- หน้าแรก
- คำสาปนี้ดีต่อใจ ยิ่งโดนกระทืบข้ายิ่งเทพ
- บทที่ 1 เอ๊ะ? คำสาปนี้มีบั๊กหรือเปล่านะ?
บทที่ 1 เอ๊ะ? คำสาปนี้มีบั๊กหรือเปล่านะ?
บทที่ 1 เอ๊ะ? คำสาปนี้มีบั๊กหรือเปล่านะ?
บทที่ 1 เอ๊ะ? คำสาปนี้มีบั๊กหรือเปล่านะ?
[นับถอยหลังสู่การสอบเข้ามหาวิทยาลัย — 33 วัน!]
[ฝึกฝนตนเพื่อพิทักษ์ชาติบ้านเมือง!]
[ประตูมิติหมายเลข 341บี แห่งเมืองชิงเฉิงจะเปิดออกในวันพรุ่งนี้...]
เฉินอวี่มองคำขวัญปลุกใจและประกาศต่างๆ ที่แขวนอยู่ทั่วห้องเรียนด้วยสีหน้าว่างเปล่า
เขา...
นี่ย้อนเวลากลับมาก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัยงั้นหรือ?
แต่เรื่องการฝึกยุทธ์นี่มันคืออะไรกัน?
แล้วประตูมิติหมายเลข 341บี อะไรนั่นอีกล่ะ?
ท่ามกลางความสงสัย ความทรงจำนับไม่ถ้วนก็ผุดขึ้นมากลางอากาศ ผสานเข้ากับความทรงจำเดิมของเฉินอวี่
เพียงไม่ถึงครึ่งนาที เฉินอวี่ก็เข้าใจทุกอย่าง
ใช่แล้ว เขาข้ามมิติมา
ข้ามกลับมาในช่วงก่อนสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ทว่าสิ่งที่แตกต่างจากการข้ามมิติปกติคือ โลกใบนี้กลับเป็นโลกคู่ขนาน...
โลกแห่งวรยุทธ์ระดับสูง!
ในโลกยุทธ์แห่งนี้ เต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน
ภายนอกเมือง สัตว์อสูรหน้าตาอัปลักษณ์น่าสะพรึงกลัวต่างกระเหี้ยนกระหือรือ พร้อมจะพุ่งชนกำแพงเมืองและเข่นฆ่ามนุษย์ให้สูญสิ้นเผ่าพันธุ์ได้ทุกเมื่อ
มนุษยชาติทำได้เพียงเร่งพัฒนาความแข็งแกร่งเพื่อประคับประคองสถานการณ์ไว้อย่างยากลำบาก
ส่วนเรื่องวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง หรือการพัฒนาด้านอื่นๆ... แทบจะไม่มีใครใส่ใจ
มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นคือทุกสิ่ง
มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นคือรากฐานความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์
ด้วยเหตุนี้ สถานะของผู้ฝึกยุทธ์ในสังคมมนุษย์จึงสูงส่งมาก
โดยทั่วไป ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุด หากไปสมัครงานตามบริษัทใหญ่ๆ เงินเดือนเริ่มต้นต่อปีจะไม่ต่ำกว่าสองแสน
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 2 รายได้ต่อปีอย่างน้อยหนึ่งล้าน!
ส่วนระดับ 3 ระดับ 4 ขึ้นไป ยิ่งเป็นที่ต้องการตัวของขุมกำลังต่างๆ จนแทบจะแย่งชิงกัน
และในเวลานี้ เฉินอวี่คือนักเรียนชั้นมัธยมปลายปี 3 ห้อง "ผู้ฝึกยุทธ์" ที่กำลังจะเข้าสอบมหาวิทยาลัย
"นี่มัน... เหลือเชื่อเกินไปแล้ว..."
"ไม่อยากจะเชื่อเลย..."
[%$#&##.^ที่กส——]**
[ตรวจพบดวงวิญญาณไม่สังกัดโลกปัจจุบัน]
[ระบุประเภท : การรุกรานจากวิญญาณต่างถิ่น]
[กำลังดำเนินการสาปแช่ง...]
[คำเตือน!]
[โปรดออกจากโลกปัจจุบัน มิฉะนั้นคำสาปจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ]
[คำเตือน! โปรดออกจากโลกปัจจุบัน มิฉะนั้นคำสาปจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ]
[คำเตือน โปรดออกจาก...]
"คำสาป?"
"ฉันโดนสาปงั้นเหรอ?"
เมื่อได้ยินเสียงสังเคราะห์แบบอิเล็กทรอนิกส์ดังขึ้นข้างหู เฉินอวี่ก็แสดงสีหน้าตื่นตระหนกสุดขีด
[การสาปแช่งสำเร็จ]
[ผลลัพธ์คำสาป : กลับตรรกะเหตุและผลของสถานะ]
[คำเตือน! โปรดออกจากโลกปัจจุบัน มิฉะนั้นคำสาปจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ...]
"โป๊ก!"
ไม่ทันที่เฉินอวี่จะได้ตั้งสติ ชอล์กแท่งหนึ่งก็พุ่งเข้ามา กระแทกเข้ากลางหน้าผากของเขาอย่างแม่นยำ
"โอ๊ย..."
เฉินอวี่ร้องอุทานด้วยความเจ็บปวดพลางยกมือขึ้นกุมหน้าผาก
"เหลือเวลาอีกแค่ 33 วันก็จะสอบแล้ว เธอยังจะมานั่งเหม่ออยู่อีกเหรอ? ไม่ฝึกยุทธ์หรือไง?!" บนแท่นหน้าชั้นเรียน ครูประจำชั้นชี้หน้าเฉินอวี่ด้วยความโกรธจัด "การฝึกยุทธ์ก็เหมือนพายเรือทวนน้ำ ไม่เดินหน้าก็มีแต่จะถอยหลัง!"
"ถ้าเธอยังขี้เกียจอยู่แบบนี้ แม้แต่เด็กประถมเธอก็สู้ไม่ได้แล้ว!"
ภายในห้องเรียน เพื่อนนักเรียนที่ถูกรบกวนการฝึกต่างหันขวับมามองเฉินอวี่ด้วยสายตาที่เหมือนกันเปี๊ยบ
นั่นคือสายตาแห่งความรังเกียจ
เป็นการต่อต้านที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
เหตุผลง่ายนิดเดียว
ทุ่งร้างนอกเมืองหรือมิติลี้ลับภายในประตูมิติ ล้วนเป็นสถานที่อันตรายที่มีโอกาสรอดชีวิตเพียงริบหรี่
เพื่อความปลอดภัย ผู้ฝึกยุทธ์ที่เป็นมนุษย์จึงมักจะรวมกลุ่มกัน "ออกปฏิบัติงาน"
การประสานงานเป็นทีมจึงสำคัญยิ่งชีพ
เพื่อปลูกฝังแนวคิดความสามัคคีนี้ ตั้งแต่ชั้นประถม นักเรียนทุกคนจะถูกจัดให้เป็นหน่วยเดียวกันทั้งห้อง ร่วมฝึกฝน ร่วมหัวจมท้ายไปด้วยกัน
แต่เฉินอวี่ นอกจากจะมีฝีมือห่วยแตกที่สุดแล้ว การเคลื่อนไหวก็เชื่องช้าอืดอาด มักจะเป็นตัวถ่วงของห้องอยู่เสมอ
นานวันเข้า เพื่อนๆ จึงยิ่งไม่ชอบขี้หน้าเฉินอวี่มากขึ้นเรื่อยๆ
ตัวเฉินอวี่เองก็เคยคิดจะพยายามปรับตัวให้เข้ากับกลุ่ม
แต่ด้วยพรสวรรค์ที่มีจำกัด บวกกับนิสัยซื่อบื้อพูดน้อย จึงค่อยๆ เก็บตัวเงียบ และกลายเป็นที่โหล่ที่ใครๆ ในห้อง ม.6 ต่างก็รังเกียจในที่สุด...
ไม่ว่าจะเป็นโลกไหน ก็ย่อมมีนักเรียนบ๊วย
และในโลกยุทธ์แห่งนี้ ความโหดร้ายที่กระทำต่อคนไม่เก่งนั้นรุนแรงยิ่งกว่า
...
"ซี๊ด..."
เฉินอวี่ลูบมุมหน้าผากที่ปูดบวมขึ้นมา พลางรู้สึกเดือดดาล
นี่เขาไปขุดหลุมศพบรรพบุรุษครูประจำชั้นมาหรือไง?
ทำไมต้องลงมือหนักขนาดนี้?
แต่พอคิดได้ว่าที่นี่คือโลกยุทธ์ และครูประจำชั้นก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ เฉินอวี่จึงทำได้เพียงข่มความโกรธเอาไว้ แล้วลองโคจรลมปราณในร่างตามความทรงจำที่มี
[ผลลัพธ์คำสาปเริ่มทำงาน!]
[กลับตรรกะเหตุและผลของสถานะ...]
[กำลังฝึกฝน : ปราณ -1]
[กำลังฝึกฝน : ปราณ -1]
เฉินอวี่ : "..."
[กำลังฝึกฝน : ปราณ -1]
[กำลังฝึกฝน : ปราณ -2...]
"..."
"ฉันโดนสาปจริงๆ ด้วย!"
"ฝึกยุทธ์แล้วพลังลดเนี่ยนะ มันจะได้เหรอ?"
จิตใจของเฉินอวี่พังทลาย เขาตัดสินใจทิ้งตัวเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรงทันที
ยิ่งฝึกยิ่งอ่อนแอ
แล้วเขาจะดิ้นรนไปทำไม?
"เฉินอวี่!" ครูประจำชั้นเห็นท่านั่งของเฉินอวี่ ก็ปาชอล์กใส่อีกแท่ง "ฝึกเดี๋ยวนี้!!"
"โป๊ก!"
หัวชอล์กที่แฝงด้วยโทสะของครูประจำชั้น กระแทกเข้าที่หน้าผากเฉินอวี่อย่างจัง
[ได้รับความเสียหาย : เลือดลม +2]
เฉินอวี่ : "..."
"เฮ้อ..."
เฉินอวี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความสิ้นหวัง "อาจารย์ครับ อย่าสนใจผมเลย ผมมันคนไร้ค่า"
"แก... ไม้ผุยากจะแกะสลัก! ไอ้ขยะ! ขยะจริงๆ!"
[ได้รับความเสียหายทางจิตใจ : จิตวิญญาณ +1]
เพื่อนรอบข้างต่างก็ส่งสายตารังเกียจเหยียดหยามมาให้อีกครั้ง
[ได้รับความเสียหายทางจิตใจ : จิตวิญญาณ +3]
เฉินอวี่ : "...ประสาทแดกกันไปหมดแล้ว!"
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เขาจึงทำตัวเละเทะประชดชีวิต หยิบเมล็ดแตงโมรสเนยกลิ่นหอมหวลออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วเริ่มแกะกินอย่างไม่เกรงใจใคร
เมื่อชีวิตไม่เปิดทางให้เดิน
งั้นก็หาท่าทางสบายๆ รอความตายไปเลยแล้วกัน
อย่างน้อยก็ยังได้เสพสุขบ้าง...
[กำลังรับประทาน : ความหิว +1]
[กำลังรับประทาน : ความหิว +2...]
เฉินอวี่ : "...บัดซบ"
ชัดเจนแล้วว่า ชีวิตไม่เพียงไม่เปิดทางให้เขา แต่ยังไม่อยากให้เขาสบายอีกด้วย
"เฉินอวี่! แกไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!"
ครูประจำชั้นหมดความอดทน "ไปยืนทำโทษที่ระเบียงทางเดิน! ห้ามกลับเข้ามาทั้งวัน!"
...
เมื่อถูกไล่ออกมาจากห้องเรียน เฉินอวี่พิงกำแพงด้วยความเจ็บใจ
เขาลองโคจรลมปราณเพื่อฝึกฝนอีกครั้ง
[กำลังฝึกฝน : ปราณ -1]
"เวรเอ๊ย พ่อไม่เชื่อหรอก!"
เขาหันกลับไปมองครูและนักเรียนในห้องแวบหนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลงแล้วแอบย่องหนีออกจากตึกเรียน
เมื่อมาถึงสนามกีฬากลางแจ้ง เขาตรงไปที่บาร์เดี่ยว สูดหายใจเข้าลึกๆ ยกมือขึ้นจับราวเหล็ก แล้วเริ่มดึงข้อ
ต่อให้ฝึกพลังภายในไม่ได้แล้ว
แต่การออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อก็คงไม่ถึงกับทำให้กลายเป็นคนพิการหรอกมั้ง?
[กำลังออกกำลังกาย : ความอ้วน +1; ความอ่อนแอ +1; กายภาพ -1; พละกำลัง -1; ความอดทน -1...]
เฉินอวี่ : "..."
[ได้รับความเสียหายทางจิตใจ : จิตวิญญาณ +2]
"สร้างเวรสร้างกรรมอะไรไว้เนี่ย!!"
เฉินอวี่เข่าอ่อน ทรุดตัวลงนอนแผ่หลากับพื้น
เจ็บใจ
เขาเจ็บใจมาก
เจ็บใจจนถึงขั้นร้องเพลงออกมา "โชคชะตาเอ๋ย ทำไมต้องทรมานฉันเช่นนี้..."
"..."
"..."
"..."
[กำลังเกียจคร้าน : ปราณ +1]
"...เอ๊ะ?"
เมื่อได้ยินเสียงอิเล็กทรอนิกส์ที่ข้างหู เฉินอวี่ก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่งทันควัน
"คำสาปบ้านี่..."
"ดูเหมือนจะมีบั๊กอยู่แฮะ?!"
(จบตอน)