เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 438 - เย่ว์หวี่ป่วย?

ตอนที่ 438 - เย่ว์หวี่ป่วย?

ตอนที่ 438 - เย่ว์หวี่ป่วย?


พวกเขาจูบกันอย่างดูดดื่มชั่วขณะไม่อยากจะแยกจากกัน

หนูน้อยเย่ว์ซวงมองดูพวกเขาอยู่นานในระยะห่างปรบมือหัวร่อร่าเริง “ฮะฮะ, พี่สามกะพี่โล่วฮัวนั่งจู่…จุ๊บกันอยู่ใต้ต้นไม้!”

แม่สี่รีบฉุดดึงเธอออกมา “ซวงเอ๋อ, อย่าทำตึงตังอย่างนั้น เจ้าจะทำอะไรกัน นี่เรื่องของผู้ใหญ่? ไปกันเถอะ เดี๋ยวแม่จะทำขนมบัวลอยอร่อยๆ ให้กิน..” ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ เย่ว์ซวงจะต้องส่งเสียงร่าเริงดีใจเป็นแน่ เธอเป็นเด็กที่ไม่อาจทนต่อความเย้ายวนของอาหารอร่อยได้ อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เธอพยายามขัดขืนจนหลุดจากมารดาและวิ่งเข้าไปหาพี่ชายเธอตะโกนว่า “พี่สาม, ข้าอยากจูบด้วย!”

เจ้าเมืองโล่วฮัวรู้สึกอายขึ้นมาทันที ใบหน้านางเปลี่ยนเป็นสีแดง

แม้ว่าเย่ว์หวี่จะหันหน้ามามอง แต่นางไม่รู้ว่าจะคลี่คลายสถานการณ์อย่างไรดี

อย่างไรก็ตาม เย่ว์หยางผู้มีหนังหน้าหนาอยู่แล้วไม่สนใจคำพุดของเย่ว์ซวงมากมายนัก เขาอุ้มหนูน้อยเย่ว์ซวงขึ้นแล้วจูบแก้มแดงดุจผลแอ๊ปเปิลของเธออย่างหนักหน่วง เติมเต็มความปรารถนาเธอด้วยการจูบครั้งหนึ่ง

“พี่สาม, ข้าอยากให้ทำแบบพี่โล่วฮัว, จุ๊บตรงปาก” เย่ว์ซวงทำปากจู๋ เธอรู้สึกว่ายังไม่ได้รับจูบของพี่ชายเธออย่างที่ต้องการ

“เป็นความผิดของข้าคนเดียว” เจ้าเมืองโล่วฮัวอายม้วนแทบจะแทรกตัวเข้าไปซ่อนในแผ่นดิน นางแอบอยู่ข้างหลังเย่ว์หยางแล้วทุบสะเอวเขาถือโอกาสกลบเกลื่อนความอายของนาง ถ้าไม่มีใครสังเกตอยู่ นางคงไม่สนใจว่าเย่ว์หยางจะกอดหรือจูบ แต่หลังจากเย่ว์ซวงเอะอะวุ่นวายเรื่องนี้ อย่าว่าแต่แม่สี่และเย่ว์หวี่เลย แม้แต่บ่าวทาสที่พยายามซ่อนยิ้มที่อยู่รอบๆนางก็รู้เรื่องจูบ นี่ยิ่งทำให้นางอายมากจนได้แต่ก้มหน้า เย่ว์หยางหัวเราะลั่นและจุ๊บริมฝีปากหนูน้อยเบาๆ “ซวงเอ๋อคนดี เดี๋ยวพี่สามจะให้ซาลาเปาไส้หวานลูกโตๆนะ”

เขาล้วงเอาซาลาเปาไส้หวานลูกใหญ่ออกมาจากแหวนเก็บของ หนูน้อยหันเหความสนใจทันที

เย่ว์ซวงรับขนมและกอดตอบพี่ชายทันที เธอหอมแก้มเย่ว์หยางแล้วกระโดดกลับไปอวดของแก่มารดาทันที “ท่านแม่ ดูนี่สิ พี่สามให้ซาลาเปาไส้หวานข้าด้วย! ซาลาเปาไส้หวาน อร่อยมาก ถ้าท่านแม่ไม่เชื่อนะ ลองชิมดูสักหน่อยก็ได้..”

