เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 482 คัมภีร์เทพ

ตอนที่ 482 คัมภีร์เทพ

ตอนที่ 482 คัมภีร์เทพ


เมื่อมีการเริ่มต้นที่ดี การค้นคว้าของเย่ว์หยางจึงอยู่ในแนวทางที่ถูกต้องจนได้

การประสบความสำเร็จในการสร้างอาวุธวิเศษโบราณ “ใบมีดนางฟ้า” ให้เย่ว์หวี่ไขความกระจ่างให้กับเย่ว์หยาง และแรงบันดาลใจของเขากำลังพุ่งพรวดทับทวี

วันนี้ เย่ว์หยางและเย่ว์หวี่ยังคงทดลองอยู่

เจ้าเมืองโล่วฮัวได้ชงชาหอมเพื่อเอาใจแม่สี่โดยเฉพาะ ปกตินางจะไม่ทำงานอย่างนี้ เพราะสถานะนางเป็นเจ้าหญิงองค์หนึ่ง มีแต่คนอื่นๆ จะต้องมารับใช้นาง อย่างไรก็ตาม วันนี้ถือว่ายกเว้น เพราะวันนี้นางใช้น้ำชาที่ชงจากน้ำพุแห่งความเยาว์วัยกับหญ้าประกายดาว หลังจากดื่มแล้ว ชาถ้วยนี้จะช่วยให้ร่างกายคืนสู่ความเยาว์วัยและจะมีผลต่อสตรีอย่างโดดเด่น

เหตุผลง่ายๆ คือเจ้าเมืองโล่วฮัวในฐานะสะใภ้เยาว์วัยต้องการเอาใจแม่สี่ในฐานะเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง

แม่สี่ตอนแรกไม่ทราบเรื่องนี้ และคิดว่านี่คือสมุนไพรธรรมดา นางเปิดฝาถ้วยชาและจิบอย่างมีความสุข นางตกใจเล็กน้อยและโพล่งออกมา “นี่เป็นน้ำพุแห่งความเยาว์วัยไม่ใช่หรือ? แล้วก็หญ้าประกายดาว…. โล่วฮัว! เจ้าใช้น้ำพุแห่งความเยาว์วัยมากไปหรือเปล่า? นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเอามาใช้ชงชา? นี่เหมาะกับหญิงสาวเยาว์วัยอย่างเจ้ามากกว่า ข้าเป็นแม่ของปิงเอ๋อกับซวงเอ๋ออยู่แล้ว ใช้ชานี้ชงให้ข้าจะสิ้นเปลืองเสียเปล่าๆ”

เจ้าเมืองโล่วฮัวรีบมาบีบนวดไหล่ให้นางเป็นการเอาใจ “ทั้งหมดนี้ชงให้แม่สี่โดยเฉพาะ ดื่มเสียเถอะ”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ แม่สี่ฝืนยิ้ม

ในที่สุด นางก็ไม่รานความตั้งใจดีของลูกสะใภ้ ยอมดื่มจนหมด

นางยื่นมือมาลูบหน้าน้อยๆ ของโล่วฮัวเบาๆ “เจ้าเป็นเด็กดีมาก แต่ของเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับข้า…. ต่อไปเจ้าควรจะดื่มเองนะ แม่สี่ขอรับแต่ความตั้งใจดีของเจ้า แล้วนี่ซานเอ๋อไม่ได้ให้ชานี้กับปิงเอ๋อและซวงเอ๋อใช่ไหม? อะไรนะ? ช่างยุ่งยากจริงๆ” เมื่อได้ยินว่าเย่ว์ปิงและเย่ว์ซวงทั้งสองคนนี้ต่างก็ดื่มน้ำพุแห่งความเยาว์วัยไปแล้ว แม่สี่แทนที่จะสบายใจกลับตกใจแทน

เจ้าเมืองโล่วฮัวกลัวว่าแม่สี่จะขุ่นเคือง จึงรีบอธิบาย “เขาแค่ต้องการให้ปิงเอ๋อดื่มบางส่วนก่อน เพื่อที่ว่านางจะได้ฝึกฝนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่เมื่อซวงเอ๋อเห็น แม่สี่ก็คงทราบเด็กหญิงนั่นหากต้องการจะกินอะไร เธอก็ต้องดื่มให้ได้เช่นกัน หลังจากดื่มน้ำพุแห่งความเยาว์วัยแล้ว เธอยังจะเติบโตได้ใช่ไหม? จะไม่กลายเป็นเด็กหญิงตลอดไปใช่ไหม?”

พอพูดเช่นนั้นไปแล้ว แม้แต่เจ้าเมืองโล่วฮัวก็ตกใจกลัวเช่นกัน

แม่สี่โบกมือไม่พูดกล่าวอะไร

นางถอนหายใจอีกครั้ง “ซานเอ๋อรักและตามใจน้องสาว ข้าจะไม่รู้ได้ยังไงว่าปิงเอ๋อและซวงเอ๋อก็เป็นเหมือนกับข้า ดื่มสิ่งนี้ไปก็ไม่ได้รับประโยชน์มากนัก…”

เมื่อเจ้าเมืองโล่วฮัวกลับไปบอกข่าวนี้กับเย่ว์หยาง, เย่ว์หวี่และอู๋เหิน ทั้งสามคนก็เลยพลอยสับสนไปด้วย

ใครก็ตามที่ดื่มน้ำพุแห่งความเยาว์วัยก็น่าจะได้รับผลเยาว์วัยชั่วนิรันดร์ ทำไมแม่สี่กลับบอกว่าไม่มีผลต่อนาง? บางทีอาจเป็นความถ่อมตัวเจียมตัวและรู้สึกเสียดายของก็เป็นได้ แต่นางบอกว่ามันมีผลเล็กน้อยต่อเย่ว์ปิงและเย่ว์ซวง นั่นกลับกระตุ้นความสงสัยของเย่ว์หยาง เป็นไปได้ไหมว่าในตัวเย่ว์ปิงและเย่ว์ซวง มีความลับที่แม้แต่จักษุญาณทิพย์ก็ไม่สามารถมองเห็น?

พลังจักษุญาณทิพย์ของเย่ว์หยางสามารถมองเห็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบได้

เว้นแต่พวกนางเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดฟ้าหรือเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสุดยอด อย่างจักษุญาณทิพย์ของเย่ว์หยางก็น่าจะมองเห็นพวกนางได้ เป็นไปไม่ได้ที่แม่สี่, เย่ว์ปิงและซวงเอ๋อจะแข็งแกร่งขนาดนั้น ถ้าอย่างนั้นจะเป็นใครกันที่สามารถปกปิดความลับในร่างของพวกนางไว้ได้?

มารดาของสหายผู้น่าสงสาร!

นั่นก็คือพี่สาวของแม่สี่นั่นเอง….

ในก้นบึ้งหัวใจเย่ว์หยาง สตรีลึกลับผู้นี้กลับมาปรากฏในใจของเขาอีกครั้งหนึ่ง กลับกลายเป็นว่ามารดาของสหายผู้น่าสงสารไม่ใช่คนธรรมดาๆ เสียแล้ว

นางเป็นสตรีคนแรกที่เข้าไปถึงชั้นในของแดนล่มสลายแห่งทวยเทพได้ ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับนางในทั่วทั้งหอทงเทียน แม้แต่ในทั่วทวีปมังกรทะยานทั้งสิ้น พลังลึกลับของนางเกินกว่าเย่ว์หยางจะจินตนาการ การสืบทอดความรู้ที่กว้างใหญ่ไร้ขีดจำกัดเหมือนห้วงมหรรณพ การครอบครองสร้อยคอหยกดำที่ผนึกนางพญาเฟ่ยเหวินหลีไว้ ความรู้เกี่ยวกับความลับบันไดสวรรค์ แม้จะทิ้งวิธีขึ้นบันไดสวรรค์ที่สามารถทะลุผ่านประตูสวรรค์ได้… แต่มารดาของสหายผู้น่าสงสารก็ยังลึกลับมากยิ่งกว่าจื้อจุนมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเสียอีก

ตอนนี้ เย่ว์หยางรู้สึกว่าแม้แต่แม่สี่ก็ลึกลับมาก

แม่สี่ต้องรู้ความลับบางอย่าง แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง นางจึงไม่บอกกับทุกคน

เรื่องเล็กน้อยนี้กวนใจเย่ว์หยาง เขาเริ่มอยากรู้อยากเห็นแม้แต่รายละเอียดสำคัญรอบๆ ตัวเขา ขณะที่เขาไม่สามารถสัมผัสแม่สี่ได้ แต่เขายังสามารถสืบสาวจากเย่ว์ปิงและเย่ว์ซวงเด็กผู้หญิงทั้งสองคน บางทีภายในร่างกายของพวกเธออาจมีความลับน่าตกตะลึงก็เป็นได้

“อย่าคิดมากเลย ให้เด็กๆ ดื่มน้ำพุแห่งความเยาว์วัยไม่ใช่เรื่องดีนักหรอก” เย่ว์หวี่เลือกที่จะเชื่อ นางรู้สึกว่าเด็กๆที่ดื่มน้ำพุแห่งความเยาว์วัยจะไม่สามารถเติบโตได้ ความจริงไม่ใช่เรื่องที่ดี เย่ว์หยางไม่ต้องการให้เย่ว์ซวงดื่มอีก เมื่อเธอยังเด็กเกินไป อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเอาชนะเด็กหญิงที่เอาแต่ร้องไห้หลังจากที่ไม่ได้สิ่งที่พี่สาวเธอได้ ยิ่งกว่านั้น เด็กหญิงยังน่ารักมาก เป็นความฝันของของหนุ่มน้อยที่ชอบเก็บตัวชอบเติมเต็มความปรารถนาของสาวน้อยอยู่แล้ว

“เราลืมเรื่องนี้ไปก่อนเถอะ” เจ้าเมืองโล่วฮัวไม่สืบสาวเอาความอีกต่อไป นางแจ้งข่าวอีกข่าวให้เย่ว์หยางทราบ “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ กลับมากันแล้ว เจ้าวางแผนจะไปวังลึกลับอีกเมื่อไหร่?”

“เย่คงและเจ้าอ้วนไห่กลับมาแล้วหรือ? พวกเขาได้อะไรมาบ้าง?” เย่ว์หยางรู้สึกว่าพวกเขากลับมาเร็วเกินไป และเป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจล้มเหลว

“พวกเขาไม่ได้อะไร” เจ้าเมืองโล่วฮัวพูดกับเย่ว์หยางเกี่ยวกับคุณสมบัติ แน่ใจได้ว่าคนพวกนี้โง่ไม่ฉลาด

“นักสู้ปราณก่อกำเนิดหลายคนก็พลาดท่าเสียทีในหุบเขามรณะ เป็นเรื่องธรรมดามากที่พวกเขาจะได้ผลลัพธ์ออกมาเช่นนั้น คงเป็นเรื่องแปลกถ้าพวกเขาจะทำอะไรได้!” อู๋เหินหัวเราะคิกคัก นางเองก็ไม่ได้คาดหวังมากนักจากการสำรวจครั้งนี้ ก็แค่นางไม่ต้องการข่มความตั้งใจดีของเย่คงและเจ้าอ้วนไห่ให้หดหู่ลง เมื่อตอนที่พวกเขาจากไป อาจกล่าวได้ว่าจุนอู๋โหย่วและผู้เฒ่าเย่ว์ไห่ได้ทำนายผลออกมาแล้ว แต่พวกเขาเพียงแต่ปล่อยให้เจ้าอ้วนไห่และเย่คงไปพบกับความผิดหวัง

พื้นที่ของหุบเขามรณะ ด้านขอบนอกของแดนล่มสลายแห่งทวยเทพเต็มไปด้วยขอบเขตจำกัดและพื้นที่เขาวงกต แม้แต่อสูรก็ยังมีขนาดใหญ่โตมหึมา

เมื่อไม่มีประสบการณ์ใดๆ ต่อให้เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ ต้องการจะสำรวจก็ตาม แต่นั่นเป็นการกระทำที่เกินตัว

เย่ว์หยางวางมือจากการค้นคว้าไว้ก่อนและกลับไปที่ปราสาทตระกูลเย่ว์

เนื่องจากราชาเฮย์อวี้ไม่ได้อยู่ที่วังลึกลับ เย่ว์หยางตัดสินใจถือโอกาสนี้พาพวกที่เหลือไปหาประสบการณ์และเพิ่มพูนความกล้าหาญของพวกเขา นอกจากนี้เขาต้องการเห็นว่ากวางทะลวงมิติของหลิวเย่จะสามารถผ่านเข้าไปในม่านพลังสีทองได้หรือไม่

นอกจากนี้เย่ว์หยางยังอยากรู้อยากเห็นคัมภีร์อัญเชิญระดับเทพที่อยู่ในวังลึกลับว่าเป็นเช่นไรกันแน่

เมื่อเขากลับมา เขาพบว่าเย่คงและเจ้าอ้วนไห่สีหน้าหดหู่ท้อแท้ ทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยและสี่สาวคิวบัวร์นอนอยู่บนพื้นหมดเรี่ยวแรง ขัดกับภาพลักษณ์เดิมของพวกเขา แอนนากำลังรักษาให้ทุกคน เสวี่ยทันหลางผู้แข็งแกร่งที่สุด, องค์ชายเทียนหลัวและผู้เฒ่าหนิงไห่ไม่เต็มใจจะกลับมา มีแต่เพียงเป่าเอ๋อผู้โชคดีคนเดียวที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเจ้าอ้วนไห่เห็นเย่ว์หยางกลับมา เขารีบยืดอกคุยฟุ้งทันที “เจ้าต้องไม่รู้แน่ว่าเราไปเจอคนแบบไหนมา… เราไปพบกับเหลียวหยาเหนือมา อะไรนะ? เจ้าไม่รู้เหรอว่าเขาเป็นใคร? โธ่จะเป็นลม, เขาเป็นหนึ่งในห้าแม่ทัพของกองกำลังนรกดำประกอบด้วย จ้านหู่ตะวันออก, ขวงฟงตะวันตก, เซี่ยถีใต้, เหลาหยาเหนือและเหลยถิงกลาง คนหนึ่งเป็นเสือ, คนหนึ่งเป็นนกยักษ์, คนหนึ่งเป็นกระทิงแก่, คนหนึ่งเป็นมนุษย์หมูป่า และอีกคนเป็นมนุษย์กิ้งก่า เจ้าตัวที่เราพบวันนี้เป็นมนุษย์หมูป่าดุร้ายผิวหนา มันคือเหลาหยาเหนือ เจ้าคงไม่รู้หรอกว่าเขาน่ากลัวเพียงไหน เขาเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ด หรืออาจเป็นระดับแปดก็เป็นได้ ถ้าไม่ใช่เพราะหลบหนีได้ไว เราคงตายกันหมด”

“ทำไมเจ้าหมูป่านั่นถึงได้ไปที่หุบเขามรณะ?” เย่ว์หยางไม่เคยคิดว่าเหลาหยาเหนือ นักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับแปดคงจะเบื่อไล่ตามเจ้าอ้วนไห่กับพวกเสียมากกว่า

“ข้าไม่แน่ใจสถานการณ์นัก แต่เมื่อเราพบเขา เขากำลังฟาดประตูทองแดงและประตูทองแดงนั้นมีม่านพลังป้องกันไว้ แม้ว่าเขาจะฟาดจนหมดแรง แต่ม่านพลังก็ไม่เสียหายแม้แต่น้อย เขาสิ้นเปลืองความพยายามไปเปล่าๆ” เจ้าอ้วนไห่ยินดี มันเป็นเรื่องโปรดปรานสำหรับเขาที่ได้เห็นศัตรูของเขาโชคร้าย

“เขายังอยู่ที่นั่นหรือเปล่า?” ถ้าเหลาหยาเหนือนี้ยังอยู่ที่นั่น เย่ว์หยางจะไปสังหารเขา

“ข้าไม่รู้” เจ้าอ้วนไห่ส่ายหน้า

“มีโอกาสเป็นไปได้ที่เขาจะจากไปแล้ว ประตูทองแดงนั่นความจริงมีขีดจำกัดเรื่องเวลา มันจะเปิดออกทุกๆ สามชั่วโมง ข้าคาดว่าเหลาหยาเหนือโจมตีใส่ประตูก็เพราะมือของเขาติดอยู่ในนั้น… ความจริงเราผ่านเข้าประตูนั่นไปได้แล้ว แต่เราเดินผ่านไปเลยเมื่อมันเปิดออก..” ผู้เฒ่าหนิงไห่รายงานเย่ว์หยางด้วยความเคารพ

“น่าเสียดาย” เย่ว์หยางลอบเสียดาย ถ้าพวกเขาตามหาเขาทันทีเมื่อพวกเขากลับมา เจ้าหมูป่านั่นคงไม่มีทางหลบหนีได้

“เป็นไปไม่ได้หรือ? เป็นไปได้ไหมที่ตอนนี้เจ้าสามารถฆ่าเหลาหยาเหนือนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ดผู้นั้น?” ทอเรนฟ่านหลุนเถี่ยตกใจเมื่อทราบข่าว

“ต่อให้ข้าไม่สามารถชนะได้ แต่ก็ดีพอจะตัดแขนหรือขาได้” แน่นอนว่าเย่ว์หยางไม่ได้บอกพวกเขาว่าหลังจากดูดซับอุทกแม่พระธรณีหมื่นปี เขามีพลังระดับเดียวกับนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับสิบไปแล้ว ถ้าเขาพูดเช่นนั้นออกไป ทุกคนคงจะเชื่อ เนื่องจากเย่ว์หยางมีความสามารถฆ่ามารมังกรฟ้า นักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับหก พวกเขาประเมินว่าอย่างน้อยเย่ว์หยางก็สามารถสู้เสี่ยงชีวิตกับนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ด โอกาสชนะยังมีสูง เมื่อต้องสู้กับเหลาหยาเหนือที่เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเจ็ดหรือแปด ถ้าเย่ว์หยางลอบทำร้ายเขาโดยใช้วงจักรล้างโลก เย่ว์หยางอาจสามารถตัดแขนได้ข้างหนึ่ง ไม่ว่าเขาจะสามารถฆ่าเหลาหยาเหนือได้หรือไม่ พวกเขายังคงรู้สึกว่าเย่ว์หยางอ่อนแอกว่าเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพความเร็วปัจจุบันของเขา เย่ว์หยางนับว่าเป็นนักสู้ที่ผิดธรรมดา

“เป็นไปได้ไหมว่าเจ้าจะพาเราไปสถานที่ๆ ดีกว่านี้?” ลีนและองค์ชายเทียนหลัวรู้สึกว่า เย่ว์หยางคงไม่ได้มาหัวเราะเยาะเขาแน่ แต่คงมาแจ้งข่าวดีเสียมากกว่า

“ไปกันเถอะ!” เสวี่ยทันหลางจะลงมือท่าเดียว

“ไม่, ข้าจำเป็นต้องพักสักเดี๋ยว ถ้าเป็นสถานที่ผิดธรรมดาอย่างวังเบญจธาตุ ขอร้องอย่าเรียกข้าเลย ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ” เจ้าอ้วนไห่รู้สึกว่าแค่นกนางนวลสายลมตัวเดียวก็เหนื่อยพอแล้ว ถ้ายังมีอสูรตัวอื่นไล่ตามเขาอีก เขาคงต้องใช้เส้นก๋วยเตี๋ยวฆ่าตัวตายแน่

“ข้าขออาสาเอง วังห้าธาตุไม่น่ากลัวเลย” เป่าเอ๋อที่หลับสนิทตลอดเส้นทางเป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าวังห้าธาตุเป็นสถานที่ดี

“ไม่ใช่ว่าเราไม่สามารถไปกันได้ทุกคน แต่คนที่จะไป ต้องขึ้นอยู่กับตัวเอง ข้าเพียงแต่บุกนำทางให้ พวกเจ้าจะต้องดูแลตัวเอง” เย่ว์หยางประกาศล่วงหน้าก่อนที่จะโยนของล่อใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกออกมา “ในสถานที่นั้นมีคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพรออยู่ อย่าว่าแต่สมบัติที่นั่นเลย แม้แต่เศษขยะที่เกะกะอยู่เกลื่อนพื้นก็เป็นของระดับแพลตตินัมแล้ว ถ้าพวกเจ้ามีความสามารถเก็บมันมาได้ เป็นไง พวกเจ้าได้ยินถูกต้องแล้ว ข้าพูดถึงคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพ”

“โห, คัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพมีอยู่จริงๆ ด้วยหรือ?” แม้แต่หลิวเย่ที่ปกติไม่ติดในของล่อลวงก็ยังพลอยตื่นเต้นไปด้วย

แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพเป็นเช่นไร?

แม้แต่ราชาเฮย์อวี้ก็ยังกระหายอยากได้มาครอง

ไม่มีผู้ใดรู้ว่าเป็นเวลากี่ปีมาแล้วที่ราชาเฮยอวี้ผู้น่าสงสารทุบม่านพลังมาแล้วก็ยังไม่สามารถเข้าไปได้

สำหรับเย่คง, เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นไม่เคยเห็นแม้แต่คัมภีร์ชั้นศักดิ์สิทธิ์ พอเย่ว์หยางเอ่ยถึงคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพ ทำให้พวกเขาตกใจจนคิดอะไรไม่ออก

ความจริง ถ้าพวกเขายังมีความคิดที่ปลอดโปร่ง พวกเขาคงจะทราบได้อย่างหนึ่งว่า ไม่ว่าคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพจะน่าประทับใจมากเพียงไหน พวกเขาก็ไม่มีทางครอบครองมันได้ ทั้งนี้เป็นเพราะคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพจะเลือกเจ้าของเอง ต่อให้คัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพจะอยู่ต่อหน้าพวกเขาก็ตาม มันจะไม่เลือกพวกเขา ถ้าพวกเขามีพลังไม่เพียงพอ มิฉะนั้น ทำไมราชาเฮยอวี้ถึงได้หดหู่หม่นหมองนักเล่า? เย่ว์หยางรู้แต่เพียงว่าคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพมีอยู่เพียงสิบเล่ม ใครก็ตามที่ครอบครองคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพก็ถือได้ว่าเป็นเทพเจ้าจากในตำนานไปแล้ว

สำหรับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์อีกเล่มหนึ่งของเย่ว์หยางนั้น เขายังไม่สามารถตัดสินได้ว่าเป็นคัมภีร์ระดับเทพหรือไม่ มีความเป็นไปได้ว่าอาจเป็นหนึ่งในนั้นก็ได้ และเขาเดาว่ามันจะเติบโตเป็นคัมภีร์อัญเชิญชั้นเทพได้…

นอกจากเย่ว์หยางผู้มาจากโลกอื่นแล้ว คนอื่นๆ เช่นนางพญาเฟ่ยเหวินหลีและสามผู้ยิ่งใหญ่แดนสวรรค์ก็ครอบครองแต่คัมภีร์ชั้นศักดิ์สิทธิ์ทั้งนั้น

คัมภีร์ชั้นเทพสำหรับนักรบธรรมดา ย่อมไม่อาจแตะต้องได้แม้แต่ในฝัน แม้ว่าจะมีอยู่ในโลกนี้จริงๆ แต่มันไม่เคยเป็นของธรรมดาเลย

“ที่ๆ ท่านพูดถึงมีอันตรายมากไหม?” เย่คงถามขึ้นทันที

“มันก็ไม่อันตรายขนาดนั้น เพียงแต่ว่า ราชาเฮยอวี้จะไปที่นั่นเป็นครั้งคราว” คำพูดของเย่ว์หยางทำให้เจ้าอ้วนไห่กลัวจนขึ้นสมอง แม้แต่เสวี่ยทันหลางและคนอื่นก็ตกตะลึงไปด้วย

***************

จบบทที่ ตอนที่ 482 คัมภีร์เทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว