อบ้านหลังใหญ่ให้ครอบครัว

แต่ในตอนนี้เขากลับต้องแบกรับภารกิจยับยั้งการล่มสลายของมนุษย์ และยังต้องลงมือฆ่าเพื่อนร่วมชั้นทางอ้อม ความขัดแย้งในใจของเขาคงไม่มีใครเข้าใจได้

แต่เขาไม่เสียใจ เขาเข้าใจดีว่าทำไมตัวเขาในอนาคตถึงต้องการให้สังหารเฉินปิน นอกจากเรื่องที่เฉินปินจะเป็นคนทรยศแล้ว ยังมีเหตุผลสำคัญอีกอย่างคือเฉินปินมีพรสวรรค์หวนคืนความตายเหมือนกับเขา หากไม่สังหารเฉินปินก็หมายความว่าหากในอนาคตเฉินปินรู้ถึงการมีอยู่ของเขา เฉินปินอาจใช้การย้อนเวลากลับมาจัดการเขาแทน

มีเพียงการสังหารเฉินปินก่อนจะปลุกพรสวรรค์เท่านั้น จึงจะสามารถลบเลือนปัญหาในอนาคตได้อย่างถาวร

ดังนั้น เฉินปินจึงต้องตาย

การตายของเฉินปินสำหรับซูมู่เหมือนกับการโยนก้อนหินลงน้ำ แม้จะเกิดระลอกคลื่นอยู่บ้างแต่ไม่นานก็กลับสู่ความสงบ สิ่งที่ซูมู่สนใจมากกว่าในตอนนี้คือเนื้อหาในหน้าถัดไปของสมุดบันทึก

“พี่มู่! ไปร้านอินเทอร์เน็ตไหมครับ? เฮะๆ อุตส่าห์ปลุกพรสวรรค์ได้สำเร็จทั้งที ไปพักผ่อนหน่อยเถอะ!”

“ไม่ล่ะ ฉันรีบกลับบ้าน ไปก่อนนะ”

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 6 - ข่าวการตายของเฉินปิน

คัดลอกลิงก์แล้ว