พอเห็นท่าทางไร้เดียงสาและน่ารักของเธอ ทุกคนอดรู้สึกสบายใจไม่ได้

เย่ว์หยางเหยียดมือมาทางเจ้าเมืองโล่วฮัว หลังจากแก้เขินอายแล้ว นางจึงเหยียดมือวางลงที่ฝ่ามือของเย่ว์หยาง

แม่สี่พยักหน้าเมื่อเห็นเช่นนี้ เย่ว์หยางและโล่วฮัวเหมาะสมกันจริงๆ พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสมราวกับสวรรค์ประทาน

จากนั้นนางมองดูเย่ว์หวี่ที่กำลังก้มหน้า เหมือนกับว่านางมีความในใจจะพูดด้วย อย่างไรก็ตาม ในที่สุดนางก็ชะงักเองไม่พูดอะไรออกมา นางจูงมือเย่ว์ซวงและพูดกับเย่ว์หวี่ “วันนี้ข้าต้มขนมหวานที่อร่อยเป็นพิเศษไว้แล้ว มากินด้วยกันเถอะทุกคน”

“จริงสิ, ก็เหมือนกับซวงเอ๋อนั่นแหละ ข้าก็ชอบขนมบัวลอยเป็นที่สุด” เย่ว์หวี่ดูเหมือนกลัวว่าคนอื่นจะอ่านความคิดของนางออก นางดึงเย่ว์ซวงมากอด ขณะที่นางหยอกล้อน้องสาวและตามแม่สี่ไป นางแอบมองเย่ว์หยางกับโล่วฮัว เมื่อพวกเขาสบตากันโดยบังเอิญ นางรีบพูดทันที “พวกเจ้าเพิ่งจะเจอกันอีกครั้ง ใช้เวลาสนทนากันเถอะ ส่วนข้าขอตัวไปเตรียมขนมให้พวกเจ้า”

“ถ้าพี่สามไม่มาเร็วๆ ข้าจะไม่เหลือไว้ให้แม้แต่หยดเดียว ข้าจะกินให้หมดเลย” เย่ว์ซวงยื่นหน้าล้อเลียนเย่ว์หยาง

“น่ารักดีไหม? เจ้าอยากได้อย่างนี้สักคนบ้างไหม?” เย่ว์หยางกระซิบบอกเจ้าเมืองโล่วฮัว

“เจ้า…” หน้าของเจ้าเมืองโล่วฮัวแดงซ่านทันที นางรีบมองไปรอบๆเพื่อตรวจดูว่ามีใครได้ยินเย่ว์หยางหรือไม่ นางได้แต่สงบจิตใจตนเอง หลังจากมั่นใจว่าไม่มีใครได้ยินเขาแล้ว จากนั้นนางตีเขาทันที “คนลามก! มาพูดอะไรตอนกลางวี่กลางวันอย่างนี้”

“ดีเหมือนกัน, อย่างนั้นเราค่อยมาปรึกษากันคืนนี้” ในพจนานุกรมของเย่ว์หยางไม่มีคำว่า “ยางอาย”

หน้าของเจ้าเมืองโล่วฮัวเริ่มแดงขึ้น ขณะที่อากาศดูเหมือนจะร้อน นางก้มหน้าเหมือนกับภรรยาสาว นางเดินตามเย่ว์หยางติดๆ เหมือนนับต้นหญ้าบนพื้น ยามนี้หัวใจนางเต้นถี่ หลังจากประสบการณ์เปี่ยมสุขครั้งก่อน นางถึงได้เข้าใจคำพูดของคนรักนางและความหมายที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้น มากถึงขนาดที่ร่างกายนางกระหายอ้อมกอดของคนรัก นางคิดถึงเขาตลอดมา เพียงแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุด คงจะดีที่สุดถ้าพวกเขากลับเข้าไปในโลกคัมภีร์ก่อน เพราะที่นั่นคือรังรักของพวกเขา เจ้าเมืองโล่วฮัวคลอเคลียเย่ว์หยางและดึงเขาอย่างอ่อนโยนเหมือนน้ำ

ดวงตาฉ่ำเยิ้มเหมือนคนเมาของนางลอบมองเขาเป็นระยะๆ

ไม่ว่านางจะทำอย่างนี้กี่ครั้งก็รู้สึกว่าไม่เพียงพอ

หญิงงามอู๋เหินพอทราบข่าวก็ออกมาเช่นกัน ตามปกตินางมักจะเปิดโอกาสให้เย่ว์หยางกับโล่วฮัวมีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง ถ้าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยน, เสวี่ยอู๋เสีย, อี้หนานและเย่ว์ปิงกลับมา ก็คงยากที่พวกเขาจะมีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง หญิงงามอู๋เหินเข้าใจถึงจุดนี้ดี ดังนั้นนางจึงออกมาจากโลกคัมภีร์ มองผิวเผิน นางทำเป็นจ้ำจี้จ้ำไชเย่ว์ซวง บอกว่านางไม่ควรปล่อยให้เย่ว์ซวงทำการบ้านครึ่งๆ กลางๆ อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือนางต้องการให้เย่ว์หยางกับเจ้าเมืองโล่วฮัวอยู่กันตามลำพังในโลกของตัวเอง

อดทนถึงยามค่ำคืน เย่ว์หยางปลีกตัวจากการพัวพันของเย่ว์ซวงและโอบเจ้าเมืองโล่วฮัวไว้ในอ้อมแขน

เจ้าเมืองโล่วฮัวทำเป็นขัดขืนเล็กน้อย ในที่สุดก็ยอมตามเย่ว์หยางและกลับเข้ามาในโลกคัมภีร์

ในโลกแห่งความรักของพวกเขา พวกเขาต่างจูบกันอย่างดูดดื่มเป็นเวลานานครั้งแล้วครั้งเล่า

เหมือนกับว่าพวกเขาต้องการจะปลดปล่อยความปรารถนาทั้งหมดผ่านออกมาทางริมฝีปาก ในช่วงเวลาที่กอดรัดพัวพันกันอยู่นี้ เหมือนกับว่านางต้องการจะหลอมรวมเข้าด้วยกันกับคนรักนาง

ก่อนที่เย่ว์หยางจะรู้ตัว เจ้าเมืองโล่วฮัวกลายเป็นหญิงงามไม่มีตำหนิ ผิวของนางขาวอมชมพู

ภายใต้จูบที่เร่าร้อนของเย่ว์หยาง นางกระซิบข้างหูเขา “ตัวร้าย! ข้าคิดถึงเจ้านัก…”

ภายในห้องเต็มไปด้วยความรักที่เบ่งบาน กับแรงปรารถนาที่เผาผลาญ

คนรักที่โหยหาถึงกันไม่รู้จบ

นางพญากระหายเลือดหงแอบมองอยู่แต่ไกล นางหน้าแดงซ่าน หัวใจนางเต้นดังกลองรัว ดวงตาเป็นประกายด้วยความเข้าใจ ทุกครั้งที่นางมอง นางจะลอบผงกศีรษะเหมือนกับว่าพยายามจะเรียนรู้บางอย่าง ยิ่งกว่านั้น อีกด้านหนึ่ง โคเงาอาหมันก็มองดูอยู่เงียบๆ และทำท่างุนงงสับสน นัยน์ตานางสับสนวุ่นวายไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

นางไม่ได้ฉลาดเท่านางพญาดอกหนามมงกุฎทอง ถ้านางพญาดอกหนามมงกุฎทองไม่หลับกรนเสียงดังอยู่บนเตียงดอกไม้ของนาง นางคงร่วมเป็นสมาชิกอสูรพิทักษ์ที่ชอบแอบดูเย่ว์หยางมีสัมพันธ์รักอีกคน

ขณะที่ภูตเพลิงปฐพี ไม่สนใจเรื่องเช่นนี้อย่างสิ้นเชิง นางไม่เข้าใจการกระทำของเย่ว์หยางแม้แต่น้อย

ในเส้นทางวิวัฒนาการไปเป็นร่างมนุษย์ นางยังห่างจากการเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์อยู่ช่วงหนึ่ง

บางครั้ง ระดับและความแข็งแกร่งไม่ใช่เป็นตัวแทนของทุกอย่าง

ในวันที่สอง เจ้าเมืองโล่วฮัวได้ปลดปล่อยความปรารถนาของนางในที่สุด นางดูเปล่งปลั่งงดงามกว่าเดิม ถึงขนาดที่เย่ว์ซวงตะโกนว่า “พี่โล่วฮัวสวยมากจริงๆ” เทียบกับนางแล้ว เย่ว์หวี่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงและดูเหมือนนางจะเพลียเล็กน้อยเหมือนกับว่านอนไม่พอ

“องค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนบอกว่านางจะกลับช้าเล็กน้อย ส่วนปิงเอ๋อตอนนี้ก็เรียนรู้จากแม่เฒ่าอู่เถิง ซานเอ๋อ! เจ้ามีแผนจะทำอะไร?” แม่สี่แจ้งข่าวเย่ว์หยาง “ถ้าเจ้ามีเวลา เจ้าควรไปที่หอทงเทียนชั้นห้าเพื่อตามหามรดกของเย่ว์ชิว”

“เอาอย่างนั้นก็ได้!” เดิมทีเย่ว์หยางตั้งใจค้นคว้าตุ๊กตารบที่ปรับปรุงโดยภูตอัจฉริยะเย่ว์กง อย่างไรก็ตาม มรดกของเย่ว์ชิวก็เป็นเรื่องสำคัญ

“เจ้าควรจะไปกันทั้งหมด ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นเพื่อนข้าก็ได้ มีซวงเอ๋ออยู่ใกล้ๆ ข้า ก็ไม่เป็นไรแล้ว อู๋เหิน, โล่วฮัวและหวี่เอ๋อ พวกเจ้าควรไปกับซานเอ๋อกันทุกคน” ขณะที่แม่สี่พูด เย่ว์หวี่ประหลาดใจ นางมองดูแม่สี่และถามอย่างไม่แน่ใจ “จะให้ข้าไปด้วยหรือ?” นางพูดเป็นนัยๆ ว่าอู๋เหินและเจ้าเมืองโล่วฮัวเป็นภรรยาเย่ว์หยางและพวกเขาคงจะมีสัมพันธ์รักกันในระหว่างทาง นางจะอยู่ร่วมกับพวกเขาได้ยังไง?”

“….” หญิงงามอู๋เหินและเจ้าเมืองโล่วฮัวไม่เข้าใจ คงจะมีความหมายแอบแฝงลึกซึ้งในคำพูดของแม่สี่กระมัง?

“ข้าจะไม่ยุ่งกับเรื่องของพวกเจ้าผู้เยาว์อีกต่อไปแล้ว จะทำอะไรก็ทำเถอะ” แม่สี่ชำเลืองมองเย่ว์หวี่และไม่ได้อธิบายอะไร นางจูงเย่ว์ซวงและจากไป

นางไม่ได้พูดอะไร แต่ท่าทีของนางชัดเจนมาก นางหวังว่าเย่ว์หวี่ควรจะไปหามรดกของเย่ว์ชิวที่เขาทิ้งไว้ให้บุตรชาย

เจ้าเมืองโล่วฮัว, หญิงงามอู๋เหินและเย่ว์หวี่ต่างก็ฉลาดกันทุกคน แต่ตอนนี้พวกนางไม่สามารถเข้าใจความตั้งใจของแม่สี่ พวกนางมองหน้ากันเองอย่างสับสน แต่ไม่พูดอะไรออกมา จากนั้นพวกนางก็มองดูเย่ว์หยาง ตอนนั้นเองเย่ว์หยางก็สับสนเช่นกัน แต่เขาก็เก่งในเรื่องแกล้งสับสน เขาหัวเราะขึ้นมาทันที “บางทีนางคงหมายถึงว่าถ้ามีสมบัติ เราก็ควรแบ่งกันระหว่างเรามั้ง?”

เย่ว์หวีกดโต๊ะไว้แน่น แสดงว่านางก็มีความในใจ

นางกัดริมฝีปาก “ข้ารู้สึกไม่สบายเล็กน้อย ดังนั้นข้าจะไม่ไปกับพวกเจ้า”

หญิงงามอู๋เหินและเจ้าเมืองโล่วฮัวมองหน้ากันเองและพยายามแนะนำนางพร้อมกัน

เย่ว์หวี่ตาเริ่มแดงและนางยังคงส่ายหน้า นางฝืนยิ้มและโบกมือ “พวกเจ้าไม่ต้องห่วงข้า ข้าเพียงแต่ได้นอนเล็กน้อย เพราะกองกำลังนรกดำโจมตีต้าเซี่ย ข้ามัวแต่คิดเรื่องนี้มากไป ดังนั้นก็เลยนอนไม่หลับ ขอพักสักสองวันก็น่าจะพอ”

นางลุกขึ้นแล้วรีบกลับไปที่ห้องโดยเร็ว

เจ้าเมืองโล่วฮัวตีเย่ว์หยางเบาๆ “นี่ไม่ดีเลยนะ รีบคิดแผนเข้าสิ ถ้าองค์หญิงเชี่ยนเชี่ยนรู้เรื่องนี้ นางคงคิดว่าเรารังแกนางแน่ๆ”

เมื่อเขาได้ยินนาง เย่ว์หยางถึงกับเหงื่อพร่างพรู “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแม่เสือสาวเชี่ยนเชี่ยน อย่าคิดมากเกินไปน่า”

“เจ้าน่าจะไปดูนาง เนื่องจากนางรู้สึกไม่ดี เจ้าควรไปตรวจสอบดูนาง” หญิงงามอู๋เหินยุ

“…..” เย่ว์หยางยิ่งเหงื่อตก สภาพที่เย่ว์หวี่ไม่สบาย เย่ว์หยางรับรองได้เลยว่าไม่เกี่ยวกับร่างกายนางเลย! อย่างไรก็ตาม คำพูดของหญิงงามอู๋เหินก็ไม่ได้หมายถึงอาการป่วยของนาง แต่ให้ไปปลอบโยนเย่ว์หวี่ อย่างน้อยที่สุดเขาควรจะคุยกับนางสักครั้งและปลอบให้นางหายตระหนกตกใจ

คำถามก็คือ เย่ว์หยางรู้สึกว่ายิ่งเขาพูดกับเย่ว์หวี่มาก ก็ยิ่งสร้างความเจ็บปวดให้กับนาง

เจ้าเมืองโล่วฮัวและหญิงงามอู๋เหินกลับเข้าไปในโลกคัมภีร์เพื่อไปสร้างรังรักต่อให้เสร็จ

เย่ว์หยางลังเลใจครู่หนึ่งและในที่สุดก็เดินไปอยู่ที่หน้าห้องเย่ว์หวี่

เขาเคาะห้องเบาๆ

หลังจากนั้นสักครู่ เหมือนกับจะรู้ว่าเย่ว์หยางอยู่ข้างนอก “เสี่ยวซาน, ข้าจะหลับอยู่แล้ว ข้าไม่เป็นไร เจ้ากลับไปเถอะ”

เย่ว์หยางเปิดประตูและเข้าไปได้อย่างง่ายดาย เย่ว์หวี่ตกใจลุกขึ้นจากเตียงและตวาดอย่างฉุนเฉียว “เจ้าเข้ามาข้างในทำไม? ข้าบอกเจ้าไปแล้วว่าข้ากำลังจะหลับ เจ้าไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้วนะ ทำไมเจ้าถึงทำตัวเหลวไหลนัก? ตอนนี้ข้าไม่เป็นไรจริงๆ ข้าแค่เพลียเล็กน้อย ทุกอย่างจะไม่เป็นไร ถ้าเพียงแต่ข้าได้พักเล็กน้อย เจ้าควรจะกลับไปสมทบกับโล่วฮัวต่อ…” นางพูดพลางและผลักเย่ว์หยางออกไปจากเตียงนาง

“ท่านผอมลงไปนะ” เย่ว์หยางมองนางอย่างจริงจังและสังเกตได้ว่านางน้ำหนักหายไป ยิ่งกว่านั้น นี่เป็นเพราะเรื่องกู้ชื่อเสียงมาได้เมื่อวานนี้ แต่ดูเหมือนน้ำหนักนางจะลดลงมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว

“เจ้าหมายความว่าไง เจ้า เจ้า เจ้า ไม่สุภาพเลยนะ เรียกข้าว่าพี่สิ” เย่ว์หวี่ทำเป็นโกรธ

เย่ว์หยางนั่งลงบนเก้าอี้ และเย่ว์หวี่กรอกตาไปมาอย่างไม่สบายใจและเอนตัวลงนอนบนเตียง นางไม่พูดอะไรชั่วขณะ ดังนั้นเย่ว์หยางจึงไม่รู้ว่านางคิดอะไร

เย่ว์หยางลุกขึ้นยืนและเย่ว์หวี่เงยหน้ามองช้าๆ “เจ้าจะออกไปแล้วหรือ? งั้น งั้นปิดประตูให้ข้าด้วย”

เมื่อนางเห็นว่าเย่ว์หยางไม่ได้เตรียมตัวออกไป แต่เข้ามาใกล้นางและนั่งลงบนเตียงนางแทน นางตื่นเต้นและลุกขึ้นนั่งทันที “อย่านั่งตรงนี้..เฮ้อ..เจ้า..นั่งตรงนั้นอย่างว่าง่ายได้ไหม, ข้าไม่เป็นไรจริงๆ เสี่ยวซาน, ข้าไม่ต้องการไปนะ… ถ้าข้าไป ข้าคงช่วยอะไรไม่ได้และคงเป็นตัวถ่วงมากกว่า ยิ่งกว่านั้น โล่วฮัวและเจ้าก็ไม่ได้พบกันมานานแล้ว เจ้าควรจะอยู่กับนางให้นานขึ้น”

เย่ว์หยางจับให้นางนอนลงอย่างนุ่มนวล

เขาเอื้อมมือและวางไว้แปะไว้บนผมสลวยของนาง “พักผ่อนให้ดี อย่าคิดอะไรมาก เรื่องไม่ได้แย่อย่างที่ท่านคิด”

เย่ว์หวี่หลบสายตาเย่ว์หยางและแก้มนางเริ่มแดง

เหมือนกับใช้ท่าทางของเขา นางอธิบายว่า “ไม่, ข้าไม่ได้คิดอะไรมาก, รีบกลับไปเถอะ, ข้าต้องการพักแล้ว”

เย่ว์หยางเดินออกไปและปิดประตูลงเบาๆ

ฟังจนกระทั่งเสียงฝีเท้าของเขาหายไป เย่ว์หวี่เอามือกุมท้องและถอนหายใจ

ทันใดนั้น นางนอนก่ายหน้าผาก “อย่าคิดถึงมัน, อย่าคิดถึงอีกต่อไป!”

******************

จบบทที่ ตอนที่ 438 - เย่ว์หวี่ป่วย?

คัดลอกลิงก์แล้ว