เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 งูหยกสองหัว

บทที่ 14 งูหยกสองหัว

บทที่ 14 งูหยกสองหัว


บทที่ 14 งูหยกสองหัว

พรสวรรค์เถาเที่ยอีกแล้วเหรอ

ลู่เย่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและเอ่ยถามในใจ ระบบ ฉันสามารถแปะพรสวรรค์นี้ลงไปที่เจ้าว่างไฉของฉันอีกครั้งได้ไหม

พรสวรรค์ที่เหมือนกันสามอย่างเท่านั้น จึงจะสามารถสังเคราะห์เป็นพรสวรรค์ระดับสองดาวได้ ระบบแจ้งเตือน

สามรวมเป็นหนึ่ง... ลู่เย่นึกถึงเกมหมากรุกอัตโนมัติเกมหนึ่งขึ้นมาทันที

ช่างเถอะ ในเมื่อให้ไม่ได้ ก็เก็บเอาไว้ก่อนแล้วกัน

หลังจากตัดสายเหล่าเฟิง ยอดผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดก็พุ่งขึ้นไปถึง 8,000 คน

เขายังไม่รีบร้อนที่จะเชื่อมต่อสายกับคนต่อไป แต่หันไปมองรายการของขวัญยาวเหยียดทางด้านขวา เพื่อเตรียมขอบคุณผู้สนับสนุน

ขอบคุณอู๋ปั๋ว นายกสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรเมืองชาง ที่ส่งโต้วเล่อหมายเลข 1 ครับ

ขอบคุณเหวินหมิง รองนายกสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรเมืองชาง ที่ส่งรถสปอร์ตสิบคันครับ...

ขอบคุณสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรเมืองชาง ที่ส่งรถสปอร์ตสองคัน! หัวหน้าช่างใจป้ำจริงๆ!

ขณะที่เขาขานชื่อ สีหน้าของเขาก็เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ ทำไมถึงมีแต่คนจากสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรของเราทั้งนั้นเลยล่ะเนี่ย

การไลฟ์สดของฉันไปแหย่รังแตนของสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรเข้าหรือเปล่า

ระดับผู้นำถึงได้แห่กันมาส่งของขวัญขนาดนี้

แถมในรายการผู้สนับสนุนสูงสุดสิบอันดับแรก ล้วนเป็นคนจากสมาคมผู้ฝึกสัตว์อสูรเมืองชางทั้งหมด

คุณพระคุณเจ้า ผมลองเช็กดูแล้ว เป็นบัญชีทางการจริงๆ ด้วย

ของขวัญแต่ละชิ้นมูลค่าเป็นพันหยวน พวกผู้นำนี่รวยกันจริงๆ

บัญชีทางการล้วนๆ ให้ตายเถอะ น่าเหลือเชื่อจริงๆ

เมื่อมองดูของขวัญของเหวินหมิง เขาก็เข้าใจเรื่องราวทันที

บางทีอาจจะเป็นอาจารย์เหวินที่ไปขอให้พวกผู้นำสมาคมช่วยมาสนับสนุนการไลฟ์ เพื่อเพิ่มยอดความนิยมให้

แค่ส่วนแบ่งรายได้จากของขวัญระลอกนี้ อย่างน้อยก็น่าจะได้หลายหมื่นหยวน

สมกับที่เป็นอาจารย์ของเขาจริงๆ ไม่เสียแรงที่เขาบอกความลับเรื่องคุณลักษณะแฝงของจิ้งจอกซากุระระดับ B ให้ฟัง

หลังจากใช้เวลาขอบคุณของขวัญอยู่ประเดี๋ยวหนึ่ง แม้ยอดผู้ชมจะลดลงไปบ้าง แต่ก็ยังคงตัวอยู่ที่ราวๆ เจ็ดพันคน

