เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 502 - เซี่ยอีและไห่อิงอู่

ตอนที่ 502 - เซี่ยอีและไห่อิงอู่

ตอนที่ 502 - เซี่ยอีและไห่อิงอู่


หลังจากกรีดเลือดสาบาน เย่ว์หยาง, ราชาฉลามและไห่อิงอู่ปรึกษากันต่อและเห็นด้วยที่จะให้ใช้ภาษาลับทุกอย่าง

จากนั้นราชาฉลามไปพบกับมนุษย์มัจฉากลายพันธุ์ต่อ

หลังจากต่อสู้กับพวกเขา ราชาฉลามออกจากป้อมสายฟ้า เนื่องจากเขาไม่สามารถปกปิดสถานะของเขาได้ ราชินีสุยหมู่ (แมงกะพรุน) คงจะสงสัยบางอย่างเป็นแน่ หากนางรู้เรื่องที่เขามาเยือนที่นี่ ดังนั้นเขาจึงแกล้งเหมือนว่ามาที่นี่เพื่อล้างแค้นและปล่อยให้หัวหน้ามนุษย์ปลาหมึกและมนุษย์ปลาดาบจี๋ฟงทำร้ายเขาก่อนที่เขาจะจากไป เพื่อให้ดูสมเหตุผลมากขึ้น ขณะที่ไห่อิงอู่ นางไม่ได้ติดตามพี่ชายนางกลับไปเกาะอัคคี และนางยังรั้งรออยู่

เมื่อเย่ว์หยางกลับมาที่ห้องเขา เซี่ยอีวิ่งออกมาจากทางเดินและเรียกไห่อิงอู่ที่เดินตามหญิงรับใช้เพื่อกลับไปพัก

“เฮ้, เจ้าน่ะ, ทำไมเจ้าถึงอยากจะอยู่ที่นี่ด้วย?” เซี่ยอีถาม และเซี่ยอีเคยถามเย่ว์หยางเกี่ยวกับเรื่องของนางมาก่อนและก็เป็นไปตามที่นางเคยได้ยินได้เห็นเมื่อครู่ก่อนนั้น นางรู้แล้วว่าไห่อิงอู่เป็นธิดาจักรพรรดิสมุทร ดังนั้นนางจึงต้องตั้งป้อมใส่ไห่อิงอู่มากมากกว่าเดิม

เซี่ยอีไม่ได้เป็นอริกับสาวลูกครึ่งเอลฟ์เลยแม้แต่น้อย

นางเป็นเพียงบ่าวรับใช้น้อยที่รอรับคำสั่งจากเย่ว์หยาง และนางนุ่มนวลว่าง่าย ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไรกับนาง

แต่คนที่อยู่ต่อหน้านางเป็นธิดาของจักรพรรดิสมุทร ไม่เพียงแต่มีพลังอำนาจมากเท่านั้น นางยังมีความทะเยอทะยานอีกด้วย ที่สำคัญที่สุดคือ จอมลามกเป็นศัตรูของนาง เพราะเขาฆ่าบิดาของนาง ตอนนี้นางกลับขอความร่วมมือกับเย่ว์หยาง เป็นไปได้ไหมว่านางมีเจตนาแอบแฝง?

“ตั้งแต่บิดาข้าจากไป ก็ไม่มีที่ยืนหยัดในโลกนี้สำหรับเรา พี่ชายและข้ารู้สึกว่าที่นี่คือสถานที่ปลอดภัยที่สุด ข้าจะอยู่ที่นี่ชั่วคราวสักปีหนึ่งและข้าจะจากไป วางใจได้ ข้ายังมีความเกลียดชังไตตันน้อยอยู่ ดังนั้นข้าไม่ขโมยเขาไปจากเจ้าแน่ มีเหตุผลสองประการที่ข้าต้องอยู่ที่นี่ ประการแรก ข้าจำเป็นต้องปกป้องพันธมิตรของข้า ประการที่สองข้าอยู่ที่นี่เป็นตัวประกัน นี่คือการแสดงความจริงใจของพี่ชายข้าและตัวข้าเอง” เนื่องจากหน้ากากปะการังของไห่อิงอู่ปิดหน้าได้เพียงครึ่งเดียวไม่ได้ครอบคลุมถึงปาก จึงสามารถเห็นรอยยิ้มของนางเล็กน้อย

“เขาเป็นศัตรูที่ฆ่าบิดาของเจ้าไม่ใช่หรือ?” นี่เป็นเรื่องที่สร้างความมึนงงให้กับเซี่ยอีที่สุด เป็นไปได้อย่างไรว่าพวกเขาจะสามารถร่วมมือกับบุรุษที่สังหารบิดาของพวกเขา?

“พี่ชายข้าบอกข้าว่าบิดาฆ่าตนเอง เขาถูกบุตรเลวทรามของราชินีแมงกะพรุนลอบทำร้าย นี่คือสาเหตุที่ทุกคนตีจากเขา และควบคู่กับการต่อสู้กับอันซีก่อนหน้านั้น บิดาข้าบาดเจ็บหนักอยู่แล้ว ถ้าไตตันน้อยไม่ได้ช่วยเขาในเวลานั้น พี่ชายข้าคงไม่มีชีวิตรอด แต่เป็นเพราะความช่วยเหลือของไตตันทำให้บิดาข้าตายอย่างสมศักดิ์ศรี ดังนั้นเขาจึงไม่ใช่ศัตรูของข้าและพี่ชายข้า เกี่ยวกับปัญหาของบิดาข้า เขาต่อสู้เพื่อสมบัติ!” ไห่อิงอู่ชะงักชั่วขณะ เหมือนกับว่านางลังเลก่อนที่จะอธิบายต่อ

“อย่างนั้นเจ้าก็กำลังจะบอกว่าเจ้าไม่ได้เกลียดเขาแม้แต่น้อยหรือ?” เซี่ยอีรู้สึกว่าสตรีผู้นี้คือภัยคุกคามใหญ่

“ใช่แล้ว ข้าไม่ได้เกลียดเขา ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบิดาข้า แต่เป็นสิ่งที่เขาทำให้ข้า” ไห่อิงอู่อธิบาย

“….เขาทำกับเจ้าด้วยเหรอ?” เซี่ยอีรู้สึกหึง เจ้าคนลามกนั่นชอบแต่สาวอกโตอวบอึ๋มมากขนาดนั้นเชียวหรือ? อย่าว่าแต่สาวลูกครึ่งเอลฟ์ที่อกโตเท่านั้นเลย แม้แต่ธิดาจักรพรรดิสมุทรก็ยังมีอกมหึมา มีแต่นางที่มักถูกเขาล้อว่าอกแบน

“ไม่ใช่อย่างนั้น” ไห่อิงอู่พึมพำกับตนเองก่อนอธิบายต่อ “เป็นเรื่องส่วนตัวของข้า ข้าไม่ต้องการจะพูดออกไป”

“ตอนนี้เจ้าเป็นนักสู้ระดับไหนแล้ว?” เซี่ยอีถามอีกครั้ง

“นักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหนึ่ง….เรื่องนี้สำคัญด้วยเหรอ? โอว..ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากำลังสงสัยว่าเขาช่วยข้ายกระดับใช่ไหม? ไม่เลย ข้ารับมรดกพลังมาจากบิดาข้า” ไห่อิงอู่ฉลาดมากเพราะนางรู้สิ่งที่เซี่ยอีกำลังคิด

“ข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไร, ทั้งไม่ใส่ใจด้วย” เซี่ยอีมองดูไห่อิงอู่ “แต่ข้าจะจับตาดูเจ้าไว้”

“ข้าเข้าใจว่าเจ้าไม่ยินดีต้อนรับข้า” จู่ๆ ไห่อิงอู่ก็ยิ้มและเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ชุดของเจ้าแปลกตาไม่เหมือนใครดี เขาออกแบบให้เจ้าใช่ไหม? ข้าไม่เคยเห็นเครื่องแต่งกายที่แปลกอย่างนั้นเลย เต็มไปด้วยรสนิยม มีเสน่ห์แบบป่าเถื่อนน่าดึงดูดใจมาก”

“ไม่เกี่ยวอะไรกับอาคันตุกะอย่างเจ้า” เซี่ยอีหมุนตัวเดินจากมา

ไห่อิงอู่ถอนหายใจขณะที่นางมองดูเซี่ยอีจากไป

นางคาดอาการสนองตอบของเซี่ยอีไว้แล้ว ดังนั้นนางจึงไม่ถือเป็นอารมณ์

มีเพียงแต่คำสุดท้ายที่ทำให้นางรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง.. อาคันตุกะ.. ถ้าเย่ว์หยางรับข้อตกลงนางที่เกาะอัคคี อย่างนั้นบิดานางก็อาจจะไม่ตาย นางอาจโน้มน้าวให้บิดาของนางมอบอุทกแม่พระธรณีให้เขาและหลายๆ อย่างคงไม่เปลี่ยนเป็นแบบนี้ ทุกอย่างจะจบลงโดยสมบูรณ์แบบโดยที่เขาสามารถร่วมทำงานกับบิดาของนางได้ นางสามารถช่วยเขา รับใช้เขา.. แต่น่าเสียดายที่เขาปฏิเสธนาง และทำให้นางเหมือนตกจากสวรรค์ชั้นฟ้าพบความจริงอันโหดร้าย

แน่นอนว่าไห่อิงอู่เข้าใจว่าแม้ว่าเขาจะเห็นด้วยก็ตาม แต่หลายๆ อย่างก็อาจไม่ดีขึ้น แต่ก็ยังมีความหวังอยู่ดี

ตอนนี้ บิดาของนางตายแล้ว และเขากลายเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่ได้อยู่กับนาง นางบอกปัดความสุขในอดีตไปแล้ว

เฮ้อ!

ไห่อิงอู่ถอนหายใจเบาๆ นางรู้สึกสูญเสียจนยากจะอธิบาย

อนาคตที่รอนางอยู่ข้างหน้าจะเป็นยังไง?

นางไม่รู้ว่า แม้แต่บิดาของนางก็ยังไม่สามารถปกครองมหาสมุทรได้อย่างแท้จริง เป็นไปได้หรือที่นางจะกลายเป็นจักรพรรดินีสมุทรคนใหม่? ยิ่งกว่านั้น การได้เป็นจักรพรรดินีสมุทรคือสิ่งที่นางต้องการจริงหรือ? แทนที่จะได้กลายเป็นจักรพรรดินีสมุทรผู้ทรงอำนาจ นางอยากเป็นเด็กสาวช่างฝันไร้เดียงสาที่เฝ้าอยู่หน้าห้องของเขาวันนั้นที่เกาะอัคคี จะดีแค่ไหนถ้านางสามารถย้อนเวลากลับไปได้ แต่คงเป็นไปไม่ได้..

ที่พักริมทะเลสาบ

ในห้องหนังสือ ด้านนอกห้องเจ้านาย

“ธุรกิจนี้ดำเนินไปได้ดีเกินไปหรือเปล่า” เย่ว์หยางคงเป็นคนเดียวในโลกที่ไม่สบายใจกับธุรกิจที่รุ่งเรือง

เพราะเย่ว์หยางน่าประทับใจอย่างนี้ ตอนแรกที่เขาฆ่าเอ้อเมิ่งและเนียนหู่ก่อนจะฆ่าเยาถงและมารมังกรฟ้า แม้กระทั่งจักรพรรดิสมุทรในที่สุด เรื่องนี้ดึงดูดพวกพ่อค้าให้ไหลบ่ามายังที่นี้เพื่อต่อสู้แย่งกันทำธุรกิจกับหอการค้าไตตัน พวกเขารู้เรื่องไตตันน้อยจากพวกเผ่าพันธุ์ทะเล แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะต่อให้คนตาบอดก็สามารถเห็นได้ว่าเผ่าพันธุ์ทะเลดีแต่วางท่าทางเท่านั้น

ถ้าเผ่าพันธุ์ทะเลมีความสามารถจริงๆ ราชินีแมงกะพรุนคงจะฆ่าไตตันน้อยล้างแค้นให้จักรพรรดิสมุทรไปนานแล้ว ทำไมนางต้องแจกแจงอวดอ้างสิทธิ์ด้วยเล่า?

ตอนนี้หอการค้าไตตันเพิ่งเปิดดำเนินงาน นี่จึงเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่จะทำงานร่วมกับพวกเขา

ยังคงมีเหล่านักสู้ผู้มีทักษะซึ่งไม่ได้รับการชื่นชอบจากคนอื่นก็ไปที่นั่นด้วยหวังว่าจะได้ร่วมงานกับหอการค้าไตตัน.. การประสบความสำเร็จจากการดำเนินงานของเจ้ากบอ้วนจั๊ดด์ยังเป็นตัวอย่างสร้างแรงบันดาลใจมากที่สุดในหอทงเทียน

ไม่ว่าพวกเขาจะอ่อนแอขนาดไหน แต่พวกเขาก็ยังแข็งแกร่งทรงพลังมากกว่าเจ้ากบอ้วนที่รู้ดีแต่การเลียแข้งประจบประแจงแน่นอน

แม้ว่าเจ้ากบอ้วนจะกลายเป็นผู้ช่วยพ่อบ้านและเป็นประธานหอการค้าไตตัน แต่พวกที่แข็งแกร่งกว่าเขาเป็นร้อยๆ เท่าจะไม่ฉายประกายในหอการค้าไตตันได้อย่างไร?

ดังนั้นหอการค้าไตตันจึงมีชื่อเสียงโด่งดังชั่วเพียงข้ามคืน มีพวกพ่อค้าผู้เข้ามาเพื่อหาโอกาสทางการค้า เจ้าปกครองที่เสนอเงินขอให้ช่วยปกป้อง และนักรบผู้เสนอตัวขอรับใช้เย่ว์หยาง พวกเขามีจำนวนนับไม่ถ้วนจริงๆ เมื่อเย่ว์หยางไม่อยู่แถวๆ นั้น พ่อบ้านเหยียนเจิ้งและเจ้ากบอ้วนจั๊ดด์ก็ยังพอรับมืออยู่ไม่ถึงกับต้องรายงานเขา แต่ตอนนี้เมื่อเย่ว์หยางกลับมา เหยียนเจิ้งจึงต้องรายงานทุกอย่างทันที

เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้เย่ว์หยาง

เขากลับมาป้อมสายฟ้าเพื่อความสนุกเพลิดเพลินกับการปรนนิบัติที่อ่อนโยนของสาวลูกครึ่งเอลฟ์ เขาไม่ได้กลับมาเพื่อนั่งนับเงินเสียหน่อย…

ไม่ทำก็เหมือนกับผลักรายได้ออกไป ดังนั้นเรื่องนี้ทำให้เย่ว์หยางผิดหวังมาก

เขาลอบถอนหายใจ ทำไมไม่มีใครสามารถช่วยเขาจัดการปัญหาอื่นๆ นอกจากพ่อบ้านเหยียนเจิ้งบ้าง

เหยียนเจิ้งเป็นคนที่มีความสามารถคนหนึ่ง เขาเป็นคนละเอียดและรอบคอบ แต่น่าเสียดายที่เขาหัวโบราณเกินไปและต้องมาคอยรับฟังความคิดเห็นเย่ว์หยางในทุกเรื่อง ธุรกิจรอบๆ ตัวของเขาเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น แต่มันทำให้เขาเหนื่อย ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นความจริงที่ว่าเขาไม่สามารถจัดหลายๆ อย่างในคราวเดียวได้

เจ้ากบอ้วนก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในการประจบประแจง ทักษะการทำงานของเขาก็ยังนับว่าไม่เลว แต่การจัดการของเขายังไม่มีอะไรน่าสนใจ

มนุษย์มัจฉากลายพันธุ์รู้แต่เรื่องกินกับต่อสู้ พวกเขาต้องการเพลิดเพลินกับชีวิตมากกว่าเขาเสียอีก ดังนั้นพวกเขาคงจะไม่ออกมาช่วยเขาจัดการเรื่องงานแน่

เซี่ยอีเล่า?

นางไม่ได้มีพรสวรรค์ทางนี้

เย่ว์หยางเพิ่งจะทดสอบนางไปแล้วและตระหนักได้ว่านางรู้เรื่องแต่วิธีต่อสู้

สาวลูกครึ่งเอลฟ์นับว่าฉลาดมาก และมีทักษะในการจัดการระดับหนึ่งแน่นอน แต่นางไม่ชอบทำเรื่องแบบนี้ นางแค่ต้องการจะรับใช้เขา และเขาไม่สามารถทนเห็นนางวิ่งวุ่นทำงานตลอดทั้งวันได้ ที่สำคัญนางเป็นสาวใช้ประจำตัวของเขา ไม่ใช้เครื่องมือทำเงิน เย่ว์หยางไม่มีทางเลือกแต่อย่างใด แต่เพื่อจะยกภาระที่กองเป็นภูเขาออกด้วยตนเอง สาวลูกครึ่งเอลฟ์ยังช่วยนวดขาเขาและหาอาหารให้เขาเมื่อเวลาผ่านไป นางจะกลับมาพร้อมกับชามขนมเป็นครั้งคราว เย่ว์หยางไม่เคยขาดจากการได้รับปรนนิบัติที่อ่อนโยนจากนางแต่อย่างใด

“ถ้าเจ้าไม่ชอบทำเรื่องเหล่านี้ ก็แค่เผามันทิ้งให้หมดก็สิ้นเรื่อง” เซี่ยอีรู้สึกว่าเย่ว์หยางกำลังหาเรื่องยุ่งยาก และแอบเคืองในใจว่านางไม่สามารถช่วยเขาได้

“อย่าโวยวายได้ไหม, ข้าแค่ขอให้เจ้ามาช่วยข้าจัดหมวดหมู่เรื่องเหล่านี้ แต่เจ้ามาบอกให้ข้าเผามันทิ้ง ข้าทำเองดีกว่า ไม่ต้องให้เจ้าช่วยก็ได้” เย่ว์หยางโมโห

“ถ้าไม่ใช่เพราะข้าเห็นเจ้าลำบาก ข้าคงไม่เสนอหน้าหรอก” เซี่ยอียังโกรธและเถียงกลับ

“คิกๆ!” สาวลูกครึ่งเอลฟ์หัวเราะเบาๆ

นางเห็นการทะเลาะระหว่างเย่ว์หยางกับเซี่ยอีมานับครั้งไม่ถ้วนจนชินเสียแล้ว

เหมือนกับว่าพวกเขาเกิดมาเพื่อเผชิญหน้ากัน พวกเขาชอบทะเลากันเรื่อยเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาเห็นกัน แต่ไม่ว่าพวกเขาจะทะเลาะกันมากเพียงไหน จิตใจพวกเขาก็ยังสนับสนุนกันจนถึงที่สุด

เซี่ยอีนั่งลงข้างหน้าโต๊ะทั้งคืน จ้องมองไห่อิงอู่เงียบๆ ไห่อิงอู่พูดขึ้นทันที ทำไมเจ้าไม่ให้ข้าลองดูบ้าง ข้าคิดว่ามันไม่ยากเกินไป เพียงแต่ซับซ้อนนิดหน่อย

เซี่ยอีรู้สึกหงุดหงิดเมื่อได้ยินเช่นนี้

นางก็เป็นสตรีที่ฉลาดคนหนึ่ง นางรู้ว่าไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำงานให้สำเร็จ แต่นางไม่สามารถควบคุมความโกรธของนางได้ นางอดโมโหไม่ได้เมื่อเห็นคำแนะนำตนเองของพวกนักรบหยิ่งยโสงี่เง่า นางจะตบโต๊ะทุกครั้งที่นางเห็นค่าใช้จ่ายที่เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด พวกเขากล้าหลอกลวงหอการค้าไตตันได้อย่างไร? พวกเขานึกหรือว่าหอการค้าไตตันจะมีแต่คนรวยโง่ๆ?

เป็นเพราะเรื่องเช่นนี้ที่ทำให้นางไม่ยินดีจะรับทำงานนี้ วิธีจัดการที่ดีที่สุด ต้องใช้ความรุนแรงกับคนเหล่านี้

พอตอนนี้ไห่อิงอู่พูดถึงอีกครั้ง เซี่ยอีตื่นตัวอีกครั้ง

เป็นไปได้ไหมว่าธิดาของจักรพรรดิสมุทรจะมีความสามารถด้านนี้? นางเก่งทางด้านเหล่านี้หรือเปล่า?

“ลองดูก็ได้” เมื่อเย่ว์หยางได้ยินนางพูด เขาจำได้เมื่อครั้งที่พวกเขาพบกันที่เกาะอัคคี นางพูดว่าถ้าเขาจะอยู่ นางยินดีจะช่วยสร้างงานสร้างอาชีพให้เขา เป็นไปได้ไหมว่าไห่อิงอู่มีความสามารถจัดการด้านนั้นจริงๆ หรือ?

“เจ้าเชื่อถือข้ามากขนาดนั้นเชียวหรือ?” ไห่อิงอู่มองดูเซี่ยอีและสาวลูกครึ่งเอลฟ์ก่อนที่นางจะถาม

“ข้ายกพื้นที่มหาสมุทรในหอทงเทียนให้เจ้าหมด แล้วข้ายังจะต้องใส่ใจอะไรกับเงินจำนวนน้อยนิด?” ความจริงเย่ว์หยางรู้ว่าเจตนาของไห่อิงอู่ก็คือระงับความเป็นปรปักษ์ต่อเซี่ยอีโดยใช้คำพูดของเขา เมื่อเขาพูดเช่นนี้ เซี่ยอีส่งสายตาเหยียดหยามไปทางไห่อิงอู่ นางมั่นใจทันที เป็นไปไม่ได้ที่ไห่อิงอู่จะชิงสมบัติไปจากเขา

“ข้าจะลองดู” ไห่อิงอู่นั่งลงหลังจากได้ฟังแล้ว ก็หยิบกองเอกสารที่จำเป็นซึ่งเย่ว์หยางเพิ่งมองผ่านไป

“…..” เซี่ยอีแค่นเสียงและนั่งลงเช่นกันและรอให้ไห่อิงอู่ทำตัวเองให้ขายหน้าอย่างอดทน

คงเป็นเรื่องดีที่สุด ถ้าไห่อิงอู่ก่อเรื่องผิดพลาดมากและทำให้เย่ว์หยางดุด่านางจนอับอาย ก็คงทำให้นางโอ้อวดตัวน้อยลงไปบ้าง

สิบนาทีต่อมา ไห่อิงอู่ก็ยืนขึ้น

นางยื่นส่งเอกสารในมือนางให้เย่ว์หยาง “นอกจากข้อตกลงด้านบนที่ท่านจำเป็นต้องลงชื่อ ข้าจัดคัดแยกเป็นส่วนๆ แล้ว”

เซี่ยอีตะลึง ไวมากขนาดนั้นเชียวหรือ?

เย่ว์หยางประหลาดใจมากเนื่องจากเขาเห็นเอกสารนั้น เขาเห็นว่าเอกสารเหล่านั้นถูกจัดการไว้อย่างดี ถ้าเป็นเขา เขาก็คงต้องทำเช่นนั้น ภายใต้สายตาจับจ้องของเซี่ยอี ไห่อิงอู่นำเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะของเย่ว์หยางและย้ายไปจัดการทันที… เซี่ยอีงุนงงชั่วครู่ก่อนจะวิ่งไปหาเย่ว์หยาง นางคว้าคอเสื้อเขาและจ้องมองจนจมูกแทบชนกัน “เจ้ายังมีอะไรจะทำเพิ่มอีกไหม? เอาออกมาให้หมดเดี๋ยวนี้”

สาวลูกครึ่งเอลฟ์หัวเราะหนักจนตัวงอ และยังหัวเราะต่อด้วยความเพลิดเพลินอยู่ในอ้อมกอดเย่ว์หยาง

*****************

จบบทที่ ตอนที่ 502 - เซี่ยอีและไห่อิงอู่

คัดลอกลิงก์แล้ว