เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ

บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ

บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ


“จบแบบปลายเปิดงั้นเหรอ…”

สีหน้าตกใจของหลินเจวี๋ยค่อย ๆ จางหาย เขาเงียบงัน มองผู้หญิงคนนั้นที่กำลังคืบคลานลงมาจากชั้นบน

คุณจูเองก็หยุดการเคลื่อนไหว ร่างกายแข็งทื่อ ความดุร้ายในดวงตาถูกแทนที่ด้วยความหวาดกลัวรุนแรง

แต่เขาไม่ได้หนีไปไหน เพียงยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นในท่าทางเดิม

หญิงคนนั้นคลานลงบันได จมูกของเธอสูดอากาศรอบตัว พลางหมุนวนรอบหลินเจวี๋ยอยู่สองสามรอบ คล้ายกำลังพยายามตรวจจับอะไรบางอย่าง

‘เธอมองไม่เห็น ต้องอาศัยกลิ่นแยกแยะคน แต่คนที่ฆ่าเธอก็อยู่ที่นี่…แล้วทำไมเธอถึงดมไม่เจอ?’

หลินเจวี๋ยมองหญิงคนนั้น สายตาเขาเลื่อนไปยังคุณจู ก่อนจะหยุดที่ข้อมือของอีกฝ่าย

สร้อยข้อมือสีดำเส้นนั้นกำลังปล่อยหมอกดำออกมาอย่างต่อเนื่อง

ของนั่นเองที่ปิดบังกลิ่นของเขาไว้ ทำให้ผู้หญิงคนนั้นไม่อาจรับรู้ถึงการมีอยู่ของมันได้!

คุณจูเตรียมการไว้รอบคอบจริง ๆ เขาวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าผู้หญิงอาจกลายเป็นสิ่งประหลาด จึงเย็บดวงตาเธอด้วยเส้นไหมสีดำ และยังใช้สร้อยข้อมือจากสิ่งประหลาดบดบังกลิ่นของตัวเองอีก

แบบนี้ ต่อให้เธอกลายเป็นสิ่งประหลาดกลับมา ก็ไม่มีวันหาเขาเจอ

ทุกอย่างถูกจัดการไว้อย่างไร้ที่ติ…หากแต่กลับมีตัวแปรหนึ่งเข้ามาแทรก

ชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะไร้พิษภัย หวังเทียนซู

หญิงคนนั้นหมุนวนอยู่สองรอบ เมื่อไม่พบอะไร ก็ลากร่างของตัวเองคลานออกไปนอกอพาร์ตเมนต์

และในจังหวะนั้นเอง คุณจูก็ลงมือ ใช้มีดปลายแหลมแทงใส่หลินเจวี๋ยทันที

ทว่า “หวังเทียนซู” ผู้ที่ดูเรียบร้อยเสมอ กลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เขาเหวี่ยงแขนออกคว้าข้อมือที่ถือมีดไว้แน่น

จากนั้นก็บิดแรง ๆ

“อ๊าก!!”

คุณจูกรีดร้องออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มีดร่วงกระทบพื้นด้วยเสียงดัง กึง!

หญิงคนนั้นที่เพิ่งคลานออกไป หันกลับมาในพริบตา ก่อนจะเร่งคลานกลับมาด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ

คุณจูรีบปิดปากตัวเองแน่น ไม่กล้าเปล่งเสียงใด ๆ อีก แต่ในดวงตากลับจับจ้องหลินเจวี๋ยแน่นราวกับกำลังถามว่า ทำไมกัน…?

“สงสัยสินะ ว่าทำไมเด็กจบใหม่ที่คุณคิดว่าบีบง่าย ๆ ถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้?”

มุมปากของหลินเจวี๋ยยกขึ้น เขาคว้าคอเสื้ออีกฝ่าย ผลักจนแผ่นหลังชนกำแพง

ในชาติก่อน เขาเคยฝึก ซ่านโฉ่ว กว่าครึ่งปีเพื่อถ่ายบทนักเลงข้างถนนให้สมจริง ยิ่งตอนนี้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิม จะจัดการคนธรรมดาคนหนึ่งไม่ใช่เรื่องยากเลย

ผู้แปล: ซ่านโฉ่ว เป็นศิลปะการต่อสู้และกีฬาของจีนที่ผสมผสานเทคนิคการต่อยเตะ, การจับล็อก, การทุ่ม และการกวาดล้ม

“แกเป็นใครกันแน่!” คุณจูอ้าปากร้องโดยไร้เสียง ทั้งตกใจทั้งโกรธ เขาอยากดิ้นให้หลุด แต่ก็กลัวทำเสียงดังจนเรียกหญิงคนนั้นกลับมา

ใบหน้าเขาเริ่มเขียวช้ำ มือที่บีบคอแน่นราวคีมเหล็ก ทำให้หายใจแทบไม่ออก

สมองขาดออกซิเจนจนลูกตาแทบถลน เส้นเลือดบนหน้าผากเต้นตุ้บ ๆ ใกล้ขาดใจ

ในที่สุด มือก็คลายออก เขารีบสูดอากาศเข้าเต็มปอด ความรู้สึกของอากาศที่หลั่งไหลเข้ามานั้น…ช่างหวานล้ำราวกับน้ำทิพย์

แต่ทันใดนั้น ความหวาดกลัวก็กลับมาอีกครั้ง หลินเจวี๋ยดึงมีดผลไม้จากกระเป๋า เสื้อ แววตาเขาเปลี่ยนไปในชั่วขณะ

บ้าคลั่ง ดุร้าย เต็มไปด้วยความเกลียดชัง อารมณ์ชั่วร้ายทุกรูปแบบผสมปนกันอยู่บนใบหน้าอันเยาว์วัยของเขา ดวงตาแดงฉานคล้ายอสูรร้ายที่คลานขึ้นมาจากขุมนรก

แต่ในขณะเดียวกัน แววตาคู่นั้นกลับเยือกเย็น ไม่สิ มันไม่ใช่ความสงบ หากแต่เป็น ความเย็นชา ของคนฆ่าสัตว์ที่กำลังมองหมูตัวหนึ่งก่อนเชือด

‘ไอ้นี่มันฆาตกรแน่ ๆ... ฆาตกรโรคจิตที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน!’

ความคิดสยดสยองแวบเข้ามาในหัว แม้เขาเองจะเคยฆ่า แต่เมื่อเทียบกับชายตรงหน้า ทั้งท่าทาง สีหน้า และบรรยากาศรอบตัว เขากลับเหมือนเด็กประถมในสายตาของฆาตกรตัวจริง

“ที่ไม่ให้อยู่ชั้นล่าง เพราะกลัวว่าถ้าอยู่ใกล้เกินไป แล้วผมจะเห็นว่าคุณกำลังทำร้ายเมียตัวเองใช่ไหม” หลินเจวี๋ยพูดพลางหมุนมีดในมือ ลากปลายมีดไปบนตัวอีกฝ่ายราวกับจะลองความคม

แววตาเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ลิ้นเลียที่มุมปากเบา ๆ “ไม่ได้ฆ่าคนมานานแล้วนะ…ทำไมต้องบังคับผมด้วย?”

“ผมไม่ติดหรอกนะ ถึงจะอายุมากหน่อย”

“ทำต้มซุป ใส่เครื่องเทศนิดหน่อย…รสชาติน่าจะดีไม่น้อย”

กิน... ซุป... เครื่องเทศ... รสชาติ...?

คุณจูตัวสั่นสะท้าน ความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ไอ้นี่ไม่ใช่แค่ฆาตกร แต่มันคือ มนุษย์กินคน! นี่เขาบ้ารึเปล่าที่ตอนแรกคิดจะฆ่ามัน!?

ในขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยการขอความเมตตา หลินเจวี๋ยแค่นหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนยกมีดขึ้น แล้วแทงลงอย่างแรง

“อ๊ากกกกกกกกก!!!”

คุณจูร้องลั่นด้วยเสียงสั่นเครือสุดขีด หลับตาปี๋รอรับความเจ็บปวดสุดท้ายในชีวิต

แต่…ความเจ็บปวดนั้นกลับไม่มา

เมื่อค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขาก็เห็นหลินเจวี๋ยถอยไปยืนอยู่ตรงประตูทางออกของอพาร์ตเมนต์แล้ว

“ของนี่สินะ ที่คุณใช้หลบจากภรรยาตัวเอง… ของดีทีเดียว แต่ตอนนี้มันเป็นของผมแล้ว”

หลินเจวี๋ยยกมีดผลไม้ในมือขึ้น เขย่าเบา ๆ บนคมมีดยังห้อยอยู่กับ สร้อยข้อมือสีดำเส้นนั้น

สร้อยข้อมือ!

คุณจูหันข้อมือตัวเองอย่างแรง ว่างเปล่า ไม่มีอะไรอยู่ตรงนั้นแล้ว

เมื่อไม่มีสร้อยข้อมือ กลิ่นอายของเขาก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป

หญิงที่นอนอยู่กับพื้นเงยหน้าขึ้นรับรู้เป้าหมายในทันที ความแค้นฉายชัดทั่วใบหน้า ก่อนจะเร่งคลานเข้ามาด้วยความเร็วผิดธรรมชาติ เส้นผมสีดำเส้นแล้วเส้นเล่าขยายยาวออกมา พุ่งทะลุเข้าทางจมูกและปากของคุณจู!

“ไม่นะ! ไม่ ไม่ ไม่!!”

“ช่วยด้วย! ช่วยฉันที! ขอร้องล่ะ!”

เขายื่นมือออกไปทางประตูอพาร์ตเมนต์ ร้องขอความช่วยเหลือจากหลินเจวี๋ย

หลินเจวี๋ยเพียงยักไหล่ ยิ้มบาง “คุณเจ้าของห้อง… ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ”

พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากประตูไปโดยไม่หันกลับ

“ม่ายยยยยยยยย!!”

เสียงกรีดร้องข้างหลังค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นเสียงกึกกัก คล้ายปากกำลังถูกปิดกั้น ดูท่าว่าปากของเขาคงถูกเส้นผมสีดำอุดจนหายใจไม่ออก

“เรื่องของการพิพากษา…ควรปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการ ถ้าไม่มีคน…สิ่งประหลาดที่เหมาะสมก็ทำแทนได้” หลินเจวี๋ยพูดเรียบ ๆ ขณะฟังเสียงกรีดร้องที่ค่อย ๆ เบาลงภายในอาคาร รอยยิ้มบนมุมปากก็จางหายไป

【ฉาก “ใต้เตียง” ปิดกล้องแล้ว】

【ตอนจบของบทละคร: ความเมตตาของคุณทำให้คุณเลือกช่วยหญิงผู้เคราะห์ร้าย ผลสุดท้าย คนที่ก่อบาปย่อมต้องรับผลของบาปนั้นเอง】

【คะแนนการถ่ายทอดตัวละคร 85 คะแนนการแสดง 90 คะแนนบทละคร 95 คะแนนรวม: A สามารถรับรางวัล】

【ได้รับ: แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์】

【ระดับการปนเปื้อนถูกชำระล้างออกแล้ว 5% คงเหลือ 70%】

“…ทำไมคะแนนถ่ายทอดตัวละครถึงแค่ 85 ล่ะ?”

“เพราะตอนท้าย เราดันเผลอเอาบุคลิกฆาตกรโรคจิตที่เคยเล่นไว้มาใช้หรือเปล่านะ…”

แต่บทละครได้คะแนนสูง คงเพราะเขาติดตามคุณจูมาตลอดจนลำดับเรื่องราวชัดเจน

“ว่าแต่ ‘แบบฟอร์มขอเข้าพักอาคารราตรีนิรันดร์’ นี่มันอะไรกัน?”

เขาเปิดช่องเก็บของระบบ แล้วหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมา

กระดาษ A4 สีเหลืองไหม้เปื้อนเลือดทั้งแผ่น มีข้อความเพียงบรรทัดเดียว

【หากเข้าพักที่นี่ คุณจะได้เห็น ‘ความสิ้นหวังในระดับลึกที่สุดของโลกใบนี้’】

ด้านล่างมีช่องสำหรับเซ็นชื่อ ราวกับแค่ลงชื่อก็สามารถย้ายเข้าไปได้เลย

หลินเจวี๋ยหยิบมือถือขึ้นมาเสิร์ชหา “อาคารราตรีนิรันดร์” แต่กลับไม่พบข้อมูลใด ๆ ราวกับตึกนี้…ไม่เคยมีอยู่บนโลก

“แปลกจริง ๆ…”

เสียง กรอบแกรบ ดังขึ้นจากด้านหลัง เขารีบเก็บแบบฟอร์มกลับเข้าระบบ แล้วหันไปมอง

หญิงคนนั้นคลานออกมาจากอพาร์ตเมนต์ ดวงตาที่เย็บปิดสนิทหันตรงมาทางหลินเจวี๋ย เธอขยับริมฝีปากช้า ๆ

“ขอบ…คุณ…?”

หลินเจวี๋ยนิ่งไปเล็กน้อย เขาเคยคิดว่าสิ่งประหลาดทุกตนล้วนเป็นนักฆ่าที่ไร้หัวใจ แต่หญิงคนนี้กลับทำให้ความคิดนั้นสั่นคลอน เธอยังมีสติอยู่เล็กน้อย

“คราวหน้าอย่าลืมมอง ‘คน’ ให้ดี… ไม่สิ ตอนนี้คุณต้องมอง ‘สิ่งประหลาด’ แล้วต่างหาก เวลามองสิ่งประหลาด คุณต้องใช้ใจให้มากหน่อย อย่าไปเจอพวกสิ่งประหลาดนิสัยไม่ดีอีกล่ะ”

“แต่คุณ…มองไม่เห็นอีกแล้ว…”

เขาอยากจะพูดอะไรต่อ แต่พอคิดแล้วก็ดูไม่เข้าท่า จึงเลือกจะเงียบแทน

หญิงคนนั้นขยับมุมปากเหมือนจะยิ้ม แต่รอยยิ้มกลับดูบิดเบี้ยวและน่ากลัว เธอลากร่างของตัวเองคลานหายไปในความมืดของค่ำคืนอย่างช้า ๆ

หลินเจวี๋ยกลับเข้าไปในอพาร์ตเมนต์ สิ่งที่ทำให้เขาแปลกใจคือ หญิงคนนั้นไม่ได้ฆ่าคุณจู

แต่ตอนนี้สภาพของชายคนนั้นก็แทบไม่ต่างจากคนตาย ขาทั้งสองข้างบิดเบี้ยวผิดรูป ร่างทิ้งตัวแนบพื้น น้ำลายไหลจากปาก ดวงตาเหม่อลอย

ดูจากอาการแล้ว…คงถูกสิ่งประหลาดทำให้ “ปนเปื้อน” จนกลายเป็นคนบ้าไปแล้ว

“เธอคงคิดว่าฆ่าเขามันง่ายเกินไปสินะ?”

หลินเจวี๋ยส่ายหน้าเบา ๆ ถอดกล้องถ่ายจากคอวางไว้ข้างตัวเขา ก่อนจะก้มลงพูดเสียงเรียบ

“คนตาย…บางทีก็ไม่อาจเก็บความลับของตัวเองได้ สักวันหนึ่งพวกเขาก็จะพูดออกมาเอง”

พูดจบ เขาล้วงมือถือจากกระเป๋าคุณจู เอานิ้วของอีกฝ่ายแตะปลดล็อกหน้าจอ

เมื่อมือถือเปิดใช้งานได้ เขาก็กดโทรออกทันที

“สวัสดีครับ ผมต้องการแจ้งความครับ”

จบบทที่ บทที่ 13 ขอให้เพลิดเพลินไปกับตอนจบของคุณนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว