- หน้าแรก
- นักแสดงคนนี้เต็มไปด้วยกลอุบาย
- บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ
บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ
บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ
“จบแบบปลายเปิดงั้นเหรอ…”
สีหน้าตกใจของหลินเจวี๋ยค่อย ๆ จางหาย เขาเงียบงัน มองผู้หญิงคนนั้นที่กำลังคืบคลานลงมาจากชั้นบน
คุณจูเองก็หยุดการเคลื่อนไหว ร่างกายแข็งทื่อ ความดุร้ายในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวรุนแรง
แต่เขาไม่ได้หนีไปไหน เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นในท่าทางเดิม
หญิงคนนั้นคลานลงบันได จมูกของเธอสูดอากาศรอบตัว พลางหมุนวนรอบหลินเจวี๋ยอยู่สองสามรอบ คล้ายกำลังพยายามตรวจจับอะไรบางอย่าง
‘เธอมองไม่เห็น ต้องอาศัยกลิ่นแยกแยะคน แต่คนที่ฆ่าเธอก็อยู่ที่นี่…แล้วทำไมเธอถึงดมไม่เจอ?’
หลินเจวี๋ยมองหญิงคนนั้น สายตาเขาเลื่อนไปยังคุณจู ก่อนจะหยุดที่ข้อมือของอีกฝ่าย
สร้อยข้อมือสีดำเส้นนั้นกำลังปล่อยหมอกดำออกมาอย่างต่อเนื่อง
ของนั่นเองที่ปิดบังกลิ่นของเขาไว้ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้!
คุณจูเตรียมการไว้รอบคอบจริง ๆ เขาวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าผู้หญิงอาจกลายเป็นสิ่งประหลาด จึงเย็บดวงตาเธอด้วยเส้นไหมสีดำ และยังใช้สร้อยข้อมือจากสิ่งประหลาดบดบังกลิ่นของตัวเองอีก
แบบนี้ ต่อให้เธอกลายเป็นสิ่งประหลาดกลับมา ก็ไม่มีวันหาเขาเจอ
ทุกอย่างถูกจัดการไว้อย่างไร้ที่ติ…หากแต่กลับมีตัวแปรหนึ่งเข้ามาแทรก
ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไร้พิษภัย หวังเทียนซู
หญิงคนนั้นหมุนวนอยู่สองรอบ เมื่อไม่พบอะไร ก็ลากร่างของตัวเองคลานออกไปนอกอพาร์ตเมนต์
และในจังหวะนั้นเอง คุณจูก็ลงมือ ใช้มีดปลายแหลมแทงใส่หลินเจวี๋ยทันที
ทว่า “หวังเทียนซู” ผู้ที่ดูเรียบร้อยเสมอ กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเหวี่ยงแขนออกคว้าข้อมือที่ถือมีดไว้แน่น
จากนั้นก็บิดแรง ๆ
“อ๊าก!!”
คุณจูกรีดร้องออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มีดร่วงกระทบพื้นด้วยเสียงดัง กึง!
หญิงคนนั้นที่เพิ่งคลานออกไป หันกลับมาในพริบตา ก่อนจะเร่งคลานกลับมาด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ
คุณจูรีบปิดปากตัวเองแน่น ไม่กล้าเปล่งเสียงใด ๆ อีก แต่ในดวงตากลับจับจ้องหลินเจวี๋ยแน่นราวกับกำลังถามว่า ทำไมกัน…?
“สงสัยสินะ ว่าทำไมเด็กจบใหม่ที่คุณคิดว่าบีบง่าย ๆ ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้?”
มุมปากของหลินเจวี๋ยยกขึ้น เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่าย ผลักจนแผ่นหลังชนกำแพง
ในชาติก่อน เขาเคยฝึก ซ่านโฉ่ว กว่าครึ่งปีเพื่อถ่ายบทนักเลงข้างถนนให้สมจริง ยิ่งตอนนี้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม จะจัดการคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย
ผู้แปล: ซ่านโฉ่ว เป็นศิลปะการต่อสู้และกีฬาของจีนที่ผสมผสานเทคนิคการต่อยเตะ, การจับล็อก, การทุ่ม และการกวาดล้ม
“แกเป็นใครกันแน่!” คุณจูอ้าปากร้องโดยไร้เสียง ทั้งตกใจทั้งโกรธ เขาอยากดิ้นให้หลุด แต่ก็กลัวทำเสียงดังจนเรียกหญิงคนนั้นกลับมา
ใบหน้าเขาเริ่มเขียวช้ำ มือที่บีบคอแน่นราวคีมเหล็ก ทำให้หายใจแทบไม่ออก
สมองขาดออกซิเจนจนลูกตาแทบถลน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุ้บ ๆ ใกล้ขาดใจ
ในที่สุด มือก็คลายออก เขารีบสูดอากาศเข้าเต็มปอด ความรู้สึกของอากาศที่หลั่งไหลเข้ามานั้น…ช่างหวานล้ำราวกับน้ำทิพย์
แต่ทันใดนั้น ความหวาดกลัวก็กลับมาอีกครั้ง หลินเจวี๋ยดึงมีดผลไม้จากกระเป๋า เสื้อ แววตาเขาเปลี่ยนไปในชั่วขณะ
บ้าคลั่ง ดุร้าย เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อารมณ์ชั่วร้ายทุกรูปแบบผสมปนกันอยู่บนใบหน้าอันเยาว์วัยของเขา ดวงตาแดงฉานคล้ายอสูรร้ายที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก
แต่ในขณะเดียวกัน แววตาคู่นั้นกลับเยือกเย็น ไม่สิ มันไม่ใช่ความสงบ หากแต่เป็น ความเย็นชา ของคนฆ่าสัตว์ที่กำลังมองหมูตัวหนึ่งก่อนเชือด
‘ไอ้นี่มันฆาตกรแน่ ๆ... ฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน!’
ความคิดสยดสยองแวบเข้ามาในหัว แม้เขาเองจะเคยฆ่า แต่เมื่อเทียบกับชายตรงหน้า ทั้งท่าทาง สีหน้า และบรรยากาศรอบตัว เขากลับเหมือนเด็กประถมในสายตาของฆาตกรตัวจริง
“ที่ไม่ให้อยู่ชั้นล่าง เพราะกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้เกินไป แล้วผมจะเห็นว่าคุณกำลังทำร้ายเมียตัวเองใช่ไหม” หลินเจวี๋ยพูดพลางหมุนมีดในมือ ลากปลายมีดไปบนตัวอีกฝ่ายราวกับจะลองความคม
แววตาเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ลิ้นเลียที่มุมปากเบา ๆ “ไม่ได้ฆ่าคนมานานแล้วนะ…ทำไมต้องบังคับผมด้วย?”
“ผมไม่ติดหรอกนะ ถึงจะอายุมากหน่อย”
“ทำต้มซุป ใส่เครื่องเทศนิดหน่อย…รสชาติน่าจะดีไม่น้อย”
กิน... ซุป... เครื่องเทศ... รสชาติ...?
คุณจูตัวสั่นสะท้าน ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไอ้นี่ไม่ใช่แค่ฆาตกร แต่มันคือ มนุษย์กินคน! นี่เขาบ้ารึเปล่าที่ตอนแรกคิดจะฆ่ามัน!?
ในขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยการขอความเมตตา หลินเจวี๋ยแค่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนยกมีดขึ้น แล้วแทงลงอย่างแรง
“อ๊ากกกกกกกกก!!!”
คุณจูร้องลั่นด้วยเสียงสั่นเครือสุดขีด หลับตาปี๋รอรับความเจ็บปวดสุดท้ายในชีวิต
แต่…ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่มา
เมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขาก็เห็นหลินเจวี๋ยถอยไปยืนอยู่ตรงประตูทางออกของอพาร์ตเมนต์แล้ว
“ของนี่สินะ ที่คุณใช้หลบจากภรรยาตัวเอง… ของดีทีเดียว แต่ตอนนี้มันเป็นของผมแล้ว”
หลินเจวี๋ยยกมีดผลไม้ในมือขึ้น เขย่าเบา ๆ บนคมมีดยังห้อยอยู่กับ สร้อยข้อมือสีดำเส้นนั้น
สร้อยข้อมือ!
คุณจูหันข้อมือตัวเองอย่างแรง ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นแล้ว
เมื่อไม่มีสร้อยข้อมือ กลิ่นอายของเขาก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป
หญิงที่นอนอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นรับรู้เป้าหมายในทันที ความแค้นฉายชัดทั่วใบหน้า ก่อนจะเร่งคลานเข้ามาด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ เส้นผมสีดำเส้นแล้วเส้นเล่าขยายยาวออกมา พุ่งทะลุเข้าทางจมูกและปากของคุณจู!
“ไม่นะ! ไม่ ไม่ ไม่!!”
“ช่วยด้วย! ช่วยฉันที! ขอร้องล่ะ!”
เขายื่นมือออกไปทางประตูอพาร์ตเมนต์ ร้องขอความช่วยเหลือจากหลินเจวี๋ย
หลินเจวี๋ยเพียงยักไหล่ ยิ้มบาง “คุณเจ้าของห้อง… ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากประตูไปโดยไม่หันกลับ
“ม่ายยยยยยยยย!!”
เสียงกรีดร้องข้างหลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกึกกัก คล้ายปากกำลังถูกปิดกั้น ดูท่าว่าปากของเขาคงถูกเส้นผมสีดำอุดจนหายใจไม่ออก
“เรื่องของการพิพากษา…ควรปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ ถ้าไม่มีคน…สิ่งประหลาดที่เหมาะสมก็ทำแทนได้” หลินเจวี๋ยพูดเรียบ ๆ ขณะฟังเสียงกรีดร้องที่ค่อย ๆ เบาลงภายในอาคาร รอยยิ้มบนมุมปากก็จางหายไป
【ฉาก “ใต้เตียง” ปิดกล้องแล้ว】
【ตอนจบของบทละคร: ความเมตตาของคุณทำให้คุณเลือกช่วยหญิงผู้เคราะห์ร้าย ผลสุดท้าย คนที่ก่อบาปย่อมต้องรับผลของบาปนั้นเอง】
【คะแนนการถ่ายทอดตัวละคร 85 คะแนนการแสดง 90 คะแนนบทละคร 95 คะแนนรวม: A สามารถรับรางวัล】
【ได้รับ: แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์】
【ระดับการปนเปื้อนถูกชำระล้างออกแล้ว 5% คงเหลือ 70%】
“…ทำไมคะแนนถ่ายทอดตัวละครถึงแค่ 85 ล่ะ?”
“เพราะตอนท้าย เราดันเผลอเอาบุคลิกฆาตกรโรคจิตที่เคยเล่นไว้มาใช้หรือเปล่านะ…”
แต่บทละครได้คะแนนสูง คงเพราะเขาติดตามคุณจูมาตลอดจนลำดับเรื่องราวชัดเจน
“ว่าแต่ ‘แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์’ นี่มันอะไรกัน?”
เขาเปิดช่องเก็บของระบบ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา
กระดาษ A4 สีเหลืองไหม้เปื้อนเลือดทั้งแผ่น มีข้อความเพียงบรรทัดเดียว
【หากเข้าพักที่นี่ คุณจะได้เห็น ‘ความสิ้นหวังในระดับลึกที่สุดของโลกใบนี้’】
ด้านล่างมีช่องสำหรับเซ็นชื่อ ราวกับแค่ลงชื่อก็สามารถย้ายเข้าไปได้เลย
หลินเจวี๋ยหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหา “อาคารราตรีนิรันดร์” แต่กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ราวกับตึกนี้…ไม่เคยมีอยู่บนโลก
“แปลกจริง ๆ…”
เสียง กรอบแกรบ ดังขึ้นจากด้านหลัง เขารีบเก็บแบบฟอร์มกลับเข้าระบบ แล้วหันไปมอง
หญิงคนนั้นคลานออกมาจากอพาร์ตเมนต์ ดวงตาที่เย็บปิดสนิทหันตรงมาทางหลินเจวี๋ย เธอขยับริมฝีปากช้า ๆ
“ขอบ…คุณ…?”
หลินเจวี๋ยนิ่งไปเล็กน้อย เขาเคยคิดว่าสิ่งประหลาดทุกตนล้วนเป็นนักฆ่าที่ไร้หัวใจ แต่หญิงคนนี้กลับทำให้ความคิดนั้นสั่นคลอน เธอยังมีสติอยู่เล็กน้อย
“คราวหน้าอย่าลืมมอง ‘คน’ ให้ดี… ไม่สิ ตอนนี้คุณต้องมอง ‘สิ่งประหลาด’ แล้วต่างหาก เวลามองสิ่งประหลาด คุณต้องใช้ใจให้มากหน่อย อย่าไปเจอพวกสิ่งประหลาดนิสัยไม่ดีอีกล่ะ”
“แต่คุณ…มองไม่เห็นอีกแล้ว…”
เขาอยากจะพูดอะไรต่อ แต่พอคิดแล้วก็ดูไม่เข้าท่า จึงเลือกจะเงียบแทน
หญิงคนนั้นขยับมุมปากเหมือนจะยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับดูบิดเบี้ยวและน่ากลัว เธอลากร่างของตัวเองคลานหายไปในความมืดของค่ำคืนอย่างช้า ๆ
หลินเจวี๋ยกลับเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ หญิงคนนั้นไม่ได้ฆ่าคุณจู
แต่ตอนนี้สภาพของชายคนนั้นก็แทบไม่ต่างจากคนตาย ขาทั้งสองข้างบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างทิ้งตัวแนบพื้น น้ำลายไหลจากปาก ดวงตาเหม่อลอย
ดูจากอาการแล้ว…คงถูกสิ่งประหลาดทำให้ “ปนเปื้อน” จนกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว
“เธอคงคิดว่าฆ่าเขามันง่ายเกินไปสินะ?”
หลินเจวี๋ยส่ายหน้าเบา ๆ ถอดกล้องถ่ายจากคอวางไว้ข้างตัวเขา ก่อนจะก้มลงพูดเสียงเรียบ
“คนตาย…บางทีก็ไม่อาจเก็บความลับของตัวเองได้ สักวันหนึ่งพวกเขาก็จะพูดออกมาเอง”
พูดจบ เขาล้วงมือถือจากกระเป๋าคุณจู เอานิ้วของอีกฝ่ายแตะปลดล็อกหน้าจอ
เมื่อมือถือเปิดใช้งานได้ เขาก็กดโทรออกทันที
“สวัสดีครับ ผมต้องการแจ้งความครับ”