ที่มุมขวาล่างของโปรแกรมถ่ายทอดสด มีการแจ้งเตือนคำขอเชื่อมต่อสายเด้งขึ้นมาไม่หยุด

เขาชำเลืองมองเวลา ยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง

เอาล่ะ พี่น้องทั้งหลาย เรามาประเมินสัตว์อสูรกันต่อเถอะ

จำไว้นะ ถ้าเป็นสุนัขลากเลื่อนอีก ผมไม่รับดูให้นะครับ

ลู่เย่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วกดรับสายถัดไป

หน้าจอเปลี่ยนไป ภาพด้านข้างของหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้นทางด้านขวา

เพียงแค่มุมข้าง ก็เห็นได้ถึงผิวพรรณที่ละเอียดอ่อน คิ้วที่สวยได้รูป และเครื่องหน้าที่งดงาม

โอ๊ะ อาจารย์เย่เลือกฉันเหรอคะ นางกล่าวด้วยความประหลาดใจ

น้ำเสียงของนางนุ่มนวลอ่อนหวาน แต่ไม่ดูดัดจริต ฟังแล้วรื่นหูยิ่งนัก

เสียงเพราะจังเลย

เฮ้อ ไม่มีเวลาแล้ว ขอคนนี้แหละ

เป็นพี่สาวที่ดูอ่อนโยนจัง

ครับ เพื่อนท่านนี้ จะให้ผมเรียกว่าอะไรดี ลู่เย่ไม่ได้หลงใหลไปกับเสียงของหญิงสาว เขาเข้าประเด็นทันที

เรียกฉันว่าเสี่ยวตู้ก็พอค่ะ เสี่ยวตู้กล่าวเสียงเบา สวัสดีค่ะอาจารย์เย่

สวัสดีครับ สัตว์อสูรของคุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า

เสี่ยวตู้พลิกกล้องกลับด้าน จากนั้นงูเขียวสองหัวที่มีรูปร่างประหลาดตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นหน้าเลนส์

มันมีเกล็ดสีเขียวปกคลุมทั่วตัว สะท้อนแสงเป็นมันวาวราวกับโลหะ จากช่วงคอ ร่างกายของมันแยกออกเป็นสองส่วนอย่างเป็นเอกลักษณ์ กลายเป็นหัวทรงสามเหลี่ยมสองหัวที่เป็นอิสระจากกัน

สองหัวนี้อยู่ชิดติดกัน แต่แต่ละหัวกลับมีความคิดและการเคลื่อนไหวเป็นของตัวเอง

งูวิญญาณไม้สองหัว นี่มันสัตว์อสูรระดับ A เลยไม่ใช่เหรอ

ทำไมพี่สาวคนสวยถึงเลี้ยงสัตว์อสูรที่ดูน่ากลัวแบบนี้ล่ะ

เห็นเจ้านี่แล้วรู้สึกคลื่นไส้นิดหน่อย ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน

โฮ่ ดวงตาของลู่เย่เป็นประกายทันที

การได้เห็นงูสองหัวตัวนี้ เหมือนกับการได้เจอวัตถุโบราณหายากในระหว่างการประเมินของเก่า

ก่อนหน้านี้มีแต่ระดับ C และระดับ D ในที่สุดตัวตึงระดับเฮฟวี่เวทก็โผล่มาเสียที

เผ่าพันธุ์ งูวิญญาณไม้สองหัว

เลเวล 38

สายเลือด ระดับ A

ธาตุ ไม้

สภาวะทางจิตใจ พึงพอใจ (ซ้าย), ซึมเศร้า (ขวา)

สภาวะร่างกาย กึ่งสมบูรณ์

พรสวรรค์ เสียงสะท้อนฝาแฝด, บุคลิกงูอิสระ, การรับรู้ตามธรรมชาติ ฯลฯ

ทักษะ เถาวัลย์รัดตรึง, ศรพิษกัดกร่อน, บีบรัดสังหาร ฯลฯ

หน้าต่างสถานะนี้ดูน่าประทับใจยิ่งกว่าจิ้งจอกครามวายุเมื่อวานเสียอีก

อาจารย์เย่คะ สังเกตเห็นไหมว่าอารมณ์ของหัวงูทั้งสองข้างของฉันดูผิดปกติไปหน่อย

เสี่ยวตู้ถามพลางยื่นมือไปจิ้มที่หัวทางขวา

สังเกตเห็นครับ ลู่เย่ตอบตามตรง

แม้ไม่มีระบบคอยชี้แจง แค่มองด้วยตาเปล่าก็จะพบว่า

แม้ทั้งสองหัวจะหรี่ตาอยู่ แต่หัวทางซ้ายเห็นได้ชัดว่ากำลังง่วงนอน ผงกหัวขึ้นลงเหมือนจะหลับแหล่มิหลับแหล่

ส่วนหัวทางขวากลับแหงนมองฟ้า ไม่มีท่าทีก่วงนอนเลยสักนิด

ถึงจะเรียกว่างูวิญญาณไม้สองหัว แต่ส่วนใหญ่มักจะมีจิตใจเดียวกัน หายากมากที่จะเจอแบบของคุณที่มีสองหัวและมีความคิดแยกกันสองแบบ ลู่เย่อธิบาย

ฉันเคยเช็กข้อมูลดูแล้ว จนถึงตอนนี้ความน่าจะเป็นอยู่ที่ประมาณหนึ่งในหมื่นค่ะ เสี่ยวตู้กล่าว

ประมาณนั้นครับ ลู่เย่ส่งเสียงรับ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีความรู้พอสมควร

แต่ปัญหาก็คือ ต่อให้สองหัวมีความคิดต่างกัน แต่เป้าหมายหลักและอารมณ์โดยรวมมักจะไปในทิศทางเดียวกัน

น้ำเสียงของเสี่ยวตู้ฟังดูจนปัญญา แต่ของฉันนี่แทบจะเป็นคนละบุคลิกเลย ทุกครั้งที่สั่งให้ต่อสู้ พวกมันจะหันมากัดกันเองโดยไม่ทราบสาเหตุตลอด

เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันไปหาหมอ เขาบอกว่าเป็นโรคจิตเภทค่ะ

นามธรรมเกินไปแล้ว งูสองหัวที่เป็นโรคจิตเภท ขำจะตายอยู่แล้ว

คำถาม ถ้างูสองหัวที่เป็นโรคจิตเภทสองตัวผสมพันธุ์กัน มันจะกลายเป็นรักสี่เส้าไหม

คอมเมนต์บนนี่อัจฉริยะจริงๆ

ขำจนจะขิต ไลฟ์นี้มีแต่สัตว์อสูรแปลกๆ อะไรกันเนี่ย

กัดกันเองเหรอ ลู่เย่เลิกคิ้ว ทำไมล่ะครับ

เพราะหัวขวาขี้เกียจและไม่ชอบขยับตัว ส่วนหัวซ้ายว่านอนสอนง่ายมากค่ะ เสี่ยวตู้ตอบ

ทุกครั้งที่ตีกัน ก็เป็นเพราะหัวซ้ายบังคับร่างกายให้ใช้ทักษะ แล้วหัวขวาก็ถูกปลุกให้ตื่น จากนั้นก็โทษหัวซ้ายแล้วก็กัดเข้าให้

รุนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ

ลู่เย่ประหลาดใจเล็กน้อย

ต่อให้งูสองหัวจะมีคนละบุคลิก แต่ความสัมพันธ์ก็เปรียบเสมือนพี่น้องฝาแฝด พวกมันย่อมเข้าใจความหมายของคำว่า สายเลือดเดียวกัน

หากฝ่ายหนึ่งโจมตีอีกฝ่ายก่อน แสดงว่าเป็นปัญหาที่ร้ายแรงมาก

ใช่ค่ะ หมอบอกว่าหัวขวามีภาวะซึมเศร้าบางอย่าง แต่หมอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงซึมเศร้า

แม้แต่ตอนที่ฉันถาม มันก็ทำหน้าหดหู่และไม่ยอมตอบฉันเลย

เสี่ยวตู้ดูเป็นกังวลมาก อาจารย์ที่ปรึกษาแนะนำให้ฉันตัดใจจากมัน แต่ว่ามันเป็นสัตว์อสูรตัวแรกของฉัน ฉันไม่อยากยอมแพ้เรื่องการรักษามันไปแบบนี้

เป็นพี่สาวที่มีความรับผิดชอบจริงๆ มาคบกับผมไหมครับ

งูน้อยน่าสงสาร จริงๆ แล้วมันเป็นโรคซึมเศร้า

ฉันเข้าใจแล้ว พอเป็นโรคซึมเศร้า ก็ต้องออฟไลน์... อุ๊ย ผิดเรื่อง

งูแบบนี้ ถ้าโรยผงกำมะถันใส่เดี๋ยวก็เรียบร้อย

พี่ชายข้างบน งูตัวนี้ระดับ A อย่างน้อยก็เทียร์ 3 แล้วนะ คิดอะไรอยู่เนี่ย

หรือนี่จะเป็นพรสวรรค์ของมัน... บุคลิกงูอิสระ?

ลู่เย่แสร้งทำเป็นครุ่นคิด แต่ในความเป็นจริงเขาเปิดหน้าต่างรายละเอียดของงูวิญญาณไม้สองหัวเพื่อหาสาเหตุของอาการซึมเศร้า

ในที่สุด หลังจากคัดกรองข้อมูลอยู่นาน เขาก็ยังหาสาเหตุของอาการซึมเศร้าไม่เจอ

เขาพบเพียงโรคร่วมอย่างหนึ่ง โรคย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับรูปลักษณ์

สรุปแล้ว นี่คือสาเหตุที่ทำให้มันซึมเศร้าเหรอ

เมื่อมองดูชื่อโรคที่ค่อนข้างเป็นนามธรรมนี้ ลู่เย่ก็เงียบไป

ไลฟ์สดมาสองวัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่รู้จะเปิดประเด็นอย่างไร

นี่มันงูนะ จะไปเกี่ยวข้องกับรูปลักษณ์หน้าตาได้ยังไง

แถมยังเป็นแค่อาการหนึ่ง ไม่ใช่สาเหตุที่ระบุเจาะจงของโรคซึมเศร้าเลยสักนิด

แต่ยังดีที่มันให้คำใบ้มาบ้าง เขาจะได้ไม่ต้องงมเข็มในมหาสมุทร

อื้ม ผมเข้าใจความลำบากใจของคุณนะ สัตว์อสูรตัวแรกมักมีความหมายพิเศษเสมอ

ลู่เย่เท้าคาง คิดหาจุดเริ่มต้นบทสนทนา

ในตอนนั้นเอง เหตุการณ์บางอย่างก็เกิดขึ้น หัวงูทางขวาลืมตาโพลงขึ้นมาทันที

ม่านตาสีเขียวเข้มเรียวรีจ้องเขม็งมาที่กล้อง สายตาคมกริบราวกับจะทะลุหน้าจอเข้ามามองลึกถึงจิตวิญญาณของผู้ชม

หัวงูสามเหลี่ยมยกขึ้นเล็กน้อย ลิ้นแลบออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งเสียง ขู่ฟ่อ อย่างคุกคาม

ว้าย เสี่ยวตู้ไม่คิดว่าจู่ๆ มันจะแสดงท่าทีดุร้ายออกมา

กล้องสั่นไหวทันที นางถอยหลังไปหลายก้าว

งูดุจัง มันเห็นอะไรน่ะ

บ้าเอ๊ย สายตานั่นทำเอาตกใจแทบแย่

สัตว์อสูรระดับ A นี่แรงกดดันมหาศาลจริงๆ

เมื่อรักษาระยะห่างที่ปลอดภัยได้แล้ว หัวงูก็สงบลงอย่างรวดเร็วและกลับไปแหงนมองฟ้าตามเดิม

หัวงูทางซ้ายตื่นขึ้นมาอย่างงัวเงียครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติ ก็หลับต่ออย่างสบายใจ

เสี่ยวตู้สงสัยมาก ทำไมจู่ๆ มันถึงอยากโจมตีฉันล่ะคะ

ดวงตาของลู่เย่หรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

อะไรเหรอคะ เสี่ยวตู้ถามด้วยความอยากรู้

ผมขอถามก่อน มันอ่อนไหวกับพวกกระจกเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ

เสี่ยวตู้ครุ่นคิดเมื่อได้ยินดังนั้น จากนั้นก็มองไปรอบๆ บ้านแล้วตอบอย่างไม่มั่นใจว่า

บ้านฉันมีกระจกแค่ในห้องน้ำ ที่อื่นไม่มีกระจกเลย ฉันเลยไม่ค่อยแน่ใจค่ะ

แถวนั้นมีกระจกไหม เรามาทดสอบกันดู ลู่เย่ถามอีกครั้ง

มีค่ะ

เสี่ยวตู้พูดจบ ก็ไปหากระจกบานเล็กมาถือไว้ในมือ

ถือส่องไปที่มัน ให้แน่ใจว่ามันเห็นตัวเองในกระจกนะครับ

ส่องไปที่มันเหรอ แม้เสี่ยวตู้จะงุนงง แต่ก็ยอมทำตาม

จากนั้นนางก็หันกระจกไป แสงสะท้อนส่องไปที่หัวงู ดึงดูดความสนใจของมัน

วินาทีถัดมา หัวงูก็ชูคอขึ้นด้วยความตกใจ แสดงท่าทีน่ากลัวนั้นออกมาอีกครั้ง

ทันทีที่เสี่ยวตู้เก็บกระจก มันก็กลับเป็นปกติทันที

เหมือนกับป่วยเลยแฮะ

6666 ฉันว่าฉันก็รู้แล้วเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

มันโกรธเวลาเห็นหัวงูที่หน้าตาเหมือนกันในกระจกเหรอ

ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้านี่เร็วกว่าแฟนเก่าฉันอีก

คราวนี้ลู่เย่ไม่ต้องอธิบาย เสี่ยวตู้ก็เดาได้เอง

มันโกรธเพราะเห็นหน้าตัวเองเหรอคะ

ลู่เย่เอนตัวพิงพนักเก้าอี้พลางส่ายหน้า ไม่ใช่แค่ตัวมันเอง ลองเปลี่ยนมุมดูอีกทีสิครับ

เสี่ยวตู้ทำตามที่เขาบอก ปรับมุมกระจกในมือ ขยับไปทางซ้ายทีขวาที

ผ่านไปประมาณหนึ่งหรือสองนาที เสี่ยวตู้ก็พบรูปแบบบางอย่าง

เมื่อกระจกอยู่ทางซ้าย หัวงูจะโกรธเกรี้ยวและกระวนกระวาย

แต่เมื่อวางในมุมที่เอียงไปทางขวามากขึ้น หัวงูกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรมากนัก

เมื่อเห็นว่าได้เวลาอันสมควรแล้ว ลู่เย่จึงกล่าวว่า

ในธรรมชาติ เวลาสิ่งมีชีวิตทั่วไปเห็นตัวเองในกระจก พวกมันจะคิดไปเองว่าเป็นพวกเดียวกันอีกตัว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดความเป็นศัตรู จนนำไปสู่การโจมตีกระจก

แต่งูวิญญาณไม้สองหัวเป็นสัตว์อสูรระดับ A สติปัญญาของพวกมันสูงมาก พวกมันรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในกระจกคือตัวมันเอง

ในเมื่อมันรู้ แล้วทำไมมันถึงโกรธกระจกโดยไม่มีเหตุผลล่ะ

อืม... เสี่ยวตู้ส่งเสียงในลำคออยู่นาน ก่อนจะคาดเดาด้วยความตื่นเต้น หรือว่ามันจะเป็นโรคกังวลเรื่องรูปลักษณ์คะ

พอกระจกอยู่ทางซ้าย มันไม่พอใจมุมข้างของตัวเองเลยกังวล แต่พออยู่ทางขวา มันเลยไม่เป็นแบบนั้น

หลังจากได้ยินการคาดเดาของเสี่ยวตู้ คอมเมนต์ก็แตกตื่น

เหลือเชื่อ งูตัวนี้เป็นโรคกังวลเรื่องรูปลักษณ์เหรอเนี่ย

นั่นคือสาเหตุที่มันซึมเศร้าสินะ

แบบนี้ก็มีด้วยเหรอ

ฉันเคยได้ยินโรคนี้ แต่ปกติมันจะเป็นกับสัตว์อสูรที่หน้าตาดีๆ ไม่ใช่เหรอ

ลู่เย่ฟังคำอธิบายอันจริงจังของเสี่ยวตู้แล้วก็ยิ้มแห้งๆ อย่างจนปัญญา ไม่ใช่แบบนั้นครับ

แม้จะเกี่ยวกับรูปลักษณ์ แต่ไม่ใช่โรควิตกกังวล

เอ๊ะ เสี่ยวตู้กะพริบตา ไม่ใช่เหรอคะ

แน่นอนว่าไม่ใช่ครับ ลู่เย่ส่ายหน้า งูมีใบหน้าที่สมมาตรเหมือนมนุษย์ ดังนั้นไม่มีปัญหาเรื่องไม่พอใจมุมข้างด้านใดด้านหนึ่งหรอกครับ

สาเหตุที่แท้จริงคือ เมื่อกระจกอยู่ทางซ้าย มันจะอยู่ในเฟรมเดียวกับหัวงูทางซ้าย

และด้วยมุมของกระจกที่เอียงไปทางขวา จะไม่เห็นหัวงูทั้งสองพร้อมกันในเฟรมเดียว

อยู่ในเฟรมเดียวกัน... เสี่ยวตู้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉันรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

นางวางโทรศัพท์ลง หยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาแสดงให้ทุกคนดู

นี่คือรูปถ่ายที่ฉันถ่ายพวกมันด้วยกันค่ะ

จากนั้น นางก็พลิกรูปถ่ายแล้วยื่นให้หัวงูทางขวาดู

ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ!

ปฏิกิริยาของหัวงูรุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันดูเหมือนอยากจะพุ่งเข้ามาฉีกรูปถ่ายให้เป็นชิ้นๆ

แต่เนื่องจากหัวซ้ายยังไม่ตื่น มันจึงได้แต่กราดเกรี้ยวอย่างไร้ผลอยู่ที่เดิม

ฮ่าๆๆ เสี่ยวตู้หัวเราะร่า งั้นแสดงว่ามันคิดว่าสองหัวหน้าตาไม่เหมือนกันสินะ

หา โรคย้ำคิดย้ำทำเหรอ

ไม่นะ หน้าตาพวกมันไม่ค่อยเหมือนกันจริงๆ นั่นแหละ

ขิงเก่งนะเรา

สมกับเป็นนักเรียนหัวกะทิ นางเข้าใจได้ในทันที

ลู่เย่หัวเราะในใจ ถูกต้องครับ

หมอเคยบอกฉันว่ามันเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่ฉันสังเกตอยู่นานก็ไม่เห็นว่ามันจะย้ำคิดย้ำทำตรงไหน เสี่ยวตู้กล่าวด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับรูปลักษณ์สินะคะ

ลู่เย่พยักหน้าเล็กน้อย มันคือโรคย้ำคิดย้ำทำเกี่ยวกับรูปลักษณ์ครับ

วิธีแก้ก็ง่ายมาก แค่พามันไปทำศัลยกรรมตกแต่ง ตราบใดที่ทั้งสองข้างหน้าตาเหมือนกัน ก็จะไม่มีเรื่องให้กลุ้มใจอีกต่อไป

อื้ม ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ เสี่ยวตู้ตอบรับ

ในยุคแห่งการฝึกสัตว์อสูร นอกจากการประลองสัตว์อสูรต่อสู้ขั้นพื้นฐานที่สุดแล้ว ยังมีการประกวดรูปลักษณ์ การประกวดประจำวัน และอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้นอุตสาหกรรมความงามของสัตว์อสูรจึงพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว และผู้คนก็ไม่ได้มองว่าการศัลยกรรมตกแต่งให้สัตว์อสูรเป็นเรื่องน่าอับอาย

เอาล่ะครับ งั้นผมขอให้คุณโชคดีนะ

ขอบคุณค่ะอาจารย์เย่

จบบทที่ บทที่ 14 งูหยกสองหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว