เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 478 - โลงทอง

ตอนที่ 478 - โลงทอง

ตอนที่ 478 - โลงทอง


หลังจากกลับมาปราสาทตระกูลเย่ว์ที่ทวีปมังกรทะยานแล้ว เย่ว์หยางไม่มีอะไรจะทำ เย่คง, เจ้าอ้วนไห่และคนอื่นๆ ไปฝึกฝีมืออยู่หุบเขามรณะ

เย่ว์หยางเตร็ดเตร่ไปเรื่อยจนถึงมิติลวงในวังหลวงเทียนหลัว

เจ้าเมืองโล่วฮัวและหญิงงามอู๋เหินยังคงอยู่ทั้งคู่ เนื่องจากว่ายังเป็นเวลากลางวัน พวกนางจึงไม่ได้สนิทสนมพัวพันเย่ว์หยาง ถ้าเป็นกลางคืนเจ้าหนุ่มผู้มาจากโลกอื่นอาจจะเล่นบทรักสองต่อหนึ่งก็เป็นได้ นางเซียนหงส์ฟ้าจากไปแล้ว บางทีนางอาจไปหาจักรพรรดินีราตรี เย่ว์หยางไม่ห่วงนาง ในฐานะที่เป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดฟ้าคนใหม่ ต่อให้นางเผชิญกับราชาเฮย์อวี้ นางก็สามารถถอยหนีได้ ถ้าเย่ว์หยางไม่กังวลเรื่องการเปิดเผยทักษะที่แท้จริงของนางจนทำให้ราชาเฮยอวี้หันหางเสือ เย่ว์หยางคงคิดจะพานางเซียนหงส์ฟ้าไปท้าสู้กับราชาเฮยอวี้ในมิติลึกลับแล้ว

สำหรับเรื่องที่เย่ว์หยางโจมตีเผ่าพันธุ์ทะเลที่สุสานทะเลและได้ชัยชนะ แม่สี่ของเขาและเย่ว์หวี่แสดงความยินดีกับเขาจากใจจริงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนเย่ว์ปิงน้องสาวของเขาทั้งเทิดทูนบูชาและสรรเสริญเขาอยู่แล้ว

จักรพรรดิสมุทรก้วนหลาน ในฐานะหนึ่งในห้าจักรพรรดิแห่งหอทงเทียนพ่ายแพ้ด้วยฝีมือของพี่ชายนางเอง

แม้ว่าเหตุผลหลักที่เขาตายเป็นเพราะอันซี สุดยอดนักฆ่ามือหนึ่งและเผ่าพันธุ์ทะเลผู้ทรยศ แต่ชัยชนะสุดท้ายก็ตกอยู่ที่พี่ชายนาง การเดินทางครั้งนี้มิเพียงแต่ทำให้เขาได้รับอุทกแม่พระธรณีและกริชสังหารเทพเท่านั้น แต่เขายังคงเลื่อนขึ้นเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้า เย่ว์ปิงคิดว่าพี่ชายนางเป็นบุรุษที่สมบูรณ์ที่สุดในโลกไม่มีผู้ใดเอาชนะเขาได้

“นั่นอันตรายมากเลยนะ เจ้าได้ชัยชนะเพราะฉวยโอกาสได้ดี” เมื่อหญิงงามอู๋เหินได้ยินเรื่องการต่อสู้ที่หุบเขาแก้วผลึก นางเอามือทาบอกเพื่อบรรเทาความกลัวของนาง

“ข้าขำแทบตาย ที่จักรพรรดิสมุทรชิงอุทกแม่พระธรณีของปลอมไป เขาเข้าใจผิดว่าผลึกเหลวเป็นอุทกแม่พระธรณีของจริง ฮ่าฮ่าฮ่า ความเข้าใจของเขาเป็นเช่นนั้น…” โล่วฮัวตอนนี้กลายเป็นภรรยาอันดับสองของเย่ว์หยางแล้ว อย่างไรก็ตามเสียงหัวเราะห้าวและเย้ายวนใจของนางไม่เปลี่ยนแปลง นางโน้มตัวให้เย่ว์หยางกอด นางหัวเราะเสียจนไหล่นางไหว กลับกลายเป็นว่านางหัวเราะจนหมดแรงแล้วอิงตัวเข้ากับอ้อมกอดเย่ว์หยาง ความจริงไม่ใช่แต่เพียงนางเท่านั้น แม้แต่เย่ว์หวี่และเย่ว์ปิงก็ยังพบว่าเป็นเรื่องตลก ที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่รอมานานหลายร้อยปี แต่ในที่สุดแล้วกลับได้ของปลอมไป เขาก็ยังคิดว่าตนเองประสบความสำเร็จชิงเอาของจริงมาได้ แค่คิดถึงเรื่องนี้แล้วทำให้ผู้คนพูดไม่ออกจริงๆ

“ไม่มีผู้ใดหนีพ้นผลกรรมทรยศหักหลังไปได้ จักรพรรดิสมุทรเหลือบุตรหนึ่ง ธิดาอีกหนึ่ง เขายังนับว่าโชคดี ซานเอ๋อ! ครั้งนี้เจ้าทำได้ดี” แม่สี่ยกย่องเย่ว์หยางที่ตัดสินใจส่งมอบไห่อิงอู่ให้จักรพรรดิสมุทร นางรู้สึกว่าเขาจัดการได้อย่างเหมาะสม

ปกติ แม่สี่ก็ยกย่องเย่ว์หยางมากอยู่แล้ว

ไม่ว่าเขาจะได้รับสมบัติมากเพียงใดก็ตาม แต่ครั้งนี้เย่ว์หยางยอมสละเกราะจักรพรรดิสมุทรและง้าวสามง่ามของจักรพรรดิสมุทร และให้ไห่อิงอู่ได้รับบัลลังก์ของจักรพรรดิสมุทรคนต่อไป

การกระทำคราวนี้สร้างความพึงพอใจให้แม่สี่ นางชื่นชมเย่ว์หยางอย่างมีความสุข

ความจริงเย่ว์หยางไม่ต้องการชิงเกราะศักดิ์สิทธิ์และง้าวสามง่ามของจักรพรรดิสมุทรอยู่แล้ว เพราะสมบัติเหล่านั้นมีเงื่อนไขพิเศษจึงจะใช้ได้ ต่อให้เขาได้รับมาก็ใช้ไม่ได้อยู่ดี ดังนั้นเขาจึงใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ทำสิ่งที่ถูกต้อง

ปล่อยให้ไห่อิงอู่กลายเป็นจักรพรรดินีสมุทรคนใหม่จะเป็นเรื่องที่ดีในอนาคต

แม้จะมีความช่วยเหลือกจากราชาฉลาม ไห่อิงอู่บางทีอาจไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จในบัลลังก์ของจักรพรรดินีก็ได้ เผ่าพันธุ์ทะเลที่ถูกครอบงำโดยองค์ชายไห่หลงและตระกูลของมารดาเขา พวกเขาคงวางแผนชิงราชบัลลังก์เป็นแน่ ที่สำคัญจากนี้.. เย่ว์หยางคาดว่าเขาคงมีหลายเรื่องต้องจัดการเป็นธรรมดาแน่ เย่ว์หยางไม่แน่ใจเกี่ยวกับพัฒนาการในอนาคต แต่เขาได้วางหมากตัวสำคัญเอาไว้ก่อนในการเคลื่อนไหวครั้งแรกนี้

“พี่สาม, อุทกแม่พระธรณีไม่มีโอกาสได้เห็นแล้ว พี่สามอวดกริชสังหารเทพได้ไหม ให้เราดูของดีหน่อย” หนูน้อยเย่ว์ซวงกระตุกแขนเย่ว์หยาง หน้าของเธอแดงเล็กน้อยเนื่องจากความตื่นเต้น แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ยังระงับความตื่นเต้นไม่ได้ เธอต้องการเห็นสินสงคราม

“ต้องระวังนะ เพราะมันคมมาก ไม่งั้นมันอาจตัดมือเจ้าขาดได้” เย่ว์หยางกังวลว่าเธอจะเล่นกับสมบัติชั้นศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเขาต้องจับมือเธอเบาๆ ก่อนวางกริชสังหารเทพในมือเธอ

“ไม่เห็นจะสวยเลย” หนูน้อยเย่ว์ซวงไม่สนใจเรื่องอาวุธ ความจริงเธอสนใจแต่เพียงอาหารอร่อยเท่านั้น

“เกาะอัคคีมีมะพร้าวขาวเหมือนหิมะ รสชาติอร่อยอย่าบอกใครเลย” เมื่อเย่ว์หยางพูดถึง เย่ว์ซวงดีใจทันที เธอรีบตะโกนทันที “พี่สามคนดีที่สุด!” และโน้มคอเขาลงมาจูบ ในที่สุด เธอก็ถือมะพร้าวหิมะ อาหารพิเศษจากเกาะอัคคีวิ่งพล่านไปทั่ว เธอไม่ได้กินทันที แต่เล่นกับของกินนี้ก่อน เมื่อเห็นเธอทำท่าน่ารัก เจ้าเมืองโล่วฮัวอดหัวเราะไม่ได้

“อุทกแม่พระธรณีและกริชสังหารเทพเหรอ เป็นรางวัลของดีจริงๆ” เย่ว์ปิงอุทานอย่างชื่นชม

ความจริง เย่ว์หยางไม่ได้แค่เพียงรับอุทกแม่พระธรณีและกริชสังหารเทพเท่านั้น อสูรของเขาเกือบทั้งหมดยกระดับจากการรบทางทะเลครั้งนี้ด้วย

หลังจากได้รับพลังงานของอุทกแม่พระธรณีแล้ว เสี่ยวเหวินหลียกระดับจากอสูรเพชรระดับห้าเป็นระดับหก

นางพญากระหายเลือด อาหงจะกลายเป็นอสูรในตำนานอีกไม่ช้า แค่เพียงได้รับความช่วยเหลือจากเย่ว์หยางเพิ่มเท่านั้น

โคเงาอาหมันไม่ได้รับเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มากมายนัก แต่หลังจากผสานกับหัวใจธรณีสารและอาบลำแสงที่ปล่อยออกมาจากอุทกแม่พระธรณี นางใกล้จะสมบูรณ์แบบเต็มที่แล้ว

แม้แต่ภูตเพลิงปฐพี, ตั๊กแตนมัจจุราชและหนูเบญจธาตุค้นสมบัติก็ได้รับรางวัลจากการเดินทางครั้งนี้ด้วย

คำถามก็คือ ได้รับมากเพียงไหน

เย่ว์หยางรู้สึกว่าหนูเบญจธาตุที่ก่อนหน้านั้นไม่มีสัญญาณของการวิวัฒนาการเลย จะมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างหลังจากซึมซับพลังงานที่ปล่อยออกมาจากอุทกแม่พระธรณี

เพราะขณะที่เกิดเหตุ เย่ว์หยางไม่มีเวลาพอจะตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเพื่อปณิธานของเย่ว์กง เย่ว์หยางรู้สึกว่า เขาจะมีความก้าวหน้าในอีกไม่ช้า

ผู้ที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์มากที่สุดย่อมเป็นนางพญาดอกหนามมงกุฎทองอย่างมิต้องสงสัย นางพญาดอกหนามมงกุฎทองที่เป็นอสูรทองระดับหนึ่งจะยกระดับเป็นอสูรแพลตตินัมระดับหนึ่ง หรือบางอาจเป็นอสูรเพชรระดับหนึ่งก็เป็นได้ เนื่องจากในการต่อสู้ ต้นดอกหนามที่นางควบคุมกลืนกินคนไปมากทำให้นางมีโอกาสยกระดับ สิ่งที่นางกินลงไปก็มี มนุษย์มัจฉากลายพันธุ์มากกว่าสามสิบซึ่งเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับห้าขึ้นไป นักสู้ปราณก่อกำเนิดที่ไม่ทราบนามหลายสิบคน ราชันย์มัจฉาอีกสามซึ่งมีระดับเดียวกับราชาฉลามและแม่ทัพทะเลอีกแปด, ขุนพลทะเลอีกร้อยแปด ทหารฝีมือดีของจักรพรรดิสมุทรอีกสามพันและองค์ชายองค์หญิงอีกหลายสิบคน ที่มีพลังมากที่สุดก็คือไท่หู นักสู้ปราณก่อกำเนิดระดับเก้า

แม้ว่าส่วนเล็กน้อยจะถูกฮุยไท่หลางแทะไปก็ตาม แต่ก็นับว่าน้อยนิด

เย่ว์หยางคาดว่าถ้านางพญาดอกหนามมงกุฎทองปรากฏตัวออกมาอีกครั้ง นางคงจะเหนือธรรมดาแน่ แม้จะไม่ได้เขาช่วยหนุนเสริมก็ตามแต่นางจะไปถึงระดับอสูรในตำนานแน่นอน

อสูรทองน้อยได้กินไม้เท้าทองของไท่หูและย่อยสลายจนกลายเป็นขยะ เย่ว์หยางไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายแม้แต่น้อย ตราบใดที่เจ้าตัวน้อยนี่สามารถกินได้ ไม่ว่าสมบัติอะไรมันก็กินหมด

ความจริงเย่ว์หยางเก็บเกี่ยวผลกำไรมหาศาล เช่นสมบัติขององค์ชายไห่หลงและแหวนขององค์หญิงไห่กุ้ย สมบัติและผลึกเวทมากมาย

ตอนนั้นเขาไม่มีเวลาจะจัดของทุกอย่าง เพราะเจ้าอสูรทองน้อยสวาปามผลึกเวทอย่างบ้าคลั่ง เย่ว์หยางจงใจไม่ห้ามมัน ไม่ต้องคำนึงถึงความจุในกระเพาะของมัน มันกินผลึกเวทลูกแล้วลูกเล่า เทียบกับอสูรโลกาที่เป็นอสูรประเภทม่านพลัง ยังนับว่าธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นผลึกเวทมากมายเพียงใดก็ตาม ถ้าหลุดเข้ามาในเขตม่านพลัง ต่อให้กองเป็นภูเขา ก็โดนกลืนกินทั้งหมด ไม่มีอะไรทำให้เจ้าอสูรนั้นพอใจได้ เนื่องจากมันเป็นอสูรที่น่าประทับใจ เย่ว์หยางให้ความสำคัญในพัฒนาการของพวกมัน ราชาเฮยอวี้มีสมบัติศักดิ์สิทธิ์ทั่วตัว เย่ว์หยางคาดว่าแม้แต่กริชสังหารเทพก็ไม่สามารถฆ่าเขาได้ สิ่งเดียวที่มีโอกาสฆ่าเขาได้มากที่สุด ก็คงเป็นอสูรทองน้อยที่สามารถละเลยการป้องกันเช่นนี้

หลังจากมันเปลี่ยนรูปเป็นดาบมังกรฟ้าแล้ว ใช้ร่วมกับปราณก่อกำเนิดของเย่ว์หยาง แม้ว่าราชาเฮยอวี้จะมีเกราะชั้นศักดิ์สิทธิ์คอยป้องกัน แต่เขามีหวังเจ็บตัวเป็นแน่

“นี่คือผลึกเวทของจิ้งจอกปีศาจเก้าหัว ข้าใช้เพลิงอมฤตกลั่นเรียบร้อยแล้ว” เย่ว์หยางมอบผลึกพลังงานโปร่งใสมีประกายไฟฟ้าให้เจ้าเมืองโล่วฮัว

“หวา..มาได้เวลาเลย.. ถ้าเราได้ดอกไม้วิเศษเพิ่มอีกอย่างจะยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ภูตจิ้งจอกหกหางของเจ้าเมืองโล่วฮัวได้วิวัฒนาการเป็นสาวจิ้งจอกแล้ว อย่างไรก็ตามนางยังห่างจากการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์เพียงไม่กี่ก้าว ปกติภูตจิ้งจอกหกหางจะอยู่ในสภาพจิ้งจอกหิมะสามหางเป็นส่วนใหญ่ แต่นางสามารถแปลงร่างเป็นสาวจิ้งจอกเมื่อใดก็ได้ อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการยกระดับของเธอก็คือยังขาดเม็ดพลังของบุรุษเผ่าปีศาจบูรพา จะสร้างด้วยตัวเองก็จะช้าเกินไป เจ้าเมืองโล่วฮัวพยายามอย่างหนักเพื่อจะช่วยให้นางได้วิวัฒนาการ อย่างไรก็ตามเย่ว์หยางรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องช้าถ้าเป็นเพียงยกระดับเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ แต่ถ้านางต้องการยกระดับเป็นอสูรในตำนานบางทีนางต้องกลายเป็นภูตจิ้งจอกเก้าหางก่อน

“ค่อยๆ ทำก็ได้ ยังไงก็จะต้องยกระดับในที่สุดจนได้นั่นแหละ แม่เสือสาวกับอี้หนานอยู่ไหนหรือ?” เย่ว์หยางพูดถึงองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนและอี้หนาน

“อี้หนานอยู่ที่หุบเขาภมรบุปผา นางก้าวหน้าได้ไม่เบา ตอนนางกลับมาครั้งล่าสุด เจ้าไม่ได้อยู่ที่นี่ นางกลับไปหุบเขาภมรบุปผาเพื่อฝึกฝนต่อไปแล้ว ระดับความก้าวหน้าของนางนับว่าเร็วมาก ครั้งต่อไปเมื่อเจ้าเห็นนาง เจ้าอาจทึ่งก็ได้ ข้าไม่รู้เรื่ององค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนเลย นางส่งจดหมายมาให้เราครั้งล่าสุด มาให้เราเมื่อสิบวันที่แล้ว” สาวงามอู๋เหินรู้จักเย่ว์หยางดีที่สุด นางรู้ว่าในใจของเขา เย่ว์หยางกังวลห่วงใยเสวี่ยอู๋เสียมากที่สุด แต่เขาไม่ถาม

เสวี่ยอู๋เสียติดตามไปฝึกฝนกับจื้อจุน บางทีนางยังไม่กลับมาง่ายๆ

เย่ว์หยางผงกศีรษะ “ก็ดี, ทุกคนก้าวหน้ากันทั้งนั้น นี่นับเป็นข่าวดี ข้าก็ต้องฝึกฝนหนักเช่นกัน เนื่องจากยังมีเวลา มาดูกันว่าเราจะเติมเต็มปณิธานของภูตอัจฉริยะเย่ว์กงได้ยังไง?”

แม่สี่นั่งอยู่ข้างๆ เขา หลังจากได้ยินสิ่งที่เขาพูด นางเอ่ยปากตำหนิเย่ว์หยาง “อย่าเรียกบรรพบุรุษของเจ้าด้วยชื่อฉายา เจ้าควรจะเรียกท่านด้วยความเคารพกว่านี้”

เย่ว์หวี่และเย่ว์ปิงแอบหัวเราะคิกคัก เมื่อแม่สี่ไม่อยู่บ้าน เย่ว์หยางมักจะเรียกบรรพบุรุษตระกูลเย่ว์โดยเรียกชื่อตรงๆ เสมอ

ตอนนี้ เขาก็ถูกแม่สี่ตำหนิจนได้

เย่ว์หยางต้องรีบทำตัวเป็นเด็กดี ทันใดนั้น เขานึกอะไรบางอย่างได้ “เมื่อครั้งล่าสุด ข้าได้รับโลงทองมาใบหนึ่ง เพราะข้ามัวแต่วุ่นๆ จึงไม่มีโอกาสได้เปิดดู ตอนนี้ได้เวลาพอดี ข้าตั้งใจว่าจะเปิดโลงเพื่อดูว่าข้างในมีอะไรอยู่”

“โลงทอง?” เจ้าเมืองโล่วฮัวและคนที่เหลือสงสัยมากที่ได้ยินเช่นนี้

“ข้าไปได้มาจากสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่ง..” เมื่อเย่ว์หยางนึกย้อนเวลากลับไป เขาไม่ได้พูดให้เจ้าเมืองโล่วฮัวฟัง ตอนนั้นหลังจากกลับเข้าไปโลกคัมภีร์ เขาก็พาอู๋เหินไปอาบน้ำด้วยกันกับเขา เขาก็ไม่ได้พูดถึงมันเช่นกัน หลังจากนั้นเขาไปพบนางเซียนหงส์ฟ้าและมีเรื่องตามมายืดยาวจนกระทั่งได้ลงเอยกับนาง พวกสาวๆ นอกจากได้รับทราบข่าวว่านางเซียนหงส์ฟ้ายกระดับเป็นนักสู้ปราณก่อกำเนิดฟ้า เย่ว์หยางจึงลืมเรื่องโลงทองสนิท

หลังจากนั้นเขาต้องไปพบกับสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิงกระทั่งได้รับอุทกแม่พระธรณีและหลายๆ เรื่องที่เกิดตามมา

เขาพบไห่อิงอู่และเกือบจะมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับสาวมังกรไร้เขาเจี้ยงอิง

ในที่สุด เขาก็ร่วมมือกับอันซีและมนุษย์มัจฉากลายพันธุ์สู้กับจักรพรรดิสมุทรก้วนหลาน ได้รับอุทกแม่พระธรณีและฝังพวกเผ่าพันธุ์ทะเลทุกคนในสุสานทะเล จากนั้นเขาจึงระลึกถึงเรื่องโลงทองได้

เขานำโลงทองออกมา มีอักษรรูนลึกลับถูกแกะสลักไว้บนโลง แม้แต่เย่ว์หยางก็ไม่สามารถเข้าใจได้ เขาไม่รู้อะไรแม้แต่น้อย

อย่างไรก็ตาม แม่สี่ประหลาดใจ นางโพล่งออกมา “นี่ดูเหมือนโลงทองที่ใช้ผนึกผู้รับใช้เทพภายในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ”

“อ๋า, แม่สี่, ท่านรู้จักมันด้วยเหรอ?” เย่ว์หยาง, เจ้าเมืองโล่วฮัวและคนอื่นๆ ทุกคนมองมาที่นาง

“ไม่, ไม่ใช่ ข้าได้ยินมาจากพี่สาว.. ซานเอ๋อ, เจ้าควรจะตรวจสอบดูช้าๆ ข้าจะไปปอกมะพร้าวให้ซวงเอ๋อก่อน” สีหน้าของแม่สี่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป นางโบกมือทันที แสดงว่านางไม่รู้ นางจูงมือเด็กหญิงน้อยไปด้วยเพื่อปอกมะพร้าวให้เธอ เย่ว์หยาง, เย่ว์หวี่, เย่ว์ปิงและเจ้าเมืองโล่วฮัวต่างมองหน้ากันเอง พวกเขาไม่อยากเชื่อว่าแม่สี่ผู้ไม่เคยย่างเท้าออกไปภายนอกจะรู้จักโลงทองนี้จริงๆ นางยังบอกว่าเป็นโลงของผู้รับใช้เทพเจ้าจากแดนล่มสลายแห่งทวยเทพ?

บางทีแม่สี่อาจเคยไปภายในแดนล่มสลายแห่งทวยเทพกระมัง?

เนื่องจากแม่สี่ไม่ยอมรับ เย่ว์หยางรู้สึกไม่ดีถ้าจะถามดูอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามหลังจากได้ยินคำพูดของนาง เย่ว์หยางรู้สึกดีขึ้น การณ์กลับปรากฏว่าไม่มีสัตว์ประหลาดใดๆ อยู่ภายในโลงทอง ถ้ามีอันตราย นางคงจะเตือนพวกเขาไปแล้ว

เย่ว์หยางตัดสินใจจะเปิดและดูว่าอะไรอยู่ในโลงทองกันแน่

**************

จบบทที่ ตอนที่ 478 - โลงทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว